" หะ เหตุใดกันเจ้าคะ?"เสวี่ยหานเอ๋อร์ถึงกับตื่นตระหนก เสียงมากมายส่งมายังนาง ทั้งต้องการรับนางเป็นศิษย์ทั้งต้องการให้นางเข้าตระกูล เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกลับชีวิตนาง เสวี่ยหานเอ๋อร์ที่ตื่นตกใจถึงกับหลบไปด้านหลังของกู่ซือเอิน โดยที่อูหลินเฟิงและจงหมิ่นก็มายืนบังให้เช่นกัน
"หยุด!"ปราชญ์วิญญาณที่เห็นความโกลาหล ได้พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมาก แต่ว่าเสียงของปราชญ์วิญญาณกลับตรงเข้าสู่ห้วงวิญญาณของคนทุกคนที่กำลังส่งเสียงออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนที่กำลังแยกกันส่งเสียงหยุดลง ความสงบกลับคืนมาอีกครั้งเพียงทำพูดเดียวของปราชญ์วิญญาณ
"ปราชญ์แพทย์ ปราชญ์พิษ ท่านทั้งสองมีอะไรจะพูดหรือไม่" ปราชญ์วิญญาณราวกับรู้ความนึกคิดของสองปราชญ์ที่แอบพูดคุยกับผ่านปราณ ปราชญ์ทั้งสองที่ถูกพูดถึงมองไปยังปราชญ์วิญญาณก่อนมองไปยังเสวี่ยหานเอ๋อร์
"เด็กน้อยเอ๋ย ไม่ต้องกลัว เราทั้งสองปราชญ์แพทย์และปราชญ์พิษต้องการรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าจะยอมรับเราสองคนเป็นอาจารย์หรือไม่"ปราชญ์แพทย์เป็นคนกล่าว หลังจากที่ได้ยินความต้องการของปราชญ์แพทย์ แม้มีหลายคนอยากจะแย่งชิงเสวี่ยหานเอ๋อร์ต่อที่กลับไม่กล้าพูดอะไร
แม้ปราชญ์แพทย์จะถือเป็นปราชญ์ที่มีระดับลมปราณอ่อนที่สุด ความแข็งแกร่งอยู่อันดับท้ายสุดของเก้าปราชญ์ แต่ก็เป็นปราชญ์ที่มีคนนับถือและติดหนี้บุญคุณมากที่สุดเช่นกัน ปราชญ์แพทย์มักคอยช่วยเหลือ รักษาผู้คนโดยไม่แยกแยะว่าคนคนนั้นจะมาจากตระกูลระดับต่ำ สูงหรือไร้ระดับ หากเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ ปราชญ์แพทย์จะรักษาให้ทันที การหาเรื่องปราชญ์แพทย์เท่ากับหาเรื่องตระกูลของผู้ฝึกยุทธ์มากกว่าครึ่งของทวีปปราณฟ้า ทั้งเป็นการหาเรื่องทางอ้อมกับแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เพราะมีครั้งหนึ่งที่คนในแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องพิษที่ไม่อาจใช้เพลิงแห่งฟีนิกซ์รักษาได้ ต้องให้ปราชญ์แพทย์และปราชญ์พิษช่วยกันถึงสามารถรักษาได้
ปราชญ์พิษเองแม้มักใช้พิษสั่งสอนคนที่ชอบมายุ่งหรือหาเรื่องกับเขา แค่ว่าเขาเองก็เป็นแพทย์พิษที่เชี่ยวชาญการรักษาอาการจากพิษ จึงมีบางตระกูลที่มองว่าปราชญ์พิษเป็นผู้มีพระคุณ แม้ส่วนมากจะเกลียดก็ตาม
แต่ทั้งปราชญ์แพทย์และปราชญ์พิษนั้นทั้งสองกับเป็นสหายที่คอยแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งเรื่องพิษและแพทย์ตั้งแต่สมัยเยาว์วัย แม้ปราชญ์พิษจะมีหลานที่สืบทอดพิษคือกู่ซือเอิน แต่นางกลับไม่ถนัดเรื่องการเป็นแพทย์พิษ หากได้ปราชญ์ทั้งสองเป็นอาจารย์ ความปลอดภัยของเสวี่ยหานเอ๋อร์นั้นถือว่าปลอดภัยที่สุดจากตัวเลือกทั้งหมดแล้ว
เมื่อเสวี่ยหานเอ๋อร์แสดงความสามารถออกมา ทั้งสองก็แอบคุยกันเพื่อหาทางช่วยเหลือเด็กหญิงที่ถูกจ้องด้วยสายตาแห่งความโลภจากผู้อาวุโสเกือบทั้งอัฒจันทร์
"คะ คุณชายใหญ่อู คุณชายจง คุณหนูกู่ข้าควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ"เสวี่ยหานเอ๋อร์ถามทั้งๆ มือนางกำเสื่อของกู่ซือเอินไม่ยอมปล่อย
"ทางดีที่ที่สุดของเจ้า คือการเป็นศิษย์ของสองปราชญ์มันจะช่วยปกป้องทั้งเจ้าและครอบครัวของเจ้า เป็นศิษย์ของปราชญ์แพทย์เหมาะกับปราณพฤกษาพิสุทธิ์ของเจ้า อีกอย่างหากเป็นศิษย์ของปราชญ์พิษเจ้าก็จะกลายเป็นศิษย์น้องของคุณหนูกู่ไม่ดีหรือไง"อูหลินเฟิงกล่าว ในสถานการณ์ของเสวี่ยหานเอ๋อร์นั้นแบบนี้ดีที่สุด ได้สองปราชญ์ที่คนไม่กล้าหาเรื่องด้วยเป็นอาจารย์สามารถรับประกันความปลอดภัยของนางได้อย่างดี
"ข้าเชื่อท่านเจ้าค่ะ"เสวี่ยหานเอ๋อร์นั้นย่อมเชื่ออูหลินเฟิงทั้งในฐานะสหายและเป็นคนแรกที่ยอมรับนางเข้ากลุ่ม
"สะ ศิษย์คารวะอาจารย์เจ้าค่ะ"เรียกได้ว่าเสวี่ยหานเอ๋อร์รวบรวมความกล้าทั้งชีวิตให้การกล่าวประโยคนี้ ต่อหน้าคนยิ่งใหญ่ทั้งสองที่นางไม่เคยคิดฝันว่าจะเป็นลูกศิษย์
"ดี ดี"ปราชญ์แพทย์กล่าว
"ข้าคงต้องเป็นอาจารย์คนแรก ในเวลาหนึ่งเดือนหลังจากนี้ค่อยให้ท่านสอนต่อจากข้า"ปราชญ์แพทย์กล่าวกับสหายของตน
"ได้….เราจะสลับกันสอนคนละหนึ่งเดือน" ไม่มีการทะเลาะเหมือน ของปราชญ์ดาบและปราชญ์เพลิงเหมันต์ การตกลงของปราชญ์แพทย์และปราชญ์พิษนั้นราบรื่นอย่างมาก
…..
อีกด้านหนึ่ง
'เราจะทำเช่นไรกันดี หากเจ้าเด็กตระกูลอูนั้นไปกับปราชญ์วิญญาณ ต่อให้เราฆ่าล้างตระกูลอูได้ แต่เด็กนั้นในอนาคตต้องหาทางกลับมาแก้แค้นได้แน่' เสียงของผู้นำตระกูลหม่าดังขึ้นผ่านการคุยทางลมปราณ
'ท่านกลัวเช่นนั้นหรือ...ข้าว่าเด็กจตุรธาตุนั้นยังน่ากลัวกว่า แต่ว่าข้าได้ยินมันบอกว่าตนมีนามมาจงหมิ่น ชื่อเดียวกับลูกชายของจงฟ่าน' เสียงของผู้นำตระกูลชุนดังขึ้น
'แต่หน้าตาของมันไม่เหมือนจงหมิ่น บุตรชายของจงฟ่าน' ผู้นำตระกูลซีกล่าวเขาย่อมรู้จักหน้าของจงหมิ่นเป็นอย่างดี
'แต่หากมันคือคนเดียวกัน การมีชีวิตของมันคือหลักฐานการร่วมมือของเรา เราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม หาทางสังหารมันให้ได้' ผู้นำตระกูลชิงกล่าวอย่างวิตก
'หากเด็กสองคนนั้นเดินทางไปพร้อมเก้าปราชญ์เราคงทำอะไรไม่ได้' ผู้นำตระกูลชุนกล่าว
'เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรกันดี' ผู้นำตระกูลซีถาม
..
"ท่านอาจารย์ ข้ามีเรื่องบางอย่าง"อูหลินเฟิงหันไปพูดกับปราชญ์วิญญาณ
"ว่าอย่างไร"
"เนื่องจากท่านพ่อของข้าป่วยอยู่ และ ข้าคือคุณชายใหญ่ของตระกูล แม้จะไม่ได้เป็นว่าที่ประมุข แต่ว่าข้ามีเรื่องต้องกลับไปสะสางที่ตระกูล ข้าขอกลับไปที่ตระกูลก่อน ภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่ข้ากลับไปถึงที่ตระกูลคงสามารถสะสางทุกสิ่งได้ ข้าค่อยไปกับท่านได้หรือไม่"อูหลินเฟิงกล่าวความต้องการของตน
"ได้ หลังจากที่เจ้ากลับไปที่ตระกูลแล้ว….วันที่เจ็ดอาจารย์จะไปรับเจ้าที่ตระกูล"ปราชญ์วิญญาณกล่าว
"ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์"
"ท่านอาจารย์ทั้งสอง....ข้าเองก็ขออนุญาตกลับไปยังตระกูลอูเช่นกัน แม้ข้าจะไม่ใช้คนตระกูลอู แต่ผู้นำตระกูลอูดูแลข้ามาอย่างดี ตอนนี้ท่านบาดเจ็บสาหัส อย่างน้อยข้าขอไปลาท่านได้หรือไม่"คราวนี้เป็นจงหมิ่นที่กล่าวขออาจารย์ของตน
"เช่นนั้นก็ใช้เวลาเหมือนกับศิษย์ปราชญ์วิญญาณ...เจ็ดวันหลังจากนี้ ข้าจะไปรับที่ตระกูลอูเช่นกัน"ปราชญ์ดาบที่จงหมิ่นต้องไปเรียนก่อนเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้
"ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์"
.……
ราวกับสวรรค์เป็นใจ ผู้เยาว์ทั้งสองที่กำลังหาทางสังหารกับขอกลับไปยังสถานที่ที่กำลังจะเกิดการฆ่าล้างตระกูลเช่นเดียวกับที่เคยเกิดกับตระกูลจง
'โอกาสมาถึงแล้วช่วงเวลาที่ทั้งสองอยู่ที่ตระกูลอูเราต้องลงมือตอนนั้น' เสียงผู้นำตระกูลชุนที่ได้ยินบทสนทนาดังขึ้นหลังฟังจบ
'รีบรวมกำลังคน เลื่อนกำหนดการให้เร็วขึ้น ต้องสังหารเด็กหนุ่มทั้งสองให้ได้ภายในใต้การโจมตีตระกูลอูให้ได้' เสียงปริศนาทรงอำนาจดังขึ้นภายในจิตใจของผู้นำทั้งสี่
'รับทราบ' เสียงของผู้นำตระกูลทั้งสี่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
'ถือเป็นโชคร้ายของพวกเจ้า หากไปกับเก้าปราชญ์อาจมีชีวิตยื่นยาวขึ้นสักหน่อยแท้ๆ' ผู้นำตระกูลชุนคิดในใจ
..
หลังจากนั้นเมื่อไม่มีเรื่องอะไรน่าดูชม หลายตระกูลต่างทยอยแยกย้ายกันกลับไปยังที่พักหรือกลับเมืองของตนทันที ปราชญ์พิษได้เดินเข้ามาหาอูหลินเฟิงที่ตอนนี้กลับมารวมตัวกับอูเทียนเหวิน
"คารวะปราชญ์พิษ"
"เจ้าหนู…อูหลินเฟิงสินะ"
"ขอรับ ผู้อาวุโสปราชญ์พิษมีเรื่องชี้แนะอะไรผู้น้อยหรือขอรับ"
"เรื่องนี้ข้าได้บอกกับผู้อาวุโสตระกูลอูไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่ข้าจะมาบอกเจ้าอีกครั้ง…เจ้าช่วยหลานสาวข้าจากเหวหมื่นศพ ข้ากู่ชิงหยางติดหนี้เจ้าหนึ่งครั้ง นี่คือหยกสื่อสารมันจะสามารถทำให้เจ้าสามารถติดต่อข้าได้"
"ผู้อาวุโสเกรงใจเกินไปแล้ว"แม้จะพูดแบบนั้นแต่อูหลินเฟิงก็รับหยกสื่อสารมา ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธเรื่องนี้ เมื่อเห็นว่าหมดเรื่องแล้วปราชญ์พิษจึงเกินจากไปพร้อมกับกู่ซือเอินแต่เดินไปเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็หันกลับมาพร้อมพูดว่า
"หากเจ้าต้องการเป็นเขยตระกูลข้า…ต้องแต่งเข้าตระกูลกู่เท่านั้น"จากนั้นก็ค่อยๆ เดินจากไปแต่ก็มีเสียงของอูหลินเฟิงตะโกนไล่หลังมาว่า
"ท่านไม่ต้องห่วง ข้าไม่ใช่ว่าที่ประมุขตระกูลข้าสามารถแต่งเข้าตระกูลกู่ของท่านได้"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ปราชญ์พิษหัวเราะชอบใจเขามองไปยังหลานสาวของตนที่ตอนแรกเดินตามหลังแต่ตอนนี้กลับเดินเลยเขาจากไปอย่างรวดเร็ว
"คุณชายใหญ่….แม้ท่านจะไม่ใช่ว่าที่ประมุข แต่ว่าท่านประมุขจะยอมงั้นหรือ"อูเทียนเหวินกล่าว แม้ท่านประมุขเหมือนจะปล่อยให้อูหลินเฟิงทำตามใจ แต่มักจะแอบช่วยเหลืออยู่เสมอ หากคุณชายใหญ่ต้องเป็นฝ่ายแต่งออกท่านผู้นำคงไม่ยอมโดยง่ายเป็นแน่
"เรื่องแบบนี้ต้องแล้วแต่ข้าสิ ท่านพ่อจะไม่ยอมได้อย่างไร หากไม่ยอมข้าก็แค่หนีออกจากบ้านก็พอ"
"พี่ใหญ่!!"อูหมินจิงที่ได้ยินก็ร้องออกมาทันที
"อะไร…ข้าล้อเล่นเฉยๆ"
"เหมือนว่าใต้เหวนั้น ความสัมพันธ์ของเจ้าสองคนจะพัฒนาไปมากเลยงั้นสินะ มีอะไรงั้นหรือ"จงหมิ่นถามด้วยความอยากรู้
"ไม่มีอะไรก็แค่ นางอุ้มข้า แล้วข้าก็อุ้มนาง หลังจากนั้นนางก็อุ้มอีกที"
"ห่ะ"จงหมิ่นที่ฟังถึงกับงงในเรื่องราว
..……………………………….
จบบทที่หนึ่ง บทงานประลองล่าอสูร