“ย้อนกลับไปเริ่มแรกว่ากันว่าท่านป้าของเ้านั้นเคยหลับใหลและเพิกเฉยต่อหน้าที่ของตนนางไม่ได้เฝ้าดูแลเทวโลกให้ดีจนทำให้ทุกดินแดนเดือดร้อนกันไปหมดแต่แท้ที่จริงแล้วนางก็แค่ไม่ชอบอะไรมากเื่สมัยนั้นป้าของเ้าไม่เพียงออกหน้าแทนคนในเผ่าและผู้มีหน้าที่อื่นๆซ้ำยังไม่ถือสาเอาความเ้า์ในตอนนั้นแต่นางก็ไม่ได้ข้องแวะกับเขาอีกเลยเช่นกัน...” กามเทพคังเรียบเรียงเื่ราวคราวอดีตให้หลานฟัง
“ในเวลานั้นพ่อและแม่ของเ้ายังไม่ทันได้อภิเษกกันเลย ป้าของเ้ากลับไม่สนใจหาคู่คองซ้ำยังเที่ยวปฏิเสธเทพบุตรมากมายที่มาสู่ขอนางอยู่เรื่อยๆแต่ใครจะกล้าว่านางได้ล่ะ นอกจากพระเทพบิดามารดร”กามเทพคังกล่าวพร้อมกำหนดตรึกนึกในจิต ก็ปรากฏ ชุดน้ำชาและชุดโซฟา ในสไตล์ที่เขาชื่นชอบขึ้นมาแสนอลังการจากนั้นจึงย้ายร่างของเขาประทับลงไปในฉากอันงดงามมือของเขาสะบัดพัดหยกเก็บแล้วพาดขาขึ้นไขว่ห้างสองมือก็พาดพิงโซฟาไว้บรรยากาศนี้ช่างชวนให้เด็กน้อยผู้พบเห็นเกิดความประทับใจในอิทธิฤทธิ์ยิ่งนัก
“ใช่แล้วท่านอาเพราะอย่างนี้ท่านป้าถึงเป็แบบอย่างของข้ามาตลอดข้าใช้ชีวิตอย่างอิสระตามแบบอย่างท่านป้า ฮ่าๆๆๆๆ”กามเทพคังจ้องเข้าไปที่โม่ซือด้วยความไม่เชื่อสายตา อารัมภบทอยู่นานเพื่อทำคะแนนจากผู้หลาน ทว่าหลานกลับชื่นชมท่านพี่ของเขาไปเสียได้
“เอาล่ะๆสมแล้วที่เ้าเป็หลานรักของนาง เ้าถึงได้มีแววตาเช่นนางสินะ”
ผู้หลานไม่ทันได้เข้าใจคำเปรียบเปรยนั้นมัวแต่นั่งยิ้มอย่างชื่นชมยินดี“หลังเหตุการณ์ตอนนั้น เ้า์ไม่เคยมาพบนางอีกเลย จู่ๆก็กลับมีบัญชาให้นางเลือกคู่คอง เพื่อให้เป็ประโยชน์ต่อโลกธาตุนางจะปฏิเสธอย่างไรได้ ในเมื่อนางเองก็ถือเป็เซียนระดับสูงแล้ว คิดๆไปบางทีนางเองก็คงจะอยากเป็มหาภูติธรรมดา ที่ทำอะไรได้ตามใจของนางเสียมากกว่า”ขณะหนึ่งคันฉ่องส่องภพชาติเกิดภาพเื่ราวที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนระหว่างนั้นปรากฏสายปราณเ้าปักษาขึ้นหนึ่งสายจากตัวสัตยามูระ
“เป็ไปได้อย่างไร..ทำไมถึงมีเสี้ยวิญญาจ้าวปักษาปรากฏอยู่ที่นี้ร่วมด้วยคล้ายนาง้าบอกอะไร...” กามเทพคังค่อยๆใช้ฝ่ามือดึงสายปราณนี้ออกจนปรากฏเป็เสี้ยวปีกปักษาขึ้นคันฉ่องเกิดเป็ภาพเ้าปักษาในท้องพระโรงแดน์ขึ้นมาพร้อมกัน
โถงท้องพระโรงแดน์ ประดับประดาไปด้วยทัศนียภาพเบาสบายตาทั้งพืชพันธุ์โดยรอบสถาปัตยกรรมทั้งหมดล้วนสว่างไสวแซมด้วยสีสันเหลือบรุ้งมีชีวิตชีวาในตนในส่วนของโถงภายในประดับประดาไปด้วยประติมากรรมแสงเคลื่อนไหวเรียงรายคละเคล้าอัญมณีสิ่งล้ำค่าคล้ายกับว่าได้รวมสิ่งสวยงามทั้งหลายในจักรวาลไว้ในที่แห่งนี้ ไม่มีดวงอาทิตย์ ไม่มีร้อนไม่มีหนาว ไม่มีกลางคืน มีธารน้ำจัณฑ์เป็มหาสมุทร
“ข้าต่อท่านเ้า์นางไม่ได้มีประสงค์ที่จะมีคู่คองในเวลานี้โปรดพิจารณาโองการนี่อีกครั้งด้วย”
เ้าปักษาที่กำลังกล่าวอยู่กับเ้า์ทำให้อาหลานประหลาดใจอย่างมาก“เ้าปักษา เ้าเป็สหายนางมาช้านาน ข้าเองก็เช่นกันถ้าจะนับจากระยะเวลานับว่าข้ารู้จักนางมาก่อนเ้า สิ่งที่ข้าตัดสินใจเลือกให้นางย่อมเป็ทั้งผลดีต่อตัวนาง ต่อแดน์ และโลกธาตุแล้ว”ในนั้นเองยังปรากฏภาพเ้านาคา์อยู่ร่วมด้วย
“ท่านปักษาไม่ใช่ว่าที่ท่านไม่เห็นด้วยกับการมั่นหมายของข้านี้เพียงเพราะท่านเองก็หวังจะหมายมั่นในตัวนางเช่นกันหรอกหรือ”เมื่อเ้านาคากล่าวดังนั้น เ้าปักษาก็รีบหันไปตอบเ้านาคา
“ในโลกมนุษย์การสมรสของสตรีที่ไม่เต็มใจล้วนน่าอาทรเาาว์ควรที่จะอภิเษกโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินดีด้วยอย่างนั้นหรือหากท่านคิดว่านางจะยินดีรับไมตรีนั้นโดยที่นางไม่เคยมีใจมาพบหน้าท่านเลยแม้แต่น้อย แม้์จะมีราชโองการลงไปหาใช่ว่านางจะยินดีทำ โดยสติปัญญาของนางแล้วท่านเ้า์โปรดพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อน”
เ้าวังนาคา์ถึงกับหน้าถอดสีแล้วเงียบลงทันที “เ้านาคาไหนเ้าบอกว่าคล้ายจะมีหนทางพิชิตใจนางได้อย่างไรเล่า”คำกล่าวนั้นของเ้า์ในคันฉ่องทำให้คนเป็อาและหลานถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง
“ไม่ใช่ว่าแม้แต่เ้า์เองก็เคยปรารถนานางด้วยอย่างนั้นหรือไม่นะ!!! เทพบุตรพวกนี้ เลอะเลือนแล้วจริงๆ” กามเทพผู้เป็อากล่าวทับ
“จริงอยู่ที่ผ่านมานั้นไม่มีเทพภูติ มนุษย์ หรือเซียนตนใดที่ทำให้นางยอมรับการอภิเษกได้แต่นั่นเพราะพวกเขาล้วนพ่ายต่อสติปัญญาของนาง ยามเมื่อเทพบุตรเข้าไปสู่ขอนางกลับตั้งคำถามมากมายให้พวกเขาเมื่อตอบไม่ได้ฝ่ายเทพบุตรเ่าั้ก็พากันจนตรอกหนีหายแต่ก็ใช่ว่านางจะเ้าเล่ห์เพทุบายโดยไร้เหตุไปได้ตลอด เื่นี้ย่อมไม่ยากหากจำกัดให้นางตั้งคำถามและเงื่อนไขได้เพียงสามสิ่ง” เ้าวังนาคา์กล่าวอย่างมั่นใจ
“เ้านาคา์หากท่านคิดอย่างแม่นมั่นแล้วว่า จะสามารถพิชิตสติปัญญาของนางได้ เช่นนั้นเหตุใดไม่ลองให้เทพเซียน ภูติ มนุษย์ทั้งหลายได้ร่วมกันท้าประลองสติปัญญาของท่านไปด้วยเลยเล่า”เ้าปักษากล่าวอย่างดุเดือด
“ดีๆเช่นนั้นข้าจะ...” เ้า์กลับตอบคำเ้านาคา แต่ทว่าไม่ทันได้กล่าวจบพลันปรากฏร่างหนึ่งในชุดเทพเซียนเดินเข้ามาอย่างสง่างามในโถงท้องพระโรงแห่งนี้สตรีนางนั้นดวงหน้าได้รูป วรรณะเปล่งปลั่งเนียนนวลเมื่อประกอบไปกับผมดำขลับของนางยิ่งชวนให้เคลิบเคลิ้มทว่าแลดูละม้ายคล้ายภาพประดับของเทพธิดาในท้องพระโรงแห่งนี้อย่างมาก
“ดูสิกล่าวถึงเซียนจิ้งจอก จิ้งจอกก็ออกมา หลบหนีหน้าไม่มาพบข้าอยู่เป็พันๆ ปี”เ้า์กล่าว
“ข้าอาจมาช้าแต่ไม่ได้พลาดสิ่งที่เทพบุตรท่านนั้นกล่าว”เ้าวังจิ้งจอกกล่าวพร้อมมองจ้องไปยังเทพบุตรนาคานั้นปานประหนึ่งดาบที่เชือดเฉือนลงบนเหล็กกล้าระหว่างเดินเข้าคว้ากาน้ำชาบนบังลังก์เ้า์แล้วพาร่างมาหยุดยังตำแหน่งที่ประทับของเซียนระดับสูงซึ่งเป็ระดับเดียวกันกับเ้าปักษานาคาทั้งสองในมือของนางก็พลันยกจอกสุรานั้นดื่มกินพร้อมนั่งลงวางท่าสบายๆประหนึ่งเป็สถานที่สำหรับตนเพียงผู้เดียว
“ในเมื่อท่านทั้งหลายมีใจอยากประชันปัญญาย่อมไม่ใช่ปัญหาที่ข้าจะต้องคัดค้านถึงกระนั้นเ้า์เองก็น่าจะลงละเล่นการประชันปัญญาเช่นนี้ดูสักหน่อย พวกเราสหายเก่าไยต้องเกรงใจใดๆ กันเล่า” แม้ภาพเบื้องหน้านั้นจะเป็เพียงสุภาพสตรีอันสง่างามแต่วาจากลับมีน้ำหนักไม่ต่างจากเทพบุตร
“ท่านป้าท่านคือแบบอย่างของข้าจริงๆ” โม่ซือชื่นชมออกนอกหน้าจนหางน้อยๆของเขาโผล่ออกมาแสดงความยินดีไปด้วย “ฮ่าๆ นี่สิ ท่านพี่ข้าช่างสง่างามไร้ที่ติ”กามเทพคังร่วมสำทับกับผู้หลาน
“เ้าปักษาเองสนิทสนมกับข้ามาน้อยกว่าท่านเช่นนั้นทำไมนางถึงจะได้รู้ใจข้าไปกว่าท่านได้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะถามถึงคุณใดๆที่มัดใจปวงประชาและสตรีไว้กับพวกท่านได้ แต่คำตอบของปัญหานี้ มิอาจหาได้จากปากหนึ่งชาติภพมนุษย์ข้าจะลงไปบำเพ็ญเพียรหาก เทพ มนุษย์ พรหม ภูติ ตนใดสามารถทำให้ข้าซาบซึ้งคุณธรรมน้ำใจทั้งในภพภูมิมนุษย์และบนดินแดนปรโลกทั้งหลายข้าก็จะลองรับการอภิเษกดูสักครั้ง ดีหรือไม่ท่านเ้าวังมัจฉา”
เ้าปักษาได้ยินดังนั้นก็ผล็อยยิ้มบางๆ กับความเ้าเล่ห์ของสหายตน “แม้ข้าเองจะรู้จักนางมาเพียงน้อยแต่ก็จะลงไปร่วมจุติกับเ้าจิ้งจอกเช่นกันทว่าในฐานะมนุษย์บุรุษ ว่าอย่างไรเ้าวังนาคา” เ้าจิ้งจอกอู๋ิรีบตอบกลับก่อนเ้านาคาจะได้กล่าวถ้อยความใดๆ“เ้าวังนาคา ฮ่าๆ ขออภัยพอดีข้าคงจะจำสับสนกับเ้าวังมัจฉาเห็นพวกท่านมีเกล็ดแบบวับๆ อะไร เหมือนกันใช่ไหม..”
เ้านาคาไม่ได้ด้อยสติปัญญาจึงกล่าวรับ “บุรุษย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยเช่นสตรีข้าจะถือสาเ้าจิ้งจอกาอย่างท่านได้อย่างไรลำพังเกล็ดของข้าคงไม่น่าจดจำเท่าหางน้อยๆ น่าเอ็นดูเช่นท่าน ทว่าการลงไปจุติในครั้งนี้ข้าจะขอเ้า์เป็ผู้เลือกสถานที่จุติด้วยตนเองท่านเลือกวิถีส่วนข้าเลือกสถานที่ดีหรือไม่” เ้า์ที่มัวแต่เพลินมองดวงหน้าของนางก็พลันได้สติคล้อยตามเ้านาคา
“เอาล่ะวันนี้นับเป็วันที่น่ายินดีข้าจะให้ิกวง เทพแห่งดวงดารา มาระบุฤกษ์ดิถีจุติให้พวกเ้ามีใครจะไปจุติยังแดนมนุษย์อีกหรือไม่” จะมีภูติผีิญญาตนใดอีกในท้องพระโรงแห่งนี้ ที่น่าแปลกใจคือเ้า์แม้จะเรียกขานถึงอู๋ิว่าคนสนิทไยมีเพียงยิ้มบางๆ ตอบกลับกันเท่านั้นส่วนสายตาของอู๋ิก็เพียงมองดูอย่างเบื่อหน่ายไม่ทันจบงานรื่นเริงนางก็อันตรธานหายไป
ทว่าภายหลังกลับปรากฏบุคคลปริศนาแต่งกายแปลกประหลาดด้วยผ้านุ่งผืนเดียวไม่มีรอยเย็บและนุ่งห่มแต่เพียงด้านล่างเท่านั้นไม่มีผ้าอาภร้าจะมีก็แต่สังวาลและมาลาสีขาวที่คล้องคอไว้ทว่าดูงดงามผิดไปจากกาลวัฏจักรสมัยเทพเซียนนี้ร่างกายของเขาเป็สีนิลกระจ่างรวบกับออร่าภายนอกเหลือบรุ้งบ่งบอกถึงลักษณะที่ไม่พบเห็นทั่วไปในแดนเซียน์เพียงแต่เทพท่านนี้กลับมาใน่ที่ผู้คนสลายลงแล้วเหลือก็แต่เ้าปักษากับาา์ แม้จะแยกไม่ออก ว่าเป็เทพเซียน เทพบุรุษเทพนารี มนุษย์ หรือ อินทร์ พรหม ยม ั์ ตนใดแต่เมื่อปรากฏขึ้นยังโถงพระโรง์นี้ได้หากไม่ใช่อยู่ในระดับการบำเพ็ญที่เสมอหรือสูงไปกว่า ก็คงจะเป็ภาพลวงตาหรือเป็ผู้มาจากจักรวาลอื่นๆ ได้เท่านั้น
“ข้ามาจาก....”
บุคคลปริศนายังไม่ทันกล่าวสิ่งใดภาพเ้าปักษาในคันฉ่องก็ดับลงเสียก่อนคล้ายมีพลังงานบางอย่างพยายามปิดกั้นมันไว้แม้โม่ซือและกามเทพคังจะพยายามอีกหลายต่อหลายครั้งก็ไม่ปรากฏภาพต่อจากนั้นลางทีเ้าปักษานางคง้าให้เห็นเพียงเท่านี้ซ้ำปราณที่มีเพียงน้อยนิดของเ้าปักษาก็ทยอยลดน้อยลงปีกทิพย์ที่ปรากฏบนร่างสัตยามูระค่อยๆ กระพริบๆ แล้วเลือนหายไป
“เ้าหนุ่มนี้มีขุมพลังลึกล้ำแต่กลับยังไม่สามารถควบคุมให้เสถียรได้ หากในเวลานี้ป้าของเ้ายังคงมีกระแสปราณมั่นคงบริบูรณ์ การประสานที่เกิดจากเตียงหยกเย็นนี้คงจะทำให้การควบคุมกำลังภายในของเขากลับมาสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว”