“ไม่ใช่ว่าเพราะพวกเราเป็คนดี ถึงได้ขึ้น์แล้วกลายมาเป็เทพหรอกเหรอครับ”
ผมมาเข้าใจเอาภายหลังว่าวิธีคิดแบบนั้นมันฟังดูอ่อนต่อโลกมากแค่ไหน เทพเ้าที่ดูเหมือนเด็กมีปัญหาคนนั้นหัวเราะลั่น
“แกนี่ปัญญาอ่อนจนน่าสมเพชเลยว่ะ ชักจะชอบแกซะแล้วสิ” เขากล่าว
ไม่เป็ไรครับ กองไว้ตรงนั้นแหละ
เทพตรงหน้าหยุดหัวเราะก่อนจะอ้าแขนออก “ฉันดูเหมือนคนดีในความคิดของพวกแกมากแค่ไหนกันเชียววะ”
อืม ก็จริง ดูไม่เหมือนเลยซักนิด
เขาเอาเท้าเขี่ยหนังสือลงจากเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ เทพีฟวิฟ์ลิโอจะต้องไม่โอเคแน่ๆถ้าเห็นภาพนี้ ก่อนเขาจะนั่งลงไปบนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าถือดี แล้วเอาขาขึ้นพาดโต๊ะที่ผมเคลียร์จนสะอาด ผมขมวดคิ้ว
“ฉันให้นายเรียกฉันว่าท่านลูซิเฟอร์ก็แล้วกัน” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ผมใจนสะดุ้ง
“คุณคือ…ลูซิเฟอร์คนนั้นเหรอครับ ที่เป็เทพตก์จากในพระคำภีร์อ่ะนะ” ไม่อยากจะเชื่อว่าเทพเ้าที่ดูมีปัญหาสุดๆคนนี้จะเป็คนระดับนั้น
“ไม่ล่ะ คนละคนกัน” เขาโบกมือปัดความเข้าใจผิดของผมทิ้ง “์เฮงซวยนี่ดันตั้งชื่อฉันว่าทันส์ต้า พวกมันไม่ได้ถามความเห็นฉันซักนิด มีแต่เทพหัวอ่อนเท่านั้นแหละที่จะยอมรับเื่ละเมิดสิทธิแบบนี้ ชื่อของเรา เราก็ควรจะมีสิทธิ์เลือกเอง ถูกป้ะ” เขาบ่นยาวเหยียด ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับเขานะ แต่จะตั้งชื่อตัวเองว่าลูซิเฟอร์มันก็เกินไป
“แล้วคุณลูซิเฟอร์เป็เทพเ้าแห่งอะไรเหรอครับ” ผมเอ่ยถามไปด้วยความอยากรู้ ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจว่าควรถามไหม
“เรียกว่าท่านสิวะ” ทันส์ต้าชักสีหน้า “ลองเดาดูเล่นๆไหมว่าเทพพระเ้าแห่งอะไรที่มันดูปัญญาอ่อนที่สุดบน์” รอยยิ้มของเขาดูเหมือนพวกเด็กเกเรที่เกลียดชังกฏระเบียบโรงเรียนขึ้นสมอง
“คงจะเป็…เทพแห่งวัชพืชมั้งครับ”
“ก็ฟังดูปัญญาอ่อนดี แต่ไม่เท่ากับของฉันหรอก” ทันส์ต้าหยิบหนังสือที่อยู่ข้างๆตัวขึ้นมาฉีก เสียงดังแคว่กทำให้ผมได้แต่ขมวดคิ้วและสงสัยว่าเขาทำไปทำไม แต่เมื่อทันส์ต้าโยนเศษกระดาษเ่าั้ทิ้ง พวกมันก็บินเข้าไปหลอมรวมและคืนสภาพกลับไปเป็หนังสือเล่มหนาอีกครั้ง
“ฉันคือเทพแห่งถุงพลาสติก”
“...” ผมพยายามปั้นยิ้มเซอร์ไพร์ส “นั่นมัน…ว้าว”
“สีหน้าแบบนั้นมันอะไรกันวะ อย่ามากวนประสาทนะโว้ย!” ทันส์ต้าขว้างหนังสือใกล้มือใส่หน้าผม แต่ก่อนที่มันจะกระแทกใส่ผม มันก็กางออก กระพือปีกเหมือนผีเสื้อ แล้วบินกลับเข้าสู่ชั้นวางหนังสือด้วยตัวของมันเองราวกับมีชีวิต
“ช่วยอย่าสร้างความเสียหายให้ทรัพย์สินของ์จะได้ไหมคะเนี่ย” ฟวิฟ์ลิโอเดินมาพร้อมกับหนังสือเล่มโตที่กอดอยู่บนอก สันปกเขียนเอาไว้ว่า
วิธีการสร้างความประทับใจ สำหรับเทพีมือใหม่ที่กำลังมีความรัก
เขียนโดย
ดิคัสเทรีย เทพีแห่งความรักและความมีเสน่ห์
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็ยัยมนุษย์ป้าตกกระป๋องนี่เอง” ทันส์ต้าเอ่ยทัก สายตาบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ชอบเธอ แน่นอนว่าฟวิฟ์ลิโอก็ไม่ชอบเทพเ้ามีปัญหาองค์นี้เหมือนกัน
“ยังมารยาททรามไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณเทพแห่ง ถุง-พลาส-ติก ” ฟวิฟ์ลิโอเน้นทีละคำเหมือนรู้ว่านั่นคือคำที่จะทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ขึ้น และเธอก็ทำสำเร็จ
ปึง!
เทพอีโมผุดลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดัง สีหน้าของเขาดูอารมณ์เสียสุดๆ เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันมาจ้องหน้าผม “แกมันก็แค่ไอ้โง่ที่พยายามดิ้นรนในเกมทีแพ้ั้แ่แรกก็เท่านั้นแหละ” เขาเดินล้วงกระเป๋าจากไปพร้อมกับบ่นพึมพำว่า “นี่มันนรกชัดๆ”
ฟวิฟ์ลิโอถอนหายใจ ก่อนจะหันมายิ้มเหนื่อยๆให้ผม “คุณแอคกริโออย่าไปถือสาเทพองค์นั้นเลยนะคะ”
“แน่นอนครับ” สมัยมีชีวิต หมายถึงตอนที่ยังเป็มนุษย์อ่ะนะ ผมเก่งมากๆเลยเื่การเมินพวกตัวปัญหาในบริษัท
“ถึงเทพมีปัญหาองค์นั้นจะเป็เหตุผลที่ทำให้ห้องสมุด์ของฉันยังเปิดต่อไปได้ เพราะเขาเป็เทพองค์เดียวที่ยังเข้าใช้บริการอยู่ แต่แบบ…” เธอถอนหายใจอีกรอบ หน้าสวยๆขาวผ่องนั่นเต็มไปด้วยความขุ่นข้องใจ นางยกมือข้างหนึ่งที่กอดหนังสือไว้ขึ้นมาขยับแว่น “ถ้าเลือกได้ก็อยากให้เป็คนอื่นมากกว่าจริงๆนั่นแหละคุณ”
ผมยิ้มแห้งๆก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่ติดอยู่ในใจ “คุณทันส์ต้าบอกว่าไม่เคยมีเทพที่ผ่านการฝึกงานมาก่อนเลย อันนี้คือเื่นี้จริงเหรอครับ”
ผมสังเกตเห็นว่าดวงตาสีฟ้าคู่สวยนั่นล่อกแล่กไปมา “อย่าสนใจคำพูดของเทพไม่เอาอ่าวแบบนั้นเลยค่ะ เขาก็ชอบพูดตัดกำลังใจคนอื่นไปเรื่อยแหละ”
ผมไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
การใช้ชีวิตอยู่ในห้องสมุดทำให้ผมสนิทกับฟวิฟ์ลิโอมากขึ้น ที่ผมไม่อยากจะเชื่อก็คือขนาดทันส์ต้าผมก็ยังรู้สึกคุ้นเคยกับเขามากขึ้นเรื่อยๆด้วย และพอจะเข้าใจนิสัยชอบทำตัวมีปัญหาตลอดเวลานั่น
“แล้วที่มันไม่แฟร์ที่สุดอ่ะนะ…” ทันส์ต้าที่เอาเท้าพาดอยู่บนโต๊ะพูดไปเรื่อยๆในขณะที่ผมพลิกหน้ากระดาษของหนังสือตรงหน้าไปอีกแผ่น “ก็คือถ้าเราไม่ผ่านฝึกงาน เราก็จะกลับสู่ความว่างเปล่า แม้แต่ตอนจบก็ยังไม่มีสิทธิ์เลือกบ้าบออะไรทั้งนั้นเลย” เขาโวยวายเื่นี้ซ้ำมาห้ารอบแล้ว
ผมพอจะเข้าใจความโกรธของทันส์ต้าอยู่นะ ถ้ามองในมุมของเขา เทพหน้าใหม่เหมือนถูกเล่นตลกกับชีวิตหลังความตาย เพราะนอกจากตอนตายจะบอบช้ำแล้ว โลกหลังความตายก็ไม่ได้สงบสุขอะไรเลย ต้องมาคอยทำงานงกๆภายใต้ความกดดันและความสิ้นหวัง แถมยังหลงเหลือความทรงจำตอนยังมีชีวิตไว้อีก
ตอนมีชีวิตผมก็เคยคิดนะว่าถ้าเราตายไปแล้วเกิดใหม่โดยยังมีความทรงจำเดิมมันคงจะดีไม่น้อย ทว่าผมก็ลืมคิดถึงข้อเสียของการที่มันเป็อย่างนั้นซึ่งก็คือหากเรายังมีสายใยกับผู้คนอยู่บนโลกมนุษย์ มันจะเป็ความปวดร้าวและทรมานติดตรึงกับหัวใจไปตลอด เพราะมันเป็ความจริงที่ว่าเราจะกลับไปหาคนที่รักของเราไม่ได้อีกแล้วตลอดกาล และนั่นก็คงเป็แค่เศษเสี้ยวหนึ่งของความไม่พอใจที่อัดแน่นอยู่ข้างในความคิดของเทพอีโมเซ็งชีวิตองค์นี้
ผมปิดหนังสือดังพรึ่บ! ทันส์ต้าขมวดคิ้ว
“เป็บ้าอะไรของแกเนี่ย” เทพแห่งถุงพลาสติกถาม
“ผมตัดสินใจแล้วครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
“อะไรของแกอยากพูดก็พูดออกมาเลยสิ ทำมาเป็กั๊ก น่าขนลุกโคตรว่ะ” เขาด่าผมเป็ชุด แต่ผมชินซะแล้วล่ะ
ผมยิ้ม “ผมพอแล้วกับการรวบรวมข้อมูล เพราะงั้นพรุ่งนี้…ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องลงไปสำรวจโลกมนุษย์แล้วแหละ”
โปรดติดตามตอนต่อไป