อืมมม...
"ปวดหัวจัง…"
กุลสตรียกมือขึ้นมากุมขมับของตัวเองเบาๆ พร้อมกับลืมตาก่อนจะพริบเพื่อไล่แสง เธอยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงเบาๆ ก่อนที่จะรู้สึกชาวับไปทั้งร่าง เมื่อความรู้สึกเจ็บแล่นเข้ามาพร้อมกับััจากพี่ที่ยังคงคั่งค้างในกายเธอ
กุลสตรีชะงักงัน หัวใจของเธอสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับหยดน้ำใสที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเื่ที่เกิดขึ้นวนเข้ามาในจิตใต้สำนึกของเธอพร้อมกับคำถาม 'ทำไมพี่เค้าถึงทำแบบนั้นกับเธอ เธอเป็น้องสาวของเขานะ และไม่เคยคิดกับเขาเกินกว่าพี่ชายเลยด้วยซ้ำ '
"ใจร้าย…พี่ชายใจร้ายที่สุด ฮือๆ ทำแบบนั้นกับเค้าที่เป็น้องสาวได้ยังไง " กุลสตรีกอดร่างของตัวเองพร้อมกับร้องไห้ออกมาเบาๆ อย่างทรมาน
ภาพของพี่ตอนที่ขืนใจเธอทำให้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่น ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็ไม่ฟังเธอเลยสักนิด ”ฮือๆ พี่คะ…” เธอร้องไห้อย่างทรมานพี่ชายที่แสนดีและคอยรับฟังความเอาแต่ใจของเธอเสมอ ไม่ว่าเธอจะเอาแต่ใจมากแค่ไหนก็ไม่เคยบ่นหรือว่าอะไรเธอเลยสักครั้ง พี่ชายคนนั้น…
“พี่…ฮือๆ ”
‘พี่เป็อะไรไปแล้ว ทำไมต้องทำแบบนั้นกับเค้าด้วย ’ กุลสตรีร้องไห้ “ไม่เข้าใจเลย ไม่รู้อะไรแล้ว ฮือๆ…”
หลังจากที่กลับมาจากเมืองนอกก็เปลี่ยนไป ทั้งเ้าชู้ และเสเพล ทั้งไม่ยอมฟังเธอ แถมยังคอยหลบหน้าเธอตลอด ไม่ค่อยกลับบ้าน แล้วก็ย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ติดต่อก็ไม่ค่อยได้ไปหาก็โดนบ่น แถมยังไปเจอภาพของพี่อยู่กับผู้หญิงคนอื่นตลอด แล้วคราวนี้ยังจะมาทำแบบนี้กับเธออีก เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นสักหน่อย…
“หนูจะฟ้องพ่อ…ฮือๆ” กุลสตรีรู้สึกชาวับไปทั้งหน้า เื่นี้เธอฟ้องพ่อกับแม่เหมือนเื่อื่นๆ ไม่ได้ เธอบอกพ่อกับแม่ไม่ได้
‘ถ้าเกิดพ่อกับแม่รู้เข้า ’กุลสตรีกลัวจนไม่กล้าจิตนาการต่อ เธอร้องไห้พร้อมกับลุกออกจากเตียง ก่อนจะคว้าเสื้อวอมแขนยาวในตู้ออกมาสวมทับดับชุดนอนที่เธอใส่อยู่แล้ววิ่งหนีออกมาจากบ้าน อย่างทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่ร้องไห้อย่างหวาดหวั่น
เธอบอกพ่อกับแม่ไม่ได้ ถ้าเกิดพวกท่านรู้…จะทำยังไงดี ฮือๆ…โฮ…
ทรายเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้กุลเสร็จเธอก็ลงมาข้างล่างเพื่อเตรียมอะไรเอาไว้เผื่อตอนที่คุณหนูตัวน้อยของเธอตื่นจะได้ทาน
เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี อยากที่จะโทรไปบอกคุณท่านทั้งสองที่อยู่เมืองนอกแต่คุณหนูจอมทัพก็บอกว่าจะพูดเองเธอเลยปล่อยให้เขาเป็คนจัดการเอง แต่กลัวแอบหวั่นในใจ
หลังจากที่เตรียมอาหารเสร็จเธอก็กลับขึ้นไปหากุลสตรีอีกครั้ง เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องของกุลสตรีเบาๆ ก่อนจะพบกับความว่าเปล่าคุณหนูของเธอไม่ได้นอนอยู่บนเตียง
”คุณหนู…” ทรายเรียกหาพร้อมกับเดินไปเปิดประตูห้องน้ำเพราะคิดว่าเธออาจตื่นแล้วและเข้าห้องน้ำแต่ก็ไม่เจอ ทรายรู้สึกชาวับไปทั้งร่างพร้อมกับหน้าซีดด้วยความกลัว
“คุณหนู…” เธอเปิดประตูออกพร้อมกับเรียกหากุลสตรีพร้อมกับตัวสั่นเทาด้วยความกลัว “คุณหนูกุล ฮือๆ…” ทรายร้อนใจเธอรีบวิ่งกลับลงมาที่ชั้นล่างก่อนจะเรียกระดมพลเพื่อตามหาคุณหนูกุล โดยให้สาวใช้ในบ้านแยกกันหาในบ้าน ส่วนพวกผู้ชายให้แยกออกไปตามหาข้างนอก
ทรายหยิบโทรโทรศัพท์เพื่อโทรหาจอมทัพอย่างร้อนใจแต่ก็ไม่ติด หญิงรุ่นใหญ่วัย 55 ร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ทรายเปลี่ยนมาเป็ติดต่อหาคุณท่านทั้งสองที่อยู่ต่างประเทศทันทีแต่ก็ไม่ติดเช่นเดียวนกัน
“ทำยังไงดี?!…” สายตาของเธอเหลือกไปเห็นมดหลานสาวที่วิ่งเข้ามาหา ก่อนจะถามออกไปอย่างร้อนรน “เจอคุณหนูมั้ย…”
“ไม่เจอเลยคะ พวกเราช่วยกันหาในบ้านหมดแล้วแต่ก็ไม่เจอเลย ” คำพูดของหลานสาวทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน คนที่ออกไปหาข้างนอกยังไม่กลับมา
มดช่วยพยุงทรายไปนั่ง เธอสั่งให้หลานสาวโทรหาจอมทัพจนกว่าเขาจะรับสาย
“บ้านของหนูนิภา!?…ให้คนไปดูที่บ้านหนูนิภาหรือยัง ” ทรายหันไปถามหลานสาวที่กำลังโทรศัพท์อยู่ ก่อนจะได้คำตอบว่าไม่มี พวกเขาก็คิดว่ากุลสตรีน่าจะไปเลยไปหาเป็ที่แรกๆ แต่ก็ไม่เจอ ไม่มีใครอยู่บ้าน
ทรายกลัวจนตัวสั่นน้ำตาไหลพร่าง เธอนึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่ากุสตรีจะไปไหนเพื่อนที่สนิทจริงๆ ก็มีไม่กี่คนและที่น่าจะไปหามากที่สุดก็เป็นิภา แต่กลับไม่อยู่แล้วคุณหนูของเธอจะไปที่ไหน…ถ้าคุณหนูของเธอคิดสั่นแหล่ะ…
ความคิดของเธอยิ่งทำให้เธอร้อนใจจนแทบบ้า
ครืดดดด....
เสียงโทรศัพท์ดังเป็รอบที่ร้อนแต่เขาก็ยังคงนั่นนิ่งไม่ขยับ ไม่ใช่ไม่ได้ยิน แต่เพราะไม่รู้จะพูดอะไร คนเดียวที่โทรมาแบบไม่รู้จักหยุดจะหย่อนแม้จะไม่รับสายก็มีแค่กุลสตรีคนเดียวเพราะแบบนั้นเขาเลยไม่รับ
เสียงโทรศัพท์ของเขายังคงดันต่อเนื่อจนเขารู้สึกรำคาญ เขายื่นมือไปหยิบขึ้นมาก่อนจะทำใจแล้วกดรับ เขาไม่อยากได้ยินคำว่าเกลียดจากปากของกุลสตรี แต่ถ้าเขาไม่รับกุลสตรีก็คงไม่ยอมเลิกลา
"อะไร..." เสียงนั่นต่ำและดูน่ากลัว
(ฮือๆ...แย่แล้วค่ะคุณทัพ ฮือๆ ) เสียงของป้าทรายสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่ฟังแทบไม่เป็ภาษาจนจอมทัพแปลกใจ ตอนแรกเขาคิดว่าเป็รกุลสตรีเสียอีก
"อะไรครับ ป้าทรายเป็อะไรค่อยๆ พูดผมจะได้รู้เื่ "
(คุณหนู...คุณหนูกุล ฮือๆ...คุณหนูกุลหายไปเ้าค่ะ ฮือๆ...) ป้าทรายร้องไห้โฮทันทีอย่างช่วยไม่ได้ จอมทัพรู้สึกชาวับไปทั้งร่าง "อะไรนะ?!..."
(เมื่อกี้ป้าลงมาทำอาหารให้คุณหนูพอขึ้นไปที่ห้องคุณหนูก็หายไปแล้วตอนนี้ยังหาไม่เจอเลย ป้าติดต่อคุณๆ ไม่ได้เลย ฮือๆ..." เสียงที่สั่นเครือของทรายทำให้คนที่ฟังแทบหัวใจหยุดเต้น จอมทัพหยิบกุญแจรถก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องทั้งแบบนั้น
“ไปไหนของเธอเนี่ยยัยตัวแสบ?!…” จอมทัพพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือใบหน้าคมคายนั้นซีดเผือด อย่นงหวาดหวั่น ชายหนุ่มแทบอย่ากร้องไห้ แต่ต้องขมตัวเองเพื่อไปตามหาเธอ
แสงไฟตามข้างทางกับรถที่วิ่งสวมไปมายิ่งทำให้เธอสับสน กุลสตรีหันไปมองด้วยความกลัว “จะไปไหนดี?…” เธอยกมือขึ้นมาปิดหูของตัวเองเอาไว้แล้ววิ่งไปข้างหน้าอย่างหวาดกลัว ก่อนจะรู้ตัวเธอก็มายืนอยู่หน้าบ้านของนิภาแล้ว ในบ้านมืดสนิทแสดงว่านิภายังไม่กลับมาจากที่ทำงานพิเศษ
“กลับมาเร็วๆ สิ…ฮือ ” กุลสตรีร้องไห้ก่อนจะทรุดตัวลงที่หน้าบ้านของนิภาอย่างทำอะไรไม่ถูก พร้อมกับกอดร่างของตัวเองเอาไว้อย่างหวาดกลัว
เธอไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้วรู้แต่ว่าข้างนอกมันมืดและหนาวจับใจ มีเพียงแสงจากหลอดไฟนิออนข้างถนนที่ยังคงส่งสว่าง ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่านั่นยิ่งทำให้เธอหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
"รีบๆ กับมาทีนิภา…ฮือๆ" เธอพึมพำเบาๆ ด้วยหัวใจที่สั่นไหวจากความรู้สึกต่างๆ ที่ทับถมเข้าจนเธอครองสติของตัวเองไม่อยู่
"กุล!?..." นิภาพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นร่างของคนที่นั่งอยู่หน้าบ้านของตัวเอง เธอจอมรถเครื่องของตัวเองก่อนจะเดินไปหากุล
"กุล..." ทันทีที่นิภาเรียกชื่อของกุลสตรี เธอแทบโผกมากอดนิภาเอาไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาอย่างสับสน “เค้าจะทำยังไงดีนิภา ฮือๆ ”
นิภาชะงักงันเธอทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอลูบหลังของกุลสตรีเบาๆ เพื่อปลอบแต่เหมือนกุลสตรีจะไม่ยอมเงียบ ท่าทางคงจะเป็เื่ที่ยากลำบากสำหรับจริงๆ
นิภาพากุลสตรีไปเปิดประตูบ้านก่อนจะช่วยพยุงกุลสตรีที่ตัวสั่นเครือเข้าไปในบ้านอย่างทุระทุเร
ชุนที่ถูกสั่งให้แอบตามมาส่งนิภาที่บ้านชะงักงันเล็กน้อยเพราะเขาจำได้ว่ากุลสตรีเป็น้องสาวตัวแสบของจอมทัพ แต่ไม่เข้าใจว่ากุลสตรีจะไปสนิทสนมกับกชนันท์ได้ยังไงในเมื่อพวกเขาอายุห่างกันตั้ง 10 ปี แถมดูยังไงก็ไม่ใช่แค่คนรู้จักธรรมดาๆ นี่มันชักแปลกๆ แล้วสิ....
นิภาพากุลมานั่งบนโซฟาโดยที่กุลสตรียังคงร้องไห้ไม่เลิก กุลสตรีกอดนิภาเอาไว้แน่นพร้อมกับร่างกายที่สั่นเครือ นิภาทำอะไรไม่ถูกเธอได้แต่ลูบหลังเพื่อนเบาๆ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นิภารู้สึกว่าอุณหภูมิร่างกายของกุลสตรีสูงกว่าปกติ เธอผลักกุลสตรีออกก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่หน้าฝากเพื่อนเบาๆ ใบหน้าหวานนั้นแดงก่ำและร้อนจี๋
"ไม่สบายหรอ! " นิภาถามออกไปอย่างใ พร้อมกับจับไหล่ของกุลเอาไว้แน่นก่อนจะมองสำรวจเพื่อน เสื้อผ้าก็ยังเป็ชุดนอนอยู่ รองเท้าก็ไม่ใส่ รองเท้าก็เต็มไปด้วยแผลและแดงก่ำ
กุลสตรีส่ายหัวปฏิเสธแต่ร่างกายของเธอตอนนี้มันไม่ใช่ปกติ นิภาจับหน้าของกุลให้เธอเงยหน้าขึ้น ก่อนจะก้มหัวไปชนกับหน้าผากของเธอเบาๆ
"เกิดอะไรขึ้นเล่าให้เค้าฟังได้มั้ย " น้ำเสียงของเธออ่อนโยน กุลสตรียังลงส่ายหัวเพราะกับน้ำตาพร่าง นิภานิ่ง 'ไม่ได้สินะ ' นิภาพึมพำในใจเบาๆ ท่าทางของกุลสตรีดูแย่มากจนน่าใจหาย ตกลงเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนะ
"รองเท้าไปไหน?..." นิภาถามก่อนที่กุลสตรีจะส่ายหัวปฏิเสธเพราะเธอไม่รู้ว่าตัวเองใส่มาหรือเปล่า รู้แค่ว่าอยากไปจากตรงนั้นแล้วก็ออกมาเลย
"มายังไง..." กุลสตรียังคงส่ายหัวปฏิเสธ ก่อนที่นิภาจะพูดต่อ
"กินข้าวหรือยัง "
อื้อ...
กุลสตรีส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ อีกครั้ง "งั้นยาก็ไม่ได้กินสินะ ?..." เธอถามก่อนที่กุลสตรีจะพยับหน้าเล็กน้อย นิภาลุกขึ้นก่อนจะถามต่อ
"จะนอนที่นี่ใช่มั้ย "กุลสตรีพยักหน้าเพราะเธอไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ถ้าไม่อยู่บ้านนิภา
"นั่งอยู่นี่แหล่ะเดียวหาอะไรให้กิน " นิภาพูดก่อนจะหันหลัง กุลสตรีรีบเอื้อมมือไปจับนิภาเอาไว้ "เค้าไม่หิว..." เธอมองนิภาอ้อนๆ
"งั้นหรอไม่เป็ไร..." นิภาหันมาพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มหวานแล้วก้มตัวมาใกล้
มือบางที่ยกขึ้น ก่อนดิ้นหน้าผากกุลสตรีเบาๆ ไปทีหนึ่ง กุลสตรียกมือขึ้นมากุมหน้าผากของตัวเองเอาไว้ด้วยท่าทางอึ้งๆ
"คิดว่าเค้าจะบอกแบบนี้หรือไง ถ้าจะอยู่ที่บ้านเค้า อันดับแรกต้องกินข้าวกินยา อาบน้ำ และต้องโทรไปบอกที่บ้านด้วย " นิภาสั่งด้วยท่าทางจริงจัง
"แต่เค้าไม่อยากให้ใครรู้นี่ ก็เค้าไม่อยากกลับบ้าน " กุลสตรีน้ำตาพร่างเธอพูดพร้อมกับมองมาที่นิภาอย่างน้อยใจ
เฮ่อ…
"ถ้าไม่อยากกลับบ้านยิ่งต้องโทรบอกรู้มั้ย ไม่งั้นเดียวตำรวจก็ได้แห่กันมาที่บ้านหรอก เค้ายังไม่อยากโดยข้อหาลักพาตัวลูกสาวสุดที่รักของท่านทูตหรอกนะ " นิภาพูดก่อนที่กุลสตรีจะชะงัก
นิภามองกุลสตรีนิ่งๆ ก่อนจะพูดต่อ "ถ้าโทรบอกที่บ้าน เค้าจะให้อยู่บ้านเค้าได้ตาม้า จะอยู่กี่วันก็ได้ให้ตัวเองสบายใจ และถ้าเกิดโทรบอกที่บ้านแล้วที่บ้านไม่ยอมเดียวเค้าจะบอกให้พ่อช่วยพูดให้อีกแรงรับรองว่าคุณลุงต้องยอมให้แน่นนอน…" นิภาต่อรองพร้อมกับคลี่ยิ้ม กุลสตรีมองนิภานิ่งๆ ก่อนจะจะพยับหน้ารับเบาๆ อย่างเลี่ยนไม่ได้
นิภาไล่กุลสตรีไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเองพร้อมกับเอาเสื้อผ้าของตัวเองให้เธอยืน เธอลงมาเตรียมอะไรให้กุลสตรีกิน ‘ดีนะที่เธอรั้นไม่ยอมจนติณห์ยอมแพ้ เธอเลยได้กลับมา ถ้าเธอไม่ได้กลับกุลสตรีต้องอยู่หน้าบ้านเธอทั้งคืนในสภาพนั้นแน่น ’
อาหารเป็ข้าวผักกับเศษผักที่เหลือรอดอยู่ในตู้เย็นเพราะพรุ่งนี้เธอถึงจะไปจ่ายตลาด วันนี้เลยไม่ค่อยมีอะไรเหลือ กุลสตรีเดินมานั่งลงที่เดิมพร้อมกับลงมือจัดการกับอาหารบนโต๊ะโดยมีนิภาคอยกำกัด
นิภาหยิบโทรศัพท์บ้านขึ้นมาก่อนจะกดหมายเลขแล้วโทรออก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองสามครั้งก่อนที่ที่บ้านของกุลสตรีจะรับสาย
"ฮาโหลส..." นิภายังพูดไม่ทันจบประโยคสายก็ถูกตัดทิ้งทันทีอย่างหงุดหงิด นิภาชะงักงันเธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกตัดสายทิ้งหรือเธอจะโทรผิด
"ตัวเองเค้าขอเบอร์บ้านหน่อยดิ…” นิภาหันไปคุยคนที่กำลังนั่งกินข้าว กุลสตรีใจเย็นลงแล้วหันมามองนิภานิ่งๆ ก่อนจะบอกโดยนิภาก็กดตามที่เธอบอก
“มันก็เบอร์เดียวกันนี่น่ะ?…” เสียงรินโทรดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะมีคนมารับสาย
(ฮาโหลบ้านเทพพิทักษ์ค่ะ ) เสียงของป้าทรายสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
"ฮาโหลสวัสดีค่ะ ป้าทรายนี่หนูนิภาเองนะคะ " นิภาแนะนำตัวก่อนจะพูดต่อ "คือ...กุลเค้าอยู่ที่บ้านหนูน่ะค่ะ คืนนี้เค้าจะนอนที่บ้านหนู แล้วก็ถ้าเค้าใจเย็นลงแล้วหนูจะกล่อมให้เค้ากลับนะคะ " นิภาพูดก่อนที่ป้าทรายจะร้องไห้ออกมาอย่างโล่งใจ
(คุ...คุณหนูกุลอยู่กับหนูหรอกคะ ฮือๆ...) ป้าทรายพูดด้วยน้ำตาแห่งความโล่งอก จอมทัพที่อยู่ข้างๆ นิ่งทันทีเขายื่นมือไปหาป้าทราย ป้าทรายส่งโทรศัพท์ให้จอมทัพนิ่งๆพร้อมกับนำ้ตาที่ไหลพร่าง
"ขอโทษนะค่ะที่ทำให้เป็ห่วง ตอนนี้กุลอยู่กับหนูกำลังนั่งกินข้าวอยู่...”นิภาพูดพร้อมกับมองไปทางกุลสตรีก่อนจะเห็นว่าเพื่อนกำลังเขี่ยผักที่อยู่ในจานทิ้ง
อ๊ากกก!!...
”ผักน่ะกินด้วยสิยัยบ้า… " นิภาลืมตัว เธอตวักกุลสตรีไปเบาๆ พร้อมกับถือโทรศัพท์เดินมาหากุลสตรีที่นั่งเขี่ยผักในจานทิ้งอยู่
"ว่าแต่เค้าตัวเองก็ไม่ชอบกินผักเหมือนกันนี่ " กุลสตรีเถียงขึ้นทันทีอย่างงอนๆ เพราะนิภาโทรไปบอกที่บ้านของเธอว่าเธออยู่ที่บ้าน
หลังจากที่กุลสตรีร้องไห้จนพอใจเธอก็เริ่มดีขึ้นและกลับมาซ่าเหมือนเดิม
"แต่ตอนที่เค้าป่วยเค้าก็กินนะ " นิภาเถียงกลับเบาๆ ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนที่นิภากับกุลสตรีจะคลี่ยิ้มบาง ตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ กันเื่ไร้สาระ
หึหึ...
จอมทัพเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับความบ้องของน้องสาวกับเพื่อนน้องสาวก่อนที่นิภาและกุลสตรีจะชะงัก กุลสตรีหน้าเสียเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของพี่ชาย
"ลืมไปเลยว่าเค้ายังไม่วางสาย...” นิภาพึมพำเบาๆ ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู “เอาเป็ว่ากุลจะอยู่ที่บ้านหนูตามนี้นะคะ สวัสดีค่ะ " นิภาพูดก่อนจะตัดสายทิ้ง แล้วหันกลับแซวเพื่อนที่ทำหน้าเสียเมื่อได้ยินเสียงพี่ชาย
"ทะเลาะกับพี่มาใช่มั้ย คราวนี้งอนเื่อะไรอีกแหล่ะ คุณพี่ชายกลับไปง้อที่บ้านแล้วจะไม่กลับบ้านจริงหรอก " นิภาพูดทีเล่นทีจริงพร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ‘ตอนนี้คุณลุงกับคุณป้าไม่อยู่งั้นคนที่เธองอนก็คงเป็พี่ชายสินะ ’
กุลสตรีหน้าแดงน้ำตาคอจนนิภาทำอะไรไม่ถูก เธอแค่แซวเล่นๆ เอง "โอเคๆ เค้าไม่พูดแล้วก็ได้ แต่ต้องกินผักให้หมดไม่งั้นเค้าจะให้ตัวเองไปนอนกับเ้าปุ่นปุ้ย(หมาของเพื่อนบ้าน ) ข้างนอกแน่