“พะ... พวกเขาตายยังไงนะ?”
“ถูกสูบกลืนสเปิร์มออกจากตัวจนเกลี้ยง”
แฟรี่ตัวน้อยชนิดนี้เมื่อเกิดมาก็เป็เพศเมียทั้งหมด ดำรงชีพด้วยการดูดกลืนพลังงานชีวิตผ่านทางแท่งสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเพศผู้
ไม่จำเพาะเจาะจงแค่เผ่ามนุษย์เท่านั้น มอนสเตอร์หรือเผ่าพันธุ์อื่น ๆที่มีโครงสร้างใกล้เคียงก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน แม้กระทั่งเผ่าปีศาจยังเคยมีข่าวตกเป็เหยื่อมานับครั้งไม่ถ้วน
“น่ากลัวเกินไปแล้ว! ถ้าเจอเป็กองทัพคงกลายเป็หายนะ!”
“ดาร์กเนส ดอเทอร์ แฟรี่ ถูกขนานนามว่าแฟรี่แก่แดดไร้ยางอายเพราะสาเหตุนี้ โชคยังดี สายพันธุ์นี้มีประชากรไม่มากแพร่พันธุ์ได้ค่อนข้างช้า ตอนกลางวันเคลื่อนไหวเชื่องช้ากว่ากลางคืน เลยมักพบเจอที่โลกภายนอกได้ไม่บ่อยนัก”
ไคน์ไม่ได้อธิบายทุกอย่างจนหมดเปลือก นางฟ้าตัวน้อยเหล่านี้เคยพยายามโจมตีแฟรี่ชนิดอื่นอีกด้วยพวกเธอใช้น้ำเชื้อของแฟรี่ตัวผู้ในการตั้งท้องและใช้เืเนื้อจากเหยื่อเป็สารบำรุงครรภ์
ว่ากันว่าในอดีต ดินแดนแฟรี่แห่งหนึ่งเคยเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่จนเกือบล่มสลายเพราะการมาเยือนของนักล่าในคราบนางฟ้าแสนน่ารัก
“MultiFire Arrow!”
“TwinWind Cutter!”
“SpikeRock Missile!”
“Lethargy!”
ขณะที่วิ่งซิกแซกไปตามแนวป่าจอมเวทย์หนุ่มยิงเวทโจมตีแบบเป็ชุดไปด้านหลังโดยไม่ได้หันกลับไปมอง เกิดเสียงกรีดร้องดังระงมยิงโดนศัตรูหลายตัวได้สำเร็จ
เขาทราบดีว่าเวทยิงระยะไกลซึ่งร่ายคาถาได้ไวจะมีพลังทำลายต่ำ แต่ผลลัพธ์ทั้งหมดอยู่ในการวิเคราะห์อยู่แล้วสิ่งที่คาดหวังคือเวทสุดท้าย เป็ดีบัฟที่ทำให้เป้าหมายเกิดอาการเซื่องซึม
‘แฟรี่ไม้กระดานเหล่านี้มีค่าต้านทานธาตุถึงสี่ชนิด แถมระดับค่อนข้างสูงแต่เวทประเภทไร้ธาตุหรือดีบัฟบางชนิดยังคงมีผลโดยตรงอยู่บ้าง’
ไคน์เข้าใจแบบทะลุปรุโปร่ง หากเป็นักเวทย์ทั่วไป ฝีมือเท่าค่าเฉลี่ยพวกเขาไม่มีทางต้านทานไหว จอมเวทย์บางสายขึ้นไปเท่านั้นถึงจะพอมีสิทธิ์พลิกเอาชนะหรือเอาตัวรอดได้
ไม่พูดถึงอาวุธเย็น ยกเว้นแต่จะใช้เวทโจมตีแบบไร้ธาตุ ธาตุประเภทสายฟ้าหรือเวทมนตร์ทำลายล้างขั้นสูง ซัดกระหน่ำจนกระทั่งการต้านทานลบล้างไม่หมด สุดท้าย คือเวทอันยิ่งใหญ่ระดับSuper-Tier
เวทมนตร์ขั้นสูงจำเป็ต้องใช้ระยะเวลาในการร่าย ส่วนเวทระดับ Super-Tier มีแต่ระดับวีรชนจอมเวทย์ที่มีพลังมานาอันมหาศาลเท่านั้นจึงจะปลดปล่อยออกมาได้สมบูรณ์แบบแถมเวทระดับสุดยอดแต่ละบทเ่าั้ก็ใช่ว่าคนธรรมดาจะหาทางศึกษาได้ง่าย ๆ
ใน่ายุคโบราณก่อนหน้านั้น ‘าหนึ่งร้อยปี’ ได้ถูกบันทึกคร่าว ๆ เอาไว้ว่า จอมปราชญ์สูงสุดทั้งสามของเผ่ามนุษย์ได้สละชีพตนเองผนึกพลังกันเพื่อปล่อยเวทะเิต้องห้ามปราบาามารออเกอร์สามตา
ฝ่ายหลังเกิดความสูญเสีย พอราชันตาย ที่เหลือจึงยอมยุติาหนึ่งในสามของพื้นที่เมืองโบราณซึ่งถูกใช้เป็สนามรบกลายสภาพเป็เถ้าถ่าน ผลของแรงะเิทำให้เกิดแผ่นดินไหวฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว ลอยสูงเหนือก้อนเมฆกลายเป็รูปทรงดอกเห็ด
....
ในที่สุด ห่างจากระยะสายตาไม่ไกล เด็กหนุ่มก็มองเห็นกลุ่มคนจากโบสถ์
“หนึ่ง สอง สาม... สิบคน? ฮ่าฮ่า เยี่ยมเลย พวกเขาทั้งสองปาร์ตี้ดันเดินอ้อมเป็วงกลมแล้วมารวมตัวกันจนได้”
ไคน์ เฮวี่ฮาท รู้สึกผิดคาดนิดหน่อย ทว่าแผนของเขายังเหมือนเดิมแกล้งทำเป็อ่อนแอ ไร้พิษสง แล้วยืมมือคนอื่นให้มาช่วยสู้แทน
“นายจะขอความช่วยเหลือจากพวกนักบวช? ขอยังไง?”
“เพื่อนบ้านกัน ต้องมีพิธีรีตองมากมายด้วยเหรอ วิ่งเข้าไปทั้งอย่างงี้นี่แหละนายทำตามฉันก็พอ”
เด็กหนุ่มจัดสภาพเสื้อผ้าให้มันอนาถ ขยี้เส้นผมบนหัวจนชี้โด่เด่เอาดินเลนป้ายไปมั่ว ๆ เขาสั่งให้นิโคลัสทำเหมือนกัน จากนั้นเร่งฝีเท้าถี่ขึ้น วิ่งไถลลงจากเนินต่ำราวกับจรวด
ตอนนี้ หน้าตาแสนสุขุมพร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยมเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็หวาดกลัวอกสั่นขวัญแขวน แหกปากร้องะโลั่นป่า
“พี่สาว! พี่ชาย! ช่วยพวกเราด้วยครับ!”
สาวกของพระเ้าทั้งสิบคนรีบหันขวับไปทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง พวกเขารู้สึกอึ้งเล็กน้อยเพราะเจอคนแปลกหน้าในบริเวณส่วนลึกของป่า
ฝ่ายมาใหม่ซึ่งกำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเป็เด็กหนุ่มอายุประมาณ 15-16 ปี คนแรกมีสภาพทุลักทุเลเหลือเกินเสื้อผ้ายับยู่ ใบหน้ากับลำคอมีรอยถลอกปอกเปิกประปราย
เด็กผมแดงคนที่สองก็มีสภาพคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ไม่สะบักสะบอมจนน่าสงสารเท่าคนแรกท่าทางดูกระอักกระอ่วนพิกล
“ยังเด็กอยู่เลย พวกเขาเป็นักผจญภัยมือใหม่?”
“น่าจะใช่ คงประมาทเลินเล่อ เข้ามาลึกมากเกินไป ดูเหมือนกำลังหนีตายอะไรสักอย่าง”
“เด็กผมแดงด้านหลังดูคุ้นหน้าอยู่นะ เหมือนฉันเคยเห็นที่ไหน?”
“เด็กผู้ชายผมแดงในเมืองมีตั้งเยอะแยะ แม็ก นายจะคุ้นหน้าทุกคนเลยเหรอไง”
พวกเขาแปลกใจ ทว่ามือที่กำด้ามดาบเอาไว้กลับคายออก ไม่ได้มีท่าทีกีดกันไม่ต้อนรับเพียงเหลือท่าทีระแวดระวังนิด ๆ หน่อย ๆ ตามปกติ
“ใจเย็นสหายน้อย พวกเธอปลอดภัยแล้ว”
“ใช่ ๆ พวกเราเก่งมากเลยนะ”
ไคน์กำลังเสี่ยงดวงอยู่ ถึงแม้จะพลาดแต่ก็คิดเตรียมแผนสำรองเอาไว้เรียบร้อยพอได้ยินพลันยกูเาออกจากอก
การทำภารกิจประเภททีมก็เหมือนกับการแข่งขัน ในหมู่นักผจญภัยหรือสาวกของพระเ้าทุกคนอาจไม่เป็มิตรเสมอไป ขัดแข้งขัดขาได้ตลอด
แต่ในรอบนี้ เด็กหนุ่มพนันได้ถูกต้องอย่างน้อยกลุ่มคนของโบสถ์ซึ่งยืนอยู่ต่อหน้าก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่ในทันที โดยเฉพาะซิสเตอร์สาวสวยรุ่นแม่เพียงคนเดียวในปาร์ตี้ซึ่งดูโอบอ้อมอารีมากกว่าใคร
‘นอกจากแม่ชีคนนี้แล้ว นอกนั้นก็มีแต่ตาลุงกล้ามโตทั้งนั้น’
การลงทุนมีความเสี่ยง แผนการง่าย ๆ คือ แกล้งบากหน้ามาขอความช่วยเหลือทำตัวค่อมต่ำ คำพูดต้องมีชั้นเชิง เพียงเอ่ยปากเรียกขานพี่ชายพี่สาว ก็ลดความห่างเหินระหว่างกันได้เป็สิบปี
โดยเฉพาะกับผู้หญิง พวกเธอทุกคนต่างคาดหวังให้ฝ่ายชายมองว่าตนเองมีรูปลักษณ์อ่อนวัยอยู่เสมอ
‘ลักกี้! สาวกทั้งหมดนี้เป็คนของโบสถ์ก็จริงแต่เป็โบสถ์ที่ตั้งอยู่ในเมืองข้าง ๆ ต่างหาก ดูจากท่าทีของพวกเขา น่าจะเคยได้ยินแค่ชื่อเสียงแต่ไม่เคยเจอตัวจริงของนิโคลัสเป็แน่’
ไคน์ดีใจที่แผนสำเร็จลุล่วง จากนั้นสังเกตเห็นเครื่องหมายรูปนกนางแอ่นกางปีกตัวเล็กๆ บนหัวเข็มขัดของเทมพลาร์คนหนึ่ง เป็สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่ามาจากเมือง ‘สวอลโลทาวน์’
นิโคลัสกล่าวกับไคน์
“วางกล้ามชะมัด ฉันไม่อยากทำงานร่วมกับคนของโบสถ์เลย”
“คนเราต้องรู้จักยืดหยุ่น นิค ฉันรู้ว่านายไม่ชอบใจ แต่ขอเถอะ เคทฝากให้ฉันจับตาดูนายเอาไว้”
“...ก็ได้”
จอมเวทย์หนุ่มสื่อสารผ่านเทเลพาธี
นิโคลัสเป็พวกหวงแหนศักดิ์ศรี เืร้อน บางทีก็จองหองอวดดี เขาจะล่าถอยก็ต่อเมื่อประเมินแล้วว่าสู้ไม่ได้จริงๆ เท่านั้น
หากแค่วิ่งหนีมอนสเตอร์ยังพอทำเนา แต่การก้มหัวขอร้องฝ่ายศาสนจักรมันฝืนความรู้สึกจนนิโคลัสชักจะอึดอัดใจขึ้นมา
การถูกปลูกฝังั้แ่เด็กทำให้นักดาบหนุ่มมองภาพรวมของคนจากโบสถ์ไปในทิศทางเดียวกันหมด
ตรงข้ามกับไคน์ที่สามารถแกล้งตีสองหน้าและปรับตัวให้ลื่นไหลเข้ากับทุกสถานการณ์ได้หากช่วยลดความยุ่งยากได้ จะฝืนสังขารทำงานหนักให้เหนื่อยไปเพื่ออะไร
“ช่วยพวกผมด้วยครับ มีมอนสเตอร์ประหลาดฝูงหนึ่งกำลังไล่ตามมา!”
“ไม่ต้องกลัว พวกเธอ ตรงนี้จ้ะ รีบมาหลบอยู่ด้านหลังฉันเร็วเข้า”
เสียงตอบรับแรกที่ได้ยินกลับเป็สตรีเพียงคนเดียวของกลุ่ม ไคน์เห็นซิสเตอร์อกโตรุ่นแม่กำลังกวักมือเรียกเขาอยู่แววตามีความอบอุ่น ให้ความรู้สึกปลอดภัย
‘แม่เ้า! ช่างมีเมตตา ฉันอยากมีแม่เลี้ยงที่ดูสาวแบบนี้ที่บ้าน!’
เด็กหนุ่มกระดี๊กระด๊า คุ้มค่ากับการลงทุนแล้ว สมองแล่นเร็วจี๋ บีบเค้นน้ำตาออกมาจนปริ่มวิ่งโซซัดโซเซผ่านร่างนักรบร่างใหญ่ทั้งหกคนจนไปหยุดอยู่ใกล้คุณน้าคนสวยสุดท้ายแกล้งทำเป็สะดุดยอดหญ้าล้มเพราะขาหมดเรี่ยวแรง โผเข้ากอดเอวฝ่ายหญิงเอาไว้แน่น
“โทษนะครับ ผมวิ่งจนหมดแรง”
“คิกคิกคิก ไม่เป็ไรจ๊ะ”
ซิสเตอร์ผมทองหุ่นดินะเิยิ้มไม่ถือสา ก่อนจะได้ยินเสียงะโเตือนของหัวหน้ากลุ่ม
“ศัตรู! ตั้งกระบวนรบ!”
“มาเล่นกันเถอะ คิคิคิ”
“เฮ้ย? แฟรี่ล่อนจ้อน? มอนสเตอร์ข้ามถิ่นเรอะ? นี่มันอะไรกัน?!”
“บ้าเอ๊ย! ฉันแพ้ทางเด็กสาววัยใสในชุดวันเกิด!”
เทมพลาร์ทั้งหกหัวใจจะวาย รีบกระจายตัวกันเป็วงกลมล้อมรอบคนที่เหลือเอาไว้ พวกเขายกโล่ขึ้น ชักดาบออกจากฝัก เตรียมรับการมาเยือนของดาร์กเนสดอเทอร์ แฟรี่
หนึ่งในนักรบของโบสถ์น่าจะเป็โลลิคอนตัวพ่อ มองตาค้าง จนโดนหัวหน้ากลุ่มที่สองผู้ซึ่งพอมีประสบการณ์ตบกะโหลกเรียกสติไปทีหนึ่ง
“ไอ้โง่แม็ก! อย่าวอกแวกจนตกอยู่ในมนต์สะกดแกจะตายเมื่อตกเป็เป้านิ่ง!”
“ขอโทษครับ เผลอไปหน่อย”
“ธาตุมืด? สกิลล่อลวงจิตใจ ฟู่ ยังดีที่มีจำนวนไม่มาก เลเซียขอบัฟป้องกันที”
“ได้เลย! Mind Shield! Mind Protection! Sacred Of Circle!”
เกิดการการปะทะกันอย่างดุเดือด แฟรี่แห่งความมืดดูท่าทางหงุดหงิดแล้ว เนื่องจากถูกขวางด้วยบาเรียแห่งแสงการบุกเข้าไปหาเด็กหนุ่มหน้ามนทั้งสองจึงเป็ไปได้ยาก
ตรงกลาง นิโคลัสยืนมองการต่อสู้ที่เกิดขึ้น เขาคุมเชิงอยู่ห่าง ๆ สีหน้าเคร่งขรึมชักคันไม้คันมือ อยากพุ่งเข้าไปมีส่วนร่วมใจจะขาด แต่พอลองคิดไปคิดมาปล่อยให้คนของโบสถ์แบกรับหน้าที่แทนพวกเขาก็ไม่เลว
ไคน์เป็ฝ่ายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แถมได้คืบจะเอาศอก เปลี่ยนไปยืนกอดเอวแม่ชีนามว่า‘เลเซีย’ จากทางด้านหลัง
ฝ่ายหญิงกำลังจดจ่ออยู่กับการร่ายเวทฟื้นฟู ลืมไปเลยว่ามีคนเกาะติดแจอยู่หรือเธออาจจะไม่ถือสา เขาเลยชมการต่อสู้อย่างสบายใจ คางแทบจะเกยอยู่บนไหล่อีกฝ่ายแล้ว
‘ตัวหอมจริง! นุ่มนิ่มด้วย เอ่อ... ทำไมเธอถึงไม่มีปฏิกิริยาสะท้อนกลับอะไรเลยล่ะ?”
เนื่องจากอีกสักครู่ เขากับนิโคลัสจะแอบเผ่นหนีไปตอน่ชุลมุน จอมเวทย์หนุ่มจึงพยายามใช้เวลาให้คุ้มทุกวินาทีรีบเอาเปรียบ หาเศษหาเลย พร้อมเตรียมตัวเตรียมใจโดนฝ่ายหญิงคราวแม่เชือดเอาไว้แล้ว
‘บ้าเอ๊ย! ฉันอยากอยู่แบบนี้อีกหน่อย’
ไคน์พลันนึกขึ้นได้ เขาสงสัยเลยร่ายคาถา ‘Mind Perception’ ในใจสำหรับช่วยอ่านความคิดของเลเซียที่มีต่อเขา