เช้ามืดที่ท้องฟ้ายังไม่มีแสงอาทิตย์ส่องประกายออกมา ในสถานีขนส่งก็มีรถทัวร์ค่อยๆชะลอตัวและจอดลงในช่องจอดรถ
“ โชค !! ”
เสียงหญิงวัยกลางคนกำลังโบกไม้โบกมือเรียกเด็กหนุ่มที่กำลังลงจากรถ เด็กหนุ่มยกมือไหว้ก่อนจะเริ่มกล่าวทักทายคุณป้าของเขา
ทั้งสองคนช่วยกันยกกระเป๋าใบใหญ่สองสามใบชองโชคขึ้นหลังรถกระบะ ระหว่างนั้นป้าแก้วก็ชวนโชคพูดคุยตลอดเวลา ด้วยท่าทีที่เป็มิตรของป้าแก้ว ถึงแม้ว่าทั้งสองคนไม่ค่อยได้พบเจอกันบ่อยมากนัก แต่นั้นก็ช่วยให้โชครู้สึกอบอุ่นใจมากๆในเวลานี้
โชคเคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพมาก่อน นั้นก็เพราะทั้งพ่อและแม่ของโชคนั้นทำงานที่กรุงเทพ แต่กรุงเทพก็ไม่ใช่บ้านเกิดของทั้งพ่อและแม่ของโชค
ครึ่งปีก่อนพ่อกับแม่ของโชคประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้โชคต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันก็เป็เื่ที่น่าเศร้ามากในเวลานั้น
และครึ่งปีต่อมาหลังจากโชคเรียนจบมอต้น โชคก็ได้ย้ายกลับมาบ้านเกิดของแม่มาอาศัยอยู่กับป้าแก้ว นี่ก็เป็ญาติเพียงหนึ่งเดียวของโชคที่โชคนั้นพอจะรู้จัก เพราะทุกๆปีพ่อกับแม่ก็พาโชคกลับมาเยี่ยมป้าแก้วทุกครั้ง
ส่วนญาติทางฝั่งพ่อนั้นก็พอมีญาติห่างๆอยู่บ้างแต่ก็แทบไม่รู้จักกันเลย นั้นก็เพราะพ่อของโชคนั้นเป็ลูกชายเพียงคนเดียว และพ่อแม่ของท่านก็จากไปนานแล้ว
รถกระบะของป้าแก้วค่อยๆเลี้ยวเข้าบ้านก่อนจะผ่านถนนที่ปูไปด้วยหินเกล็ดสีฟ้าภายในบริเวณบ้าน ทั้งสองข้างทางมีดอกไม้นานาพันธุ์ปลูกเรียงรายไปทางถนนในบ้าน
ทันทีที่รถนั้นได้จอดลงป้าแก้วก็ช่วยโชคขนของและพาโชคไปยังห้องนอนที่เตรียมไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้ว
ป้าแก้วนั้นมีบ้านอยู่สองหลัง หลังทางด้านหลังจะเป็บ้านพัก ส่วนหลังทางด้านหน้าก็เป็ร้านข้าวราดแกง บริเวณบ้านก็ดูร่มรื่นเพราะมีต้นไม้และดอกไม้เต็มไปหมด
ป้าแก้วเห็นว่าโชคนั้นเดินทางมาทั้งคืนแล้ว จึงให้โชคนั้นนอนหลับพักผ่อนไปก่อน เอาไว้ตื่นมาค่อยมาพูดคุยกันใหม่
ป้าแก้วนั้นอยู่เพียงลำพังในบ้านหลังนี้ ว่ากันว่าคนรักของป้าแก้วนั้นเสียไปั้แ่แกยังสาวๆ ซึ่งตอนนั้นทั้งสองคนยังไม่ทันได้แต่งงานกันเลยด้วยซ้ำ มาจนถึงปัจจุบันป้าแก้วก็อยู่ในวัยกลางคนแล้ว แต่อย่างไรแกก็ไม่ได้ให้ความสนใจในเื่ความรักของตนเองอีกเลย
ป้าแก้วแม้อยู่ลำพังแต่ก็ขายกับข้าวมาหลายสิบปีแล้ว ด้วยที่แกเป็คนอัธยาศัยดีพูดจาเก่งเลยทำให้เวลาโชคมาอยู่ด้วยแล้วจะมีความสุขทุกครั้ง
โชคไม่ได้เลือกเรียนต่อมอปลาย แต่เลือกเรียนต่ออาชีวศึกษา นั้นก็เพราะมีสถาบันศึกษาอยู่ใกล้บ้านป้าแก้ว อีกทั้งโชคเองก็อยากเรียนสายวิชาชีพที่ตัวชื่นชอบมากกว่ากลับไปเรียนภาพรวมในแบบที่ผ่านๆมา
โชคเลือกเรียนในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นั้นก็เพราะว่าโชคนั้นชื่นชอบเทคโนโลยีในด้านการสื่อสารเป็พิเศษ
โชคตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ใกล้เที่ยงแล้ว โชดค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอนและเริ่มจัดเก็บข้าวของตนเองที่ได้ขนมา
หลังจากจัดการเสร็จสรรพโชคก็ไปล้างเนื้อล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไปหาป้าแก้วที่ขายข้าวราดแกงที่ร้านหน้าบ้าน
เมื่อโชคไปถึงก็เห็นว่าป้าแก้วนั้นกำลังวุ่นวายอยู่กับการขายกับข้าว เพราะตอนนี้เป็เวลาเที่ยงลูกค้าเลยค่อนข้างแน่นเป็พิเศษ
โชคนั่งลงบนโต๊ะที่ว่างและหยิบมือถือขึ้นมาดู หน้าจอบนโทรศัพท์ของโชคนั้นยังเป็ภาพรวมครอบครัวที่ดูกี่ครั้งก็ยังคงชวนให้รู้สึกคิดถึง
โชคยิ้มออกมาอย่างมีความสุข นี่ก็ผ่านมาครึ่งปีแล้วที่ท่านทั้งสองคนจากไป โชคตอนนี้ถือว่าพอทำใจกับเื่ราวเหล่านี้ได้แล้ว
โชคกดเปลี่ยนภาพหน้าจอมือถือให้กลับไปเป็ค่าเริ่มต้นจากโรงงานอีกครั้ง นั้นเพราะโชคเองก็ไม่อยากให้ตัวเองนั้นจมอยู่กับอดีตที่เลวร้ายนี่อีก การย้ายมาครั้งนี้โชคตั้งใจว่าจะเริ่มต้นและใช้ชีวิตของตนเองต่อไปให้มีความสุขดั่งที่พ่อแม่ค่อยพูดให้ฟังบ่อยๆ
จานข้าวราดแกงเขียวหวานของโปรดของโชคถูกวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะค่อยๆถูกลากเข้าไปหาโชคอย่างเบามือ
โชคหันไปมองป้าแก้วที่กำลังยิ้มแย้มให้ก่อนจะยกมือกล่าวขอบคุณป้าแก้วอย่างนอบน้อม ป้าแก้วลูบหัวโชคครั้งหนึ่งก่อนจะว่าพูดไม่ให้โชคต้องทำตัวเกร็งใจกันแบบนี้ เพราะหลังจากนี้ก็ต้องอาศัยอยู่ร่วมกันแล้ว ป้าแก้วสัญญาว่าจะดูแลโชคให้ดีที่สุด
โชคที่รับฟังอยู่ก็ตอบขานรับป้าแก้วก่อนที่ป้าแก้วจะหันหลังกลับไป เพราะว่าตอนนี้มีลูกค้ากำลังเข้าร้านอีกหลายคน
แกงเขียวหวานของป้าแก้วนั้นอร่อยยิ่งกว่าของใครๆ โชคที่ชื่นชอบเมนูนี้เป็พิเศษอยู่แล้วยิ่งมาเจอสูตรของป้าแก้วก็ยิ่งชอบใจ ข้าวสวยนุ่มๆอุ่นๆราดแกงเขียวหวานเป็อะไรที่อร่อยมากจริงๆ
ผ่านไปหนึ่งเดือนโชคก็เปิดภาคเรียนตามปกติ โชคตอนนี้ได้มอเตอร์ไซต์เกียร์ออโต้สีขาวคันใหม่ ซึ่งป้าแก้วก็พึงจะซื้อให้ เพื่อว่าโชคนั้นเวลาเดินทางไปไหนมาไหนจะได้เดินทางสะดวก
บ้านป้าแก้วนั้นถึงแม้จะอยู่ในอำเภอเมือง แต่ที่นี่รอบๆก็ยังมีทุ่งนาของชาวบ้านเต็มไปหมด โชคเองก็ชอบขี่รถเล่นไปตามถนนหนทาง เพราะที่นี่บรรยากาศดีมากๆ ไม่ว่าจะขับผ่านไปกี่รอบก็ไม่น่าเบื่อ ไม่เหมือนตอนอยู่กรุงเทพ การขับรถนั้นไม่ได้สนุกและผ่อนคลายแบบนี้
เช้าวันเสาร์ป้าแก้วก็ได้พาโชคไปงานบุญที่วัด โชคนั้นไม่เคยเข้าวัดในงานบุญประจำปีมาก่อน พอไปถึงทางเข้าก็พบว่ามีผู้คนมากมายมาร่วมงาน ทำให้โชคตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่ใช่น้อย
โชคช่วยป้าแก้วยกของที่เตรียมมาจากท้ายรถกระบะ ก่อนที่ทั้งสองคนนั้นจะเดินมุ่งตรงไปยังงานวัด
ทางขึ้นวัดนั้นมีบันไดหลายสิบขั้น ซึ่งตลอดทางเดินก็ถูกตกแต่งด้วยงานประติมากรรมที่งดงามตามฉบับคนล้านนา
โชคที่เดินตามหลังป้าแก้วค่อยๆขึ้นบันไดไปทีละขั้น แต่หลังจากขึ้นบันไดไปได้ประมาณหกเจ็ดขั้น อยู่ๆโชคก็หน้ามืดและค่อยๆล้มลงตกบันไดแล้วหมดสติไป
ตอนนี้เหมือนโชคกำลังตกอยู่ในความฝัน ในนี้โชคเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินผ่านประตูศาลเ้าญี่ปุ่นสีแดง และหลังจากเดินผ่านประตูนั้นไปเธอก็ค่อยๆเดินลงบันไดทีละขั้น และตอนนั้นเองอยู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็เป็ลมล้มพับก่อนจะตกบันไดและหมดสติลง
โชคสะดุ้งและตื่นขึ้นมาจากความฝัน นี่เป็ฝันที่สมจริงมากๆ เหมือนยังกับว่าโชคนั้นเป็ผู้หญิงคนนั้นเสียจริงๆ
“ ตื่นแล้วเหรอลูก ”
เสียงป้าแก้วพูดออกมาอย่างเป็ห่วง ก่อนที่ป้าแก้วจะใช้มือมาจับลงที่แขนของโชค
โชคหันไปมองป้าแก้วอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกแปลกๆ ตอนนี้โชครู้ตัวแล้วว่าตาซ้ายของตัวเองนั้นมองไม่เห็นอะไร หลังจากโชคบอกเื่นี้ให้กับป้าแก้ว ป้าแก้วก็รีบไปแจ้งเื่นี้ให้คุณหมอทราบโดยทันที
เมื่อคุณหมอมาถึงก็ได้ลองเอาไฟฉายอส่องตาซ้าย แต่ทว่าโชคนั้นกลับไม่รู้สึกถึงแสงสว่างที่ส่องเข้ามาเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้คุณหมอให้โชคนั้นนอนพักผ่อนไปก่อน เอาไว้เดี๋ยวคุณหมอค่อยกลับมาตรวจละเอียดอีกครั้งภายหลัง เพราะอาการของโชคนั้นค่อนข้างแปลก ทุกอย่างก็คล้ายดูว่าจะปกติแท้ๆ แต่กลับมองไม่เห็น