หลังจากได้รับการมอบหมายงานจากเซียวเย่แล้วหมายเลข0ก็จากไป
เซี่ยวเย่นั่งหลับตาอีกครั้ง นั่งคิดภาพในหัวซ้อนทับกันไม่จบสิ้น…
2ชั่วยามผ่านไป
เซียวเย่ลืมตาขึ้นหยิบกระบี่ที่โต๊ะ เดินไปที่ลานกว้างตระกูล หลับตาเริ่มร่ายรำกระบี่ไปมาด้วยความเชื่องช้า
ใครเดินผ่านมองดู ช่างดูสวยงามเหลือเกิน การร่ายรำที่เหมือนเป็หนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งรอบข้าง เซี่ยวเย่ร่ายรำ ใครเดินผ่านต้องถึงกับต้องแวะชมดู พลังปราณโดยรอบเสมือนมีชีวิต เคลื่อนไหวตามท่วงทำนองร่ายรำของกระบี่
ที่มุมหนึ่งของลานกว้างตระกูลเซียว
“ท่านพ่อ ท่านรู้จักวิชากระบี่ ที่เ้าลูกบ้านั่นร่ายรำอยู่หรือไม่”
เซียวหยางหันมาถามพ่อตนเองที่อยู่ด้านข้าง
“ลูกบ้าบ้านแกสิ! เป็บุญแกแค่ไหนแล้วที่ให้กำเนิดหลานรักมากความสามารถของข้าออกมา วิชากระบี่นั่นเซียวเอ๋อก็คงคิดมาเองอีกนั่นแหละ ร่ายรำจนสามารถชักนำกระแสปราณไปพร้อมกันได้ เคล็ดวิชาระดับทั่วไปไม่สามารถทำแบบนี้ได้อย่างแน่นอน อย่างบอกนะว่า…”
เซียวเย่ร่ายรำกระบี่ ก่อนที่จะหยุดลงหันไปมองทางเซียวหยาง “ท่านพ่อ มาเป็คู่ทดลองกระบี่ให้ข้าหน่อย ข้าอยากทดลองกระบวนท่าที่ข้าคิดค้นขึ้น”
“ เพ้ย ยย!! ไอ่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แกมันก็เป็เพียงเด็กพึ่งหัดเดินเท่านั้น อยากลองของงั้นรึ? กลัวจะกลับไปฟ้องแม่เ้าว่าข้ารังแกเ้าเสียมากกว่าข้าไม่…”
เซียวหยางพูดยังไม่ทันจบ เซียวเย่ก็ะเิพลังออกมากจากภายใน
“ขอบเขตปราณสะสมขั้นที่7!!"
เซียวหยางะโออกมาหน้าตาค้างใไม่หาย
“เดี๋ยวๆๆ บ้ากันไปใหญ่แล้วๆ ท่านพ่อท่านเห็นหรือไม่ เ้าลูกบ้านั้นมันจะตามข้าทันแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆ”
“ดี ดี ดี มาเลยเ้าลูกบ้า ข้าขอดูวิชากระบี่ของเ้าหน่อยเถอะ!! ”
เซียวหยางชักกระบี่ที่ข้างเอว พุ่งเข้าไปหาเซี่ยวเย่ด้วยความเร็วสูง เซียวหยางฟันกระบี่ลงไป กระบวณท่าดุดันแข็งแกร่ง
เซียวเย่มองกระบี่ด้วยท่าทางเฉยชา ฟันกระบวนท่าสวนกลับลื่นไหลเหมือนสายน้ำเชี่ยวกราก รวดเร็วเล่นรุนแรง กระบวนท่ากระบี่ที่เซียวหยางฟันมาถูกเบี่ยงออก ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“เพลงกระบี่อะไรกัน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“กระบี่ลื่นไหลเหมือนสายน้ำ ปัดกระแสดาบของคู่ต่อสู้ออกได้”
"นายน้อยตระกูลเซียวเป็ผู้มีพร์!"
“สู้กันหลายกระบวนท่าแล้วแท้ๆ แต่เหมือนนายน้อยยังไม่เอาจริงแล้วด้วยซ้ำ ดูหน้าผู้าุโหยางสิ หอบแดกแล้ว!”
สองพ่อลูกต่อสู้กันหนักขึ้นเรื่อยๆ เพลงกระบี่ตระกูลเซียวเมื่ออยู่ต่อหน้าเซี่ยวเย่ก็เป็เพียงขนมกรุบกรอบ(ขนมอ่ะ เคี๊ยวนิ่มๆ เข้าใจกันเนอะ^^) เท่านั้น
เซียวหยางเบี่ยงตัวหลบกระบี่ หมุนตัวตวัดกระบี่สวนกลับ เซียวเย่เพ่งตามองตวัดกระบี่สวน มือซ้ายรวมปราณที่กำปั้น ออกหมัดควงสว่านไปทางเซียวหยาง
‘ควงวายุ!’
เซียวหยางใ มือข้างนึงถือกระบี่อยู่ เหลือแค่มืออีกข้าง ‘หลบไม่ได้ ต้องสวนเท่านั้น’ เซียวหยางกำหมัดแน่น ชกสวน
“เพลงหมัด ทลายผา!”
ตู้มมม! สองเพลงหมัดปะทะกัน ฝุ่นลอยฟุ้งในอากาศ เซียวหยางโดนแรงกระแทกออกมาจากฝ่นควันด้วยความเร็วสูง ใช้กระบี่ปักพื้นพยายามต้านกระแสพลังเอาไว้ จนพื้นแตกเป็ทางยาว สบัดมือที่ปะทะ รู้สึกปวดและชา พลางะโ
“ไอ้ลูกบ้า ไหนเอ็งบอกทดสอบกระบี่ไงแล้วเอ็งจะออกเพลงหมัด หาพ่อเอ็งหรอไง!!”
ฝุ่นจางลง เห็นเด็กน้อยคนนึงยืนอยู่กับที่ ถือกระบี่แล้วไม่ค่อยเข้ากันนักกับรูปลักษณ์ มองไปที่เซียวหยาง กล่าว
“ท่านพ่อ ท่านประมาทไปนา ท่านหลงกลคู่ต่อสู้แบบนี้ได้อย่างไร ถ้าข้าใส่แรงเพิ่มอีกนิดนะ ท่านได้กลายเป็ ว่าที่ผู้นำกระกูลแขนด้วนไปแล้ว ” เซี่ยวเย่พูดด้วยใบหน้าเยาะเย้ย
“ เห๊อะ! ข้าเห็นเป็เด็กเลยไม่ได้เอาจริงเท่านั้นเอง คราวนี้แหละ รับมือ!!”
เซียวหยางะเิพลังทั้งหมด พุ่งเข้าใส่เซียวเย่ จับกระบี่ชักออก
"กระบี่ดวงจันทร์!!!"
คลื่นพลังปราณมหาศาลประทุออกมา เป็คลื่นพลังขนาดใหญ่รูปเหมือนพระจันทร์พุ่งไปหาเซียวเย่
เซี่ยวเย่เพ่งมอง ะเิพลังออกมาจับกระบี่ในมือแน่น พลังปราณในตันเถียนจำนวนมหาศาลตรงเข้าที่กระบี่
“เพลงกระบี่มารฟ้า กระบวนท่าที่ 1 ทลายฟ้า!!”
คลื่นพลังสีดำทมิฬทะลักออกมาจากกระบี่ เหมือนมันจะมีชีวิตกลืนกินทุกอย่าง
ตู้มมมมม
คลื่นสีดำ เหมือนทะเลที่มืดมิด มันกลืนกินพลังดาบของเซียวหยางเข้าไป พุ่งไปทางเซียวหยางต่อด้วยความเร็วสูง
“เพลงกระบี่บ้าอะไรเนี้ย”
เซียวหยางเห็นท่าไม่ดี ใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนไหวหลบหนี ออกนอกวิถีกระบี่เซียวเย่
“พลังทำลายนี้ ระดับพิภพ ขั้นต่ำ ไม่สิเกือบถึงขั้นกลางด้วยซ้ำไป!”
เซียวกง พูดด้วยใบหน้าที่ใ น้ำลายกระเด็นออกมา
“ไอ้ลูกบ้า แกจะฆ่าพ่อตัวเองรึไง!”
เซียวหยาง พูดด้วยใบหน้าโมโหปนแดงก่ำ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขออภัยท่านพ่อ ของมันแรง ใครจะอดใจไม่ใช้ไหวกัน”
เซี่ยวเย่พูดพร้อมหัวเราะลั่น!
“ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว สู้ต่อสงสัยแม่แกได้เป็หม้ายแน่ๆ แล้ววิชากระบี่ นี่มันอะไรกัน ข้ายังรู้สึกขนลุกไม่หายเลย”
เซียวหยางพูดด้วยใบหน้าหวาดหลัว
“ถ้าพูดง่ายๆก็คือ เพลงกระบี่มารฟ้า ที่ข้าคิดค้นขึ้น แต่มันยังไม่สมบูรณ์ ตอนนี้ยังคงได้แค่กระบวนท่าที่ 1 เท่านั้น..”
“แค่กระบวนท่าแรก? ร้ายกาจยิ่งนัก เป็เพลงกระบี่ที่ดี เพลงกระบี่ที่ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เซียวหยางหัวเราะ
“จะว่าไปพ่อของเ้าก็ขาดเพลงกระบี่ที่ดี แบบนี้เหมือนกันนะ ไม่รู้ว่า…” เซียวหยางยิ้มแย้ม พูดประจบประแจงลูกชายตน
“ข้าส่งไปให้แล้วนะ คนของข้าไม่ได้เอาไปให้ท่านรึ? เพลงกระบี่มารฟ้าของข้าใช้พลังปราณค่อนข้างเยอะ ข้าได้คิดค้นเพลงกระบี่ที่เอาเพลงกระบี่ตระกูลเซียวเป็ต้นแบบแล้ว ไม่แตกต่างมากนัก แต่ทรงพลังมากกว่า จะเหมาะกับพวกท่านมากกว่า ”
“อ่อ…อ้อ งั้นรึ ข้าคงจะแก่จนเลอะเลือนไปเสียแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
"เซียวเอ๋อ หลานรักของปู่ "
เซียวกงเดินเข้ามาด้วยรอบยิ้มบนใบหน้า
“ท่านปู่!!”
เซียวเย่ ค้อมมือทำความเคารพ
“เซียวเอ๋อ ตอนนี้เราควรทำอะไรต่อไป? "
เซียวกง พูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
“ตอนนี้ โลกภายนอกกำลัง ตามสืบเพื่อหาตัวเรา โดยเฉพาะพวกตระกูลใหญ่เมืองกวางตุง ถ้าเรากำจัดภัยในเมืองนี้เสียก่อน อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีภัยใกล้ตัว เผื่อพวกราชวงศ์อยากจะมีส่วนร่วมขึ้นมา ข้าจะได้ทำการต้อนรับเสียด้วย ท่านปู่รับเลี้ยงกองกำลังอย่างลับๆเรื่อยๆ โดยท่านปู่กับท่านพ่อจะต้องขึ้นสู่เต๋าสะสม ให้ได้เร็วที่สุด เพราะคนของข้าไม่สามารถ สกัดข่าวไปได้ตลอดหรอก ถ้าเื่แดงขึ้นมา ก็ได้แต่พุ่งเข้าชนเท่านั้น…แต่ให้ข้าฉลาดแค่ไหนก็ตาม ต่อหน้าความแข็งแกร่งล้วนเปล่าประโยชน์ ท่านปู่ ท่านเข้าใจใช่หรือไม่…"
"อืมม ปู่เข้าใจ"
เซียวกงทำหน้าเครียดเดินจากไป
เซียวหยางเดินไปกินข้าวกับท่านแม่ คุยถามสารทุกข์สุกดิบ จากนั้น1ชั่วยามก็จากมา กลับตำหนักตนเอง
“หมายเลข 0..”
ฟุ๊บบบ
“นายท่าน…”
“ส่งสายลับเข้าไปในสามตระกูลใหญ่เมืองกวางตุง คอยซื้อตัวพวกมันอย่างลับๆ แล้วก็ตัดเส้นทางค้าขายพวกมัน ค่อยๆตัดแขนตัดขาพวกมันทีละน้อยก็แล้วกัน คิดจะมาขวางทางข้าก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ด้วย หึหึหึ..”
“อ่อ แล้วตอนนี้ กองกำลังของเงาชูของเราเป็อย่างไรบ้าง ”
“เรียนนายท่าน กองกำลังของเราตอนนี้ มีด้วยกัน1หมื่นคน รับผิดชอบหน่อยละ100คน พวกนั้นเก่งขึ้นมาก ไม่เหมือนเด็กน้อยในวันวานอีกแล้ว… ข้าพึ่งแจกจ่ายตำราเล่มล่าสุดให้พวกนั้นคิดว่าพวกนั้นน่าจะถึงขอบเขตปราณสะสมขั้นสูงสุด ใน2ปี ขอรับ”
หมายเลข0 ก้มหน้าค้อมมือทำความเคารพกล่าวออกมา
เมืองหลวงต้าเชียง
เมืองหลวง เมืองที่เป็จุดศูนย์กลางของแผ่นดิน ผู้คนจากเมืองอื่นมาที่นี่ด้วยความหวังที่อยากจะมั่งคั่ง เดินทางเข้าออกตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน ทั้งทางเท้าและทางเรื่อ มีแม่น้ำล้อมรอบเมือง ตรงศูนย์กลางของเมืองมีพระราชวังตั้งอยู่ คือราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฉินปกครองแผ่นดินต้าเชียงมาช้านานแล้ว
ห้องในตำหนักแห่งหนึ่งในเมืองหลวง มีคนสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ธรรดา รูปร่างขาวอ้วน ผมยาวสีขาว ม้วนเรียบร้อย ดูน่าเคารพยกย่อง ใส่ผ้าคลุมสีเหลืองงามสง่า นั่งจิบชาเล็กน้อย หันไปทางตรงกันข้าม คนฝั่งตรงข้ามหน้าตาหล่อเหลา ดูแล้วอายุยังน้อย แต่ออร่าที่อยู่โดยรอบไม่ใช่เด็กน้อยเลย มันดูแข็งแกรง!.. ชายร่างอ้วนคนนั้นมองสักพัก จึงกล่าว
“องค์ชาย 6 ท่านแน่ใจแล้วอย่างงั้นรึ?”
“ เรามั่นใจ เราอยากออกเดินทางทั่วแผ่นดิน และเราอยากจะสืบเื่สมาคมลอบสังหารอะไรนั่นด้วย มันเป็ใครกัน กล้ามาอวดเบ่งในแผ่นดินของเราเจอหน้ามันที่ไหน เราจะจัดการมันตรงนั้น ต้าหงลู่(เ้ากรมวัง)คอยฟังข่าวดีได้เลย”
“องค์ชาย..บางเื่ควรกระทำ บางเื่ไม่ควรกระทำ โปรดคิด วิเคราะห์ และแยกแยะด้วย สมาคมนี้ช่วยเราได้ไม่มากไม่น้อยเลย กระหม่อมตามสืบสมาคมนี้มาเกือบ2ปีแล้ว รู้เพียงผิวเผิน มีผู้นำสมาคม100คน ขอบเขตสูงเท่าใด ไม่แน่ชัด ตอนฆ่าคนจะสวมหน้ากากระบุหมายเลขเอาไว้ ยิ่งเลขน้อยยิ่งแข็งแกร่ง หัวหน้าใหญ่ของพวกมันเป็ใครไม่มีใครรู้ วิชาที่พวกมันใช้ ไม่เคยมีในแผ่นดินต้าเชียงมาก่อน อาจจะมาจากแผ่นดินอื่นก็เป็ได้ คนที่หนุนหลังพวกมันมีเป้าหมายอะไรกันแน่ไม่มีใครรู้เราจึงต้องตรวจสอบให้แน่ชัด ถึงกองกำลังของมัน ห้ามทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า องค์ชายอายุยังน้อยทำอะไรระวังด้วย”
“ต้าหงลู่ ท่านคิดมากไปกระมัง เรา18ปีแล้ว อายุยังน้อยอันใดกัน เราอยู่ขอบเขตปราณสะสมขั้นสูงสุด ใครกล้าทำร้ายเรา แถบเดินทางครั้งนี้เรายังมีองครักษ์คู่ใจเราไปด้วย ต่อให้พวกสำนักน้อยใหญ่นั่น เจอเรายังต้องไว้หน้าเรา 3 ส่วน เราต้องไปก่อนแล้ว ฝากทักทายเสด็จพ่อด้วย ฝากบอกท่านว่าเจอกันครั้งหน้าก็แต่งตั้งให้ข้าเป็องค์รัชทายาทได้เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
องค์ชายหัวเราะลั่นเดินออกมาจากตำหนัก ต้าหงลู่มองภาพคนเดินหายไปจากสายตา เอ่ยเสียงเบา
“ลาปา…”
ตุบ ตุบ ตุบ เสียงคนเดินออกมาจากด้านหลัง สวมชุดคลุมสีดำ สูง ยากเห็นหน้า ดูลึกลับยิ่งนัก ออกเสียงแหบแห้ง
"นายท่านมีอะไรให้รับใช้"
“คอยสะกดรอบตามองค์ชาย คอยสังหารในที่ลับตา โยนความผิดให้สมาคมนั่น…”