ตอนที่ 6
หน้ากากของเ้าหน้ากากของข้า
ภายในโถงรับรองของตระกูลหลงประจำเขตป้อมพายุหิมะหลงซุนนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงด้านในสุด ชี้มือชี้ไม้ พลางส่งเสียงโหวกเหวกดัง แจกจ่ายงานให้กับกลุ่มนักบู๊ซึ่งมีหน้าที่ขนส่งสินค้าจาก...เขตป้อมพายุหิมะไปยัง...เมืองเมฆขาว สถานที่ตั้งของตระกูลหลงสาขาหลัก
“คารวะท่านลุงซุน” ทันทีที่ย่างเท้าเข้าประตูโถงเข้ามาหลงจิวเมิ่งก็รีบเอ่ยพลางยื่นคำนับไปทางหลงซุน
“อา หลานรักจิวเมิ่ง ไม่เห็นหน้าเ้าเสียหลายวันการฝึกฝนเป็เช่นไรบ้าง” หลงซุนเจรจายิ้มแย้ม แต่ในใจลึก ๆล้วนรังเกียจสองพ่อลูกหย่งฝูและจิวเมิ่งที่โดดเด่นเกินหน้าตนเองและบุตรชายมาช้านาน เมื่อมีโอกาสก้าวขึ้นมามีอำนาจ มันจึงตั้งมั่นจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางความก้าวหน้าของทั้งสองในทันที
...พวกเ้าสองพ่อลูกยิ่งตกต่ำ ข้ายิ่งสุขใจ
“หลังจากที่ท่านแม่จากไปความเศร้าก็กลายเป็อุปสรรค จนการฝึกปรือของหลานไม่คืบหน้าอย่างเคย”หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางตีหน้าเศร้า
ใบหน้าของหลงซุนตอบรับคำด้วยความเป็ห่วงเป็ใยแต่เนื้อในกลับกำลังเริงร่าเบิกบาน
หลงซุนส่ายศีรษะพลางเดินเข้ามาหยุดที่ด้านข้างของหลงจิวเมิ่งก่อนจะส่งสัญญาณไล่นักบู๊กว่าสิบนาย ที่รอรับคำสั่งให้ออกไปด้านนอกก่อน“หลานจิวเมิ่ง การฝึกฝนไม่อาจเร่งร้อน เ้าเองก็เพิ่งจะอายุแค่สิบเอ็ดปีเช่นนั้นยังมีเวลาอีกมากมายนักที่เ้าจะสามารถทะลวงไปถึง...ระดับพื้นฐานลมปราณดูอย่างลู่จินสิ เมื่อตอนที่อายุเท่ากันกับเ้า เด็กน้อยนั่นยังคงมีระดับบ่มเพาะอยู่แค่กำเนิดลมปราณขั้นต้นเท่านั้นเองแต่ปีนี้อายุสิบสี่ ลู่จินกลับใกล้จะทะลวงผ่านสุดปลายขั้นก่อกำเนิดลมปราณ ไปสู่ขั้นพื้นฐานลมปราณเสียแล้ว”ยามเอ่ยถึงบุตรตนเอง ที่ใกล้จะได้เข้าสู่สถานบ่มเพาะของตระกูลหลัก หลงซุนก็ไม่อาจปกปิดใบหน้ายิ้มแย้มอย่างผู้มีชัยได้
“ขอบคุณท่านลุงซุนที่เป็ห่วง และก็ขอแสดงความยินดีกับท่านพี่ลู่จินล่วงหน้าที่จะได้เข้าสู่สถานบ่มเพาะของตระกูลหลักแต่ที่หลานมาวันนี้ ก็เพราะมีเื่เดือนร้อนจะมาขอความช่วยเหลือจากท่านลุงขอรับ”
“เฮ้อ ถ้าเป็เื่โอสถบำรุงปราณละก็เห็นทีข้าคงอับจนปัญญา ปีนี้ผลการเก็บเกี่ยวตกต่ำกว่าคาดแถมในป้อมค่ายก็มีเพียงเ้ากับลี่จินที่เป็ความหวังอายุน้อยของพวกเราทางตระกูลหลงสาขาหลัก จึงมิได้จัดแบ่งโอสถบำรุงปราณมาให้มากนัก แม้แต่โอสถที่จำเป็ของลี่จินเองข้ายังต้องเจียดเบี้ยหวัดอันน้อยนิดไปซื้อหาในท้องตลาดด้วยตนเอง” หลงซุนเ้าเล่ห์ชิงเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าเนื่องจากมันคาดเดาว่าหลงจิวเมิ่งที่เอ่ยคำขอร้อง ก็เพราะ้าโอสถช่วยเร่งการฝึกฝนหากว่าหลานชายผู้นี้ ก้าวเข้าสู่ขั้นพื้นฐานลมปราณได้ไวมากเท่าใดตระกูลหลักยิ่งต้องจับตาสนับสนุน สองพ่อลูกจึงอาจจะมีโอกาส ได้ย้ายเข้าสู่ตระกูลหลักพร้อมๆ กัน
ความคิดชั่วช้าที่เก็บกดมานานปีของหลงซุน...ด้วยต้องอยู่แต่ป้อมพายุหิมะอันห่างไกลความเจริญ แถมหนาวเหน็บเช่นนี้ หากไร้ซึ่งศัตรูบนเส้นทางอำนาจในอดีตที่กำลังเข้าสู่่ตกต่ำให้บดขยี้เช่นนั้นแล้วการที่มันก้าวขึ้นสู่อำนาจในวันนี้ จะครบรสชาติได้อย่างไร
...หลงซุน เอ๊ย หลงซุน เ้าไม่ต้องเอ่ยปากข้าก็รู้ใส้รู้พุงของเ้าจนหมดสิ้นแล้ว คนขี้ขลาดและใจแคบเช่นเ้าต่อให้ข้าเอ่ยขอสิ่งใดเป็สิ่งแรกเ้าก็คงหน้าด้านปฏิเสธสิ้นอย่างไม่ลังเลอยู่แล้ว
“ข้อนั้นหลานรู้ดี แต่ที่หลานมาวันนี้มิได้โลภขนาดที่้าโอสถสำเร็จรูปเช่นนั้น เพียงแต่้าวัตถุดิบสำคัญสองตัวคือ...รากเฟิร์นหิมะ แล้วก็...ซากตัวหม่อนน้ำแข็ง อย่างละครึ่งตำลึง”หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางมองไล่ไปที่หีบบรรจุสินค้าที่วางกองระเกะระกะในห้องโถง ซึ่งกำลังรอการขนถ่ายด้วยความคุ้นเคยในสมุนไพรหลากชนิดของหลงจิวเมิ่ง ทำให้เขาสูดได้กลิ่นสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ั้แ่แรกที่ก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงแล้วหลงจิวเมิ่งจึงจงใจเอ่ยรายชื่อวัตถุดิบทั้งสองที่บรรจุอยู่ภายในนั้นนั่นเองซึ่งหากหลงซุนจะหยิบฉวยออกมามอบให้ตนเองสักครึ่งตำลึงก็คงจะไม่มีปัญหา
“หลานข้า ลุงเองก็อยากที่จะช่วยเ้าอยู่หรอกแต่น่าเสียดายยิ่งนัก ที่เฟิร์นหิมะรอบเก็บเกี่ยวล่าสุด เพิ่งจะถูกส่งออกไปส่วนซากตัวหม่อนน้ำแข็งยิ่งแล้วใหญ่ ผู้คนของเรารวบรวมมาร่วมเดือนแล้วยังได้ไม่ครบกำหนดที่ตระกูลหลัก้า ข้าเกรงว่า...”หลงซุนเอ่ยปัดด้วยท่าทางสงบเรียบ ราวกับการโกหกสำหรับมันเป็เื่ปกติธรรมดาเพราะอย่างไรมันก็ไม่มีทางมอบทรัพยากรล้ำค่า ซึ่งเป็ส่วนประกอบในการปรุงโอสถสำหรับฝึกตนให้แก่สองพ่อลูกหย่งฝูและจิวเมิ่งอย่างแน่นอน
...ความเชื่อที่ว่าทุกคนควรได้รับโอกาสกลับตัวของข้าคงไม่อาจใช้ได้กับทุกคนสินะ ดี...ในเมื่อเ้ายังคงเป็ดุจเดิมต่อให้เป็ผู้คนตระกูลเดียวกัน แต่ความขลาดเขลายามที่ผู้คนในตระกูลมีภัยของเ้าจนทำให้ลุงหานต้องมาเสียสละชีวิต แม้เหตุการณ์ในชาตินี้จะยังไม่เกิดขึ้นแต่เมื่อเป็เช่นนี้เ้าก็จงอย่าได้ตำหนิว่าข้าเป็คนใจไม้ไส้ระกำในภายหลังก็แล้วกัน
“เฮ้อ...!” หลงจิวเมิ่งถอนหายใจยาว “ท่านลุงอย่าได้เป็กังวลไปต่อให้ไม่มีสมุนไพรส่วนประกอบทั้งสอง เพื่อนำไปให้ท่านหมอเถาปรุงโอสถพื้นฐานให้แต่หลานก็สัญญาว่าจะตั้งใจฝึกฝนให้ดีที่สุด หวังว่าก่อนอายุครบสิบห้าปีจะบรรลุถึงระดับลมปราณพื้นฐานได้เข้าสู่ตระกูลหลัก เช่นเดียวกับท่านพี่ลู่จิน”
“ดี...กล่าวได้ดีมาก !!! คนเราแม้มีอุปสรรคก็ต้องมุมานะฟันฝ่า ไม่มีโอสถหนุนเสริมแต่หากหมั่นฝึกฝนให้หนักเข้าไว้ สักวันหนึ่งฟ้าย่อมมองเห็นหากวันข้างหน้าเ้า้าความช่วยเหลืออันใด อย่าได้เกรงใจที่จะเอ่ยขอลุงละ”หลงซุนเอ่ยพลางหัวเราะร่วน ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของหลงจิวเมิ่งด้วยความสนิทสนม
“อืม ถ้าท่านลุงกล่าวเช่นนี้ หลานก็ไม่เกรงใจ”แววตาของหลงจิวเมิ่งทอประกายวูบหนึ่งก่อนจะกลายเป็ซุกงำน่าเห็นใจ“พอดีว่าหลานอยากจะทำน้ำซุปบำรุงให้กับท่านพ่อได้ทานแต่ยังขาดสมุนไพรไร้ค่าอีกสามสี่ชนิด แถมบางอย่าง ก็ยากหาซื้อตามท้องตลาดแต่ข้าพอจดจำได้ว่าในเรือนโอสถน่าจะพอมี ถ้าเช่นนั้นท่านลุงพอจะแจ้งผู้ดูแลให้ข้าหยิบยืมไปใช้ก่อนได้หรือไม่”
“อืม เ้าลองบอกชื่อมาสิ ถ้าช่วยได้ลุงจะรีบให้คนไปจัดเตรียมมามอบให้เ้าเอง”
หลงจิวเมิ่ง้าสมุนไพรบำรุงทั่วไปสองชนิดซึ่งไม่เกี่ยวกับวัตถุดิบในการปรุงโอสถฝึกตนและอีกหนึ่งชนิดเป็วัตถุดิบพิษสุดหยินส่วนสมุนไพรชนิดสุดท้ายเป็สมุนไพรที่ออกฤทธิ์กล่อมประสาททำให้ผู้ที่ทานลงไปตกอยู่ในอาการหลับลึกหลายชั่วยามซึ่งหลงซุนพิจารณาดูแล้ว ไม่ใช่วัตถุดิบที่ใช้ในการฝึกฝนบวกกับหลงจิวเมิ่งเลือกจัวหวะร้องขอหลังจากที่มันเอ่ยถ้อยคำสวยหรูไปก่อนหน้า แม้หนึ่งในนั้น...วัตถุดิบสุดหยินจะมีราคาและหายากอยู่บ้างแต่เพื่อไม่ให้ผู้คนสงสัย มันจึงไม่คิดจะปฏิเสธคำขอครั้งนี้ของหลงจิวเมิ่ง
เมื่อหลงซุนรับปาก หลงจิวเมิ่งจึงรีบเอ่ยสอดรับทันที“ท่านลุงช่างใจกว้างยิ่งนัก หลานขอบคุณท่านลุงซุนเป็อย่างยิ่งส่วนคำสอนที่ให้มุมานะของท่านลุง หลานจะจดจำเอาใส่ใจเอาไว้เป็อย่างดี”หลังกล่าวจบ หลงจิวเมิ่งจึงขอตัวจากมาแม้ว่าวัตถุดิบที่้าจะได้มาเกือบครบแล้วแต่วัตถุดิบสำคัญที่สุดสองชนิดสุดท้ายนั้น ไม่มีอยู่ในหอโอสถของตระกูลและหลงจิวเมิ่งจำเป็ต้องหาซื้อเอาในตลาดเขตป้อมพายุหิมะซึ่งไม่แน่ว่าจะพบเจอได้เสมอไป
...พิษของแมงมุมน้ำแข็ง และ หญ้าหยินหยาง