จับแขนทั้งสองข้างที่ทุบตุบตับ ให้จ้องตาคม ภายใต้สายตา ดุดัน
โมโห ฝ่าาโมโหคะนิ้งจับอาการได้ก็มันเผลอ คะนิ้งได้สายดำเทควันโด้ แล้วยังเป็นักแม่นปืนคุณพ่อเป็ถึงสารวัตรปราบปรามซื้อเป้ามาให้หัดยิงปืนั้แ่อายุได้หกขวบ คุณแม่เองก็ใช่จะนุ่มนิ่มเป็คุณครูสอนพละ แล้วเธอจะเรียบร้อยได้อย่างไร ใบหน้าสวย เชิดหยิ่งแต่ดวงตากลับสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
หลี่จวิน เดินไปจบบ่า ไป๋จง
“เป็อะไรไหม” ไป๋จงยิ้มเสียเท่ห์ คะนิ้งเบ้ปาก
“ไป่จงคารวะสนมอี๋ซียง”
“หนิงเอ๋อไปไหน” หลี่จวินถาม
“หนิงเออร์ตามเสด็จไทเฮา ข้ากระหม่อมจึงจำต้องมาแทน” คะนิ้งหันมองไป่จงเต็มท่าทางก็ดีหล่อก็หล่อทำไมยอมมาเป็องครักษ์หนอ
“ไม่ได้ ตามหนิงเอ๋อนางเท่านั้นที่คุ่ควร เ้ามีเพียง อารักขาข้าก้พอแล้ว ไป๋จงถอยออกไปทันที ซินเหยาเองก็หลบออกไปเงียบๆ
“ฝ่าา หนิงเอ๋อตามเสด็จไทเฮาเกรงว่า..”
“นางเป็คนของข้า” แหมคงจะเป็เมียคนที่เท่าไหร่อีกล่ะสิ คะนิ้งคิดในใจ แต่เผลอทำปากขมุบขมิบ หลี่จวินมองยิ้มมุมปาก
“ข้ารู้ว่า เ้าคิดอะไรเกินเลยอี๋เซียง….หึงข้าใช่ไหม จนกระทั่งตอนนี้ข้าก็ยัง มีเ้าคนเดียวแม้ว่าหนิงเอ๋อจะ..หน้าตาดีไม่น้อยแต่คืนนี้เ้าก็ยังคง ต้องร่วมห้องกับข้าอยู่ดี” ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เมื่อกี้ยังโกรธเธออยู่เลยเปลี่ยนอารมณ์ไวจริง
“จะมีกี่เมียก็เื่ของท่าน”
“สนม3000นาง หกตำหนัก”
“ใครสน”
“นั่นไงเ้าหึง สะบัดเสียงใส่ข้า” จื่อเย่ มองคนนู้นทีคนนี้ที
“หึ ถ้าเหมือนเขาค่อยน่าสนใจหน่อย” คะนิ้งเดินไปใกล้จื่อเย่แกล้งสบตา เ็านั้นจื่อเย่หน้าแดงหันซ้ายหันขวา
“อย่างเขานี่ถึงจะเรียกว่าน่าสนใจ” ใบหน้าของจื่อเย่และคะนิ้งใกล้กันเพียงนิด หลี่จวินมองตาม
“สนม อี๋เซียง เ้าช่างไร้ยางอาย ทำเื่ผิดศีลธรรม ทั้งที่เป็สนมกับทำตัวเหมือนนางคณิกา” เสียงทรงอำนาจ ดังก้องเข้ามาไทเฮามาพร้อมหนิงเอ๋อและไป๋จง คงอีตาไป๋จงไปฟ้องแน่
“ไทเฮาเสด็จจจจ เสี่ยวซุนเพิ่งจะะโบอก” ถวายพระพรกันพรึบพรับ หลี่จินคว้ามือคะนิ้งให้ ก้มลงถวายพระพร
“ฝ่าาเสียงร่ำลือ ไปถึงตำหนักของแม่ว่าสนมของเ้าคนนี้ มีของเล่นพิเรนทร์ ทำเอาเหล่าสนมนางในรวมทั้งสนมเอกซินเหยาใ แต่เ้ากลับไม่เอาความ ไม่สั่งลงทัณฑ์นาง”
“เสด็จแม่นางยังเด็กเข้ามาในวัง เพราะถูกส่งตัวเข้ามาหาเต็มใจลูกเ้ากล่าวโทษนางก็ไม่อาจทำ”
“ฮองเต้หลงใหลนางเพียงนี้เชียวหรือ่เวลาเพียงข้ามคืน”
“เสด็จแม่ตามกฎมณเทียรบาลสืบทอดกันมาั้แ่สมัยไทฮองไทเฮาเฟยลี่ เสด็จแม่ก็รู้” ไทเฮาเชิดใบหน้าขึ้น
“แต่นางเข้าเพียงวันแรกก้สร้างความปั่นป่วน”
ไเสด็จแม่ลุกขอเถิดนางเพียงแค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์”
ไแม่ไม่ยุงเ้าแล้ว ฮ่องเต้เดี๋ยวจะหาว่าแม่ทำลายกฎที่สืบทอดกันมา หนิงเอ๋ออยู่ที่นี่คอยรับบัญชาฝ่าา” หนิงเฮ๋อน้อมคารวะหลี่จวิน
“ทรงพระเจิญหมื่นปีเสด้จแม่ หลี่จวินจะไม่ทำให้ไทเฮาผิดหวัง” สะบัดหน้าหนีไม่แม้แต่จะมองหน้าคะนิ้งด้วยซ้ำไป
“หนิงเอ๋อต่อไปนี้เ้ามีหน้าที่...สำคัญดูแลปกป้องสนมอี๋เซียงและติดตามนางทุกฝีก้าว”
“อย่างนั้นหนิงเอ๋อก็ต้องเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าากับข้านะสิ…^_^ ดีเลย555 เริ่มคืนนี้เลย” หลี่จวินยิ้มยียวน
“อยู่หน้าห้องบัญชาข้าและแท่นปะาของข้าสำหรับคนชอบแหกกฎ” คะนิ้งหน้าเง้า อุตส่าห์ คิดว่าจะฟลุ๊คแต่เปล่าเลยกับถูกดักคอ
“ไป๋จงต่อไป คอยสอดแนมนางอีกคน” หันไปสั่งองครักษ์หน้าหล่อ จื่อเย่ เดินวน รุ้สึกกระวนกระวายใจ กับการใกล้ชิด คะนิ้งเมื่อกี้
“จื่อเย่ เ้าไม่จำเป็ต้องมาที่นี่บ่อยนัก ที่วัด มีอะไรขาดตกบกพร่องหรือไม่” จื่อเย่สะดุ้ง พยักหน้าส่ายหน้าไปมาพร้อมกัน
“หากมีอะไรบกพร่อง บอกกรมวังได้บอกว่าข้าอนุญาตเ้าเต็มที่” คะนิ้งได้ทีกอดกระเป๋าเป้ เดินย่องออกมาหลี่จวินคว้าข้อมือทั้งดึงทั้งลากไปที่ห้องบรรทม หนิงเอ๋อกับเสี่ยวซุนวิ่งตามติดๆ
“เสี่ยวซุนปิดประตู”
“ฝ่าา ถนอมพระวรกายด้วย” เสี่ยวซุน เ้าบ้า คิดว่าฝ่าาไม่รู้จักยับยั้งจะกินข้าวต้มตอนสายหรืออย่างไร หลี่จวินหันมองหน้าเสี่ยวซุนทำตาดุ
ถอยออกมาปิดประตูลงกลอน
เมื่อเข้ามาในห้องกลับเปลี่ยนท่าที จูงมือคะนิ้งไปนั่งที่เก้าอี้
“เคยมีใครทำเ้าใจสั่นไหม” คำถามอะไรแบบนี้ คะนิ้งปรับตัวไม่ทัน
ส่ายหน้าไปมาริมฝีปากอุ่นแตะลงที่ปากบางของคะนิ้งแ่เบาอ่อนหวานอ่อนโยน คะนิ้งเองก็เผลอไผลไปกับััอ่อนโยนจนลืมตัว หลี่จวินถอนริมฝีปากออก
“นางผู้มีกลิ่นหอม เ้ารู้ไหมเ้าทำให้น้องชายฝาแฝดของข้าใจสั่น” คะนิ้งยังคงส่ายหน้า
“ซึ่ง ข้าไปสู้ชอบใจนัก…ข้า…...” คะนิ้งรอฟังคำพูดที่เหมือนจะถูกลืนหายไป
“ข้าอยากลับบ้าน” พูดเฉไฉไปเสียทางอื่น หลี่จวินจ้องตากลมโต
ถูกของเ้าวังหลวงแห่งนี้แม้ผู้คนพลุกพล่านแต่ยากจะหาคนจริงใจไว้ข้าพาเ้ากลับไปเยี่ยมบ้าน” คะนิ้งอยากจะบ้าตายจะอธิบายอย่างไรว่ากลับอย่างไรได้ในเมื่อเธอยัง ไม่รุ้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี อ๋อนึกออกแล้วหลี่จวินบอกว่าไทฮองไทเฮาเป็ผู้ส่งอี๋เซียงมา อย่างนั้นต้องสืบหาอี๋เซียงก่อนว่านางหายไปไหน
แต่จะว่าไปคะนิ้งก็จำได้ตอนอยู่บนแท่นนอนฝ่าาหรือแท่นนอนจะเป็ประตูมิติ คะนิ้งวิ่งแจ่่นไปที่แท่นนอนทิ้งตัวลงนอนทันที หลี่จวินมองตามงงๆ แต่สักพักก็เผลอยิ้ม
“เ้ายอมเป็ของข้าแล้วหรือ” พูดอย่างนี้แสดงว่าเมื่อคืนรู้แล้วว่าไม่ได้มีอะไรกัน เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว คะนิ้งคิดในใจ
“ใครจะเป็ของท่าน” หลับตากลั้นลมหายใจนับหนึ่ง...สอง...สาม ลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของหลี่จวินที่ก้มลงใกล้จะประกบริมฝีปากอยู่แล้วคะนิ้งผลักออกไว้แน่นไม่น่าเลยอยู่ในที่รโหฐานกับคนหล่อขนาดนี้สองต่อสอง เฮ้อใจละลาย หลี่จวินหัวเราะดังลั่น ขำท่าทีหลับตานับหนึ่งสองสามของ คะนิ้ง
“ไม่เป็ไรค่อยๆ ช้าๆ ข้าให้โฮากสเรียนรู้เื่อย่างว่ากับข้าทีละนิดรับรอง สักวันเ้าต้องชอบบทรักของข้า สนมหลายนางติดใจไม่อาจปฏิเสธมีแต่คนโหยหา” คะนิ้งถอนหายใจยาวเหยียดคนอะไรแบบนี้เพิ่งจะเคยเห็น
“ท่านรู้ว่าเมื่อคืนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นแล้วทำไม...ยัง”
“ความจริงอาจมีก็ได้” หลี่จวินคิดถึง จูบแ่เบาที่ริมฝีปากของเขาเมื่อคืนของคะนิ้งที่หวาบหวามจน ไม่อาจหักห้ามใจ นางอยู่ๆ ก็ค่อมร่างเปลือยอกของเขารสจูบหวานซาบซ่านจนเข้าไม่อาจหักห้ามใจ ทั้งที่เมามายแทบ ทรงตัวไปไหว ลมหายใจหอบถี่ข้างหูต่างกับคนในตอนเช้าลิบลับหรือจะเป็ฝันไป
“ไม่มีอะไรข้าไม่รู้สึกว่ามีอะไร”
“เมื่อคืนเ้าปรนนิบัติข้าตอนหัวค่ำ แล้วข้าก็เมามายหลับใหล” คะนิ้งขมวดคิ้วทำไมจำไม่ได้
“นางอาจเป็อี๋เซียงตัวจริงก็ได้ ข้าบอกแล้วข้าไม่ใช่อี๋เซียง”
หลี่จวิน กดริมฝีปากปิดปากเล็กไว้แน่นบดขยี้ หวามไหวเหมือนกับจะค้นหาบางอย่าง คะนิ้งส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ หลี่จวินถอนริมฝีปากออกเหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้ คะนิ้งลุกขึ้นนั่งงุนงงกับการกระทำของหลี่จวิน
“เ้าไปได้แล้ว” คะนิ้งเดินออกจากห้องงงงัน
หลี่จวินไม่อาจหนีความจริงได้พ้นในเมื่อรสจูบซาบซ่านเมื่อคืนไม่ใช่ของคะนิ้งนางซ่ำซองจนเขาหวั่นไหวคล้อยตาม แต่คะนิ้งนางไม่จูบตอบเขาด้วยซ้ำแต่กลับให้ความรู้สึกยากจะหักห้ามใจและเสียดายเมื่อถอนริมฝีปากออก นางคือใครกันแน่แล้ว สนมคนเมื่อคืนไปไหน