เวลาผ่านไปหลังจากที่เงาร่างอันใหญ่โต ทำการเก็บมุกมังกรไว้แล้วกลับเข้าไปในร่างกายจ้าวหลงเวลายังเดินต่อไปอีกหลายชั่วยามจนข้ามไปอีกหนึ่งวัน
สายๆของวันถัดไปจ้าวหลงลืมตาตืนขึ้นมาก็พบกับ ร่างของพญางูเขามองซ้ายมองขวา ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น
เขาจำได้แค่ว่าพญางูกำลังจะฆ้า และจะกินเขา แล้วสติของเขาก็ดับวูปไป เขาจำไม่ได้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น เขามองดูร่างกายบนตัวเขาที่ก่อนหน้านี้มันมีแผลฉกรร
ที่ทำให้เขาคิดว่าเขาจะตายแล้ว แต่กลับไม่พบบาดแผลอันใดหลงเหลืออยู่เลยจะมีก็แค่เสื้อผ้าของเขา ที่ชีกขาดที่เกิดจากพญางู เขาคิดว่ามันคือความฝันก็ไม่หน้าจะใช้
รอยเสื้อผ้ายังอยู่แถมร่างพญางูก็ยังอยู่ตรงหน้าเขา แล้วมันเกิดเหตุอันใดขึ้นกับพญางูตัวนี้กัน คิดเทาไหรก็คิดไม่ออก เขานั่งลงมองไปที่ร่างกายของพญางูอยู่ชั่วขณะ
"มันเกิดอะไรขึ้น แล้วพญางูทำไมถึงไม่กินข้าแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับพญางูกันแน่ดูเหมือน มันจะตายแล้ว แล้วใครเป็นคนฆ้าเจ้ายักษ์ใหญ่นี้.."
เขามองดูโดยรอบก็ไม่พบใคร หรือจะเป็นท่านเซียรผู้มีตบะแก่กล้าผ่านมาเห็นเหตุการเข้าจึงยื่นมือช้วยข้าเอาไว้กัน เมื่อเขาคิดว่าเป็นเช่นนั้น จึงคุกเข่าลง กราบไหว้เป็นการแสดงการของคุณกับผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้น
"ข้าน้อยผู้เยาว์ จ้าวหลง ขอบคุณท่านเซียรที่ยื่นมือเข้าช้วยเหลือในครั้งนี้ หากมีโอกาศในภายหน้า ข้าจ้าวหลงจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน"
ภายในร่างกายเด็กหนุ่มมีเงามังกรขนาดใหญ่อยู่ มันมองออกไปยังโลกภายนอก แล้วสบถออกมาด้วยอาการดูถูกว่า
"เจ้าโง่ คนที่ช้วยเจ้าอยู่ใหนเจ้ายังไม่รู้เลยแล้วจะมาตอบแทนอะไร สิ่งที่เจ้าตอบแทนเรา ผู้เป็นใหญ่ได้นั้นคือการที่เจ้าจะเป็นอาหารของเราเท่านั้น"
ภายในห้องมืดขนาดใหญ่เงาดำของมังกรขนาดใหญ่ ที่ขดเป็นวงนอนนิ่งสงบยกหัวของมันขึ้นมาพูดพึมพำถึงการกระทำของเด็กหนุ่ม
แล้วข้าจะทำอย่างไรกับร่างกายของพญางูตัวนี้ดีกัน มันเป็นของหายาก เขาหันซ้ายหันขวามองดูว่าอาจจะมีใครมาเห็นเข้า เพราะร่างกายของเจ้าพญางูตัวนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ แค่เฉพาะเกล็ดของมันก็มีราคาต่อชิ้น สูงลิบลิ้วขนาดชิ้นละจะต้องไม่ต่ำกว่า สิบเหรียณเงินเป็นแน่ (ในโลกนี้ 100 เหลียรทองแดง เท่ากับ 1เหรียนเงิน 100เหรียนเงินจะเท่ากับ1เหรียนทอง )
หลังจากมองดูความปลอดภัยโดยรอบเขาหาวิธีในการเก็บเกี่ยวเจ้าร่างกายอันใหญ่โตนี้ เขาหันหน้าไปเจอเข้ากับถ้ำ ที่เขาเคยเข้าไปพัก ในครั้งอดีตเมื่อเขาเคยมาหาปลาและพักข้างคืนแถวนี้
เขาใช้เวลาคิดชั้วครู่หลังจากได้คำตอบและวิธีการ เขาเดินไปหยิบมีดที่ตกอยู่กับพื้นเดินตรงไปยังก่อไผ่ ที่ขึ้นอยู่เลี้ยลาดตามทางเดิน ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเขาเดินมาพร้อมกับบ่องก่อไผ่จำนวนหนึ่ง และเดินหายเข้าไปในป่าอีก
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
เขากลับออกมาพร้อมกับ เถาวัลย์แห้งจำนวนหนึ่ง เขานำเถาวัลย์ไปแช่น้ำและเดินไปหยิบบ่องไผ่ที่เขาเตรียมไว้ พร้อมกับนำไปวางเรียงรายเป็นทางไปถึงหน้าถ้ำบริเวณหน้าถ้ำมีต้นใม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่
หลังจากที่เขาทำการวางบ่องไผ่เรียงรายเป็นทาง เขาเดินไปหยิบเถาวัลย์แช่น้ำ นำมามัดไว้กับบริเวณลำคอของพญางู แล้วเดินอ้อมต้นไม้บริเวณหน้าถ้ำและไปมัดกับกอนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ริมแม่น้ำ
ซึ่งแม่น้ำบริเวณนั้นเป็นที่จำศิลของพญางูและน้ำบริเวณน้ันจะมีความลึกเป็นอยางมาก หลังจากที่เขามัดเถาวัลย์ไว้กลับก้อนหินเขาเดินไปหยิบลำต้นของไม้ ที่มีขนาดพอเหมาะที่เขาเตรียมไว้
เขานำไม้นั้น สอดเข้าไปใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ที่เขามัดไว้กับเชื่อกเถาวัลย์ แล้ววางพาดไปที่ก้อนหินที่มีขนาดเล็กกว่า ลงมากึ่งหนึ่งในสามของก้อนใหญ่ เขาทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ไม้อีกฝังหนึ่งทำให้ไม้งัดก้อนหินขนาดใหญ่ไหลลงไปในแม่น้ำ
ทำให้เถาวัลย์ทีผูกไว้กับพญางู ดึงร่างของพญางูวิ่งไปบนลำต้นบ่องไผ่ที่เขาวางเลียงเป็นทางไว้ ร่างกายของพญางูวิ่งไปใกล้หน้าถ้ำเขาตัดเชือกเถาวัลย์เพื่อให้ร่างของพญางูหยุดอยู่ตรงหน้าถ้ำ เขาถือปลายของเชือกเถาวัลย์ที่เขาตัดขาดระหวางก้อนหินที่ใหลลงไปในแม่น้ำ
เขาถือปลายเชือกเข้าไปภายในถ้ำ ภายในถ้ำมีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่หลายก้อน ซึ่งก้อนหินเหลานี้เมื่อก่อนมันอาจจะอยู่ขางนอกแต่เกิดเหตุการสั่นสะเทือนภายนอกทำให้ก้อนหินเหลานี้ไหลลงมาภายในถ้ำและมีก้อนหินบางก้อนติดอยุ่บริเวณบ่าของถ้ำ
เขามัดเชือกไว้กับก้อนหินก้อนหนึ่งและผลักให้มันไหลออกจากบ่าของถ้ำและไหลไปภายในถ้ำ ซึ่งภายในถ้ำลึกลงไปมีทางแยกออกเป็นสามทางลดหลั่นกันลงไป
อีกสองทางมีก้อนหินปิดอยู่แล้วจึงเหลืออีกทางหนึ่งที่จะให้ก้อนหินตกลงไปในทางนั้น และทางนั้นก็เป็นทางไปสู่ห้องน้ำแข็ง ภายในห้องมันมีคุณสมบัติความเย็นเป็นน้ำแข้ง ภายในห้องนั้นมีทางต่อลึกลงไปอีก
จ้าวหลงไม่เคยลงไปสำรวจเพราะมันมีความเย็นเป็นอยางมากเขาไม่สามารถทนกับความเย็นนั้นได้ แม้ขนาดความเย็นของห้องที่เขาต้องการนำร่างของพญางูไปแช่แข็ง เขายังอยู่ได้เพียงสามชั่วยามเท่านั้น
หลังจากเขานำร่างของพญางูไปไว้ในห้องเย็นได้ เท่านี้ส่วนต่างๆ ของร่างกายพญางูก็จะไม่เกิดการเน่าเสีย ตามกาลเวลา เพราะความเย็นในห้องนั้นเป็นความเย็นที่พิเศษที่จ้าวหลงในอดีเขาเคยเอาปลาที่จับได้มาแช่เย็นไว้มันไม่เกิดการเน่าเสียและย่อยสลาย หลังจากนั้นเขานั่งคิดแผนการในอนาคตของเขากับสิ่งที่เขาจะต้องทำ ยามเย็นของวันนั้นจ้าวหลงนำปลาขึ้นจากแม่น้ำเดิน ตรงกลับบ้าน
เช้าวันถัดมาจ้าวหลงเข้าไปในหมูบ้านนำปลาไปแลกข้าวกับของกินอื่นกับคนในหมู่บ้าน
"งัยพ่อค้าปลาเน่า วันนี้เอาปลาเน่าอะไรมาหลอกแลกกับแม่ข้าอีก" เสียงของหญิงสาวอายุ สิบกว่าปีดังขึ้นหลังจากเจ้าหลงเดินออกจากบ้านหลังหนึ่งนางมีหน้าตาจิ่มลิ่มเหมาะสมกับหญิงสาวแรกรุ่น
" ปลาเน่า ป้าเจ้าเถอะ ปลาเหลานี้ข้าจับได้เมื่อวาน และมันก็ยังไม่ตายสักหน่อย " จ้าวหลงทำหน้าเบะไส่แลัวเดินหนีออกไปที่บ้านอีกหลัง
" วันนี้เจ้าไม่อยู่กินข้าวกับข้าก่อนหรอ เจ้าไม่โพลหน้ามาตั้งหลายวันแล้วนะข้ามีเรื่องจะเล่าให้เจ้าฟังตั้งหลายเรื่องแนะ " นางเดินไปด้านข้างพร้อมกับการแสดงออกของใบหน้าของหญิงสาวที่แอบชอบชายหนุ่ม
" ไม่ละคราวที่แล้ว ข้าอยู่ฟังเจ้าเล่าเรื่องของเจ้าจากเย็นจนดึก ทำให้ข้ากลับบ้านไม่ได้ต้องนอนบ้านเจ้าเกือบทำให้ข้าต้องถูกแม่เฒ่าฆ้าเอา โทษฐานที่ไปนอนที่อื่นไม่บอกท่าน " จ้าวหลงทำหน้าแหย่ๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าแม่เฒ่ายามโกรธคราวที่แล้ว
ซึ่งจ้าวหลงไม่รู้เลยว่าคืนนั้นหน้าบ้านของหญิงสาวนางนี้ บนต้นไม้หน้าบ้านมีเงาของร่างหญิงสาวร่างหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดสีดำลัดรูปที่กลางหลังมีรูปผีเสื้อสีสันสวนงามเหมือนมีชีวิต ยืนเฝ้ามองจ้าวหลงอยู่ทั้งคืน