บทที่ 2 ยินดีที่ได้รู้จัก
"ไอ้วา ประกาศผลแล้ว มึงได้เข้าร่วมงานนะ"
เสียงมะเขียกโวยวายออกมาจากด้านนอก
วารัญยังคงงุนงงว่าประกาศอะไร ใครได้อะไรจนต้องรีบลุกออกจากที่นอนมาฟังให้ชัด ๆ
"มึงว่าอะไรนะ"
วารัญเปิดประตูชะโงกหัวออกไปถาม สภาพกึ่งศพเดินได้หลังจากที่เมื่อคืนเขาดันตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับ เลยลากยาวถึงเช้า จนมาสลบไปอีกทีตอนเกือบ ๆ 8 โมง
เรียกว่าใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยแบบสุด ๆ
อาจจะเพราะเหตุผลนี้เขาถึงอยากหาสีสันให้ชีวิตตัวเองบ้าง
"ก็งานมายซันไง มึงได้เข้านะ แถมเป็ยอดสูงสุดอีกต่างหาก สองแสนแปดหมื่นสามพันหกร้อย มึงต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ"
วารัญรีบวิ่งไปแทรกตัวครองหน้าจอโน้ตบุ๊ก เพื่อที่จะได้เห็นกับตาตัวเอง ว่าไอ้ที่เขาตรากตรำลำบากไปแบกมาเมื่อวานมันไม่ได้สูญเปล่า
ยอดซื้อของเขาเป็อันดับหนึ่ง ด้วยยอดสองแสนแปดนิด ๆ ในขณะที่อันดับสองอยู่ที่แสนเก้า ที่เหลือก็ลดหลั่นกันมาจากหลักแสนต่ำสุดอยู่ที่หลักหมื่นต้น ๆ
"แมร่ง แบรนด์ไอ้ตีนเป็ดมันได้ไปเท่าไหร่เนี่ย"
วารัญนึกไปถึงยอดขายที่เ้าของสินค้าจะได้รับเพราะนี่มันแค่ 50 คนที่มียอดซื้อสูงสุด ไม่รวมยอดของคนที่ซื้อไปแล้วไม่ติดอันดับอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่
"รวยเอารวยเอา รวยแล้วไปเปลี่ยนฉลากหน้าเครื่องดื่มมึงด้วยแล้วกัน ขัดหูขัดตาทุกทีเวลาที่ต้องมาเห็น"
"ก็จริงของมึง ชื่อแบรนด์ไม่น่าเป็ของกิน บอกเป็ที่ล้างห้องน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดกูยังเชื่อมากกว่า"
"เออดิ แล้วนี่กูต้องทำยังไงต่อ"
วารัญถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"ส่งหลักฐานยืนยันตัวตนไปที่อีเมลที่เขาทิ้งไว้ ที่เหลือมึงก็ตามรายละเอียดพวกกำหนดการของกิจกรรมต่าง ๆ แล้วก็เตรียมตัวไปงาน"
เขาไล่ระดับสายตาอ่านรายละเอียดอื่น ๆ ส่วนหูก็ฟังมะเขียกอธิบาย
หลังจากที่มะเขียกร่ายยาวขั้นตอนทั้งหมดให้ฟัง วารัญก็จัดการยืนยันตัวตน กับทางเพจ ไม่นานก็มีข้อความตอบรับกลับมาพร้อมแจ้งกำหนดการสำคัญต่าง ๆ ของงานที่จะมีในวันรุ่งขึ้น
ในใจนึกแอบตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะมันเป็งานแรกที่เขาจะไปทำอะไรแบบนี้ และยังเป็ครั้งแรกที่เขาจะได้เจอมายซันตัวเป็ ๆ อีกด้วย
ในรูปยังดูดีขนาดนั้น แล้วตัวจริงจะต้องดูดีมากแน่ ๆ
"มะเขียก”
"อะไรอีก"
"เรียกนิดเรียกหน่อยทำเป็มองตาขวาง น่าเอานิ้วจิ้มตาให้บอด"
ถ้าไม่ติดว่าตัวเองยังต้องอาศัยถามไถ่เพื่อนในเื่นี้นะ วารัญคงด่ามะเขียกไปสักยก โทษฐานเหวี่ยงเพื่อนได้ทุกวินาที
นี่คงเพราะเห็นแก่ความดีที่คอยช่วยเหลือกันอยู่
"พรุ่งนี้กูยืมกล้องมึงหน่อยดิ กูไม่มีกล้อง เดี๋ยวเสร็จจากงานนี้มึงพากูไปซื้อหน่อย"
วารัญมองกล้องสีดำ ยี่ห้อดัง รุ่นยอดนิยม อุปกรณ์ทำมาหากินสุดรักสุดหวงของมะเขียกที่วางอยู่ในตู้
"มึงมันแพง แล้วมึงถ่ายเป็หรือไง เอาไปกดมั่ว ๆ ไม่ได้นะมึง กล้องกูพังขึ้นมาทำไง"
ของของใคร ใครก็หวง แต่ถ้าจะให้ออกไปซื้อตอนนี้ก็ี้เีเต็มที อีกอย่างตัววารัญเองก็ไม่ได้กะจะถ่ายอะไรจริงจังขนาดนั้นแค่คิดว่าตัวเองเป็แฟนคลับแล้วสะพายกล้องไปงานมันดูเท่ดี
"มึงก็สอนกูดิ เอาแบบง่าย ๆ พอถ่ายได้ กูไม่ทำพังหรอกน่า"
"แต่”
"นะ ๆ กูสัญญาว่าจะดูแลอย่างดี หรือต่อให้กูทำพังกูก็มีปัญญาซื้อมาใช้มึงได้แหละน่า เพื่อนมึงรวยไม่รู้หรือไง"
“เฮ้อ”
เสียงถอนหายใจดังออกมาสนั่นห้อง
"ถ้ามึงจะถอนหายใจขนาดนี้เอากล้องมาทุ่มหัวกันเลยดีกว่า"
สุดท้ายมะเขียกก็ยอมจำนน หยิบกล้องตัวโปรดออกมาจากตู้ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะสอนฟังก์ชันง่าย ๆ ให้พอมีชีวิตรอดสำหรับงานวันพรุ่งนี้
วันงาน
เสียงอึกทึกครึกโครม ดูครึกครื้นมากกว่าทุกวัน บรรยากาศภายในห้างแตกต่างกว่าหลาย ๆ ครั้งที่วารัญเคยไปมา มีเหล่าคนทำงาน นักศึกษา ไปจนถึงนักเรียนมัธยมปลาย วัยคอซองเดินไปเดินมาอยู่เต็มไปหมด
บ้างก็แบกกล้อง แบกกระเป๋า เก้าอี้พลาสติกพับได้หลากสีติดตัวมาด้วย
ป้ายไฟแสดงชื่อของบุคคลสำคัญในงานวันนี้ ถูกวางจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม รอกดเปิดสวิตช์เพื่อให้แสงสว่าง
กลุ่มคนที่มารวมตัวกันบริเวณรอบ ๆ งานดูเหมือนจะสร้างความสนอกสนใจ และสะดุดตาต่อเหล่าบรรดาผู้มาใช้บริการห้างในวันนี้ที่กำลังเดินสัญจรผ่านไปมามากพอสมควร
แต่ละคนแยกออกกันเป็กลุ่ม ๆ พากันนั่งคุยนั่งเล่น หัวเราะ พลางผลัดเปลี่ยนกันดูคลิปวิดีโอ ภาพถ่ายจากในมือถือ ยกมือป้องปากกรี๊ดกร๊าดกันเป็ระยะ
เท่าที่สอดส่องสายตาดู วารัญน่าจะเป็เพียงผู้ชายหนึ่งในสิบของงานนี้ ที่เหลือก็มีแต่สาว ๆ ทั้งนั้น
พอมาเจอสถานการณ์จริงก็รู้สึกเขินแปลก ๆ เหมือนกัน
"ขอโทษนะครับ คนที่จะเข้างานต้องติดต่อทางไหนเหรอครับ"
วารัญเดินเข้าไปถามกลุ่มนักศึกษาที่กำลังยืนคุยกันอยู่บริเวณด้านนอก ทุกคนต่างหันมองเขาด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนที่จะส่งยิ้มหวานมาให้
"อ๋อ อีก 10 นาทีเขาจะเปิดโต๊ะลงทะเบียนค่ะ พี่ได้เข้างานเหรอคะ"
"ใช่ครับ"
เมื่อได้ฟังคำตอบจากปากวารัญดูเหมือนทุกคนจะตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
แค่การที่เขาได้เข้าไปในงานมันมีอะไรตื่นเต้นอย่างนั้นเหรอ
"พี่คือแฟนบอยคนที่เป็ยอดท็อปสูงสุดใช่ไหมคะ ที่ชื่อวารัญ"
น้ำเสียงตระหนกจากคนตรงหน้าสร้างความใให้เขาเล็กน้อย
อะไรคือท็อป แล้วอะไรคือแฟนบอย ทุกอย่างที่สาวน้อยพูดมา เขาล้วนไม่เข้าใจทั้งสิ้น
"ครับ พี่ชื่อวารัญ"
สิ่งเดียวที่ตัวเขาพอจะยืนยันกับน้อง ๆ กลุ่มนี้ได้ เห็นจะเป็ชื่อของตัวเขาเองเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นเขาไม่รู้อะไรเลย
ตอนที่คุยกับมะเขียกทางนั้นก็ไม่เห็นพูดถึง
"งั้นพวกหนูขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ ปกติพี่ซันไม่ค่อยมีแฟนบอย แล้วพี่ก็น่ารักมากเลย"
เสียงของนักศึกษากลุ่มนี้ดูเหมือนจะเรียกความสนใจจากคนที่อยู่รอบ ๆ ได้ไม่น้อย
ทันทีที่เธอยกกล้องมือถือมาขอถ่ายรูปกับวารัญ กลับกลายเป็ว่าคนอื่น ๆ ก็มีท่าทีจะเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเหมือนกัน
จาก 2 คนเป็ 10 คน กว่าเขาจะฝ่าดงออกมาได้เล่นเอาเหงื่อแตกไปตาม ๆ กัน
"ไอ้มะเขียก แฟนบอยคืออะไรแล้วอะไรคือยอดท็อป มึงไม่เห็นบอกกูเลยงงไปหมดแล้วเนี่ย"
วารัญหลบมาโทรหามะเขียกในห้องน้ำ หลังจากข้อมูลที่เพื่อนให้มา ดูเหมือนยังไม่ครบถ้วนเล่นเอาเขาเกือบตายที่จู่ ๆ ถูกรุมแบบนั้น
[แฟนบอย เขาเอาไว้เรียกแฟนคลับดาราที่เป็ผู้ชายส่วนยอดท็อป มาจาก Top Spender ก็คือคนที่มียอดซื้อสูงสุดนั่นแหละ]
เสียงจากปลายสายยังฟังดูงัวเงีย ท่าทางสายเรียกเข้าของเขาจะไปปลุกมะเขียกให้ตื่นขึ้นมา
"เออ ๆ โอเคมึง อย่าบอกนะว่านี่มึงเพิ่งตื่นใช่ไหมเนี่ย"
[เออดิ แล้วก็จะนอนต่อด้วย แค่นี้นะ]
“สำหรับผู้โชคดีจาก Top Spender ทั้ง 50 ท่านเตรียมมาลงทะเบียนที่โต๊ะด้านหน้างานได้เลยค่ะ”
เสียงประกาศจากพิธีกรในงานดังขึ้น
ดูเหมือนว่าจะได้เวลาที่ต้องเข้าไปในงานแล้ว
สายตาหลายคู่จับจ้องมองที่วารัญเหมือนเขาเป็ตัวประหลาดก็ไม่เชิง ซึ่งเขาก็พอเข้าใจได้ว่าเขาอาจจะเป็หนึ่งในแฟนคลับที่เป็ผู้ชายแล้วมางานอะไรแบบนี้ แต่เล่นจ้องกันมาแบบนี้ก็ทำตัวไม่ค่อยถูกเหมือนกัน
"คุณวารัญใช่ไหมครับ"
บุรุษชุดดำแขวนป้ายสตาฟ เดินมาหาวารัญด้วยความมั่นใจ ซึ่งก็เป็ที่แน่นอนอยู่แล้วว่าจะไม่ผิดตัว ในเมื่อเขาคือนายวารัญ ผู้ที่มีคำนำหน้าว่านายคนเดียว ใน 50 ผู้โชคดีที่งานประกาศไป
วารัญส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้าตอบรับช้า ๆ ก่อนจะเดินตามหลังสตาฟไปนั่งที่เก้าอี้ของทางงานที่ถูกจัดเตรียมไว้ด้านหน้าสุด
หมายเลขระบุตามที่นั่ง น่าจะมาจากลำดับของคนที่จ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ไปแน่ ๆ นั่นก็หมายความว่า คนที่จะมานั่งข้างเขาก็คือสาวสวยผมยาวสีดำสนิท หุ่นดีชนิดนางแบบยังต้องอ้าปากค้าง หย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ
เธอคนนี้ดูท่าก็จะเป็ที่รู้จักไม่น้อย สังเกตจากเสียงทักทายจากแฟนคลับคนอื่น ๆ ที่เรียกชื่อเธอมาแทบจะตลอดทาง
"สวัสดีค่ะ คุณวารัญใช่ไหมคะ"
"อ๋อ ใช่ครับ”
แล้วก็เป็เธอที่เอ่ยปากชวนวารัญคุย เขาเลยทำได้แค่หันไปตอบตามมารยาท
"ไม่เคยเจอมาก่อนเลย เพิ่งมาตามซันเหรอคะ"
น้ำเสียงที่ฟังแล้วนุ่มหู แต่ทว่าแววตากลับมองมาแปลก ๆ จนวารัญััได้
"ครับ พอดีเห็นว่าน้องเขาน่ารักดีครับ ก็เลยอยากติดตาม"
"น่ารักจัง ฟิล์มตามซันมาเกือบสองปีแล้วค่ะไปทุกงานเลย ไว้งานหน้ามาอีกนะคะ" หญิงสาวยิ้มหวาน
"อ๋อครับ" วารัญได้เพียงส่งยิ้มแห้ง ๆ ตอบกลับเธอไปอย่างไม่รู้จะตอบว่าอะไร
หลาย ๆ คนอาจจะเคยเกิดความรู้สึกที่เวลาได้เจอหน้าครั้งแรกแล้วมันรู้สึกไม่ถูกชะตาและใช่ ในตอนนี้วารัญกำลังรู้สึกแบบนั้น
ก่อนที่บรรยายอันน่าอึดอัดระหว่างเขากับคนที่น่าจะชื่อฟิล์มจะดำเนินไปนานกว่านี้ เสียงพิธีกรบนเวทีก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงกรี๊ดดังสนั่นจากเหล่าแฟนคลับที่ยืนอยู่ด้านนอกรวมถึงเหล่าผู้มีโชคเงินทั้งหลายที่อยู่ด้านใน
วารัญนั่งฟังพิธีกรดำเนินงานไปเรื่อย ๆ โดยกล้องที่เอาคล้องคอมาด้วยยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ใช้งาน
จนกระทั่ง
“ผมว่าทุก ๆ ท่านคงจะพร้อมอยู่แล้ว สำหรับการเจอพรีเซนเตอร์คนแรกของเรา ขอเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือให้กับ มายซัน อิทธิพันธ์ พุทธิอันดา ครับ”
เสียงกรี๊ดดังสนั่นจนวารัญต้องยกมืออุดหู ร่างสูงค่อย ๆ ก้าวขึ้นบนเวที เชิ้ตสีเขียวอ่อนบวกกับกางเกงสีดำ ที่ถ้าเป็คนทั่วไปใส่เสื้อสีนี้อาจจะไม่รอด แต่คนบนเวทีกลับดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ
รอบตัวราวกับมีแสงสะท้อนของบางอย่างที่ทำให้คนคนนั้นดูโดดเด่นขึ้นมา
แววตาสีดำกวาดมองไปทั่วงาน ก่อนจะหยุดอยู่ที่เลนส์กล้องสีดำของวารัญที่ยกขึ้นมาพอดี
ณ วินาทีนั้น เสียงกรี๊ดโดยรอบเงียบหายราวกับมีใครมาปิดสวิตช์ สายตาของวารัญโฟกัสแค่เพียงคนบนเวที ที่กำลังขยับปากร้องเพลงในทำนองที่เขาไม่ได้ยิน เขาจับจ้องที่ใบหน้านั่นอยู่เนิ่นนานราวกับต้องภวังค์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบนเวทีกำลังทำอะไรกัน ไม่ได้ยินในสิ่งที่มายซันกำลังพูดคุยกันเลยสักคำ
นิ้วกดค้างอยู่ที่ปุ่มกดชัตเตอร์ ในหัวมีแต่คำถามที่ดังวนเวียน ว่าทำไมคนคนนั้นถึงได้สมบูรณ์แบบได้ขนาดนี้นะ
วารัญชักจะไม่แปลกใจถ้ามายซันจะเป็ที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน
"คุณวารัญ คุณวารัญครับ คุณวารัญ”
"ห๊ะ อะไรนะครับ"
เสียงะโเรียกของสตาฟปลุกวารัญให้ตั้งสติ
"เชิญบนเวทีครับ"
ก่อนที่เ้าหน้าที่จะผายมือเชิญเขาขึ้นไปบนเวที
"บนเวที ขึ้นไปทำไมเหรอครับ"
"ก็ผู้โชคดี 10 คนที่ยอดสูงสุด จะได้ถ่ายรูปกับน้องมายซัน และพิเศษสำหรับ 5 อันดับแรก จะได้ร่วมกิจกรรม exclusive กับมายซันครับ"
วารัญหันมองผู้ให้คำตอบด้วยตาเบิกโพลงด้วยความใ ตอนส่งใบเสร็จมาไม่เห็นมีใครบอกเลยว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย
แล้วเขาต้องทำอะไร เดินขึ้นไปบนเวทีงั้นเหรอ แล้วกิจกรรมที่ว่าคือกิจกรรมอะไร
"เรียนเชิญครับคุณวารัญ ปรบมือให้คุณวารัญด้วยครับทุกคน"
เสียงปรบมือจากคนในงานเปรียบเสมือนแรงกดดันอย่างดี มันทำให้เขาต้องรีบลุกขึ้นเดินตามสตาฟไปอย่างช่วยไม่ได้
"สวัสดีครับ"
เสียงจากมายซันเป็คนเอ่ยทักทาย วารัญเงยหน้าขึ้นก็เห็นมายซันส่งยิ้มสดใสมาให้เพียงเสี้ยววินาทีแล้วก็ต้องหลุบสายตาลงต่ำ
ทำไมมันรู้สึกประหม่าไปหมดแบบนี้ วารัญได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา
วารัญพยายามบอกตัวเองว่าต้องตั้งสติ จะมาแสดงท่าทีเขินอายแบบนี้ คงได้เป็ลมคาเวที ให้ขายขี้หน้าไปเจ็ดชั่วโคตรแน่ ๆ
เขาพยายามไม่แสดงอาการตื่นเต้น แล้วผ่อนลมหายใจเข้าออกจนอาการประหม่าเริ่มหายไป
สายตาเหม่อมองออกไปในจุดที่ไม่มีคนอยู่ ไม่โฟกัสเสียงพูด ไม่สนใจใคร เหมือนมีแค่เขาคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันได้ผล เมื่ออาการแปลก ๆ ในตอนแรกค่อย ๆ ลดน้อยลงจนเป็ปกติ
"เดี๋ยวคุณวารัญจับฉลากเลยนะครับ ว่าจะได้ทำกิจกรรมอะไรร่วมกับมายซัน"
กล่องใส่ลูกบอลหลากสีถูกยกขึ้นมาบนเวที
วารัญล้วงมือเข้าไปในกล้องแล้วคว้าเอาบอลลูกแรกที่ััโดนมือขึ้นมายื่นให้พิธีกร
"เพิ่งมางานแรกเหรอครับ ปกติผมไม่เคยเห็น"
เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นจากด้านซ้ายมือ
"ครับ”
"ผมไม่ค่อยมีแฟนคลับผู้ชายเลย ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่มา"
เสียงรัวชัตเตอร์ไม่หยุดดังมาจากด้านล่างในจังหวะที่มายซันเอียงตัวมากระซิบคุยกับแฟนบอยของงาน
“และกิจกรรมที่คุณวารัญจะได้ทำร่วมกับมายซัน ก็คือเครื่องดื่มแทนใจครับ”
เสียงพิธีกรประกาศชื่อกิจกรรมซึ่งตัววารัญก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองจะต้องทำอะไร จนกระทั่งทีมงานเอากระป๋องเครื่องดื่มเป็ดตีนเขียวมาให้มายซันถือ
“เดี๋ยวเราจะให้มายซันป้อนเครื่องดื่มรุ่นลิมิเต็ดของเราให้กับคุณวารัญนะครับ เอาให้พิเศษที่สุดแบบที่ไม่เคยทำให้ใครมาก่อนเลยนะครับน้องซัน”
"ยินดีมากครับ"
หลอดสีขาวถูกปักลงในกระป๋องเครื่องดื่ม
มายซันก้าวเท้ามาหยุดยืนตรงหน้าของวารัญ ด้วยความสูงของสองทั้งคนที่ต่างกันค่อนข้างมาก มันทำให้วารัญต้องเงยหน้าขึ้นไปสบตามายซันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ระยะห่างของสองคนมีเพียงกระป๋องเครื่องดื่มกั้นเอาไว้เท่านั้น
มายซันก้มหน้าลงมาเล็กน้อย มือซ้ายถือกระป๋องน้ำเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างจับปลายหลอดมาจ่อที่ริมฝีปากของผู้โชคดี
"ไม่ต้องดูดหมดก็ได้นะ มันไม่อร่อย ผมรู้"
เสียงมายซันกระซิบบอกเบา ๆ
วารัญเผลอยิ้มให้กับคำพูดของมายซันชั่วครู่ ก่อนจะก้มลงดูดเครื่องดื่มตามที่เขาบอก
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของนักแสดงชื่อดัง ทำเอาเขาแทบจะหลุดโฟกัสจากสิ่งที่กำลังทำตรงหน้า
“ไหวไหมครับคุณวารัญ สาว ๆ ข้างล่างเหมือนจะไม่ไหวกันแล้วนะครับ”
แล้วเสียงพิธีกร ช่วยเรียกสติให้กลับมาอีกครั้ง
วารัญรีบถอนริมฝีปากออกจากหลอด โดยมีสายตาแปลก ๆ ของมายซันจับจ้องอยู่แบบนั้น ปลายนิ้วโป้งข้างขวายกขึ้นมาเกลี่ยริมฝีปากวารัญเบา ๆ โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
ราวกับทั้งโลกหยุดหมุน รอบตัวกลายเป็สีขาว มีเพียงดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นที่เขามองเห็น
"เป็อะไรหรือเปล่าครับ"
มายซันสะกิดเบา ๆ ภาพสีขาวที่ปรากฏในตอนแรกหายไป กลับกลายมาเป็บรรยากาศของงานตามปกติ
“เปล่าครับ แล้ว นี่ผมต้องทำอะไรอีก"
วารัญรีบสลัดความคิดบ้า ๆ ออกไปจากหัว
"ถ่ายรูปแล้วก็รับ Photobook พร้อมลายเซ็นผมครับ ว่าแต่นี่คุณโอเคแน่นะ"
มายซันถามย้ำอีกครั้ง
วารัญเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาโอเคหรือไม่โอเค หรือตัวเองกำลังแสดงท่าทีอะไรออกไป สิ่งเดียวที่เขารู้คือเขาอยากลงจากเวทีนี้ให้เร็วที่สุด
"ผมโอเคครับ"
วารัญรีบขยับไปยืนตามจุดมาร์กที่ทางทีมงานบอก
ในวินาทีที่ได้ขยับตัวออกมาห่างจากมายซันก็รู้สึกว่าเริ่มหายใจสะดวกขึ้นไม่ได้เหมือนคนกำลังจะจมน้ำตายในตอนที่ได้ไปยืนอยู่ใกล้ ๆ กัน
“เดี๋ยวน้องซันจะเซ็น Photobook ให้แฟนคลับกันสด ๆ บนเวทีเลยนะครับ เรียกว่าเอาใจกันสุด ๆ ไปเลย”
ในส่วนของพิธีกรยังคงทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
สมุดปกแข็งเล่มสีดำ ที่บันทึกภาพถ่ายของดาราดัง ถูกส่งมาให้วารัญถือ
เขารับมันมาถือไว้ในมือ แล้วค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาคนตรงหน้า อยากจะให้จบ ๆ กิจกรรมตรงนี้ไปสักที ก่อนที่เขาจะรู้สึกใกล้บ้าไปมากกว่านี้
"ชื่ออะไรนะครับ"
มายซันเอ่ยปากถาม
"วาครับ”
"อะไรนะครับ"
มายซันเอียงหน้าเข้ามาใกล้ จนวารัญต้องก้าวถอยหลังหนีด้วยความใ
"ผมชื่อ วารัญครับ"
มายซันกระตุกยิ้มมุมปากแล้วจัดการเขียนชื่อแฟนคลับลงไปบนปกหนังสือภาพถ่ายสีดำ ตามด้วยลายเซ็นประจำตัว
"ชื่อผมสะกดด้วย ญ หญิง นะครับไม่ใช่ น หนู"
วารัญรีบท้วงแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน เพราะเ้าตัวเขียนเสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ครับ แต่เดี๋ยวเอาไว้คราวหน้า ถ้าคุณไม่เขินผม ผมจะเขียนชื่อคุณให้ถูกแล้วกันนะครับ คุณวารัญ"
มายซันพูดเสียงเบาพร้อมกับเอียงหัวอย่างน่ารัก เขาเหมือนเห็นภาพหลอนว่ากลุ่มผมสีดำนั่นมีหูโผล่ออกมาอย่างไรอย่างนั้น น่าแปลกที่รอบนี้แม้อีกฝ่ายจะพูดเสียเบามากแต่คำพูดนั้นมันกลับที่ก้องอยู่ในหูของเขาอย่างชัดเจนทุกคำ
วารัญรีบคว้าของรางวัลขึ้นมากอดแนบอก แล้วเดินลงจากเวทีกลับมานั่งที่เดิม
เป็ความรู้สึกของการที่ได้ขึ้นไปอยู่ตรงนั้นที่มันช่างยาวนานเหลือเกิน
ไม่นานผู้โชคดีคนอื่น ๆ ก็ทยอยขึ้นไปร่วมกิจกรรมตามที่ทางงานจัดเตรียมเอาไว้
ส่วนวารัญลงมานั่งก้มลงมองชื่อตัวเองที่ถูกมายซันเขียนเอาไว้ที่หน้าปก เขารู้ทั้งรู้ว่าชื่อเขาสะกดด้วย ญ แต่ก็จงใจเขียนผิดงั้นเหรอ
ความคิดในหัวที่กำลังตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองคนบนเวทีอย่างช่วยไม่ได้
เป็จังหวะที่มายซันกำลังจ้องมาที่อยู่พอดี
คิ้วข้างขวายกขึ้นพร้อมกระตุกรอยยิ้มมุมปาก ที่ดูยังไงมันก็เป็การกวนประสาทกันชัด ๆ
วารัญได้แต่คิดว่าภาพลักษณ์คุณชายผู้อบอุ่นที่เดินขึ้นมาบนเวทีตอนแรกหายไปไหน หรือนี่มันคือบุคลิกจริง ๆ ของมายซัน
หรือแค่เพราะว่าเขาเห็นเป็แฟนคลับผู้ชาย ก็เลยไม่ต้องเอาใจอะไรมากมายเหมือนแฟนคลับผู้หญิง แบบนั้นหรือเปล่า
“นี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย”
วารัญได้แต่พึมพำออกมาเบา ๆ
เกือบชั่วโมงของ่เวลากิจกรรม ก่อนที่งานจะจบลงด้วยดี ถึงแม้สติที่เหลืออยู่ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ก็ตาม
วารัญเช็กความเรียบร้อยว่าไม่ได้ลืมสิ่งของอะไรใด ๆ แล้วก็คว้ากล้องขึ้นสะพาย พาร่างที่เหลือพลังอันเพียงน้อยนิด เดินลากขาโซซัดโซเซมาที่ลานจอดรถของห้าง คืนนี้กลับไปมีหวังเขาคงหลับเป็ตาย
"คุณวา”
เสียงเรียกของใครบางคนดังมาจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังกดรีโมตเพื่อเปิดประตูรถ
"ครับ”
"นี่ค่ะ คุณวาทำหล่นเอาไว้ ปอวิ่งตามตั้งนานนึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว"
หญิงสาวตรงหน้าเรียกชื่อเขาราวกับว่ารู้จักกันมาก่อน แต่วารัญมั่นใจว่าเขาไม่รู้จักเธอแน่นอน
ในมือเธอถือกระเป๋าเงินใบสีดำที่คุ้นตาเป็อย่างดีเพราะมันคือกระเป๋าของวารัญเอง
นี่ทำมันหล่นไปตอนไหนไม่รู้ตัว
"โห ขอบคุณมากเลยนะครับ บัตรในนี้เยอะซะด้วย หายไปคงวุ่นวายแย่"
วารัญรีบรับกระเป๋าเงินมาไว้ในมือแล้วกล่าวขอบคุณเป็การใหญ่
"เราชื่อโอปอนะคะ เป็แฟนคลับมายซันเหมือนกัน ยังไงเอาไว้เจอกันงานหน้านะคะ"
โอปอจัดการแนะนำตัวเสร็จสรรพแล้ววิ่งหายไปอีกด้านของลานจอดรถ
แฟนคลับแต่ละคนของมายซันที่เขาเจอดูมีอาการแปลก ๆ เกือบทุกคน หรือเพราะว่าเขายังไม่ชินกับสังคมของพวกคนกลุ่มนี้กันแน่
วารัญมองตามหลังร่างเล็กที่เดินหายไปแล้วสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัว หันมาเปิดประตูก้าวขึ้นรถไปนั่งประจำที่คนขับ
ถึงเวลาเดินทางกลับคอนโดมะเขียกได้สักที..
วันนี้หมดแรงแล้วจริง ๆ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
รุ่งเช้า
เสียงข้อความแจ้งเตือนดังมาจากโทรศัพท์มือถือไม่หยุด จากที่ตั้งใจจะนอนกลิ้งทั้งวันหลังจากที่หมดแรงจากงานเมื่อวาน กลายเป็ต้องคว้าโทรศัพท์มากดเปิดดู ว่าใครมันส่งอะไรกันมานักหนา
ปกติโทรศัพท์มือถือวารัญเงียบนิ่งกว่าเป่าสาก นาน ๆ จะมีคนโทรเข้ามาสักที ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เื่งาน ก็จะเป็พ่อกับแม่ หรือไม่ก็เป็มะเขียกโทรมาถามปัญหาโลกแตก เช่น วันนี้จะกินอะไร
หน้าจอสว่างขึ้นหลังจากถูกปลดล็อก
ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันรูปเครื่องหมายกากบาทเด้งขึ้นมานับร้อยข้อความ เป็การแจ้งเตือนจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นจากแอ็กเคานต์ของตัววารัญเอง และนั่นก็ทำให้เขาตาสว่างแทบจะทันที
คนพวกนี้มาจากไหนกัน
วารัญไล่ดูปริมาณผู้ติดตามที่มากดฟอลเกือบ 600 คน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขามีผู้ติดตามไม่ถึง 20 คนด้วยซ้ำ
ตามมาด้วยแจ้งเตือนข้อความที่ถูกพูดถึงเขาอีกนับไม่ถ้วน
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
ชายหนุ่มเริ่มใเพราะดูเหมือนว่ายอดผู้ติดตามในหน้าส่วนตัวของเขา ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หยุด
"มะเขียก ไอ้มะเขียก!"
วารัญรีบวิ่งออกมาจากห้องตัวเองเพราะกำลังทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอไปทำอะไรไม่ดีเอาไว้หรือเปล่าถึงขนาดไม่กล้าเปิดอ่านด้วยซ้ำว่าข้อความที่ส่งมาเขาพิมพ์อะไร จนต้องร้องเรียกให้เพื่อนช่วย
"อะไรอีก!”
เสียงหงุดหงิดดังสวนขึ้นมาทันที
"มึงดูให้กูหน่อย เนี่ยคนมาจากไหนไม่รู้ มีทั้งเมนชัน ทั้งส่งข้อความ มาหากู กูไม่กล้าเปิดอ่าน กลัวเขาส่งมาด่ากู งานเมื่อวานกูว่ากูก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะมึง"
น้ำเสียงลนลานจนทำให้เพื่อนสนิทใไปด้วย
"มึงใจเย็น ๆ ก่อนมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ไหนเอามาให้กูดูดิ"
มะเขียกคว้ามือถือไปจากวารัญ แล้วไล่กดเปิดอ่าน ข้อความ ต่าง ๆ อยู่สักพัก
"ว่าไงมึง"
เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"มึงเอาไปดูเองเถอะ ไม่มีอะไรหรอก เขาก็แค่ต้อนรับมึงในฐานะแฟนบอยของด้อมคนใหม่ อีกอย่างรูปที่มึงลงเมื่อวานมายซันก็มองกล้องมึงแทบทุกรูป แฟนคลับก็เลยมารีกันไปเยอะ"
มือถือถูกส่งคืนมาให้เ้าของพร้อมหน้าไทม์ไลน์ที่นอกจากภาพของมายซันแล้ว ยังมีภาพถ่ายของเขาในงานเมื่อวานด้วย
“นี่กูโดนแอบถ่ายรูปไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ"
ชายหนุ่มบ่นพึมพำ
ภาพที่ปรากฏมีทั้งตอนที่นั่งอยู่ด้านล่าง ตอนขึ้นเวที จนถึงตอนที่เดินอยู่นอกงาน เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็จุดสนใจขนาดนั้น
"ไปงานวันเดียวกลายเป็คนดังเลยนะมึง"
รูปประโยคที่ฟังดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจล้อเลียนเพื่อนสนิท
"ไม่ได้อยากดังไหม แล้วมันไม่แปลกอะไรใช่ไหมวะ"
วารัญยังคงรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามันคือเื่ปกติของวงการนี้ เลยถามย้ำอีกสักครั้ง
"ไม่แปลกหรอกมึง สาว ๆ แค่ตื่นเต้นตามประสา ทุกคนดูจะชอบมึงนะ มีแต่บอกว่ามึงน่ารัก ขนาดมายซันยังมาพูดถึงมึงเลย"
เขาเกือบจะไม่ใส่ใจในประโยคของมะเขียก ถ้าดันไม่มีชื่อบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง
“มึงว่าไงนะ มายซัน พูดถึงเขา พูดตอนไหน แล้วพูดว่าอะไร”
"นี่ไง มายซันเมชั่นรูปที่มึงถ่าย คนรีไปเป็หมื่นแล้วเนี่ย"
มะเขียกหันหน้าจอคอมพิวเตอร์มาให้
หน้าจอแสดงแอปพลิเคชันเดียวกันกับในมือถือ ปรากฏเป็ข้อความตอบกลับตัวอักษรของมายซัน ที่ไปตอบคำถามของแฟนคลับคนหนึ่ง เกี่ยวกับเื่ของวารัญ
MySunn @MySunn • 4h
รีโพสต์ @WaranWi
ไม่รู้เลยว่าคุณแฟนบอยจะถ่ายรูปสวยขนาดนี้
14.09 AM • 32 ก.พ. ×× • 188K ยอดดู
1,670 รีโพสต์ 98 อ้างอิง 862ความชอบ
วารัญได้แต่อ่านข้อความจากหน้าจอมือถือซ้ำไปซ้ำมา ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอะไรก่อนดี นี้สินะความรู้สึกของแฟนคลับที่เมนมาเมนชันถึง
การที่เขาตั้งเป้าหมายว่าจะไปจีบมายซัน ก็กะว่าจะเนียนจีบไปเรื่อย ๆ สัก 2 เดือน ไม่ได้ก็จะถอยไปหาอย่างอื่นทำ ไม่ได้อยากให้มาเป็ที่รู้จักหรือเป็จุดสนใจขนาดนี้
แต่ดูเหมือนว่าความตั้งใจทั้งหมดจะพังลงภายในวันเดียวไปแล้วเรียบร้อย
งานแรก ครั้งแรก สอนให้เขารู้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่อยากเป็จุดสนใจ ทุกคนก็จะหันมาสนใจเราพร้อม ๆ กัน
ดูเหมือนวารัญผู้ที่เรียกร้องสีสันให้ชีวิต จะได้มาหลากหลายสีสันในคราวเดียว สมใจเลยสินะวารัญเอ๊ย
