ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเื่บางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็คนลงมือทำเื่ชั่วร้ายแทนนางเป็แน่
“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเ็ปแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเ็ปมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเ็ปจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม
“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็ครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณ่ล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัว นางจึงได้รีบเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาสวมแล้วรีบไปชำระล้างร่างกายในห้องสำหรับอาบน้ำที่อยู่ในห้องถัดไปในทันที ทิ้งให้คนบนเตียงนอนสิ้นไร้เรี่ยวแรงด้วยสภาพที่ไม่ค่อยจะน่าดูนัก ดังนั้นยามที่เซี่ยโหวเปิดประตูเข้ามาโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของฮวาจื่อเฉิงเขาจึงได้เห็นบุตรชายในสภาพที่เขาไม่เคยจะคาดคิดมาก่อน
“ซานหลาง!” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยเรียกบุตรชายด้วยความตื่นใ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบเจอบุตรชายในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้ ส่วนเซี่ยเหวินหลางเมื่อเห็นบิดาก็รีบส่งเสียงในลำคอแล้วใช้มือกระตุกเชือกส่งสัญญาณให้บิดาช่วยแก้มัดให้เขา เซี่ยจ้งหวายจึงรีบเดินไปดึงผ้าห่มมาปกคลุมสภาพอันไม่น่ามองของบุตรชายก่อนแล้วจึงได้ใช้ดาบในมือฟันเชือกที่ล่ามแขนขาของบุตรชายของเขาเอาไว้ ทันทีที่เป็อิสระเซี่ยเหวินหลางรีบดึงผ้าออกจากริมฝีปากแล้วชี้ไปที่ฮวาจื่อเฉิงที่ติดตามเซี่ยจ้งหวายมาทางด้านหลังในทันที
“จับตัวเขาไว้” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางชี้ไปที่ฮวาจื่อเฉิง ทำให้ลูกน้องของเขาที่ติดตามมาทางด้านหลังรีบช่วยกันจับกุมฮวาจื่อเฉิงเอาไว้ในทันที
“ซานหลาง เหตุใดเ้าจึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้” คำถามของบิดาทำให้เซี่ยเหวินหลางเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหันไปมองฮวาจื่อชิงที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพอดี
นางมองไปทางฮวาจื่อเฉิงก่อน แล้วจึงได้มองเซี่ยจ้งหวายและบุรุษที่นางพึ่งจะล่วงเกิน สุดท้ายแล้วนางก็ดึงเขาให้มายืนอยู่ทางด้านหลังนาง นางคุกเข่าลงตรงหน้าของเซี่ยจ้งหวายแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด นางไม่สังเกตเลยสักนิดว่าในยามนี้ญาติผู้พี่ของนางกำลังพยายามส่งสัญญาณบางอย่างให้นางอยู่
“ขอท่านโหวได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ข้าน้อยผิดไปแล้วเ้าค่ะ แต่ข้ากับบุรุษผู้นี้มีความชอบพอต่อกันด้วยใจจริงจึงได้กระทำความผิดเช่นนี้ ขอท่านโหวได้โปรดปล่อยพวกข้าไปเถิดเ้าค่ะ ตัวข้ามีมลทินแล้วเช่นนี้ไม่อาจจะกลับไปทำให้ท่านโหวและท่านอัครเสนาบดีต้องแปดเปื้อนได้” คำพูดของนางทำให้เซี่ยจ้งหวายมีสีหน้าสับสนและมึนงง เขาก้มลงมาจ้องมองฮวาจื่อชิงก่อนแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามบุตรชายด้วยน้ำเสียงกังขา
“นี่พวกเ้ากำลังทำอะไรกันอยู่ ซานหลางเหตุใดเ้ากับคุณหนูฮวาจึงได้ทำเื่เช่นนี้ อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานมงคลของพวกเ้าแล้วเหตุใดจึงไม่รอให้ถึงวันมงคลเล่า” คำถามของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฮวาจื่อชิงนิ่งงันไป นางเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาสอบถามฮวาจื่อเฉิง เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อเฉิงพยักหน้านางจึงทิ้งร่างลงไปนั่งบนพื้นอย่างหมดท่า นางหันหน้าไปทางด้านหลังแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองบุรุษที่นางพึ่งจะล่วงเกินไปเมื่อครู่นี้
“คนเช่นข้ารอนางมาตั้งสามปีมีหรือที่จะรอต่อไปอีกไม่ได้ แต่เป็คุณหนูฮวาที่อดใจรอต่อไปไม่ไหว สภาพของข้าก็เลยไม่ค่อยจะน่าดูอย่างที่ท่านพ่อเห็น” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงถึงกับเหม่อลอยไปในทันที นางจ้องมองเขาอีกครั้งแล้วก็หันไปขึงสายตาใส่ญาติผู้พี่ของตนเอง
“พี่รอง!” เมื่อเอ่ยจบนางก็แสร้งเป็ลมล้มพับไปในทันที วิธีการที่ดีที่สุดของนางในยามนี้ทำได้แค่เพียงพยายามหมดสติหนีปัญหาไปเพียงเท่านั้น เคราะห์ดีที่นางแอบเก็บเข็มเคลือบยาสลบของฮวาจื่อเฉิงเอาไว้ด้วยกังวลว่าตนเองจะหมดสติได้ไม่แเีนางจึงได้ยอมเสี่ยงใช้เข็มเคลือบยาสลบกับตนเองเพื่อจะได้หลบเลี่ยงความผิดที่นางกระทำในวันนี้
ยามที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่านางนอนอยู่บนเตียงของตนในจวนสกุลฮวาแล้ว เซี่ยเหวินหลางไม่ได้ลงมือคิดบัญชีกับนางอย่างที่นางเคยหวาดกลัว เขาทำแค่เพียงส่งสาวใช้ที่มีพละกำลังมากกว่านางมาคอยดูแลนางถึงสองคน แม้ว่าจะรู้สึกประหลาดใจว่าเซี่ยเหวินหลางสามารถหาสาวใช้ที่มีความสามารถพิเศษเช่นนี้มาคอยดูแลนางได้อย่างไร แต่นางก็ไม่กล้าเอ่ยปากสอบถามออกมา ทำได้แค่เพียงพยายามสงบปากสงบคำรอเกี้ยวรับเ้าสาวของสกุลเซี่ยมารับนางเพื่อเข้าพิธีกับเซี่ยเหวินหลางตามที่สาวใช้ทั้งสองบอกกับนางเพียงเท่านั้น
“หากข้าอยากจะไปหาพี่รองของข้า ข้าจะไปได้หรือไม่” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยถามออกมาเช่นนี้สาวใช้ทั้งสองก็พลันส่ายหน้าแล้วตอบปฏิเสธนางออกมาพร้อมกันในทันที
“ไม่ได้เ้าค่ะ” คำตอบของพวกนางทำให้ฮวาจื่อชิงทอดถอนใจออกมา
เซี่ยเหวินหลางส่งตัวนางกลับเข้าจวนมาอย่างไรนางไม่สามารถรับรู้ได้ รู้แค่เพียงเมื่อตื่นขึ้นมาก็เป็ยามสายของอีกวันแล้ว ทุกคนภายในจวนต่างก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางแอบลักลอบหนีออกจากจวน ทุกคนต่างก็เข้าใจไปในทางเดียวกันว่านางล้มป่วยจนทำให้ปลุกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น ในขณะที่ทุกคนต่างพากันกังวลใจว่านางจะล้มป่วยหนักแถมพวกเขายังตามหาฮวาจื่อเฉิงไม่เจอ ทางจวนสกุลเซี่ยก็ส่งสาวใช้สองคนมาคอยปรนนิบัติฮวาจื่อชิงพร้อมกับฮวาจื่อเฉิงที่ถูกกักตัวในจวนสกุลเซี่ยมาแล้วทั้งคืน แม้ว่าฮวาจื่อเฉิงจะเป็คนทำให้นางฟื้นคืนสติขึ้นมาแต่เขากลับไม่ได้เอ่ยอันใดกับนางมากนักนอกจากจะพูดกับนางว่า
“ท่านอัครเสนาบดีฝากข้ามาบอกกับเ้าว่า่นี้เ้าจงอยู่ในจวนสกุลฮวาอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว อย่าได้ทำสิ่งใดที่เป็การยั่วโทสะของเขา สาวใช้สองคนนี้เขาตั้งใจเลือกมาเพื่อคอยรับมือกับเ้าดังนั้นอย่าได้คิดก่อเื่อีกเป็อันขาด” เมื่อเอ่ยจบฮวาจื่อเฉิงก็เดินจากไปแล้วหลังจากนั้นนางก็ไม่ได้พบหน้าของฮวาจื่อเฉิงอีกเลย