ผาสิงห์คำราม… สถานที่อันเงียบสงบแต่กลับเปี่ยมด้วยพลังแห่งธรรมชาติ แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลงบนยอดเขาหินสูง ส่องสะท้อนสายน้ำตกที่กระแทกโขดหินจนเกิดเสียงคำรามเหมือนสิงโต ตรงลานกว้างใกล้หน้าผามีร่างของไป๋เฉินยืนตั้งสมาธิ ท่าทีเคร่งขรึมอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
“จะเริ่มฝึกของจริงแล้วนะ…” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางเรียกหน้าต่างระบบในหัวขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากได้ตุนแต้มไว้ในระบบจำนวนมาก ไป๋เฉินจึงเปิดเมนู “วิชาขั้นสูง” หวังหาอะไรมาผสานกับหมัดแมวเหมียวเดิมให้ก้าวไปอีกระดับ พร้อมกันนั้นก็อยากได้วิชาเพิ่มเติมติดตัวเผื่อศึกใหญ่ที่จะมาถึง
『รายการวิชาขั้นสูงสำหรับผู้ใช้งาน (บางส่วน) :』
• “หมัดแมวเหมียวฟ้าประทาน รุ่น 2.0” (600 แต้ม)
• “เพลงฝ่ามือัฉีกเมฆา” (1,000 แต้ม)
• “ก้าวเยื้องหยอกเย้าเหมียว” (500 แต้ม)
• “เกราะคลื่นเย้าโลกา” (800 แต้ม)
“อืม…แต่ละอย่างชื่อก็เท่ใช้ได้เลยนะเนี่ย” ไป๋เฉินหัวเราะกับตัวเอง “แค่ ‘ก้าวเยื้องหยอกเย้าเหมียว’ ฟังดูแมวๆ เหมือนกันแหละ แต่เดาว่าคงเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้นล่ะนะ”
คิดไปคิดมา เขาเลยเลือก หมัดแมวเหมียวฟ้าประทาน รุ่น 2.0 (600 แต้ม) + ก้าวเยื้องหยอกเย้าเหมียว (500 แต้ม) + เก็บอีกส่วนไว้เผื่ออัปเกรดอื่นๆ เพราะเท่านี้ก็เพียงพอจะฝึกหนักไปก่อน
“ตกลง ข้าขอเลือก 2 วิชานี้!” เขาประกาศในใจ
ทันใดนั้น ระบบก็อัดข้อมูลวิชาทั้งสองเข้ามาในหัวอย่างแรง จนตาพร่าเซถลาเล็กน้อย
“อ๊าก! เล่นไม่บอกล่วงหน้าตลอดเลยนะ ระบบ!” เขาบ่นไปพลางพยายามทรงตัว
หลังตั้งหลักได้ ไป๋เฉินก็ลองขยับร่างกายตามท่วงท่าที่ระบบบอกไว้ทีละน้อย เริ่มด้วย “ก้าวเยื้องหยอกเย้าเหมียว” ที่เน้นการเคลื่อนไหวหลบหลีกแบบแมวลื่นไหล
“โอเค…ลองสเต็ปนี้นะ…”
ไป๋เฉินเลียนแบบแมวพุ่งซ้ายขวากลางลานหิน ดันกลายเป็ว่าเท้าซ้ายลื่น พลาดเกือบตกผา ร้อง “เฮ้ย!” ก่อน เหวี่ยงแขนคว้าก้อนหินพอดี เหงื่อแตกพลั่ก
พอใจเย็น และเริ่มหายใ ไป๋เฉินก็เริ่มฝึกช้าๆ หลายรอบ สักพักก็เริ่มรู้สึกถึงจังหวะก้าวที่เบาและเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ใช้ได้ๆ …แค่ชื่อท่าชวนขำ แต่ความสามารถนี่ดีเลยนะ” ไป๋เฉินยิ้มมุมปาก
ถัดมาเป็การอัปเกรดหมัดแมวเหมียวฟ้าประทาน: รุ่น 2.0 ซึ่งเน้นเพิ่มพลังอัดปราณและหวังลดเสียง “เหมียว!” ที่หลุดออกมาบ้าง
“เอาล่ะ ลองต่อยหินนี่ดูสิ” เขาเล็งเป้าหมายเป็ก้อนหินใหญ่กว่าเดิม แล้วรวมปราณในหมัด
“เหมียว~!!”
ผลคือเสียงยังดังอยู่ดี แถมดังกว่าเก่าเสียอีก แต่คราวนี้พลังกระแทกกลับหนักหน่วงจนรอยแตกแผ่ขยายทั่วก้อนหิน สั่นะเืผาสิงห์คำรามเล็กน้อย
“สุดยอด! แต่โธ่เว้ย…เสียงเหมียวมันยิ่งแหลมขึ้นอีก!” ไป๋เฉินหน้าแดงด้วยความอายและดีใจปนกัน
ขณะที่เขาเหงื่อโซมกาย แอบคิดว่าคงต้องยอมรับเสียงนี้สินะ เพราะแลกมาด้วยพลังที่เหนือกว่าเดิมมากทีเดียว
ขณะที่ไป๋เฉินกำลังหมกตัวฝึกวิชาในผาสิงห์คำรามอย่างเอาจริง จวนของอวิ๋นลั่วกลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น… หลังจากเธอและบิดาเพิ่งจัดการวางระบบป้องกัน รวมคนเฝ้าคลังสมบัติอย่างแ่า แต่จู่ๆ ยามดึกมีเสียงปึงปังจากคลังสมบัติชั้นใน ตามด้วยเสียงร้องของบ่าวไพร่
“ไฟไหม้! ไฟไหม้!!”
“มีใครบางคนวางเพลิงในห้องเก็บของ!”
ตูม!
เสียงะเิเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลังจวน ควันสีดำลอยพวยพุ่งขึ้นฟ้ากลางดึก บ่าวและนายบ้านต่างวิ่งพล่านเอาถังน้ำมาช่วยดับไฟ พ่อบ้านรีบะโสั่งให้เร่งดับเพลิงก่อนลามไปยังห้องเก็บ ‘หีบยันต์’ ที่ยังไม่ทันย้ายเก็บให้มิดชิด
“พวกเ้าระวังนะ อย่าให้ไฟเผาหีบนั้นเด็ดขาด!” อวิ๋นลั่วปรากฏตัวด้วยใบหน้าเคร่ง กำกระบี่น้ำแข็งพร้อมหากใครเป็ตัวการจะต้องรับมือไม่ปรานี
เ้าเฮงเฮงที่อยู่ในจวนเห็นความวุ่นวายก็วิ่งวุ่นตามคนงาน บางทีอุตส่าห์คาบผ้าชุบน้ำจากอ่างมาช่วยดับไฟ แต่พอสะบัดแรงๆ น้ำก็กระเด็นใส่สาวใช้ หรือนายบ้านจนเปียกปอน
“โธ่… เ้าหมา! จะช่วยหรือจะซ้ำกันแน่เนี่ย!” นายบ้านหัวเสียแต่ก็ขำปนโมโห
เฮงเฮงส่งเสียง “โฮ่ง!” บอกเหมือนขอโทษ ก่อนจะวิ่งไปลากถังน้ำให้คนอื่นต่อ เรียกได้ว่าโกลาหลสุดๆ ท่ามกลางเปลวไฟและควันหนา
อีกฟากหนึ่ง ที่ผาสิงห์คำราม… ไป๋เฉินฝึกหมัดใหม่จนแขนสั่นระริก นั่งหอบอยู่ใต้เงาต้นไม้ใหญ่ น้ำหยดจากหน้าผากพราว
“เราใกล้ทะลุขีดจำกัดเดิมแล้วนะ… แค่พักอีกหน่อยพรุ่งนี้จะลุยต่อ” เขาหลับตาพูดกับตัวเอง ปากก็ยิ้มภูมิใจกับความก้าวหน้า
กระนั้น เขาไม่รู้เลยว่า ในคืนเดียวกันนั้น จวนของอวิ๋นลั่วมีเหตุเพลิงไหม้ปริศนา และอาจเป็สัญญาณเริ่มต้นของการโจมตีศัตรูที่วางแผนยิ่งกว่าที่คาด
บ่าวไพร่ในจวนช่วยกันดับไฟจนเกือบสงบ แต่คำถามยังค้างในใจทุกคน— “ใครวางเพลิง? หรือนี่เป็ฝีมือของกลุ่มศัตรูที่หมายตายันต์ัสลัก?”
“คุณหนู! หีบยังปลอดภัย แต่เหมือนมีร่องรอยคนพยายามเข้ามา!” พ่อบ้านวิ่งมารายงานอวิ๋นลั่ว เสียงหอบหายใจ
เธอกำกระบี่แน่น สายตามีประกายโกรธ “ข้าต้องหาตัวการให้ได้!”
(โปรดติดตามในตอนถัดไป)