บทที่ 8 แฟนเธอกำลังจะล้มละลาย
“เอากลับไปเถอะ” จวีซือหนานปฏิเสธเธอในทันที
จวีซือเฝยไม่ได้โกหก โปรเจกต์นี้ทำเงินได้เยอะมากจริง ๆ ทว่าบริษัทฝั่งตรงข้ามก็ต่อรองได้ยากมาก และบริษัทนี้ก็ไม่มีความคืบหน้ามาหลายไตรมาสแล้ว
นับว่างานนี้เป็งานที่ยากที่สุดของบริษัท
จวีซือเฝยคิดคำนวณมาอย่างรวดเร็ว หากมอบงานนี้ให้จวีซือหนาน แน่นอนว่าความสามารถเพียงแค่นั้นของเธอคงทำไม่ได้
ถึงเวลานั้นเธอจะบอกว่าจวีซือหนานทำงานได้ไม่ดี แล้วได้ข้ออ้างส่งตัวกลับไป
เป็แผนที่สมบูรณ์แบบ!
“ไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นหรอก เธอพูดขนาดนั้นแล้ว ยังจะทำดีกับเธออีกเหรอ” น้ำเสียงไม่พอใจดังมาจากมุมห้อง
“คนไม่รู้คงคิดว่าซือเฝยทำผิดอะไรใหญ่โตไว้ซะอีก”
“ก็แค่คนที่กลับมาจากสำนักงานใหญ่ไม่ใช่เหรอ คนไม่รู้ก็คงคิดว่าเธอเป็ประธานบริษัท วางท่าซะขนาดนั้น หยิ่งชะมัด”
ทันใดนั้นคนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มแสดงความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง จนแทบจะด่าจวีซือหนานราวกับไม่ใช่คน
เมื่อเห็นทุกคนต่างมีท่าทีต่อต้าน จวีซือหนานก็หัวเราะเยาะในใจ พลังของสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ในตัวน้องสาวเธอนั้นเพิ่มขึ้นไปทุกที
แต่เธอก็ไม่ได้หวั่นกลัว หากทำไม่ได้ก็แค่ส่งกลับสำนักงานใหญ่ หรือไม่ก็ค่อยหางานใหม่แล้วกัน
การมากลับมาที่นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของเธอั้แ่แรกสักหน่อย
“ขอโทษด้วยนะคะ ทุกคนอย่าไปโทษพี่สาวของฉันเลยค่ะ!” จวีซือเฝยคำนับต่อทุกคน เธอรีบพาจวีซือหนานเข้าไปในห้องทำงานข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ฉันจะพูดความจริงกับพี่แล้วกัน… บริษัทรู้ว่าตระกูลของเรากับบริษัทเหวินห่าวลงทุนร่วมกัน ฉันกลัวว่าหานเกาอี้จะเห็นข้อมูลลับนี้ ดังนั้นพวกเขาเลยไม่ให้ฉันรับผิดชอบงานนี้ ถึงฉันจะอยากทำมาก แต่ก็ต้องจำใจปล่อยไป”
จวีซือเฝยแสร้งเอ่ยด้วยท่าทางเสียใจ
เมื่อได้ยินชื่อหานเกาอี้ หัวใจของจวีซือหนานก็สั่นไหวขึ้นมา
เธอคิดว่าตัวเองจะไม่สนใจผู้ชายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่แค่ได้ยินชื่อของเขา หัวใจของเธอก็ยังเ็ปอยู่ดี
เมื่อเห็นจวีซือหนานมีสีหน้าแลดูสับสน แววตาของจวีซือเฝยก็ฉาบฉายไปด้วยความร้อนรุ่มดั่งไฟเผา จริง ๆ แล้วจวีซือหนานยังสนใจหานเกาอี้อยู่!
ครู่ต่อมา จีซือเฝยก็ปั้นหน้าแสร้งว่าเป็คนดีอีกครั้ง เธอพูดเบา ๆ ว่า “พี่คงไม่รู้หรอก ว่าเกาอี้ถูกพี่ทำร้ายจิตใจมากแค่ไหน ตอนนี้พวกเราอยู่ด้วยกันแล้ว เป็เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นของพี่…”
“พอได้แล้ว ฉันไม่มีเวลาฟังที่มาความรักของพวกเธอหรอก” จวีซือหนานรับเอกสารมา เธอเปิดอ่านคร่าว ๆ แล้วตัดสินใจรับงานนี้ไปก่อน
จวีซือเฝยกระตุกยิ้มร้ายระคนพอใจออกมา
ขณะที่จวีซือหนานกำลังจะหันหลังกลับ ก็พลันสังเกตเห็นข่าวบนไอแพดของจวีซือเฝย
จวีซือเฝยกำลังค้นหาข่าวเกี่ยวกับบริษัทเหวินหาว
ในข่าวระบุว่าบริษัทเหวินหาวกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน พวกเขาต้องดิ้นรนหาเงินมาประคองธุรกิจอยู่บ่อยครั้ง เปรียบเสมือนการเอาเงินจากที่หนึ่งมาอุดหนุนอีกที่หนึ่ง
บริษัทในเครือทั้งหมดตกอยู่ในวิกฤตการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ตอนนี้เหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย
บริษัทเหวินหาวกำลังพยายามหาแหล่งเงินทุนจากภายนอกอย่างหนัก แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจพวกเขาเลย
เธอออกจากประเทศไปเพียงไม่นาน ตอนที่กลับมาก็ยังกังวลอยู่ว่าหานเกาอี้จะคิดแก้แค้นหรือไม่ แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะโดนหนักขนาดนี้
นี่คือสิ่งที่เรียกว่ากรรมติดจรวดอย่างนั้นเหรอ
จวีซือเฝยหันมาสังเกตสายตาของพี่สาว แล้วจึงเคาะแท็บเล็ต พร้อมเอ่ยถาม “ดูจนพอใจแล้วหรือยัง”
“ไม่แปลกใจเลยที่คุณหนูจวีต้องไปคุกเข่าขอทำงานที่บริษัทอื่น เพราะแฟนหนุ่มของเธอใกล้จะล้มละลายแล้วสินะ” จวีซือหนานหรี่ตามองเยาะเย้ยเธอ “น่าเสียดายจริง ๆ อุตส่าห์แย่งของของคนอื่นมาทั้งที แต่ดันได้ของไม่ดีซะงั้น”
“มันไม่ใช่อย่างที่พี่เห็น!” จวีซือเฝยยังคงยืนยันเสียงหนักแน่น “เกาอี้แค่ประสบปัญหาชั่วคราว เขาจะหาทางแก้ แล้วทุกอย่างจะต้องดีขึ้น พี่ไม่รู้หรือไงว่าเขาเก่งแค่ไหน”
“เก่งในการทำเื่เลว ๆ น่ะเหรอ” จวีซือหนานเหยียดยิ้มเยาะ
“พี่ว่ายังไงนะ! ฉันไม่มีวันมองผิดคน และจะไม่ยอมเก็บคนไร้ประโยชน์ไว้เด็ดขาด!”