เช้ารุ่งขึ้นกับวันทำงานที่วุ่นวายของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายซึ่งแพรวาก็เป็หนึ่งในนั้น
หลังจากเธอลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือร่างเล็กพลิกตัวหันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียงซึ่งบ่งบอกเวลา 7.30 น. ทำให้ความง่วงงุนหายเป็ปลิดทิ้ง เหลือเพียงความเร่งรีบเข้ามาแทน
หญิงสาวรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวด้วยความรวดเร็วอย่างที่ไม่คิดว่าจะทำได้ภายในเวลาแค่สิบนาทีแล้ววิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้อง ‘ตายแน่ๆ ยัยแพรวันนี้ท่านประธานจะเข้ามาพร้อมกับคุณธีร์พัฒน์เ้านายคนใหม่ของเธอด้วย’ แพรวาต่อว่าตัวเองในใจ ขณะที่ขาเล็กๆก็รีบก้าวเหมือนกับวิ่งเพื่อไปถึงบริษัทให้เร็วที่สุด
ธีรพัฒน์แต่งตัวดูภูมิฐาน สง่างามสมกับตำแหน่งที่เขาจะได้รับแม้วันนี้จะเป็การมาที่ไม่เป็ทางการนักก็ตาม
ชายหนุ่มเดินทางมาพร้อมกับมารดาและเพื่อนสนิทของเขาเมื่อขึ้นมาถึงหน้าห้องทำงานซึ่งเป็ชั้นของผู้บริหารระดับสูงทั้งชั้นสายตาคมเข้มกำลังกวาดมองหาร่างเล็กของหญิงสาวที่จะมาเป็เลขาของเขาอย่างนึกจับผิด
ตอนนี้โต๊ะของเธอยังคงว่างเปล่า นั่นแสดงว่าเธอยังไม่มาความรู้สึกผิดหวังเริ่มปรากฏขึ้นในใจ ทันทีเพราะดูเหมือนว่าหญิงสาวจะมาทำงานสายจนเป็ความเคยชินหรือเปล่าเขายกข้อมือขึ้นมาเพื่อดูนาฬิกาขณะที่กำลังเดินผ่านโต๊ะของเธอเข้ามาภายในห้องซึ่งนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือแข็งแกร่งบ่งบอกว่าเลยเวลาเริ่มงานมาสิบนาทีแล้ว ‘เมื่อคืนคงหนักสิท่า ถึงได้ลุกมาทำงานไม่ไหว’ ธีรพัฒน์คิดในใจอย่างหัวเสียเขาเกลียดคนที่ไม่ตรงต่อเวลา ไม่มีระเบียบวินัยและไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองเป็ที่สุด
“มีอะไรหรือเปล่าธีร์ แม่เห็นลูกมองนาฬิกาอยู่นานแล้ว” คุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายมีท่าทางแปลกๆ
“ผมกำลังรอดูว่าเลขาคนดีของคุณแม่จะมาทำงานกี่โมงเพราะนี่ก็เลยเวลางานมาสิบนาทีแล้ว” เมื่อได้ฟังคำตอบจากลูกชายคุณหญิงเพ็ญพักตร์ก็หันไปยิ้มให้กับทินกรที่ยืนอยู่ข้างหลังเหมือนเป็การถามว่าได้ติดต่อเลขาของนางบ้างหรือเปล่า
“เมื่อสักครู่ผมโทรไปเห็นว่าออกมาแล้วครับคุณป้า คงใกล้ถึงแล้ว” ทินกรตอบผู้ที่เป็ทั้งป้าแท้ๆ และเ้านายที่เคารพ
“ดูเหมือนนายจะสนิทกับเธอจังนะ” ธีรพัฒน์เริ่มรู้สึกหงุดหงิดอดที่จะเหน็บแนมเพื่อนรักไม่ได้
“ก็คุณแพรเธอเป็เลขาของแม่นายมาตั้งหลายปี เราทำงานร่วมกันมาตลอดก็ต้องรู้ความเป็ไปของอีกฝ่ายเป็เื่ธรรมดา” ทินกรย้อนกลับตรงๆมันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรนี่นา ปกติเขาก็โทรหาแพรวาเป็ประจำอยู่แล้วหากมาถึงที่ทำงานแล้วไม่เจอเธอ
“เอาเถอะ หนูแพรคงติดธุระส่วนตัวก็เลยมาสายนิดหน่อยน่ะ นี่ตากรป้ารบกวนบอกให้ใครช่วยจัดโต๊ะทำงานมาไว้ในห้องนี้สักชุดนะป้าจะให้ตาธีร์นั่งทำงานในห้องนี้กับป้าไปก่อน” คุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ่ยตัดบทเพราะไม่อยากให้ลูกชายตัวเองจ้องจับผิดเลขาของนางกับหลานชายมากนัก
“ฮึ! ธุระส่วนตัวหรือว่ามั่วจนลุกไม่ขึ้นกันแน่” ธีรพัฒน์เปรยออกมาเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมกับเสมองไปทางหน้าต่างที่เป็กระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวทิวทัศน์ทั่วกรุงเทพฯได้กว้างไกล
“ว่าไงนะธีร์ เมื่อกี้แม่ได้ยินไม่ถนัด” คนเป็แม่หันมาถามบุตรชายที่บ่นอะไรงึมงำไม่ได้ยิน
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบคำถามของมารดา ประตูห้องทำงานที่ถูกเคาะเบาๆเป็มารยาทและถูกเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าแม่ของเขาเสียก่อน
“สวัสดีค่ะท่านประธาน ขอโทษด้วยนะคะที่แพรมาสายพอดีเกิดเหตุสุดวิสัยนิดหน่อยน่ะค่ะ”
แพรวารีบขอโทษผู้เป็เ้านายเธอเห็นท่านส่ายหน้าน้อยๆ ยิ้มให้อย่างเอ็นดู เป็เชิงว่าไม่เป็ไรส่วนอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ท่านประธานของเธอนี่สิ มีสีหน้าท่าทางบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์ั้แ่เห็นเธอเข้ามาแล้ว
“ผมคิดว่าเลขาที่ดีควรจะมาก่อนเ้านายนะ” น้ำเสียงเข้มบอกออกไปหวังจะตำหนิให้คนมาสายได้สำนึกผิดแต่เปล่าเลยนอกจากเธอจะไม่รู้สึกอะไรแล้วยังทำหน้าสดใสเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิดอีกด้วยแถมยังกล้าเถียงเขาต่อหน้ามารดาอีกว่า
“ก็ดิฉันแจ้งให้ทราบแล้วยังไงคะ ว่าไม่ได้ตั้งใจมันเป็เหตุสุดวิสัยแล้วที่ผ่านมาดิฉันก็มาทำงานก่อนเ้านายเสมอถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองถามท่านประธานดูสิคะ” แพรวาท้าทายเ้านายคนใหม่ด้วยความมั่นใจเพราะที่ผ่านมาเธอก็ปฏิบัติตัวอยู่ในกฎระเบียบมาตลอดอยู่แล้ว
“เอาน่าธีร์ ไหนๆ หนูแพรก็มาแล้ว อย่าอะไรนักเลยอีกอย่างั้แ่หนูแพรทำงานกับแม่มา ก็เพิ่งสายวันนี้เป็วันแรกด้วยซ้ำไม่เห็นต้องตำหนิติเตือนขนาดนั้นเลย” คุณหญิงเพ็ญพักตร์ห้ามทัพไว้ได้ทันก่อนที่ลูกชายปากจัดจะออกฤทธิ์มากไปกว่านี้
“ก็เพราะคุณแม่ให้ท้ายซะแบบนี้ ต่อไปผมจะปกครองยังไง” ธีรพัฒน์ยังคงฮึดฮัดไม่เลิกเดินกระฟัดกระเฟียดไปนั่งที่โซฟารับแขกภายในห้องเพื่อรอโต๊ะทำงานชุดใหม่ที่สั่งให้จัดขึ้นมา
“หนูแพร เตรียมเอกสารสำคัญเกี่ยวกับบริษัทเอามาให้ฉันทีนะ” คุณหญิงเพ็ญพักตร์ไม่สนใจท่าทางของลูกชาย
“ค่ะ” แพรวารับคำแล้วออกไปเตรียมเอกสารตามที่เ้านายสั่งทันทีไม่วายจะหันไปส่งค้อนวงใหญ่ให้เ้านายคนใหม่ที่จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเืกินเนื้อเสียให้ได้ทำอย่างกับเธอทำอะไรผิดนักหนา
หลังจากเลขาคนสวยออกไปเตรียมเอกสารตามคำสั่งอยู่นั้นโต๊ะทำงานและเก้าอี้ชุดใหม่ก็ถูกลำเลียงจัดเข้ามาไว้ในห้องใหญ่อย่างเป็ระเบียบแพรวาหายไปเพียงไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับเอกสารที่้า
“เอาวางไว้ที่โต๊ะทำงานชุดใหม่นั่นแหละจ้ะหนูแพร” คุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหญิงสาวที่นำเอกสารตาม้าเข้ามาให้ก่อนจะหันไปบอกคนที่ยังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่โซฟา
“นี่คือเอกสารสำคัญของบริษัทที่ลูกต้องเรียนรู้มันเป็ส่วนหนึ่งที่ลูกต้องทำความเข้าใจเพื่อการทำงานที่ราบรื่นถ้าอ่านแล้วมีข้อสงสัยอะไรก็ถามตากรได้ เขาเป็ผู้จัดการที่ทำงานต่อจากแม่กรจะบอกลูกทุกเื่ที่ลูกอยากรู้” ประมุขใหญ่บอกลูกชายเสียงนุ่ม
ธีรพัฒน์ลุกขึ้นจากโซฟาเดินมายังโต๊ะทำงานตัวใหม่หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูคร่าวๆ แล้วก็วางกลับไปตามเดิม
“ผมรอให้เลขาของผมมาอ่านและอธิบายให้ฟังดีกว่าครับ” เขาหันมาบอกมารดาและมองเลยไปยังเลขาที่เขาพูดถึงด้วยแววตาท้าทาย
“เลขาของธีร์ ?” คุณหญิงเพ็ญพักตร์ทวนคำบุตรชายอย่างนึกสงสัย
“ก็หนูแพรคนเก่งของคุณแม่ไงครับ”
ธีรพัฒน์หันไปมองหน้าหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเหยียดหยันก่อนจะออกปากขอมารดาในสิ่งที่เขา้า
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปคุณแม่ต้องส่งมอบเลขาของคุณแม่ให้มาเป็เลขาของผมอย่างเต็มตัวได้แล้วนะครับ”
น้ำเสียงนั้นหนักแน่นชัดเจนบ่งบอกว่าเขา้าอย่างนั้นจริงๆคนเป็แม่แม้จะหนักใจกับความใจร้อนของบุตรชายแต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเพราะยังไงนางก็ต้องมอบหมายทุกอย่างให้ลูกชายอยู่ดีจะวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็เหมือนกัน คุณหญิงเพ็ญพักตร์ถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันไปบอกเลขาสาว
“งั้น หนูแพร ั้แ่วันนี้ไปหนูดูแลลูกชายของฉันให้เหมือนกับที่ดูแลฉันไปเลยก็แล้วกันเพราะสัปดาห์หน้าหลังจากผ่านการประชุมแต่งตั้งแล้วหน้าที่ประธานบริษัทจะเป็ของลูกชายฉันอย่างเต็มตัว” คุณหญิงเพ็ญพักตร์อธิบายให้เลขาคนสวยของนางได้ฟังพร้อมกับส่งมอบหน้าที่ให้กับลูกชายไปเลย
“ค่ะ ท่านประธาน” หญิงสาวรับคำแต่ยังไม่ทันจะก้าวเดินออกไปจากห้อง ก็เจอเสียงของใครบางคนขัดไว้ซะก่อน
“เดี๋ยว! เอากาแฟมาให้ฉันด้วย กาแฟดำเท่านั้นนะ” เขาบอกขณะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารที่คิดว่าน่าสนใจขึ้นมาดู
“ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกให้แม่บ้านนำกาแฟเข้ามาให้นะคะ” แพรวาตอบ แล้วกำลังจะหันหลังเดินออกไป
“เธอเป็เลขาของฉันไม่ใช่เหรอ หรือว่าชงกาแฟแค่นี้ทำไม่ได้” ธีรพัฒน์เงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวอย่างยียวน ‘ฉันจะใช้งานเธอทุกอย่างจนเธอไม่มีเวลาว่างไปอ่อยเพื่อนฉันหรือผู้ชายคนไหนได้หรอกฉันจะฉีกหน้ากากผู้หญิงแสนดีใสซื่อของเธอออกมาเอง’ คนขี้หงุดหงิดคิดในใจอย่างหมายมั่น
“งั้น ดิฉันจะเป็คนชงกาแฟเข้ามาให้เองค่ะ” เลขาคนสวยรับคำออกไปเพื่อตัดปัญหาคนเอาแต่ใจ
“ดี ต่อไปนี้หน้าที่ชงกาแฟมาให้ฉัน ถือเป็หน้าที่ของเธอไปเลยก็แล้วกัน”เ้านายคนใหม่ออกคำสั่งกับเลขาเสร็จก็ก้มหน้าอ่านเอกสารของตัวเองต่อไป
“ที่นี่มีแม่บ้านประจำคอยดูแลเื่นี้อยู่แล้วทำไมธีร์ต้องไปใช้หนูแพรเธอด้วยหนูแพรมีหน้าที่ดูแลเอกสารงานของแม่ที่ได้รับมอบหมายก็เยอะพออยู่แล้ว” คนเป็แม่สงสัยจึงเอ่ยถาม เพราะดูเหมือนลูกชายจะใช้งานเลขาเกินหน้าที่
“เธอเป็เลขาผม ผมจะใช้ให้เธอทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือครับแค่เพิ่มหน้าที่ชงกาแฟ ดูแลผมนิดๆ หน่อยๆ คงไม่ถึงกับเสียงานหรอกมั้งครับคุณแม่”คนเอาแต่ใจตอบมารดากลับไปเสียงเรียบเหมือนเป็เื่ธรรมดาแต่ดูยียวนกวนประสาทยิ่งนัก
คุณหญิงเพ็ญพักตร์ส่ายหน้าอย่างระอาในตัวบุตรชายที่ไม่รู้จะอะไรกับเลขานักหนา แต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยไปก็ในเมื่อนางมอบหมายหน้าที่ไปหมดแล้วนี่ จะทำอะไรได้
ไม่นานหญิงสาวก็กลับเข้ามาพร้อมถ้วยกาแฟหอมกรุ่นและแม่บ้านประจำชั้นผู้บริหารก็ตามเข้ามาพร้อมถ้วยน้ำชาสำหรับคุณหญิงเพ็ญพักตร์ด้วยเหมือนกันซึ่งเป็หน้าที่ประจำอยู่แล้ว เมื่อเวลาท่านประธานมาแม่บ้านประจำจะต้องนำน้ำชาและน้ำดื่มเข้ามาเสิร์ฟแต่ตอนนี้ท่านประธานคนใหม่กลับมอบหมายหน้าที่นี้ให้เธอไปเสียแล้ว
หลังจากนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองจนกระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง
ทินกรเข้ามาชวนท่านประธานทั้งสองออกไปทานอาหารกลางวันด้วยกันแต่ก็ไม่ลืมแวะทักทายเลขาหน้าหวาน ที่เขาแสนคิดถึงและห่วงหาอยู่ตลอดเวลาด้วย
“คุณแพร พักเที่ยงแล้ว เราไปทานข้าวด้วยกันไหมครับผมกำลังจะมาชวนคุณป้ากับนายธีร์พอดี” หากทินกรมีเวลาเขาจะแวะมาชวนเธอไปทานข้าวด้วยกันเสมอๆแต่ก็ได้รับการปฏิเสธอยู่เป็ประจำ ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ขอบคุณค่ะคุณกร แต่แพรทานที่โรงอาหารของบริษัทดีกว่าจะได้รีบกลับขึ้นมาทำงานด้วย” หญิงสาวขอบคุณในความห่วงใยที่อีกฝ่ายมอบให้เสมอต่างจากคนในห้อง ที่วันๆ เอาแต่ทำหน้าั์ใส่เธอั้แ่เจอกันครั้งแรกก็พูดจาอย่างกับคนเกลียดกันมาทั้งชาติ ทั้งๆที่ยังไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ
ขณะที่ทินกรกำลังพูดคุยกับหญิงสาวอยู่นั้นเป็เวลาเดียวกันที่ธีรพัฒน์พร้อมด้วยคุณหญิงเพ็ญพักตร์ออกมาจากห้องเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันธีรพัฒน์จึงได้ยินคำเชิญชวนนั่นพอดี ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ‘ห่างกันสักวันจะตายเลยหรือไงนะ’ คนเป็เ้านายคิดอย่างนึกหมั่นไส้ก่อนจะหันไปสั่งงานเลขาสาว
“ไม่ไปก็ดีแล้ว ฉันเตรียมงานไว้ให้เธอทำอยู่บนโต๊ะในห้องทานข้าวเสร็จแล้วก็รีบเอาไปจัดการให้ด้วยล่ะ่บ่ายค่อยเอาเข้ามาให้ฉันตรวจดูอีกที” ธีรพัฒน์บอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเป็การเป็งาน
“โห อะไรจะด่วนปานนั้นครับไอ้ท่านประธาน จะไม่ให้พักผ่อนกันบ้างหรือไง”ทินกรที่ยืนฟังอยู่ เอ่ยประชดประชันด้วยความหมั่นไส้
“ฉันจะสั่งงานเลขาของฉัน แล้วแกมาเกี่ยวอะไรด้วยวะไอ้กร” ธีรพัฒน์ย้อนกลับไปอย่างยียวนแล้วหันไปมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาจับจ้องอย่างคนรู้ทันและจับผิด
“ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบขึ้นมาจัดการให้ค่ะ” แพรวารับคำแล้วเลี่ยงออกไปเพื่อจัดการธุระของตัวเอง
ณโรงอาหารของตึก T-Group พนักงานหลายร้อยคนกำลังทยอยกันลงมาเพื่อรับประทานอาหารกลางวันรวมถึงแพรวาด้วย
เธอก็เป็พนักงานคนหนึ่งที่มาฝากท้องกับที่นี่เกือบทุกวันแม้จะไม่ค่อยมีใครอยากนั่งร่วมโต๊ะกับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะถือว่าต่างคนก็ต่างความคิดต่างจิตต่างใจกันไป ใครจะคิดยังไงเธอก็ไม่อาจห้ามได้ขอเพียงมีงานทำ มีข้าวกิน มีที่ซุกหัวนอนก็พอใจแล้ว
การทำงานในตำแหน่งเลขาท่านประธานของที่นี่ทำให้เธอมีเพื่อนน้อยลงเธอจะรู้จักและพูดคุยกับพนักงานแค่บางคนเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเธอหยิ่งแต่เพราะทุกคนล้วนมองว่าเธอเข้ามาทำงานที่นี่ด้วยการใช้เส้นสายของแม่เพื่อนซึ่งเป็เพื่อนสนิทกับท่านประธานและหลายคนก็มองว่าเธอเป็ผู้หญิงอย่างว่าที่คอยจับแต่ผู้ชายรวยๆโดยเฉพาะคนที่กำลังเป็ข่าวกับเธอครึกโครมอยู่ตอนนี้ก็คือทินกร ทนายความหน้าหยกขวัญใจสาวๆ ทั่วทั้งบริษัท และยังเป็หลานของท่านประธานอีกด้วย จะมีก็แต่ ริสาเพื่อนร่วมงานของเธอที่ทำอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มักจะแวะเวียนมานั่งทานข้าวพูดคุยกับเธออยู่เป็ประจำ รวมถึง นิรุต เพื่อนสาวประเภทสองที่ตามริสามาด้วยอีกคน
“นี่ ยัยแพร ได้ข่าวว่าวันนี้ท่านประธานพาลูกชายสุดเลิฟสุดหล่อมาด้วยใช่ป่ะ”นิรุต หรือ นัตตี้ สาวประเภทสองจีบปากจีบคอถามเพื่อนซี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ย่ะ! เมื่อเช้าฉันยังเห็นเขาเดินเข้าประตูมากับท่านประธานเลยนะ” เพื่อนสาวอีกคนรีบตอบหันไปพยักพเยิดให้กับคนถูกถามแพรวาจึงพยักหน้าให้กับเพื่อนสาวเป็เชิงตอบว่าเขามาจริงๆ
“ว๊าย! ตายแล้ว นี่ฉันมัวไปอยู่ไหนเนี่ย ถึงไม่เห็นก็นั่งอยู่หน้าประตูด้วยกันแท้ๆ ฮึ ยัยริสา ฉันพลาดตอนไหนยะ” สาวเทียมหันมากระฟัดกระเฟียดใส่คนที่นั่งร่วมโต๊ะประชาสัมพันธ์ด้วยกันอย่างนึกเสียดาย
“อ้าว ก็หล่อนมัวไปแต่งสวยอยู่ในห้องน้ำโน่นงะ จะไปทันเห็นไหมล่ะ” ริสาตอบประชดประชันด้วยความหมั่นไส้
“ว๊า! เสียดายจัง ว่าแต่... หล่อป่ะแก” นัตตี้หันมาถามต่ออีก
“หล่อมาก... สูง ขาว สมาร์ตแมน แอนด์แฮนซัมอย่างกับเทพบุตรหลุดออกมาจากในนิยายยังไงยังงั้นเลยล่ะแก” คนบรรยายทำท่าเคลิ้มฝันจนอีกฝ่ายแทบคลั่งที่ไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง
“นี่ จริงเหรอยัยแพร” สาวเทียมหันมาขอความเห็นจากคนใกล้ชิด
“ก็... คงงั้นมั้ง” แพรวาหันมายิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนใครเลยจะรู้ว่าภายใต้ความหล่อปานเทพบุตรนั้น เขาร้ายกาจขนาดไหนซึ่งเธอเองก็ได้แต่หนักใจ ว่าจะทำงานกับเขารอดหรือเปล่า เฮ้อ...
“อ้าว เป็ไรยัยแพร ทำไมถอนหายใจแบบนั้นล่ะ” เพื่อนสาวแท้เอ่ยถามเมื่อเห็นคนตรงหน้ามีท่าทางแปลกๆ
“นั่นสิ เ้านายคนใหม่ ทั้งหล่อ แมน แฮนซัม ขนาดนี้ เธอน่าจะมีความสุขนะ”นัตตี้อดที่จะอิจฉาเพื่อนสาวไม่ได้
“หน้าตาดี แพรไม่เถียงหรอก แต่นิสัยนี่สิ... ทั้งใจร้อน ขี้หงุดหงิดเอาแต่ใจหน้าดูเลยหละ ั้แ่เช้าก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับ พอเห็นหน้าแพรก็จ้องอย่างกับจะกินเืกินเนื้อเสียให้ได้ไม่รู้แพรไปทำอะไรให้เขาโกรธั้แ่เมื่อไร” แพรวาระบายความอัดอั้นในใจให้เพื่อนฟัง
“เพราะหล่อนสวยบาดใจเขาหรือเปล่า... เขาถึงอยากจะกินน่ะ” นัตตี้แซวยิ้มๆ เห็นเพื่อนสาวทำหน้าอย่างกับกินยาขมแบบนั้นก็อดจะหยอกล้อเพื่อนสาวไม่ได้
“ก็อย่างนี้แหละน่า... พวกคุณหนูไฮโซ แถมยังเป็ลูกคนเดียวอีกคงถูกตามใจเอาอกเอาใจจนเคยชินละมั้ง” สาวแท้อีกคนออกความเห็น
“แพรรู้สึกว่าเขามีอคติอะไรบางอย่างกับแพรก็ไม่รู้สิ” แพรวาถอนหายใจบางๆ กับสิ่งที่ไม่เข้าใจ
“สรุป คือ เขาไม่ชอบหน้าแกว่างั้นเถอะ” สาวเทียมสรุปเหมารวมส่งผลให้คนนั่งหน้าแห้ง พยักหน้าเจือนๆ ยอมรับชะตากรรม
“ไม่หรอกมั้ง วันนี้เขาอาจจะกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็ได้พอเห็นหน้าแพรก็เลยขอระบายหน่อย” ริสาปลอบใจเพื่อนคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง คนเพิ่งมาทำงานร่วมกันวันแรกก็อาจจะมีอะไรไม่เข้าใจกันบ้างเป็ธรรมดา
“งั้นแพรขอตัวไปทำงานก่อนนะเขาสั่งงานทิ้งไว้ให้ บอกว่าบ่ายนี้จะเข้ามาตรวจด้วย แพรกลัวทำงานให้เขาไม่ทันเดี๋ยวจะโดนวีนใส่อีก” แพรวาตัดบทร่ำลาเพื่อนแล้วรีบกลับไปทำงานของตัวเองตามที่คนเอาแต่ใจสั่งไว้
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแพรวาก็กลับขึ้นมาทำงานที่ได้รับมอบหมายจากเ้านายคนใหม่จนเรียบร้อยแล้วนำกลับไปวางไว้ที่โต๊ะของคนสั่งตามเดิม จากนั้นก็มานั่งทำงานของตัวเองต่อไป
ไม่นานธีรพัฒน์และทินกรก็กลับเข้ามาโดยคุณหญิงเพ็ญพักตร์ไม่ได้กลับมาด้วย เนื่องจากนางมีนัดกับเพื่อนต่อจึงให้ธีรพัฒน์กลับมากับทินกรเมื่อมาถึงหน้าห้องก็เห็นเลขาคนสวยนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ก่อนแล้ว
“นี่ครับคุณแพร ผมซื้อขนมเค้กมาฝาก” ทินกรส่งถุงขนมเค้กส้มยี่ห้อดังแสนอร่อยให้กับหญิงสาวเขารู้ว่าแพรวาชอบกินเค้กส้มร้านนี้มากก็เลยซื้อมาฝาก
“ขอบคุณค่ะ” แพรวาลุกขึ้นรับถุงขนมแล้วกล่าวขอบคุณจากใจ
“แกจะหิ้วมาทำไมให้เมื่อยวะไอ้กร เขาอยากกินเขาก็ไปซื้อเองแหละ” คนขี้หงุดหงิดส่งเสียงกระแทกกระทั้น แล้วเดินเข้าห้องทำงานไปหน้าตาเฉย
“นายธีร์คงพูดเล่นน่ะครับ คุณแพรไม่ต้องคิดมาก ผมตั้งใจซื้อมาฝากจริงๆ”ทินกรปลอบหญิงสาวที่ตอนนี้มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“นี่! ไอ้กร แกไม่มีงานทำหรือไง ถึงได้มายืนหน้าหม้ออยู่ตรงนี้น่ะ” คนในห้องเปิดประตูออกมาต่อว่าเพื่อนอย่างไม่พอใจอดที่จะเหลือบมองหญิงสาวตัวต้นเหตุไม่ได้ ‘นี่ก็ยืนยิ้มให้เขาเชยชมอยู่ได้คิดจะอู้งานล่ะสิ’
“แกจะอะไรนักหนาวะธีร์ คนเขามีมนุษย์สัมพันธ์จะยืนคุยกันบ้างไม่ได้หรือไงแกนี่วัยทองเปล่าวะ นิดๆ หน่อยๆ ก็หงุดหงิดอารมณ์เสีย” ทินกรย้อนเพื่อนด้วยความหมั่นไส้แต่ก็ทำให้หญิงสาวคนเดียวตรงนี้อมยิ้มกลั้นหัวเราะจนท้องแข็งที่ทินกรต่อว่าคนขี้วีนว่าวัยทอง เธอคิดว่าอาการของเขาก็เหมือนกับคนวัยทองจริงๆนั่นแหละ
“ยิ้มอะไรแม่คุณ งานที่สั่งน่ะเสร็จหรือยัง” คนถูกหาว่าวัยทองหันไปพาลใส่คนตัวเล็กที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างนึกโมโห
“เสร็จแล้วค่ะ แพร เอ้ย!ดิฉันนำไปวางไว้ที่โต๊ะให้แล้วค่ะ” แพรวาตอบตะกุกตะกักเพราะยังไม่ชินกับคำเรียกขานสรรพนามของตัวเอง
“อือ... ดี เดี๋ยวเอากาแฟเข้ามาให้ฉันด้วย และฉันมีงานให้เธอทำอีกส่วนแก... ไอ้กร กลับไปทำงานของแกได้แล้วไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก” คนเอาแต่ใจพูดเสร็จก็หันหลังกลับเข้าห้องไปหน้าตาเฉย
“อ้าว ไอ้นี่ เดี๋ยวตอนเย็นก็ปล่อยให้เดินกลับบ้านซะหรอก” ทินกรส่งค้อนให้เพื่อนวัยทองด้วยความไม่พอใจ ปากจัดเป็ผู้หญิงไปได้ไม่รู้จะไล่อะไรนักหนา เมื่อก่อนเขาจะมายืนคุยกับแพรวาวันละกี่รอบก็ได้ไม่เห็นคุณป้าจะว่าอะไร นี่แค่ซื้อขนมมาให้นิดๆ หน่อยๆไอ้ท่านประธานคนใหม่บ้าอำนาจก็บ่นก็ไล่ ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา
“งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับคุณแพร” คนถูกไล่กล่าวลาหญิงสาวแล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้มที่เป็สุข
ก๊อกก๊อก ก๊อก
คนหน้าห้องเคาะประตูเพื่อเป็การขออนุญาตเมื่อได้ยินคำตอบรับจากคนข้างใน หญิงสาวจึงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟและไม่ลืมที่จะหยิบสมุดจดงานเล่มเล็กของเธอเข้ามาด้วย
แพรวานำกาแฟเข้าไปวางตรงหน้าชายหนุ่มซึ่งตอนนี้เขาได้มานั่งทำงานที่โต๊ะประจำตำแหน่งอย่างแท้จริงเรียบร้อยแล้วเมื่อวางแก้วกาแฟเสร็จเธอจึงออกมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มในมุมเยื้องๆเพื่อรอรับคำสั่ง
“ทำไมไม่นั่ง ฉันไม่ชอบให้ใครมายืนค้ำหัว” เสียงเข้มดุดังขึ้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“ไม่มีมารยาท” เขาเปรยออกมาเบาๆ แต่ก็ตั้งใจให้หญิงสาวได้ยิน
“ขอโทษค่ะ”
แพรวาพูดออกมาเบาๆพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้มานั่งลงในระยะที่ห่างพอสมควรตามมารยาทเพื่อรอรับคำสั่งเงียบๆแต่ก็นึกโกรธเคืองชายหนุ่มอยู่ในใจ ไม่เคยมีใครมาว่าเธอแบบนี้สักครั้งั้แ่เธอโตมาจนป่านนี้ แม้เธอจะเป็เด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนก็ตามแต่เธอก็ยังมีครูบาอาจารย์ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคอยอบรมสั่งสอนมารยาทให้และเธอก็จดจำได้ดีตลอดมา แต่มาวันนี้ผู้ชายตรงหน้ากลับหาว่าเธอไม่มีมารยาท ‘ชิ! ดีแต่ว่าคนอื่น ทีตัวเองล่ะ ทั้งงี่เง่าเอาแต่ใจ บ้าอำนาจ ปากจัดขี้โมโห’
“กำลังด่าฉันในใจอยู่หรือเปล่า... แพรวา” ธีรพัฒน์พูดอย่างรู้ทันแต่ก็ยังก้มหน้าอ่านเอกสารในมือนิ่ง แพรวาสะดุ้งเล็กน้อยรีบยกมือขึ้นปิดปากเหมือนกับว่าตัวเองได้พูดต่อว่าเขาออกไปจริงๆ
“ฉันอยากได้รายชื่อกรุ๊ปทัวร์ที่เป็ลูกค้าประจำของโรงแรมเราทุกสาขาที่นี่ด่วน! และเอกสารผลประกอบการโดยรวมของโรงแรมทุกสาขาย้อนหลัง 5ปี เอามาให้ด้วย” คนเป็เ้านายบอกเสียงเข้มจ้องมองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดคำสั่งของเขาลงสมุดในมือ
ใบหน้านวลของเธอหวานล้ำผิวขาวเนียนใส พวงแก้มอมชมพูระเรื่อน่าััเรียวปากจิ้มลิ้มอวบอิ่มนั้นกำลังเม้มเข้าหากันอย่างน่ารักเธอทำให้เขาเคลิบเคลิ้มจนอยากััขนาดนี้เชียวหรือแพรวา ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆเห็นผู้หญิงสวยมาก็มาก แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน
“ค่ะ มีอะไรอีกไหมคะ” แพรวาเงยหน้าขึ้นถามหลังจากเห็นเขาจ้องหน้าเธอแล้วเงียบไป
“เอ่อ อะ เอาแค่นี้ก่อนละกัน” คนเคลิบเคลิ้มตื่นจากภวังค์และคิดว่าตัวเองไปหลงมองผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไงเธอไม่มีอะไรคู่ควรให้เขาต้องมองเลยสักนิด
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจากเ้านายคนใหม่
“อ่อ บ่ายนี้ฉันอยากกินเค้กส้ม เธอจะหาให้ฉันกินได้ไหม” คนสั่งมีน้ำเสียงนิ่งเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ
“อะ อะไรนะคะ!?” เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเ้านายหน้าั์ของเธออยากจะกินเค้กส้มขึ้นมาเสียดื้อๆ
“หูหนวกหรือไง ฉันบอกว่าอยากกินเค้ก และต้องเป็เค้กส้มด้วย” ธีรพัฒน์กลั้นยิ้มจนปวดกรามกับอาการใของหญิงสาวตรงหน้า
“เอ่อ... ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
แพรวาคิดถึงเค้กที่ทินกรซื้อมาฝากสงสัยคงต้องเอามาให้เ้านายเอาแต่ใจของเธอกินแทนซะแล้ว ‘ขอโทษนะคะคุณกร’ เธอกล่าวขอโทษคนซื้อมาฝากในใจแล้วเดินออกไปจัดการตามที่เขาสั่งทันที
หญิงสาวจัดแจงหยิบขนมเค้กวางใส่จานอย่างสวยงามแล้วนำเข้าไปให้เ้านายจอมเอาแต่ใจของเธอไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือผู้ชายในรูปที่เธอหลงใหลได้ปลื้มเขามานาน ‘เฮ้อ... คนเราดูแค่หน้าตาคงไม่ได้จริงๆ สินะ’แพรวาคิดอยากปลงๆ จากนั้นก็กลับออกมาทำงานตามที่เขาสั่งต่อไป
ผ่านไปไม่นานร่างเล็กของเลขาสาวก็ก้าวเข้ามาในห้องใหญ่อีกครั้งพร้อมกับแฟ้มงานที่เขาสั่ง
แม้อากาศภายในห้องจะเย็นด้วยเครื่องปรับอากาศที่ดูเหมือนจะเย็นมากกว่าแต่ก่อนเพราะเ้านายคนใหม่เคยชินกับอากาศในต่างประเทศที่เขาอยู่มานานดังนั้นเขาจึงปรับอุณหภูมิให้ลดลงไปกว่าปกติมาก
แต่แพรวากลับรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างกายเมื่อมองดูคนที่กำลังก้มอ่านเอกสารที่ถืออยู่ในมืออย่างตั้งใจใบหน้าคมสันรับกับคิ้วหนาคมเข้มเป็ระเบียบ ไรหนวดเขียวๆ จางๆ คงเพิ่งโกนเมื่อเช้าเขาคงเป็ผู้ชายที่เ้าสำอางไม่น้อยทีเดียว ‘เวลาทำงานเขาก็ดูจริงจังมากแต่ทำไมเขาถึงชอบกวนประสาทเธอนักก็ไม่รู้’หญิงสาวแอบถอนหายใจบางๆ
“แฟ้มรายชื่อกรุ๊ปทัวร์ได้แล้วค่ะ” หญิงสาวบอกเสียงเบาพลางวางแฟ้มสีดำลงบนโต๊ะเ้านายอย่างเบามือเ้าของโต๊ะตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมองสบตาเธอ ดวงตาสีเหล็กคู่นั้นฉายแววอ่อนโยนแค่เพียงแวบเดียวก็กลับเป็เฉยชา
“แล้วงานอีกชิ้นที่ฉันสั่งเมื่อไรได้” น้ำเสียงเข้มของเขาแลดูหมางเมินจนเธอใจเสีย
“แพร เอ้ย ดิฉันกำลังเตรียมอยู่ค่ะย้อนหลังหลายปีดิฉันต้องเข้าไปค้นเพิ่มที่ห้องเก็บเอกสารค่ะ” พูดจบก็อยากตีตัวเองนัก ทำไมไม่ชินสรรพนามของตัวเองเสียทีนะ
“แทนตัวเองอย่างที่เคยชินเถอะ ได้ยินแล้วมันน่ารำคาญ” เขาตวัดเสียงขุ่นเหมือนเด็กเ้าอารมณ์ถูกขัดใจ จริงๆเขาอยากให้เธอแทนตัวเองด้วยชื่อเหมือนที่เธอเคยชินนั่นแหละฟังแล้วมันรื่นหูอย่างไรบอกไม่ถูก
“ค่ะ งั้นแพรขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” หญิงสาวเอ่ยขอตัวเบาๆดูเหมือนเธอจะทำอะไรก็ไม่ถูกใจเขาไปซะหมด
“เชิญ” เขาพูดออกมาลอยๆ อย่างไม่ใส่ใจสายตาคมจับจ้องอยู่ที่เอกสารในมือนิ่งเหมือนกำลังอ่านอย่างตั้งใจ
หลังจากหญิงสาวออกไปจากห้องแล้วธีรพัฒน์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารแล้วหมุนเก้าอี้ออกไปมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกกระจกบานใหญ่อย่างสบายอารมณ์ ปล่อยหัวใจและความคิดให้ล่องลอยไปตามที่้าจู่ๆ ใบหน้าสวยหวานล้ำของผู้หญิงที่เขาเกลียดชังก็ผุดขึ้นมาเธอทำเสน่ห์เล่ห์กลใส่ฉันหรือไงนะแพรวาทำไมใบหน้าของเธอถึงโผล่เข้ามาในความคิดของเขาได้นะธีรพัฒน์สะบัดศีรษะเหมือนเป็การขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านให้ออกไป แล้วหันกลับมาสนใจกับงานของตัวเองต่อ
...........................................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
***นิยายมีทั้งหมด 28 ตอน***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
