“เพราะเหตุนี้ใช่หรือไม่เ้าจึงสามารถหาจตุธาตุอัญมณีได้” เสวี่ยิเชื่อมโยงเื่ราวได้ทันที
“เพคะ” เสวี่ยหลินรับคำเสียงอ่อยนึกชื่นชมและหวาดผวาไปพร้อมกันว่าบิดาของนางเฉลียวฉลาดยิ่ง หากนางคิดปิดบังเื่ราวใดจากบิดาก็ต้องวางแผนมาให้ดี
คำตอบนี้ทำให้พวกเขานิ่งอึ้งไปคาดไม่ถึงว่าเทพผู้สร้างที่เร้นกายไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดและนับจากรังสรรค์แดนเซียนขึ้นมาแล้วก็ไม่ยอมพบปะผู้ใดทั้งสิ้นบัดนี้ถึงกับมอบพรล้ำค่าให้บุตรสาวของพวกเขา
“ได้ พ่ออนุญาตให้เ้าไปแต่พ่อจะให้แม่ของเ้าไปกับเ้าด้วยพ่อไม่อาจละทิ้งการดูแลแดนพายัพและคนทั้งเผ่าไปได้”
“ขอบพระทัยเพคะ”เสวี่ยหลินยิ้มกว้างทันที
“เหม่ยเมิ่ง เอาเสวี่ยปิงไปกับเ้าด้วยจะได้ช่วยดูแลพวกเ้าทั้งสองคน”
“ไม่ต้องดอก ฟูจวินท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้า ฟังจากที่หลินเอ๋อร์บอกเล่าและระดับชั้นของสัตว์อสูรเหล่านี้แล้วพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าให้เสวี่ยปิงอยู่ที่นี่คอยดูแลความเรียบร้อยในวังพายัพดีกว่า ท่านจะได้ไม่ต้องยุ่งยากระหว่างที่ข้าไม่อยู่”
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้า”
วันรุ่งขึ้นเหม่ยเมิ่งจึงพาเสวี่ยหลินมาพบอาจารย์ใหญ่ที่สถานศึกษาพายัพพร้อมทั้งขออนุญาตพาบุตรสาวไปฝึกฝนนอกสถานที่เป็เวลาหกเดือนแน่นอนว่าอาจารย์ใหญ่อนุญาตทันที ก็แน่ล่ะ ราชินีแห่งเผ่าจิ้งจอกเก้าหางมาออกปากด้วยตนเองเช่นนี้จะเอาเหตุผลใดมาปฏิเสธล่ะ
ใช้เวลาราวสามชั่วยามเสวี่ยหลินก็พามารดาของนางเดินทางมายังจุดที่มีสัตว์อสูรตัวแรกที่ตน้าเหม่ยเมิ่งต้องประหลาดใจอย่างยิ่งกับสถานที่ที่บุตรสาวพามาเพราะนางคาดไม่ถึงว่าสัตว์อสูรในที่นี้จะให้ของอะไรที่เสวี่ยหลิน้าได้แม้มันจะเป็สัตว์อสูรอันร้ายกาจก็ตาม
“เสด็จแม่ ลงมือกับสัตว์อสูรได้เลยนะเพคะแต่เสด็จแม่อย่าสังหารให้มันตาย ลูกต้องเป็ผู้สังหารมันเอง มิฉะนั้นลูกจะไม่ได้ของที่้าเพคะ”
เสวี่ยหลินบอกกล่าวชัดเจนและเวลานี้นางก็นึกขึ้นได้ว่านี่เป็วิธีฟาร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยนี่นามารดาของนางตอนนี้เรียกได้ว่า OP เพราะเลเวลของมารดาคือ 185 ตัวนางเองเลเวล 90 แต่บอสพวกนี้เลเวล105 แล้วมันจะเอาอะไรไปสู้มารดาของนางได้ มิหนำซ้ำบอสพวกนี้อาจตายด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียวของมารดาด้วยซ้ำ
ฟังคำพูดของบุตรสาวตัวน้อยแล้วเหม่ยเมิ่งออกจะงุนงงสักหน่อย แต่ก็พอจะเข้าใจได้
“เ้าหมายถึงให้แม่ลงมือให้มันาเ็มากที่สุดจนมันเกือบตาย แล้วปล่อยให้เ้าสังหารมันใช่หรือไม่”
“ถูกต้องเพคะ เดี๋ยวเสด็จแม่ลองลงมือสักตัวหรือสองตัวเสด็จแม่จะเข้าใจได้ทันทีเลยเพคะ” เสวี่ยหลินยิ้มแฉ่ง นี่มันสุดยอดการฟาร์มเลยล่ะ
เสวี่ยหลินมองในแผนที่ที่นางมองเห็นเพียงผู้เดียวครู่หนึ่งจึงมีจุดสีแดงกะพริบวาบเป็สัญลักษณ์ว่าบอสเข้ามาอยู่ในแผนที่นี้แล้วนางเหลียวมองเหม่ยเมิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อดูค่าสถานะของมารดา เพียงได้เห็นเสวี่ยหลินก็มีสีหน้าบอกไม่ถูก
MATK 1,786,315
Max HP 38,954,731
Max SP 771,649
PDEF 678,543
MDEF 992,761
เสด็จแม่ OP จริงๆ ด้วยนางนึกในใจ
นี่คือค่าสถานะของเหม่ยเมิ่งที่เสวี่ยหลินมองเห็นเหลือบมองอุปกรณ์ที่มารดาสวมใส่อยู่ กลับมีเพียงกระบี่จิ้งจอกแดงพิโรธนอกเหนือจากนี้ไม่มีอีกเลย กล่าวได้ว่าสถานะและความสามารถของมารดานั้นมาจากระดับเลเวลที่ผ่านการบำเพ็ญล้วนๆ
เดี๋ยวรอศึกษาวิชาที่สถานศึกษาพายัพให้จบเรียบร้อยก่อนเถิดข้าจะล่าบอสมาสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ให้เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ ส่วนพี่ใหญ่คงต้องรอไปเจอที่บูรพานิรันดร์เสียก่อน เสวี่ยหลินตั้งใจไว้ทันที
“เสด็จแม่โจมตีสัตว์อสูรตัวนั้นเพคะเบามือด้วยนะเพคะ อย่าให้มันตาย เอาแค่สาหัสใกล้ตายพอ”นางชี้นิ้วไปที่สัตว์อสูรตัวหนึ่งพร้อมกับย้ำความ
เปรี้ยงงงงงงง
มารดาของนางลงมือเพียงครั้งเดียวเสวี่ยหลินก็ได้เห็นกับตาเลยว่าสัตว์อสูรที่นางต้องสิ้นเปลืองหัวคิดในการจัดการกับมันนั้นบัดนี้อาการร่อแร่ใกล้ตาย แค่นางสะกิดนิ้วใส่มัน มันคงตายได้เลยเสวี่ยหลินต้องถอนหายใจเฮือก
มากับพวก OP ก็ดีงี้แหละไม่เสียเวลา ไม่เปลืองแรง นางคิดในใจอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
คทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกในมือของเสวี่ยหลินสาดประกายสีทองเจิดจ้านางวาดคทาไปยังสัตว์อสูรตัวนั้น มองเห็นแสงสีทองพุ่งทะลวงร่างของสัตว์อสูร พริบตามันก็สิ้นใจตาย
ผลึกเมฆา 3 ชิ้น
บุปผาสนธยา 2 ต้น
เสียงไร้ที่มาดังขึ้นในใจของเสวี่ยหลิน
เหม่ยเมิ่งมองเห็นบุตรสาวเดินไปทำท่าเก็บของบางอย่างขึ้นมาครู่หนึ่งนางก็เดินกลับมาพร้อมกับยื่นของในมือให้ดู
“นี่เป็ผลึกเมฆากับบุปผาสนธยาเพคะผลึกเมฆาใช้สร้างของวิเศษได้ บุปผาสนธยาใช้ปรุงโอสถและทำอาหารได้”
เหม่ยเมิ่งนิ่งอึ้งตะลึงลานของสองสิ่งนี้ นางก็รู้จักเช่นกันหากแต่จดจำได้ว่าผลึกเมฆานั้นต้องไปขุดหาในแดนอุดรของเผ่าเต่าัส่วนบุปผาสนธยาจะเกิดขึ้นที่ยอดเขาสูงชันและหนาวเหน็บแต่บัดนี้ของสองอย่างที่หาได้ยากกลับปรากฏต่อหน้านางด้วยการให้บุตรสาวของนางสังหารสัตว์อสูรนั้นมันง่ายถึงเพียงนี้เลยหรือ
“แม่เข้าใจที่เ้าบอกแล้วหลินเอ๋อร์” เหม่ยเมิ่งกล่าวออกมาหลังจากตั้งสติได้
“เช่นนั้น เ้าก็พาแม่ไปหาสัตว์อสูรตัวอื่นต่อพวกเราจะได้ช่วยกันหาของเหล่านี้ให้ครบตามที่เ้า้า”
“ขอบพระทัยเพคะ เสด็จแม่รักลูกที่สุดเลย”
เสวี่ยหลินพาเหม่ยเมิ่งไปตามสถานที่ที่บอสอยู่จนครบการล่าบอสที่ตอนแรกนางคิดว่ากว่าจะจบหนึ่งรอบคงต้องใช้เวลานานนั้น กลายเป็ว่าใช้เวลาทั้งเดินทางและสังหารบอสกลับกินเวลาไปเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น
“จบรอบแรกแล้วเพคะ เสด็จแม่สัตว์อสูรสิบห้าตัวที่ลูกต้องล่า เดี๋ยวรออีกสองชั่วยามพวกเราค่อยวนไปล่าสัตว์อสูรตัวแรกที่สังหารกันเพคะ”
เหม่ยเมิ่งจ้องมองบุตรสาวอย่างประหลาดใจแต่ก็คิดได้ในที่สุด
“นี่เ้าถึงกับทราบด้วยว่าสัตว์อสูรตัวใหม่จะออกมาเมื่อใดเลยรึ”
“เพคะพวกมันทั้งสิบห้าตัวจะออกมาวันละสี่ครั้ง เดี๋ยวพอพวกเรารอครบสองชั่วยามก็ไปล่ารอบสองได้เลย พวกเราจะต้องวนทำแบบนี้ไปทุกวันเพคะจนกว่าจะได้ของครบ”
“ได้ แม่ตามใจเ้าทุกอย่างเลย”
“ยามนี้พวกเราว่างสองชั่วยามเสด็จแม่พาลูกเที่ยวในแดนพายัพนะเพคะ ลูกยังไม่รู้จักดินแดนบ้านเกิดของตัวเองเท่าไหร่เลย”
“ได้สิ”ได้ยินบุตรสาวอ้อนขอให้พาเที่ยว เหม่ยเมิ่งก็ตามใจทันทีและนางก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไรมากมาย สัตว์อสูรเหล่านี้ระดับชั้นต่ำกว่านางเกินไปแค่ยกมือก็สังหารได้แล้ว หากเป็เสวี่ยหลินลงมือเองเกรงว่ากว่าจะสังหารได้สักตัวคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเค่อขณะที่นางสามารถสังหารภายในอึดใจเดียว
ด้วยระดับชั้นที่แตกต่างกันมากเกินไประหว่างเหม่ยเมิ่งและสัตว์อสูรที่เสวี่ยหลินต้องล่าผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนเสวี่ยหลินก็สามารถเก็บสะสมแร่และวัตถุดิบได้ครบถ้วนทั้งการล่าสัตว์อสูรนี้นางยังได้ปราณมาเลื่อนระดับลมปราณของตนเองด้วยทำให้ยามนี้เลเวลของนางเลื่อนเป็ 100 จาก 92 ระดับลมปราณเลื่อนเป็แปลงเซียนขั้นสิบจากแปลงเซียนขั้นสอง
เหม่ยเมิ่งมองดูบุตรสาวของนางด้วยความประหลาดใจนางเพิ่งทราบว่าการสังหารสัตว์อสูรก็สามารถเลื่อนระดับลมปราณได้ด้วยแต่นี่เกิดขึ้นได้เพราะเป็เสวี่ยหลิน หากเป็ผู้อื่นย่อมไม่สามารถกระทำได้
เมื่อมีวัตถุดิบครบถ้วนแล้ว เสวี่ยหลินจึงเริ่มสร้างเครื่องประดับอันได้แก่แหวนจิ้งจอก สร้อยจิ้งจอก ต่างหูจิ้งจอก และปิ่นจิ้งจอก ทันทีเหม่ยเมิ่งมองเห็นเสวี่ยหลินนำวัตถุดิบสี่ถึงห้าอย่างมาวางรวมกันก่อนจะใช้คทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกร่ายเวท ประกายเวทมนตร์จากคทาพุ่งลงครอบคลุมวัตถุดิบเ่าั้ก่อนจะค่อยๆ หลอมรวมกันอย่างแช่มช้า ผ่านไปราวครึ่งเค่อประกายแสงสีทองก็เจิดจ้าจนแสบตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะดับวูบลงเบื้องหน้าของเสวี่ยหลินปรากฏดวงแสงสว่างนวลสบายตากลางดวงแสงเป็ต่างหูรูปจิ้งจอกตัวน้อยกำลังเปล่งประกายอันงดงามคู่หนึ่ง
“ต่างหูจิ้งจอก?”เหม่ยเมิ่งกล่าวออกมาแ่เบาเป็ครั้งแรกที่นางเห็นเครื่องประดับรูปจิ้งจอกที่งดงามน่ารักเช่นนี้
เสวี่ยหลินถอดต่างหูคู่เดิมออกก่อนจะใส่ต่างหูจิ้งจอกคู่ใหม่นี้ไว้ทันทีจากนั้นจึงเริ่มสร้างแหวนจิ้งจอก สร้อยจิ้งจอก และปิ่นจิ้งจอกจนครบถ้วนทั้งหมดเมื่อนางสวมใส่เครื่องประดับครบสี่ชิ้นร่างของเสวี่ยหลินก็มีแสงสีทองทอประกายขึ้นอีกครั้งแสงสีทองคงอยู่ครู่หนึ่งก็ดับวูบเหม่ยเมิ่งก็รับรู้ได้ทันทีว่าบุตรสาวตัวน้อยของนางแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับ
“เรียบร้อยแล้ว?”
“เรียบร้อยแล้วเพคะ เครื่องประดับที่ลูก้าเสร็จสิ้นหมดแล้ว”
“ได้ของครบหมดแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็กลับกันเถิด”
“อย่าเพิ่งกลับเลยนะเพคะ เสด็จแม่ลูกอยากสร้างของให้เสด็จแม่ได้ใช้”
“เ้าน่ะรึ?”เหม่ยเมิ่งเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ
“แหม เสด็จแม่ อย่าหัวเราะลูกสิเพคะลูกน่ะคิดไว้แล้วว่าจะสร้างของสิ่งใดให้เสด็จแม่บ้าง ไหนๆก็พวกเรายังมีเวลาอีกห้าเดือนลูกเชื่อว่าลูกจะสร้างของวิเศษให้เสด็จแม่สำเร็จแน่นอนเพคะ”
“เ้าจะสร้างอะไรให้แม่”
“เสด็จแม่เป็จิ้งจอกแดงบทเวทของเสด็จแม่ย่อมต้องเน้นอัคคีธาตุแต่อัคคีธาตุนี้หากเสด็จแม่ไม่มีจตุธาตุอัญมณี ความรุนแรงของมันต้องเป็รองเผ่าหงส์แดงแต่ในเมื่อเสด็จแม่มีจตุธาตุอัญมณีแล้วอัคคีธาตุของเสด็จแม่ย่อมทัดเทียมกับเผ่าหงส์แดงได้ เพราะฉะนั้น...”เสวี่ยหลินกล่าวอย่างครุ่นคิดก่อนจะจ้องมองมารดาอย่างละเอียดอีกครั้งนางกำลังมองค่าสถานะของมารดา และดูว่ามีจุดอ่อนที่ใด จุดแข็งที่ใด
ผ่านไปครู่ใหญ่เหม่ยเมิ่งก็มองเห็นเสวี่ยหลินวาดฝ่ามือแม้มิได้มีสิ่งใดปรากฏขึ้นแต่นางก็ทราบว่าเสวี่ยหลินต้องมองเห็นอะไรบางอย่างเสวี่ยหลินจับจ้องความว่างเปล่าอย่างละเอียดนางก็ปล่อยให้บุตรสาวทำตามใจตนเอง ส่วนนางก็เอนอิงพิงต้นไม้หลับตานอนพักผ่อนทว่า...
“เสด็จแม่เพคะตื่นมาชิมชากับขนมหวานนี่สักหน่อยสิเพคะ ว่าจะถูกใจเสด็จแม่หรือไม่” เสียงใสเล็กๆของบุตรสาวเรียกนางพร้อมกับกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ บางอย่างโชยแตะจมูก
เหม่ยเมิ่งลืมตาขึ้นก็มองเห็นโต๊ะเตี้ยตัวหนึ่งบนโต๊ะวางไว้ด้วยชาร้อนในกาขนาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ยังมีถ้วยชา จานรองและช้อนคันเล็ก ข้างๆ กันมีจานกระเบื้องสีขาวใบเล็ก วางไว้ด้วยขนมก้อนกลมหกชิ้นเป็ขนมที่สีสันสวยงามเลยทีเดียว
“อะไรน่ะ หลินเอ๋อร์ ชาหอมจริงๆขนมก็น่ารับประทาน”
“เสด็จแม่ลองชิมฝีมือลูกหน่อยสิเพคะลูกเพิ่งหัดทำได้ไม่นานนัก แต่ก็เชื่อว่าเสด็จแม่น่าจะชอบ”เสวี่ยหลินคะยั้นคะยอให้มารดาชิมฝีมือของนาง
เสวี่ยหลินรินชาใส่ถ้วยให้มารดา“เสด็จแม่ลองจิบชาฝีมือลูกหน่อยสิเพคะ”
เหม่ยเมิ่งหยิบถ้วยชาขึ้นมาสูดกลิ่นหอมครู่หนึ่งก่อนจะจิบชาไปหนึ่งคำนางต้องหลับตาพริ้มดื่มด่ำไปกับรสชาติและกลิ่นหอมของชา
“เ้าชงชาเก่งมาก หลินเอ๋อร์ แม่ชอบ”
“เสด็จแม่ลองชิมขนมนี่สักนิดสิเพคะ”เสวี่ยหลินเลื่อนจานขนมให้มารดา เหม่ยเมิ่งหยิบขึ้นมากัดไปชิม เพียงขนมเข้าปากนางต้องเบิ่งตากว้าง ก่อนจะหลับตาดื่มด่ำกับรสชาติหอมหวานกำลังดี
“ขนมอะไรลูก อร่อยจริงแม่ชอบเสียแล้วสิ ที่สถานศึกษาพายัพมีสอนชงชาและทำขนมแบบนี้ด้วย?”
“ไม่ใช่เพคะนี่เป็ชาและขนมที่ลูกคิดขึ้นเอง ใช้เวลาคิดค้นและแก้ไขอยู่นานพอดูเพคะ”เสวี่ยหลินจำต้องโกหกไปก่อน จะบอกได้อย่างไรล่ะว่าเป็ของจากโลกมนุษย์
“หลินเอ๋อร์ เ้าเก่งมาก เช่นนี้กลับไปถึงวังแล้ว เ้าสอนแม่ทำหน่อยสิ แม่ชอบชาและขนมของเ้ามากพ่อของเ้าต้องชอบด้วยแน่ๆ”
“ได้เพคะ มีหลายสูตรเลยแล้วลูกจะสอนเสด็จแม่ให้ทำได้ทุกสูตรเลยเพคะ ตอนนี้เสด็จแม่นั่งจิบชา ชิมขนมและชมทิวทัศน์ไปก่อนนะเพคะ จะได้ไม่เบื่อระหว่างนั่งรอลูก”
บอกกล่าวเสร็จแล้วเสวี่ยหลินก็หันมาสนใจกับหน้าจออุปกรณ์ที่เปิดค้างไว้อยู่ยามนี้นางกำลังคัดเลือกของที่เหมาะสมกับมารดา แน่นอนว่าต้องมีอาวุธ ชุดเกราะสนับแขน สนับขา รองเท้า ครบชุด เครื่องประดับย่อมต้องเป็ปิ่น สร้อย แหวน ต่างหู
เสวี่ยหลินใช้เวลาคัดเลือกนานถึงสองชั่วยามกว่าจะคัดเลือกได้ของที่เหมาะกับมารดาที่สุดจากนั้นใช้อีกหนึ่งชั่วยามเพื่อดูว่าต้องไปล่าบอสตัวใดนางนั่งจดรายละเอียดออกมาจนครบก่อนจะเงยหน้ามาเห็นมารดาที่เอนอิงพิงต้นไม้หลับสนิทไปแล้วชาในกาหมดแล้ว ขนมก็หมดแล้วเช่นกัน
“เสด็จแม่เพคะ เสด็จแม่” เสียงเล็กๆร้องเรียกมารดา
ครู่หนึ่งเหม่ยเมิ่งลืมตาขึ้น
“เสด็จแม่เพคะพวกเราต้องไปล่าสัตว์อสูรพวกนี้เพคะ ลูกคิดว่าไม่น่าเกินสองเดือน ก็ได้ของครบลูกจะได้สร้างของวิเศษให้เสด็จแม่”
“แต่สัตว์อสูรพวกนี้อยู่ทั้งในแดนพายัพเราแดนประจิม และแดนอุดรพวกเราสามารถข้ามไปล่าพวกมันในแดนประจิมและแดนอุดรได้หรือไม่เพคะ”เสวี่ยหลินถามอย่างกังวล
“ได้สิ แดนประจิมและแดนอุดรเป็มิตรกับพวกเรามาเนิ่นนานแล้วผู้คนทั้งสามแดนไปมาหาสู่กันตลอด ไม่มีปัญหาดอก”
“เยี่ยมเลยงั้นเราเริ่มที่แดนพายัพให้เสร็จเสียก่อน จากนั้นค่อยไปที่แดนประจิมได้ของจากสองที่นี้แล้ว ลูกสามารถสร้างของวิเศษให้เสด็จแม่ได้ห้าอย่างเลยจากนั้นค่อยขึ้นไปที่แดนอุดร”
“ตกลง แล้วก็ทำเหมือนเดิมใช่หรือไม่เ้าต้องเป็ผู้สังหารสัตว์อสูร”
“ใช่เลยเพคะ เสด็จแม่เป็งานแล้ว”เสวี่ยหลินยิ้มร่า
“อะไรของเ้า เป็งาน”เหม่ยเมิ่งถามอย่างแปลกใจ
“เอ่อ...หมายถึงเสด็จแม่เก่งขึ้นไงล่ะเพคะ”เสวี่ยหลินเลี่ยงหาข้อแก้ตัวได้สำเร็จหลังจากหลุดปากด้วยคำคุ้นเคยจากโลกมนุษย์
ไม่เกินสองเดือนตามที่เสวี่ยหลินคำนวณไว้นางก็สามารถสร้างของวิเศษให้มารดาได้ครบถ้วนเหม่ยเมิ่งที่สวมใส่ของที่บุตรสาวสร้างให้ต้องรู้สึกนางแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากมายจริงๆกระบี่จิ้งจอกแดงพิโรธที่นางเคยใช้เป็ประจำเหม่ยเมิ่งโยนมันเก็บไว้ในมิติส่วนตัวอย่างไม่ไยดีอีกต่อไปกระบี่คู่กายนางยามนี้คือ กระบี่จิ้งจอกเพลิง์ที่บุตรสาวของนางสร้างขึ้นมาให้มันเหมาะมือนางอย่างยิ่ง และทำให้นางสามารถใช้อัคคีธาตุได้ดียิ่งกว่าเดิม
เพราะด้วยเลเวลของสัตว์อสูรในสองเดือนนี้ที่สูงกว่าเลเวลของเสวี่ยหลินกว่าเดิมไปไม่น้อยทำให้เลเวลของนางเพิ่มขึ้นถึง 10 เลเวล เป็ 110 จากเดิม 100 ลมปราณเพิ่มขึ้นหนึ่ง่ชั้นใหญ่เป็เซียนกนกขั้นสิบจากแปลงเซียนขั้นสิบ
เสวี่ยหลินจ้องดูค่าสถานะของมารดาด้วยความปลาบปลื้มดีใจอย่างยิ่งนางสามารถทำให้เสด็จแม่ของนางแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากมายนักและตลอดสองเดือนนี้นางยังขอร้องแกมบังคับให้มารดารับประทานอาหารที่นางทำให้ตามจำนวนที่นางกำหนดเพื่อให้มารดาได้ค่าสถานะเพิ่มขึ้นอย่างถาวร ดังนั้นเมื่อมารดาสวมใส่ของที่นางคัดสรรและสร้างให้อย่างดีเหม่ยเมิ่งจึงยิ่งแข็งแกร่งและร้ายกาจกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ
“ลูกมั่นใจเลยว่าหากยามนี้เสด็จแม่เผชิญหน้ากับยัยฉิงเฟิ่งนั่นนางเอาชนะเสด็จแม่ไม่ได้แน่นอน เต็มที่คือเสมอ” เสวี่ยหลินบอกกล่าวอย่างมั่นใจ
“หลินเอ๋อร์ ลูกไปสนใจอะไรกับนางล่ะ”
“แหม ก็นางเคยมาชอบเสด็จพ่อของลูกนี่เพคะพอเสด็จพ่อไม่เล่นด้วย ยังมาทำเป็รังเกียจเผ่าจิ้งจอกเก้าหางเราอีกจะให้ลูกนึกชอบเผ่าหงส์แดง ยากส์”เสวี่ยหลินเผลอหลุดคำพูดเมื่อยามเป็ฮุ่ยหลันออกมา
“อะไรนะลูก ยากส์”
“เอ่อ...ไม่มีอะไรเพคะ เสด็จแม่”
“แล้วแม่ต้องใส่ของพวกนี้ไว้ตลอดเลยหรือแม่ว่ามันไม่สะดวกสำหรับแม่นะ”
“ไม่ต้องหรอกเพคะ แต่เสด็จแม่ควรใส่มันไว้ในมิติเก็บของเพคะเมื่อใดที่้าสวมใส่ เสด็จแม่จะได้เรียกมันออกมาสวมใส่ได้ทันที”
“จริงของเ้า”
“เอ่อ...เรากลับแดนพายัพกันก่อนดีกว่านะเพคะลูกจะได้เอาของไปส่งท่านอาจารย์ แล้วจะได้ไปพบเสด็จพ่อด้วยลูกอยากสร้างของให้เสด็จพ่อเพคะ แล้วตอนนี้เราก็มีเวลาอีกตั้งสามเดือนกว่าลูกจะต้องกลับไปเรียนที่สถานศึกษาพายัพ”
เสวี่ยหลินเอาแร่และวัตถุดิบต่างๆจำนวน 15 ชนิดๆ ละ 100 ชิ้น มาส่งให้อาจารย์ผู้สอนวิชาค้นหาและขุดแร่เพียงได้เห็นของที่นางนำมาให้ อาจารย์ผู้นั้นก็ให้นางได้คะแนนเต็มในการสอบทันทีเพราะของที่เสวี่ยหลินนำมานั้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างยิ่ง
เมื่อเสวี่ยหลินและเหม่ยเมิ่งกลับมาถึงวังพายัพาาเสวี่ยิที่ได้พบเจอเหม่ยเมิ่งยังััได้ชัดเจนว่าเหม่ยเมิ่งทรงพลังกว่าเดิมมากนัก
“เหม่ยเมิ่ง เ้าไปทำอะไรมาข้ารู้สึกได้ว่าเ้าแข็งแกร่งกว่าเดิมยิ่งนัก”
เหม่ยเมิ่งจึงเล่าให้เขาฟังถึงเื่ราวระหว่างที่นางกับเสวี่ยหลินออกล่าสัตว์อสูร
“ยามนี้ หลินเอ๋อร์จะมาเอาตัวท่านไปด้วยลูกอยากทำให้ท่านแข็งแกร่งขึ้นเหมือนอย่างที่ทำให้ข้า”เหม่ยเมิ่งบอกกล่าวอย่างภาคภูมิใจในตัวบุตรสาวก่อนจะหยิบยื่นของทั้งหมดที่เสวี่ยหลินสร้างขึ้นให้เขาได้ดู
เมื่อได้ตรวจสอบถึงคุณวิเศษของสิ่งที่เสวี่ยหลินสร้างขึ้นาาเสวี่ยิต้องประหลาดใจ
นี่บุตรสาวข้าเก่งกาจเช่นนี้เลยรึนี่นางอายุเพียงหมื่นสี่พันกว่าปีเองนะ เขารำพึงอยู่ในใจ
“เสด็จแม่จะดูแลแดนพายัพจนกว่าเสด็จพ่อจะกลับมาเพคะลูกคิดว่าไม่เกินสองเดือน ทุกอย่างจะเรียบร้อย พรุ่งนี้พวกเราค่อยออกเดินทางกันวันนี้ลูกจะศึกษาก่อนว่าลูกควรเสริมจุดแข็งลดจุดด้อยให้เสด็จพ่ออย่างไรและเตรียมทุกอย่างให้พร้อมเสียก่อน”
“ทำตามที่ลูกบอกเถิดจะเป็ผลดีกับตัวท่านเองนะ ฟูจวิน” เหม่ยเมิ่งเอ่ยเสียงเข้มเป็เชิงบอกให้รู้ว่าเขาไม่สามารถปฏิเสธได้
าาเสวี่ยินิ่งอึ้ง
ใช้เวลาอีกสองเดือนตามที่เสวี่ยหลินคาดไว้นางก็สามารถสร้างของวิเศษให้บิดาได้ครบถ้วน และแน่นอนว่าระหว่างสองเดือนนี้บิดาของนางก็ต้องรับประทานอาหารเช่นเดียวกับที่นางให้มารดาของนางรับประทาน
และด้วยเลเวลของสัตว์อสูรในสองเดือนนี้ที่ยังคงสูงกว่าเลเวลของเสวี่ยหลินอยู่มากทำให้เลเวลของนางยังคงเพิ่มขึ้นอีก 10 เลเวล เป็ 120 จากเดิม 110ลมปราณเพิ่มขึ้นหนึ่ง่ชั้นใหญ่เป็เซียนเมธีขั้นสิบจากเซียนกนกขั้นสิบ
เวลาอีกหนึ่งเดือนที่เหลือเสวี่ยหลินใช้ไปกับการสอนทำอาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มของแดนมนุษย์ทั้งหมดให้กับเหม่ยเมิ่งมารดาของนาง
เสวี่ยหลินกลับมาที่สถานศึกษาพายัพแล้วยามนี้นางเหลือเพียงวิชาการต่อสู้เท่านั้น เมื่อมาเข้าเรียนในวิชานี้นางจึงทราบว่าเป็การศึกษาในภาคปฏิบัติทั้งสิ้น มีทั้งกระบี่ ทวน ธนู ดาบใหญ่กระบอง ง้าว แต่ไม่มีวิธีการต่อสู้ด้วยคทา ทำเอาเสวี่ยหลินต้องถอนหายใจเฮือกแต่ในเมื่อจำต้องเรียนเพื่อให้สำเร็จการศึกษาจากที่นี่ นางจึงเลือกเรียนกระบี่
ตำรากระบี่ของสถานศึกษาพายัพเหมือนเป็ตำราเบื้องต้นเพื่อสอนให้ทุกคนเข้าใจในวิถีกระบี่ เสวี่ยหลินอ่านทำความเข้าใจไปสองเที่ยวก็จดจำและเข้าใจได้ทั้งหมดเมื่อมาถึงภาคปฏิบัติ นางจึงผ่านการซ้อมได้อย่างง่ายดาย
เสวี่ยหลินขอออกจากสถานศึกษาพายัพกลับมาซ้อมกระบี่กับาาเสวี่ยิบิดาของนาง ซ้อมอยู่ราวสามเดือน จึงกลับไปสอบดูเหมือนครั้งนี้นางไม่ชอบกระบี่เอาเสียเลย แม้นางจะไม่ได้คะแนนเต็มเช่นที่เคยกระทำได้แต่ก็สอบผ่านได้ไม่ลำบาก
ยามนี้เสวี่ยหลินจึงหมดภาระหน้าที่ที่จะต้องเรียนที่สถานศึกษาพายัพเสียทีนางตั้งใจจะสร้างที่พักใหม่แห่งหนึ่งตามแบบบ้านที่นางฝันไว้ยามที่เป็มนุษย์บ้านพักพร้อมสวนดอกไม้สวยๆ ริมทะเลสาบ และที่นางตั้งใจอีกอย่างคือนางกำลังนึกอยากเล่นเกมสร้างฟาร์มและร้านชา
ตอนนี้นางมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะสมุนไพรพืชผักผลไม้ และดอกไม้ต่างๆ ดังนั้นสิ่งที่นางต้องทำคือหาพื้นที่ในแดนพายัพที่สามารถตอบสนองความ้าของนางได้พื้นที่กว้างที่สามารถสร้างบ้านพัก ร้านขายชาและขนมหวาน และปลูกพืชได้เพราะนางอยากมีร้านขายชาและขนมหวานเป็ของตนเอง ทั้งพื้นที่นี้ต้องมีทะเลสาบสวยๆกว้างๆ ทิวทัศน์งามๆให้นางได้ชื่นชมเป็ส่วนตัวและเป็จุดขายของร้านขายชาของนางด้วย
เสวี่ยหลินกำลังนั่งคิดถึงฤดูกาลในแดนพายัพแดนพายัพมีสามฤดู เป็ฤดูหมอกสี่เดือน ฤดูใบไม้ร่วงสี่เดือน และฤดูหนาวสี่เดือนดังนั้น ชาที่นางคิดขายต้องเน้นเป็ชาร้อน ขนมหวานนอกจากมาการองของโปรดของนางแล้วต้องมีขนมอื่นด้วย เพราะไม่แน่ว่าเหล่าเทพเซียนอาจอยากลิ้มลอง แต่เหนืออื่นใดทั้งหมดไม่ว่าชาหรือขนมหวานทั้งหมดนี้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ต้องทำให้จิตใจของทุกคนผ่อนคลาย มีความสุข
ในร้านของนางต้องมีวงดนตรีมาเล่นเพลงเบาๆให้ทุกคนได้ฟังอย่างผ่อนคลาย ร้านนี้ยังต้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของชาและส่วนประกอบของพืชและสมุนไพรต่างๆ เรียกได้ว่าเพียงก้าวเข้ามาในร้านพวกเขาทั้งหมดต้องรู้สึกผ่อนคลายได้ทันทีและยิ่งบรรยากาศของร้านที่นางตั้งใจจัดให้เหมือนนั่งอยู่ในสวนด้วยแล้วล่ะก็พวกเขาไม่หลงอยู่ในร้านของนางก็ให้มันรู้ไปรับรองว่าจะทำให้พวกเขาสั่งชาและขนมหวานกันไม่เลิกเลยทีเดียว
แต่เหนืออื่นใด นางควรทำชา ขนมหวานและของว่างออกมาให้คนในแดนพายัพได้ลองชิมเสียก่อนเพื่อทดสอบดูว่าพวกเขาจะชมชอบหรือไม่ และชอบมากน้อยเพียงใดเมื่อแน่ใจว่าพวกเขาชมชอบ นางจึงค่อยมองหาพื้นที่เื่เหล่านี้ต้องอาศัยเวลาเตรียมการไม่น้อย เพราะหากเป็ไปตามที่คาดคิดนางต้องฝึกนางกำนัลและเซียนรับใช้ให้ชงชาและทำขนมหวานให้ได้รสชาติเดียวกับที่นางทำทั้งยังต้องฝึกฝนพวกเขาให้ทำหน้าที่บริกรของร้าน อีกส่วนหนึ่งต้องเป็นักดนตรีและอีกส่วนทำหน้าที่ปลูกพืช
คิดไปคิดมา โครงการใหญ่เหมือนกันแฮะเสวี่ยหลินคิดในใจก่อนจะค่อยๆ จดสิ่งที่นางต้องทำออกมา
OP (Over Power) เก่งเกิน พลังมากเกิน หรือบางครั้งหมายความถึง เก่งจนดูโกงเกิน
ฟาร์ม (Farm) ใช้เรียกลักษณะการหาเงินหรือเก็บเลเวลในเกมโดยอาศัยการตีมอนสเตอร์หรือเล่นในโหมดที่ง่าย เพื่อให้ได้มาซึ่งเลเวลหรือเงินในเกม