ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 2 : 10,000 ก้าว ข้าเปิดประตูออกมารับแสงอาทิตย์แรกที่สาดส่องสว่างไสวไปทั่ว วันใหม่ได้มาถึงแล้ว พร้อมกับเสียงสัญญาณดังติ๊ด ๆ เบาๆ “ 6 โมงเช้า ของฤดูใบไม้ผลิวันที่ 1 เดือน 1 บอกเวลาได้ด้วยเหรอเนี่ย ก็ดี. . . นึกว่าจะต้องทำภารกิจมาอัพเกรดระบบบอกเวลาก่อนซะแล้ว ” หลังดูตัวเลขดิจิตอลสีดำบนนาฬิกาเสร็จ ข้าก็เอี้ยวตัวไปปิดประตู ก่อนจะโดดข้ามบันไดเตี้ยๆมายืนหน้าบ้าน พร้อมสูดหายใจเข้าลึกๆ ซึมซับบรรยากาศยามเช้าที่สดใส แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ จากนั้นจึงเริ่มนับก้าวแรกด้วยเท้าซ้าย ก้าวที่สองด้วยเท้าขวา โดยมีจุดมั่งหมายคือเดินวนเป็นวงโคจรเหมือนโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ แต่ข้าจะเดินวนหมุนรอบบ้าน การเดินรอบแรกนั้นใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็เสร็จ นับได้ 257 ก้าว เพราะเดินวนห่างจากตัวบ้านไม่ถึง 10 เมตร จากนั้นก็เริ่มเพิ่มระยะห่างขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะเดินข้าก็ต้องคอยนับก้าวไป ระวังพื้นตรงหน้าที่เต็มไปด้วยวัชพืช เศษหิน เถาวัลย์ทั้งแบบเรียบเนียน และแบบมีหนามแหลม รวมทั้งพื้นดินบางแห่งยังเป็นหลุม เป็นบ่อ บ้างก็เป็นเนิน หรือมีหินก้อนใหญ่มาขวา งก็ต้องเดินอ้อมบ้าง “ 1,000 ก้าวแล้ว ! แต่น่าแปลก ไม่เหนื่อยเลย ทั้ง ๆ ที่ปกติเดินแค่ไม่กี่นาทีก็จะเหงื่อออกแล้ว . . . ร่างนี้คงแข็งแรงดีสินะ สมแล้วที่เป็นร่างอวตารแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่ ” หลังเดินครบพันก้าว ข้าก็หยุดยืนบนพื้นที่รายล้อมด้วยวัชพืช ห่างจากหลังบ้านมาเกือบ 100 เมตร พลางใช้มือลูบไล้ตามร่างกายที่ไม่มีเหงื่อไคลไหลย้อยเลยสักนิด ก่อนจะจิ้มนาฬิกาเพื่อตรวจสอบหน้าภารกิจว่าจะผ่านภารกิจ และได้เครื่องนับก้าวมาจริงไหม ? “ ได้จริงด้วยล่ะ ว้าว ! ” ข้าอุทานอย่างตื่นเต้นก่อนจะจิ้มรับของรางวัล เครื่องนับก้าวลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเงิน ยาวประมาณนิ้วชี้ กว้างประมาณนิ้วก้อยข้าก็ลอยออกมาจากจอ ข้าเอื้อมมือขวาไปคว้ามาถือไว้ พร้อมลองจับๆขนาดของมันที่เต็มไม้เต็มมือดี หน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกลางที่เป็นสีดำก็เรืองแสงสีขาวออกมา ก่อนจะมีตัวเลขที่ใช้ฟอนต์เหมือนเถาวัลย์เลื้อยขึ้นจากด้านล่าง แสดงตัวเลข 1,000 ขึ้นมาอย่างสวยงาม พร้อมกับหน้าจอใหญ่ของข้าเรืองแสงพร้อมส่งเสียงติ๊ด ๆ แจ้งเตือน ข้าจึงใช้มือซ้ายไปจิ้มที่มุมซ้ายบนของจอที่เป็นไอค่อนซองจดหมายสีขาว มีเครื่องหมายตกใจสีแดงกระพริบๆที่มุมขวาบนของซอง “ ได้รับเครื่องนับก้าว และข้อมูลของเครื่องนับก้าวเรียบร้อย อืม ดี ๆ มีแจ้งเตือนมาให้อ่านแบบนี้ ”ข้าพยักหน้าสองสามครั้งก่อนจะจิ้มปิดการแจ้งเตือนนี้ไป แล้วเปิดอ่านข้อมูลเครื่องนับก้าวในแท็บสมุดบันทึกที่ตอนแรกนั้นว่างเปล่า มีแค่หน้าว่าง พร้อมไอค่อนสมุด กับกระดาษให้ข้าเขียนเท่านั้น แต่ตอนนี้มีสมุดปกสีขาว เขียนข้อมูลข้างๆว่า “คู่มือเครื่องนับก้าว” ข้าก็ไม่ลังเลที่จะจิ้มมัน “ โห เด้งออกมาเป็นหนังสือให้อ่านจริง ๆได้ด้วย ” ข้าอ้าปากเหวอเล็กน้อย ก่อนจะคิดหาวิธีอ่านว่าจะอ่านยังไง ถือมือเดียวก็กลัวหนังสือจะยับ เลยปิ๊งไอเดีย ลองดันหนังสือเข้าหน้าจอดู หนังสือก็ถูกดูดเข้าไปและหน้าจอก็กลายเป็นหน้าหนังสือให้ ข้ายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะใช้มือซ้ายพลิกปกหนังสือในหน้าจอออกก่อนจะอ้าปากอีกครั้งเมื่อพบว่าหนังสือนี้มีแค่หน้าเดียวเท่านั้น “ หน้าเดียวเองรึ อย่างนี้อย่าเรียกว่าคู่มือเลย เรียกว่าเอกสารประกอบการใช้งานดีกว่า ” ข้าส่ายหัวไปมา ทำให้ผมสีทองพลิ้วไสวไปโดนหน้าอกข้าจนรู้สึกจั๊กจี้ ก่อนจะอ่านเอกสารประกอบการใช้งานที่มีเพียง 5 ข้อได้แก่ 1. เครื่องนับก้าวจะช่วยนับก้าวให้โดยอัตโนมัติ2.ใช้พลังงานแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่ ไม่ต้องชาร์จ ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่3.สามารถพกพาที่ไหนก็ได้ จะในช่องแท็บกระเป๋า ติดบนเสื้อผ้า หรือผสานเข้ากับกำไลข้อมือ4.ทุก ๆ 10,000 ก้าวจะได้รางวัล5. เมื่อเดินครบ 2 ล้านก้าว จะสามารถขอพรจากเทพฮาเดสและเทพีเพอร์ซีโฟเน่ได้ 1 ข้อ “ กว่าจะครบสองล้านก้าวคงหลายเดือนอยู่ ” ข้าปิดเอกสารประกอบการใช้งานที่หุ้มด้วยปกสมุดอย่างดีลง แล้วเก็บมันเข้าแท็บสมุดบันทึกไป ก่อนจะปิดหน้าจอ แล้วจับเครื่องนับก้าวไปวางบนหน้าปัดของกำไลข้อมือที่ดูเหมือนนาฬิกามากกว่า มันก็ถูกดูดเข้าไปพร้อมเสียงติ๊ด แจ้งเตือนว่ามีการอัพเดทของกำไลข้าก็เปิดหน้าจออีกครั้ง แล้วจิ้มไอค่อนซองจดหมายมาอ่านการอัพเดทว่า กำไลข้อมือของข้าได้ผสานกับเครื่องนับก้าวเรียบร้อยแล้ว “ ภารกิจรองของภารกิจแรกเสร็จแล้ว ต่อไปก็เดินอีก 9,000 ก้าวเพื่อให้ผ่านภารกิจแรก และน่าจะได้รางวัลจากการเดินครบ 10,000 ก้าวจากเครื่องนับก้าวด้วย อืม. . . เดินกันต่อเลยดีกว่า ” ข้าเดินต่อโดยไม่สนใจจะนับก้าวเองในใจอีกแล้ว เพราะสามารถจิ้มคำสั่งเครื่องนับก้าวให้แสดงตัวเลขก้าวเดินของข้าขึ้นบนหน้าปัดของนาฬิกาข้อมือได้คู่กับนาฬิกาบอกเวลาปัจจุบันที่ตอนนี้ 7 โมงเช้า “ แม้จะไม่เหนื่อย แต่ก็เบื่อไม่น้อย . . . หาอะไรทำระหว่างเดินด้วยดีกว่า ” ข้าดูนาฬิกาที่แสดงเวลา9 โมงเช้า กับจำนวนก้าว 2,899 ก้าว “ ว่าแต่จะทำอะไรดีนะ . . . ถ้าจะต้องดูแลฟาร์ม ก็ต้องเคลียร์พื้นที่แถวหน้าบ้านให้เป็นดินโล่งๆพร้อมปลูกผัก ถ้าให้เดา หลังเสร็จภารกิจสำรวจ น่าจะมีภารกิจสอนการปลูกผักอยู่ถ้างั้นก็เดินสำรวจรอบ ๆบ้านไป หาไม้ เถาวัลย์ ก้อนหินเหมาะๆ มาเก็บในกระเป๋า เพื่อเตรียมทำอุปกรณ์ถางหญ้าดีกว่า จะให้ใช้ร่างสตรีไปถอนหญ้าก็ออกจะน่าสงสารความนุ่มเนียนของมือ และหญ้าก็น่าจะคันด้วย” ข้าก้าวเดินต่อไปด้วยความเร็วที่ลดลงจากเดิม เพราะต้องก้มๆ เงยๆเก็บของที่น่าจะนำมาใช้สร้างอุปกรณ์ถางหญ้าได้ โดยข้าจะเลือกแต่วัตถุดิบที่สามารถใช้มือหยิบได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก ทำให้ไม่นานนักในกระเป๋าข้าก็เต็มไปด้วยท่อนไม้ เถาวัลย์ หญ้าแห้ง และก้อนหินแบบเรียวๆ ลักษณะคล้ายใบมีดทื่อๆซึ่งข้าจะนำมันมาเป็นมีดหินผูกติดกับด้ามไม้ไว้ถือถางหญ้าแบบเคียว แต่หากข้าผูกหินกับไม้ได้ไม่ดี ก็จะใช้มือเปล่าๆถือหินถางเอา “ ดีจริง ๆ ที่กระเป๋าฉลาด รวบรวมประเภทเดียวกันไว้ในช่องเดียวได้ ” ข้าพูดขึ้นขณะยืนดูกระเป๋าที่ตอนนี้ใช้ไปแล้ว 4 ช่อง จาก 10 ช่อง โดย 4 ช่องแรกนั้นมีไม้แบบต่าง ๆ ที่เป็นไอค่อนท่อนไม้แท่งเดียว มีตัวเลข 54 ห้อยมุมซ้ายล่าง และพอจิ้มเข้าไป หน้าจอข้างล่างจะแสดงรายละเอียดว่าในช่องไม้นั้นมีไม้ลักษณะไหนอยู่บ้าง ซึ่งมันฉลาดล้ำขนาดบอกรายละเอียดของไม้ทั้งขนาดความยาว ความกว้าง ความหนาความชื้น และความทนทานเป็น%ด้วย ซึ่งช่องที่ 2 หิน ช่อง 3 เถาวัลย์ และช่อง 4 หญ้าแห้งนั้นก็บอกรายละเอียดเหมือนกัน แต่ข้าแอบเซ็งเล็กน้อยที่ดันคาดหวังมากไปว่า หินจะบ่งบอกคุณสมบัติของหินว่าเกิดจากแร่ธาตุอะไรเป็นหลัก มีแร่ธาตุอะไรอยู่ข้างใน “ คงต้องรอกำไลอัพเกรดก่อนล่ะมั้ง ” ข้าพูดพร้อมยักไหล่ ก่อนจะออกเดินต่อเวลาผ่านไป ปัจจุบันเกือบเที่ยงแล้ว ข้าก็เดินครบ 10,000 ก้าวเรียบร้อย กำไลก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา ข้ายิ้มอย่างดีใจก่อนจะวิ่งกลับเข้าระเบียงหน้าบ้านไปหลบแดดยามเที่ยงที่เริ่มร้อนๆ แล้วจิ้มหน้าปัดกำไลข้อมือขึ้นมาดูว่าการแจ้งเตือนครั้งนี้คืออะไร “ ผ่านภารกิจหลักภารกิจแรกเรียบร้อย พร้อมกับผ่าน 10,000 ก้าวของเครื่องนับก้าว ดีจัง !” ข้ายิ้มขณะอ่านข้อความในจดหมายแจ้งเตือนสองฉบับ “ ไหนดูสิ ภารกิจหลักจะให้อะไร ” ข้าจิ้มไปที่ภารกิจหลัก จดหมายก็คลี่ตัวเปิดออกมารายงานว่าข้าสำรวจพื้นที่รอบ ๆ บ้านครบ 10,000 ก้าวแล้ว ถือว่าได้เริ่มปรับตัวใช้ชีวิตในร่างอวตารได้ดีขึ้นอีกขั้นแล้ว พร้อมคำเตือนอย่างเป็นห่วงว่าหากมีความรู้สึกแปลกๆในร่างกาย ให้จิ้มที่กำไล แล้วตะโกนเรียกเทพฮาเดส เทพีเพอร์ซีโฟเน่ได้ทุกเมื่อ เพราะอาจมีปัญหาวิญญาณของข้าผสานรวมกับร่างอวตารได้ไม่เสถียร อย่างน้อยคือหน้ามืดเป็นลม อย่างมากคือวิญญาณข้าจะเด้งกลับไปที่ยมโลก และนั่นหมายถึงความล้มเหลวของภารกิจ “ นี่ข้าต้องปรับตัวให้เข้ากับร่างใหม่ให้ได้ด้วยสินะ แต่จะปรับตัวยังไงกัน? ” ข้าเอียงคออย่างสงสัย เพราะข้าไม่รู้สึกผิดแปลกอันใดกับร่างกายใหม่นี้เลย จากนั้นก็เลื่อนข้อความลง มาอ่านรางวัลที่ได้ นั่นก็คือการปลดล็อคภารกิจถัดไป
“ หาอาหารมื้อเช้ารวบยอดมื้อเที่ยงทาน? . . . เอ่อ . . . สงสัยข้าต้องเดินห่างจากตัวบ้านให้มากกว่านี้ ไปในเขตริมป่า น่าจะพอหาผลไม้มากินได้บ้าง ” ข้าปิดจดหมายแรกแล้วเปิดจดหมายฉบับที่สองเพื่อดูว่าการเดินครบ 10,000 ก้าวจะได้อะไรบ้างอย่างตื่นเต้นลุ้นระทึก ซึ่งเป็นความสนุกของการได้เจออะไรที่ไม่อาจคาดเดาได้ ที่ข้าไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว