ตอนที่ 19 จิตใจคนถ่อย (1)
ความจริงแล้วเรื่องนี้เริ่มจากเมื่อวาน
ฟางเจ๋อออดิชั่นไม่ผ่าน หลี่ว์ซิ่งจึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แล้วจัดการเขาแบบไม่ไว้หน้า พอกลับไปบนรถก็เริ่มนึกเสียใจขึ้นมา
ไม่ว่าอย่างไร ฟางเจ๋อก็คือศิลปินในมือที่เขาทุ่มเทกายใจดึงมาจากจ้านสี่ไหล พอมาอยู่กับเขาก็ถือว่าเป็นศิลปินที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดคนหนึ่ง แต่ในฐานะผู้จัดการแล้วเขาคงพูดขอโทษไม่ได้ ดังนั้นจึงหันมาปลอบใจฟางเจ๋อ และรับรองว่าจะช่วยหาโอกาสที่เหมาะสมอีกที
ฟางเจ๋ออยู่มาจนถึงวันนี้ได้ แน่นอนว่าไม่ใช่คนที่ดูสถานการณ์ไม่เป็น สุดท้ายตอนที่ทั้งสองคนลงจากรถมา ก็จบเรื่องนี้ไปได้และกลับมากลมเกลียวกัน
แต่เรื่องก็ช่างบังเอิญ ตอนที่ทั้งสองกลับมาที่บริษัท กลับพบจ้านสี่ไหลผู้จัดการคนก่อนของฟางเจ๋อเข้าพอดี
อีกฝ่ายรู้ว่าทั้งสองคนไปออดิชั่นเรื่องบทลงโทษของปีศาจมา เห็นสีหน้าก็รู้ว่าไม่สำเร็จ จึงรีบแสดงทีท่าว่า ‘นายไม่ดี เขาไม่ดี ฉันนี่แหละอารมณ์ดี’ ออกมา และยังเริ่มเยาะเย้ยพวกเขาทั้งสองคนอย่างไม่ไว้หน้า
ความจริงที่เขาคิดก็คือตนผลักดันฟางเจ๋อตั้งแต่เป็นศิลปินหน้าใหม่ พอตอนนี้เริ่มมีชื่อเสียงกลับลืมบุญคุณคน เรียกว่าเป็นคนไร้หัวใจ ไร้ยางอายและไร้เหตุผลสิ้นดี!
ที่ย้ายไปอยู่ในการดูแลของหลี่ว์ซิ่งไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นน้องเขยของผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทเหรอ แล้วเป็นอย่างไร เขาหาสิ่งดีๆ มาให้ได้ไหมล่ะ
พูดแล้วก็เป็นเพราะหลี่ว์ซิ่งไร้ความสามารถ ต้นกล้าดีๆ พอไปอยู่ในมือก็ทำจนเสียหายหมด
เดิมหลี่ว์ซิ่งเองก็มีความโกรธอัดแน่นอยู่เต็มอกแล้ว ทั้งยังเพราะต้องแสดงท่าทีอ่อนข้อลงมากับฟางเจ๋อจึงยิ่งอัดอั้นหนักขึ้นอีก ตอนนี้เห็นจ้านสี่ไหลที่ปกติก็ไม่ชอบหน้าอยู่แล้วกล้าเข้ามาท้าทายต่อหน้าก็ระเบิดโทสะทันที “ดีนี่! นายว่าฉันหลี่ว์ซิ่งไม่มีความสามารถ ทำต้นกล้าดีๆ เสียหายหมด ถ้านายจ้านสี่ไหลมีความสามารถ ฉันจะเอาขยะให้นายลองไปฝึกดูว่าจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ไหม!”
ทั้งสองคนทะเลาะกันไปมา และเปลี่ยนสัญญาของมู่ชิงไปอยู่ในมือของจ้านสี่ไหลแทน พอจัดการเสร็จสิ้น หลี่ว์ซิ่งยังพูดกับจ้านสี่ไหลอย่างภาคภูมิใจด้วยว่า “ต่อไปนายอย่าเที่ยวมาโทษว่าฉันไปเอาคนของนายมาอีกละ พูดตามตรง มู่ชิงที่ให้นายไปหน้าตาดีกว่าฟางเจ๋อมาก การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ถือว่าพี่ดูแลนายแล้วกัน แต่พูดไปแล้ว มู่ชิงคนนี้ไม่ใช่แค่ขยะธรรมดานะ ตอนนี้ไปอยู่กับนาย อย่าว่าแนวหน้าเลย ต่อให้เขาขึ้นเป็นนักแสดงระดับสองระดับสามได้ ฉัน หลี่ว์ซิ่งก็จะยอมรับว่านายมีความสามารถ แล้วจะคุกเข่าให้นายต่อหน้าคนทั้งบริษัทเลย!”
เรื่องนี้ก็ตกลงกันสำเร็จไปต่อหน้าทุกคน สุดท้ายยังไม่ทันจะเลิกงาน หลี่ว์ซิ่งกลับได้รับข่าวว่ามู่ชิงออดิชั่นผ่าน และกำลังจะได้เล่นบทม่อยวน ข่าวนี้ทำเอาเขามึนงงไปเลย พอคิดถึงว่าก่อนหน้านี้ได้ส่งหนังสือสัญญาของมู่ชิงออกไปเขาก็แทบอย่างจะตบหน้าตัวเองแรงๆ...เขาเสียใจจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว!!
พอได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขามองหลี่ว์ซิ่งที่หาเรื่องอีกฝ่าย ทั้งยังเอาแต่พูดว่าตนเองถูกมู่ชิงกับจ้านสี่ไหลรวมหัวกันเล่นงาน เซ่าอี้ผิงก็ถึงกับหมดคำจะพูด
เดิมทีเขาเองก็ไม่ค่อยจะชอบใจหลี่ว์ซิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้อย่าว่าแต่จะให้เห็นใจเลย เขายังแทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ และส่งคำว่าสมน้ำหน้าตัวโตๆ ให้เลยด้วยซ้ำ!
น่าเสียดายที่เขาเองก็ได้แต่คิด หลี่ว์ซิ่งคนนี้ถึงจะน่ารำคาญ แต่ว่าพี่เขยของอีกฝ่ายคือผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท อย่างไรก็ควรจะไว้หน้าไว้บ้าง ดังนั้นแม้จะรู้ว่าวันนี้ที่หลี่ว์ซิ่งมาหาตนก็เพื่อจะมาโวยวายอย่างไร้เหตุผล แต่เขากลับลังเลขึ้นมา และไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี