ความรู้สึกหนักอึ้งที่ท้ายทอยคล้ายกับถูกของแข็งทุบเข้าอย่างจังมันแล่นแปร๊บขึ้นมาอย่างรวดเร็วเธอจำได้แม่น ว่าจู่ ๆ ก็เกิดแสงสว่างวาบอย่างน่าอัศจรรย์ขึ้นแล้วหลังจากนั้นเธอก็รู้สึกเจ็บหน่วงไปทั้งร่างโดยเฉพาะบริเวณท้ายทอยที่รู้สึกหนักอึ้งกว่าบริเวณอื่น ๆ
นึกอยากจะลืมตา แต่ก็รู้สึกว่าเปลือกตาหนักหน่วงจนยากที่จะลืมขึ้นอย่างกับว่าเธอสลบไสลไปเป็เวลานานอย่างไรอย่างนั้นทั้งที่เธอมั่นใจว่าตัวเองแค่ยืนเก็บหลักฐานอยู่ในร้านดูดวงที่มีชื่อว่าต้าเหยาอี้ฝูก็เท่านั้นเองกลางวันแสก ๆ แบบนี้ เธอจะนอนหลับได้ยังไงกัน
แต่สุดท้ายก็ฝืนพยายามลืมตาขึ้นจนได้...
ทันทีที่ลืมตาขึ้นได้ก็เกิดแสงสว่างวาบพุ่งเข้ามาในกระบอกตาจนรู้สึกแสบเสียดไปหมดเหตุการณ์ประหลาดนี้ทำให้ชิงเหองุนงงไปชั่วขณะ แต่เมื่อสิ้นแสงสว่างนั้นลั่วชิงเหอก็ลืมตาขึ้นมาจนเต็มหน่วย กลับพบว่าสถานที่ที่เธอยืนอยู่ไม่ใช่ร้านดูดวงอะไรนั่น แต่เป็พิธีแต่งงานขนาดเล็กที่มีแขกมาร่วมงานเพียงหยิบมือเดียว คาดคะเนจากสายตาจึงประเมินได้คร่าว ๆว่าแขกในงานมีประมาณยี่สิบกว่าคนเห็นจะได้
ไม่สิ!เมื่อครู่ยังอยู่ในร้านดูดวงอยู่แท้ ๆ ทำไมตอนนี้ถึงได้มายืนอยู่ที่นี่ได้ล่ะ
ลั่วชิงเหอประหลาดใจกับสิ่งที่ตาเห็นทำเอาหัวคิ้วเรียวสวยเริ่มกดเป็เส้นโค้งเธอก้มลงมองสภาพร่างกายของตัวเองอย่างชั่งใจจึงพบว่าตอนนี้ตัวเธอเองสวมอยู่ในชุดเ้าสาวไม่ใช่ชุดลำลองนอกเครื่องแบบเหมือนอย่างที่จำความได้
ทว่าชุดแต่งงานที่เธอสวมอยู่ก็ไม่ได้ดูทันสมัยเหมือนอย่างที่เคยเห็นแต่กลับดูคลาสสิคแปลกตายังไงชอบกล เหมือนเป็ชุดรุ่นปู่รุ่นย่าอะไรแบบนั้นไม่เพียงแค่เสื้อผ้าบนตัวของเธอที่ดูล้าหลังแต่เสื้อผ้าที่แขกภายในงานสวมใส่อยู่ก็ไม่ได้ดูทันสมัยไปกว่ากัน
เห็นอย่างนี้แล้ว...ตำรวจหญิงลั่วชิงเหอยิ่งงงกับสถานการณ์ตรงหน้าเข้าไปใหญ่เธอรู้ดีว่ากำลังเกิดเื่ไม่ชอบมาพากลขึ้นกับเธอทว่าตัวเธอเองก็ไม่สามารถระบุได้ ว่ามันเกิดจากสาเหตุไหนกันแน่
ลั่วชิงเหอ้าสอบปากคำใครสักคน!
เธออยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่อีกอย่างเธออยากรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน... สำคัญที่สุดคืออยากรู้ว่าทำไมเธอต้องสวมชุดเ้าสาวในงานแต่งงานของใครก็ไม่รู้? คงไม่ใช่ว่าลั่วชิงเหอได้กลายเป็เ้าสาวซะเองหรอกนะ
ให้ตายเถอะ!ทุกอย่างดูยุ่งเหยิงไปหมด ลั่วชิงเหอไม่เคยคบหากับใครจริง ๆ จัง ๆ มาก่อน อยู่ ๆ ให้แต่งงานมีครอบครัวนั่นถือเป็เื่ที่ไกลตัวเกินกว่าจะเกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกันลั่วชิงเหอก็ภาวนากับทวยเทพในใจว่าหากนี่เป็ภาพมายา หรือเป็ฝันบ้าบอคอแตกอะไรก็แล้วแต่ขอให้พระเ้าช่วยส่งสายฟ้าผ่าลงกลางกระบาลของเธอสักทีสองทีเผื่อว่าเธอจะหลุดออกไปจากตรงนี้และได้สติขึ้นมา
ในขณะที่กำลังคิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยจู่ ๆ ก็มีหญิงสูงวัยคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาชิงเหอวินาทีนั้นชิงเหอดีใจมากจนแทบเก็บอาการไม่อยู่นั่นเป็เพราะชิงเหอคิดว่าผู้หญิงคนนี้อาจให้คำอธิบายกับเธอได้
แต่เปล่าเลย...
ลั่วชิงเหอคิดผิดนอกจากผู้หญิงคนนั้นไม่สามารถให้คำอธิบายใด ๆ กับชิงเหอได้เขาคนนั้นยังหยิกเข้าที่เนื้อแขนของชิงเหออย่างแรงพร้อมกัดฟันพูดอยู่ข้างหูด้วยน้ำเสียงเชิงข่มขู่
“ถงเซินอวี่ หล่อนคิดจะทำอะไรของหล่อน ฉันขอเตือนไว้ก่อน ว่าอย่าทำให้ป้าแท้ ๆของตัวเองต้องขายหน้าเชียวล่ะ”
ลั่วชิงเหอได้ยินอย่างนั้นถึงกับหน้าซีดตาเหลือก ทำตัวไม่ถูก อยู่ดี ๆ ก็เกิดอาการโลกหมุนไปชั่วขณะลั่วชิงเหอพยายามตั้งสติให้มั่นแล้วเดินถอยหลังสองก้าวขณะเดียวกันดวงตาคู่สวยก็จ้องไปที่หัวจรดเท้าของคนที่เพิ่งแทนตัวเองว่าป้าแท้ ๆ
ผู้หญิงสูงวัยตรงหน้าดูไม่คุ้นตาลั่วชิงเหอมั่นใจมาก หล่อนไม่เคยมีป้าหน้าตาแบบนี้สักหน่อยแล้วถือสิทธิ์อะไรมาหยิกแขนหล่อนมิทราบ
'แต่เดี๋ยวก่อนนะ...เมื่อครู่นี้มนุษย์ป้าคนนั้นเรียกฉันว่าถงเซินอวี่งั้นเหรอ ถงเซินอวี่อะไรกันฟังดูเชยชะมัด ชื่อแบบนี้ผู้หญิงเขานิยมตั้งกันด้วยเหรอ เหมือนชื่อผู้ชายซะมากกว่า'
แต่จะอะไรก็ช่างหัวมันเถอะไม่ใช่เวลามาวิจารณ์ชื่ออะไรนั่น และไม่ใช่เวลาจะมาระลึกญาติกับใครเสียหน่อยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือตอนนี้หล่อนกำลังจะแต่งงานกับใครมากกว่าเพราะครั้งหนึ่งในชีวิตถ้าต้องแต่งกับใครหล่อนก็ต้องรู้สึกรักก่อนถึงจะยอมแต่งด้วย ไม่ใช่จะแต่งกันได้มั่ว ๆเหมือนการจับคู่ให้ปลากัด
“เ้าบ่าวมาแล้ว”
ลั่วชิงเหอเอี้ยวตัวกลับไปมองด้านหลังหล่อนให้ความสนใจกับเสียงปริศนา เสียงนั้นทำให้ขนลุกได้ง่าย ๆเพราะคิดว่านี่มันเปรียบได้เหมือนเป็การตัดสินของ์แต่พอได้เห็นโฉมหน้าของเ้าบ่าว ชิงเหอไม่กล้าบอกว่านี่เป็การตัดสินของ์อีกบอกได้คำเดียวว่านี่มันเป็การตัดสินของนรกต่างหาก!
เ้าสาวคนสวยอย่างลั่วชิงเหอรีบยกมือขยี้ตาตัวเองแรงๆ
นี่คงไม่ได้ตาฝาดหรอกนะ!แบบนั้นเรียกว่าเ้าบ่าวได้ด้วยเหรอ?
ลั่วชิงเหอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นว่าภาพตรงหน้ายังเหมือนเดิมทุกประการมันชัดเจนแล้วว่าหล่อนไม่ได้ตาฝาดแต่อย่างใดหนำซ้ำชายที่อยู่ในชุดเ้าบ่าวยังอุตส่าห์ส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้งชวนขนลุกมาให้หล่อนอีก
“เ้าสาวเ้าบ่าวเข้าพิธี”
เสียงขานลากยาวดังแทรกขึ้นมาคล้ายกำลังกดดันให้หล่อนต้องย่างเท้าเข้าไปยังพิธีมงคลมาถึงจุดนี้แล้วเื่อื่นก็แทบจะไม่อยู่ในหัวอีกต่อไปเพราะชิงเหอคิดได้เพียงว่า...หล่อนต้องเอาชีวิตรอดออกไปจากงานแต่งบ้า ๆนี่ให้ได้ก่อน เื่อื่น ๆ ที่ยังค้างคาใจค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน
'เ้าบ่าวกับผีนะสิแก่หงำเหงือกอย่างนี้ จะให้แต่งไปเป็เมียหรือให้แต่งไปเป็คนดูแลคนชรากันล่ะ'
หล่อนเห็นว่าฝั่งเ้าบ่าวคือคนอายุราวๆ 55 ปี ชิงเหอก็เกิดขนลุกขึ้นมาดื้อ ๆ หล่อนฝืนยอมรับกับสิ่งนี้ไม่ได้จริง ๆอายุปูนนี้แล้วยังจะมาจัดงานแต่งอะไรอีก ถ้าอยากจะจัดนักก็รอจัดงานศพทีเดียวเถอะอย่าเสียเงินเสียเวลาเอามาจัดงานที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรอย่างนี้เลย
ในจังหวะที่เท้ากำลังก้าวไปด้านหน้าเรื่อยๆ ชิงเหอก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าหล่อนควรจะทำอย่างไรต่อให้มีคำพูดข่มขู่จากคนเป็ป้า แต่เชื่อเถอะว่ามันก็ไม่มีผลอะไรกับชิงเหอนักหรอกตอนนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ ชิงเหอสนใจเพียงแค่ว่ารองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่มันจะพาหล่อนล้มหน้าคะมำหรือเปล่า
ลั่วชิงเหอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางนับถอยหลังในใจ ก่อนจะรวบชายกระโปรงสีแดงสด หมุนตัวกลับอย่างไม่ลังเล หล่อนวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตชิงเหอมั่นใจนักว่าทักษะร่างกายของหล่อนที่ฝึกฝนมาั้แ่สมัยเรียนยังคงแข็งแรงดีอย่างเดิมอีกอย่างครั้งยังเป็ตำรวจหล่อนวิ่งไล่จับคนร้ายได้คล่องตัวจนพวกผู้ชายต้องชิดซ้ายนึกภูมิใจที่่หนึ่งหล่อนเคยได้รับฉายา เสือจากัวร์เท้าไฟ
คาดคะเนด้วยสายตา ยังไงซะระยะทางจากตรงนี้ถึงประตูด้านหลังถ้าต้องวิ่ง น่าจะใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ...
ชั่วพริบตาเดียวจากงานแต่งที่ดูเหมือนจะราบรื่นก็เกิดวุ่นวายขึ้นมาเสียอย่างนั้นแน่ล่ะว่างานแต่งที่ขาดเ้าสาว จะนับว่าเป็งานแต่งได้ยังไงเ้าสาววิ่งหนีไปอย่างนั้นก็เท่ากับว่างานแต่งครั้งนี้ถือเป็โมฆะไปโดยปริยาย
ลั่วชิงเหอสับเท้าวิ่งบนรองเท้าส้นสูงชนิดไม่คิดชีวิตนึกโทษตัวเองขึ้นมาที่่หลัง ๆ ออกกำลังกายน้อยและไม่ได้มีภารกิจวิ่งไล่จับคนร้ายอย่างเมื่อก่อนเลยทำให้การวิ่งออกมาแค่ไม่กี่นาทีทำเธอเหนื่อยหอบได้ง่าย ๆ แถมความเร็วในการวิ่งก็เหมือนจะลดลงอีกด้วย
แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นชิงเหอก็วิ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนหนทางที่จะไปเป้าหมายหลักของหล่อนก็แค่อยากสลัดกลุ่มญาติที่วิ่งตามมาให้หลุดไปก็พอที่พวกเขาวิ่งตามเป็โขยงเพราะหวังจะจับชิงเหอกลับไปยัดเข้าพิธีแต่งงานให้เสร็จ ๆไป
ไม่นานชิงเหอก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดที่ตีนสะพานข้ามแม่น้ำสายหนึ่งซึ่งอยู่คาบเกี่ยวระหว่างสองชุมชนหล่อนหันกลับไปมองเป็ระยะ ไม่เห็นใครตามมาอีก จึงสรุปเอาเองว่าหนีพ้นแล้ว
ลั่วชิงเหอหยุดพักหายใจหายคอ...หล่อนเดินไปทิ้งตัวนั่งบนสันสะพานสูง ขณะเดียวกันก็นึกรำคาญความรุงรังของกระโปรงที่ยาวกรอมเท้าเธอวิ่งได้ช้าลงส่วนหนึ่งก็เพราะกระโปรงบ้า ๆ ผืนนี้ลั่วชิงเหอนึกโมโหที่ต้องเจอเื่เฮงซวยอะไรนี่ หล่อนไม่รู้จะไปลงที่ไหนจึงลงที่กระโปรงของตัวเองมันซะเลย
ชิงเหอจิกนิ้วมือฉีกชายกระโปรงทิ้งเหมือนคนเอาแต่ใจแล้วขว้างเศษกระโปรงให้พ้นตัว
่เวลานั้นหล่อนรู้แค่ว่าหล่อนหัวเสียและ้าระบายอารมณ์ไม่มีกระจิตกระใจจะไปคำนึงถึงเื่ของคนอื่นมากนักลั่วชิงเหอฉีกชายกระโปรงหลายครั้งกระทั่งเริ่มรู้สึกว่าสบายตัวขึ้นแต่ขณะเดียวกันลั่วชิงเหอไม่รู้เอาเสียเลย ว่าการฉีกชายกระโปรงของเธอกำลังสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีกคน