ตอนที่ 9 วางหมาก (2)
บุตรชายคนโตเยี่ยเซี่ยงติ้งและบุตรคนรองเยี่ยเซี่ยงเจิงล้วนเป็แก้วตาดวงใจของนาง แต่สองพี่น้องท้องเดียวกันกลับมีอุปนิสัยผิดแผกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ปกติไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก
ยิ่งไปกว่านั้นสะใภ้ใหญ่ซุนซื่อไม่พอใจอย่างมากที่นางรักเอาใจเจิงเอ๋อร์ คงจะพูดจาใส่ไฟให้ติ้งเอ๋อร์ฟังอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งทำให้สองพี่น้องไม่สนิทสนมกัน
นึกถึงตรงนี้จูซื่ออดทอดถอนใจไม่ได้ ความสัมพันธ์ของบุตรชายทั้งสองเป็เช่นนี้ บุตรชายคนโตจะยอมช่วยคิดวางแผนให้กับน้องชายหรือไม่
ช่างเถอะ
ตอนนั้นเองจูซื่อฉุกคิดถึงสามีเยี่ยอันไท่ ซึ่งประจำการอยู่ห่างไกลถึงเมืองปิงโจวในเขตเจียงหนาน[1]ขึ้นมาได้ ถ้าหากสามีนางอยู่ที่จิงจ้าวแล้วละก็ เื่นี้คงสำเร็จไปนานแล้ว ยังจะเหลือพื้นที่ให้เรือนสามได้หลงระเริงอย่างนั้นหรือ
น่าเสียดายที่เมืองปิงโจวอยู่ห่างไกลจากจิงจ้าวยิ่งนัก ส่งจดหมายไปกลับยังต้องสิ้นเปลืองเวลามากมาย ก่อนหน้านี้จูซื่อได้เขียนจดหมายแจ้งเยี่ยอันไท่เื่หน่วยองครักษ์อี๋หลวน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการตอบรับอันใดเลย
จูซื่อรู้สึกว่าตนอาจอยู่สุขสงบมานานเกินไป แม้แต่เื่เล็กน้อยเพียงนี้ยังติดขัดไปหมด นี่หากเป็เมื่อก่อน เื่ประเภทนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้
นับแต่นางออกจากจวนฉางซิงโหว ชีวิตก็ราบรื่นเหมือนเดินอยู่บนแพรพรรณมาโดยตลอด ยามนี้เพียงแค่มีเรือนสามของตระกูลเยี่ยมาขวางทาง มีหรือนางจะจัดการไม่อยู่มือ หากเื่นี้ถึงหูมารดาเลี้ยงกับน้องสาวต่างมารดาแล้ว เกรงว่าพวกนางคงได้หัวเราะกันฟันร่วงแน่
จูซื่อนึกอย่างถือดี จนในที่สุดดวงตาเป็ประกายวาววับเมื่อคิดแผนการขึ้นมาได้
นางช่างเลอะเลือนนัก เหตุใดต้องให้เรือนสามเป็ฝ่ายสละสิทธิ์ด้วย ขอเพียงอวี๋เกอเข้าร่วมการสอบคัดเลือกไม่ได้ เช่นนั้นสิทธิ์ที่จะเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนของตระกูลเยี่ยก็ต้องเป็ของเจิงเอ๋อร์เท่านั้น
วิธีทำให้อวี๋เกอเข้าร่วมการสอบคัดเลือกไม่ได้ นางตรองดูแล้วก็พบว่ามีหลายวิธีทีเดียว!
จูซื่อเรียกซงมามามาแล้วสั่งการว่า “ข้ามีงานให้เ้าทำ คราวนี้ระวังให้ดีละ ห้ามพลาดอีกเด็ดขาด!”
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ผ่านไปสองวันแล้ว วันสอบคัดเลือกยิ่งใกล้เข้ามาทุกที
สองวันมานี้เยี่ยจวีเฉียวเรียกตัวเยี่ยอันซื่อและเยี่ยเซี่ยงอวี๋เข้าพบหลายครั้ง จุดประสงค์ก็เพื่อให้เยี่ยเซี่ยงอวี๋ยอมสละสิทธิ์เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวน แต่ผลที่ได้ไม่เป็ไปตามคาด
โชคดีที่ใกล้ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว ระหว่างนี้กรมพิธีการงานยุ่งมาก เยี่ยจวีเฉียวมีเวลาอยู่ที่จวนไม่นานนัก ทำให้เยี่ยอันซื่อและลูกชายพอมีเวลาหายใจได้บ้าง
เดิมทีเยี่ยเซี่ยงอวี๋คิดจะออกไปฝึกฝนนอกจวนเช่นเคย แต่ถูกเยี่ยสุยใช้ข้ออ้างสารพัดรั้งตัวไว้ทุกวัน จึงได้แต่หมกตัวอยู่ในห้องสมุดเล็กของจวนตระกูลเยี่ย เพื่ออธิบายกลยุทธ์การต่อสู้ที่ลึกล้ำยากเข้าใจเ่าั้ให้เยี่ยสุยฟัง
อันที่จริงสำหรับเยี่ยเซี่ยงอวี๋แล้ว นี่เป็การทบทวนอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน เขาจึงยอมตามใจน้องสาว
ยามค่ำคืน ภายในเรือนซีถังเงียบสงัด แต่เทียนยังจุดสว่าง มีเสียงสะเก็ดไฟแตกจากไส้เทียนดัง “เปรี๊ยะเปรี๊ยะ” เป็ครั้งคราว
ค่ำคืนนี้เพ่ยอวี้อยู่เวรกลางคืน หลังจากสาวใช้ในเรือนพักผ่อนกันหมดแล้ว นางก็เข้ามาเหน็บผ้าห่มที่นอนให้เยี่ยสุย จากนั้นรายงานเสียงเบาว่า “คุณหนูเ้าคะ เื่ที่คุณหนูให้บ่าวไปทำ จัดการเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
เพ่ยอวี้ได้รับคำสั่งจากคุณหนูั้แ่เมื่อสองวันก่อน จนถึงบัดนี้จึงทำสำเร็จ โชคดีที่ยังทันเวลา เช่นนี้ย่อมจะช่วยนายน้อยห้าได้แล้วกระมัง
ดวงตากลมโตทั้งคู่รื้นด้วยน้ำตาของเพ่ยอวี้ เป็ประกายระยิบใต้แสงเทียน ขนตางอนยาวกะพริบราวกับผีเสื้อกระพือปีก งดงามยากละสายตายิ่งนัก
เยี่ยสุยสบตานางแล้วกล่าวชมว่า “ทำได้ดีมาก”
นางทราบว่าขอเพียงเป็เื่เกี่ยวกับท่านพี่ เพ่ยอวี้จะตั้งใจปฏิบัติอย่างดียิ่ง เื่นี้ก็เช่นเดียวกัน เพ่ยอวี้ทำได้ดีกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก
เช่นนั้นนางก็จะขอรอดูว่าในวันสอบคัดเลือกจะเกิดเื่อะไรขึ้น!
เชิงอรรถ
^ เขตตรวจการบริเวณทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี โดยไม่ใช่เขตปกครองตามปกติ ครอบคลุมพื้นที่หลายมณฑล ได้แก่ เจียงซู หูเป่ย หูหนาน เจ้อเจียง เจียงซู กุ้ยโจวและบางส่วนของเสฉวน