ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีเด็ชายเกิดมาจากนํ้ากำมลิตอีกคนแล้ว คนในหมู่บ้านช่วยกันตั้งชื่อว่า คาเนอร์ คนที่เกิดจากนํ้ากำมลิตคือคนที่จะเป็ักรบในวันหน้ามีพละกำลังเยอะหรือบางคนก็จะมีเวทย์มนต์ที่มีอำนาจมากโข คาเนอร์ ได้เกิดมาคนในหมู่บ้านก็สามารถรูได้เลยว่าคาเนอร์นั้นมีกำลังที่แข็งแรงมากแต่คาเนอร์ไม่มีนามสกุลทั้งหมู่บ้านจึงต้องช่วยกันตั้งขึ้นมาอีกเพราะผู้ที่เกิดจากนํ้ากำมลิตห้ามใช้นามสกุลเดียวกับมนุษย์ธรรมดาทั่วไปเพราะนํ้ากำมลิตเป็เหมือนนํ้าแห่งเทพผู้ที่เกิดมาก็เหมอนกับเทพองค์หนึ่งเพื่อเกิดมาขจัดสิ่งเหล่าร้าย ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ผู้นำในหมู่บ้านนี้จึงให้คนในหมู่บ้านเสนอออกมาทีล่ะคนว่าชื่อไหนจะเหมาะสมดีแต่ถ้าใครที่คิดไม่ออกสามารถโหวตชื่อของคนผู้อื่นได้ หลังลงมติกันเล็กน้อยก็ได้นามสกุลออกมาสามชื่อคือ "วินเทล" "อาเทอร์" "ฟลอตัน" แล้วมาลงคะแนนกันอีกรอบได้เป็ว่าใช้นามสกุล "ฟลอตัน" เด็กน้อยคาเนอร์ชื่อก็คือ "คาเนอร์ ฟลอตัน" ทางหมู่บ้านเลยเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็ "เคาน์เนอร์" เพราะมีความเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนชื่อตามเด็กที่เกิดจากนํ้กำมลิตหมู่บ้านนั้นจะแข็งแกร่งอยู่รอด เมื่อคาเนอร์อายุได้หกปี คาเนอร์มีอารมณ์ดีน่ารักสดใสสนุกมุ่งมั่นแข็งแกร่งฉลาด คนในหมู่บ้านรักและเอนดูคาเนอร์เหมือนลูก หลาน พี่ น้อง
คาเนอร์อายุได้สิบหกปีก็เกิดาขึ้นระหว่างสองอาณาจักรใหญ่ซึ่งที่ตั้งหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ไกลเมืองจึงต้องโดนลูกหลงไปด้วย คาเนอร์และผู้นำหมู่บ้านจึงลงมติว่าจะย้ายถิ่นฐานที่อยู่แล้วคาเนอร์เป็คนนำขบวนขณะเดินทางพบคนหนีาผู้าเ็และอีกหลายๆคนทั้งหมอทั้งนักรบทั้งนักเวทย์ทั้งชาวบ้านพ่อค้าพบเจอผู้คนมากมาย คาเนอร์ได้ช่วยรักษาพวกเขาจึงขอเดินขบาวนร่วมทางไปกับเราและคอยจัดการสัตว์อสูรสัตว์นักรบทั้งหลายที่แตกตื่นจากา การเดินทงผ่านมาสองวัน คาเนอร์เจอที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งใหม่มีป่าต้นไม่อุดมสมบูรณืมีทะเลอยู่ขอบชายฝั่งถ้าเดินไปอีก แต่เพราะผู้คนมากมายที่ขอติดขบวนมาด้วยมีเยอะพวกทหารนักรบนักเวทย์เลยพากันเสนอเลยว่าสร้างเป็อาณาจักรแล้วค่อยๆขยายเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น ช่วยกันฝึกคนในหมู่บ้านให้อาณาจัรกของเราเป็แนวหน้าเื่การรบต่อสู้ คาเนอร์เห็นด้วยจึง ตั้งกลุ่มแต่ล่ะกองกำลังขึ้นมา คนที่ติดขบวนมาด้วยนั้นมีทั้งหมด 756 คนรวมเด็กเล็กและวัยรุ่นที่ยังไม่โตด้วย และแบ่งอีกกองกำลังหนึ่งเป็กองกำลังหาธาติคือกองกำลังใช้ฝึกธาติในร่างกาย คาเนอร์มีธาติลมอยู่ในตัวแต่ซึ่งคาเนอร์เกิดจากนํ้ากำมลิต คาเนอร์จึงสามารที่จะฝึกธาตุอื่นเพิ่มได้อีก และเมื่อลองแบ่งธาติของแต่ล่ะกลุ่มแล้วจะได้ดังนี้ ธาตุนํ้ามีทั้งหมด 191 คน ธาตุดิน 178 คน ธาติลม 120คน ธาตุไฟ 195 คน ธาตุสายไฟ 59 คน ธาตุมืด 10 คน ธาตุแสง 5 คน และ คนที่ไม่มีธาติหรืคนธรรมดาอีก 117 คนแบ่งกองกำลังการรบไว้แบบผู้หญิงไปฝึกเทวทย์และหมอปละนักปรุงยาส่วนผู้ชายไปฝึกเป็ทหารนักรบยกเว้นคนที่เป็ทหารกับนักรบอยู่แล้วให้มาสอนพวกที่เหลือส่นพวกเด็ที่ยังอายุไม่ถึง13ปีให้เรียนด้านทษฎีไปก่อนแล้วครที่อายุ15-20ปีไวรุ่นนั้นให้ทำการฝึกเวทย์และการเป็นักรบพร้อมกันเหมือนการเรียน
เวลาผ่านไปสามเดือนคนตอนนี้ผู้คนเริ่มเก่งขึ้นมาเป็หลายๆเท่านักรบก็อยู่ ขั้น2ขั้นสามก็มีส่วนพวกคนที่ไม่มีพลังก็ค่อยจัดการเื่อาหารและการทำไร่ไป
อาณาจักรก็เริ่มสร้างขึ้นมาขึ้นมาใหญ่โตขึ้นนำโดยกษัตริย์คือ คาเนอร์ และทหารองค์รักษอีก10กว่านายอาณาจักรุ่งเื่ขึ้นมากเคยมีหลายอาณาจักรเข้ามาโจมตีแต่ก็แพ้กลับไปไม่เป็ท่า อาณาจักรนี้มีชื่อว่า "เคาน์เทน" อาณาจักรเคาน์เทนกลายเป็อาณาจักรที่เป็อันดับหนึ่งเื่ของการสู้รบและทหารหรือนักเวทย์หรือการเรียนรู้ทุกอย่างทางอาณาจักรอื่นๆก็มาทำความรู้จักรปรองดอกไว้เพราะไม่อยากจะให้อาณาจักรของตนโดนโจมตี และในที่สุดอาณาจักรนี้ก็กลายเป็ศูนย์กลางของทุกอาณาจักร เมืองก็เริ่มขยายเข้าหาเมืองอาณาจักรอื่นๆเมืองหลักที่ใหญ่ที่สุดมีนามว่า "เคาน์" หรือ เมืองเคาน์นั้นเองอาณษจักรก็ดำเนินต่อไปเรื่อยเหมือนปกติตอนนี้ คาเนอร์อายุ27ปีแล้ว
คาเนอร์แอบปลอมตวหนีองค์รักษ์ออกไปหาดูในเมืองว่ามีอะไรบ้างแล้วแอบไปเมืองนู้นเมืองนี้ตามใจชอบทำให้องค์รักษืทั้งสิบปวดหัวอยู่เป็ประจำ
วันนี้คาเนอร์กลับดึกเพราะเหนื่อยจากการพบปะอาณาจักรอื่นคาเนอร์จึงทำการหนีออกมาเช่นเคยคานอร์ชอบมาที่ที่พักกลางแม่นํ้ามากเพราะมองเห็นแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมากระทบผิวนํ้าระยิยระยัยเหมือนดาวนับร้านรวมกันอยู่จดเดียวแต่วันนี้คาเนอร์เจอคนที่ยืนอยู่ที่ที่พักกลางแม่นํ้าที่คาเนอร์ชอบมาคาเนอร์เกิดความสงสัยว่าเป็ใครจึงเดินเข้าไปดู
"นี่ เ้า น่ะเป็ใคร มาทำอะไรดึกป่านนี้"
"เ้าเป็ผู้หญิงหรอ"
คาเนอร์พูดจบ ผู้หญิงคนนั้นหันมาด้วยความใ
"!!!! ท่านาานี่"
"ขออภัยเพค่ะ"ผู้หญิงคนนี้พูดด้วยความใที่ว่าคนที่มาคือท่านาา
"ไม่เป็ไรหรอกทำตัวตามสบายเถอะ ข้าชอบมาผ่อนคลายที่นี่เพราะว่าลมมันเย็นดีทำให้ข้าสดชื่น แล้วก็อีกอย่างน่ะเ้าลุกขึ้นได้แล้วไม่ต้องนั้งหรอกพวกเราเท่าเทียมกันอยู่แล้ว"
"เพค่ะ"
"เ้าชื่ออะไรล่ะ"
"ข้าชื่อ เรียว วินมาร์"
"อ่ตระกูลวินมาร์ที่ขึ้นชื่อเื่ของการต่อสู้และการใช้ไฟอาของเธอก็อยู่ในองค์รักษ์ของเราสิน่ะ"
"พะๆ เพค่ะ"
คาเนอร์รู้ว่าเรียวกลัวคาเนอร์เพราะแค่มองด้วยหางตาก็รู้แล้ว เรียวยิ่งสาวรูปร่างสมส่วนผมสีนํ้าตาลตาสีแดงเป็คนที่สวยงานมากั้แ่หัสจรดเท้า
"แล้วเ้ามาทำอะไรที่นี่ตอนดึกดื่นล่ะ"
"ข้าแค่มายืนรอลมพัดให้เย็นใจเพค่ะ"
"ข้าเป็ลมให้เ้าได้น่ะ"คาเนอร์พูดมีเลศนัยเพราะ้าจีบเรียว
เรียวได้ทำแต่แก้มแดง
วันต่อมาคาเนอร์ก็ไปหาเรียวไปพูดคุยไปช่วยไปหาหลายวันๆๆๆตอยเอาใจใส่เพราะอยากให้เรียวเข้าใจและรู้เอาเองว่าคาเนอร์รักเธอมากแค่ไหนแต่เรียวก็เป็พวกซื่อๆจึงไม่เข้าใจความหมายสักที คาเนอร์ทนไม่ไหวจึงจัดองค์รักษทั้งสิบและผู้าุโแห่งอณาจักรไปสู่ขอทางตระกูลวินมาร์ได้ใเหมือนๆกันแต่ก็ได้พูดคุยกันเสร็จสัพสองสัปดหาห์ต่อมามีงานแต่งงานเกิดขึ้นเหล่าญาติมิตรจากต่างอาณาจักรก็มาร่วมงานต่างพากันมาแสดงความยินดีแก่คาเนอร์
จากนั้นสองปีต่อมาเรียวได้อุ้มท้องให้คาเนอร์คาเนอร์รู้สึกดีใจเป็อย่างมากเลยแต่ความยินดีปรีดาไม่ทันไราจากอาณาจักรทสงเหนือก็ไดเยกทัพมาตีเราคาเนอร์คิดว่าถ้าจะให้เรียวอยู่ที่นี่คงไม่ดีเอาแน่ๆคาเนอร์จึงจัดทหารขั้น7สองนายให้องค์รักษืปกป้อมคุ้มครองเรียวเพื่อไปเมืองกาเดนคือเมืองที่อยู่ทางใต้ของอาณาจักรและเป็เมืองเดียวในอาณาจักรที่อยู่ไกลมากๆห่างจากเมืองใหญ่ประมาณการเดินทางสองวันถึง านี้ทัพของทางอาณาจักรเราได้เปรียบกว่าแล้วทัพจากอาณาจักรอื่นไก็เข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง
ผ่านไป9เดือน เด็กน้อยสี่คนลืมตาดูโลกเป็แฝดสอง เรียงจากคนโตไปคนเล็กคือ คอล เคียว คาลและคาเรีย
คาลและคาเรียเป็แฝดกัน เรียวได้สอทั้งวิชาต่อสู้เวทย์มนต์และวิธีการปลุงยาต่างๆเพื่อสอนให้เขานำไปใช้และคอยเหล่าเื่ของท่านพ่อให้ฟังว่าเป็ยังไงบ้างแต่ไม่บอกพวกลูกๆว่าท่านพ่อของพวกเขาเป็าาเพระากลัวเข้าจะทนงในตัวเอง หลังการฝึกที่ผ่านมาทำให้เรียวได้รู้ว่า คาเรียใช้ไฟได้เหมือนแม่ คอลใช้ลมได้เหมือนพ่อ คาลใช้สายฟ้าได้เหมืออา แต่เคียวยังเป็คนเดียวที่ยังใช้ธาตุไม่ได้และใช้เวทย์ก็ไม่ได้ไม่มีพลังอะไรในตัวเลยเรียวได้แต่ห่วงว่าเขาจะเป็ยังไงถ้าใช้พลังไม่ได้
เมื่อทั้งสี่อายุได้7ปีเรียวได้ล้มป่วยเพราะตอนที่หรีามาได้รับเวทย์ขู่กำลังด้วยเพราะตอนที่ตั้งท้องอยู่นั้นเรียวพลังลดลงไปเยอะมาเลยไม่ถึงสามสัปดาห์เรียวได้สิ้นชีวิตลงอย่างสงบคนในหมู่บ้านช่วยกันทำหลุมศพและช่วยกันปลอบใจพวกเด็กๆและคอยช่วยเหลือครูที่สอนเวทย์ก็คอยช่วยกันสั่งสอน ไม่นานข่าวไปถึงคาเนอร์คาเนอร์รู้สึกเสียใจเป็อย่างมากตอนนี้าได้จบลงไปนานแล้วแต่ยังมีเื่เกี่ยวกับความเสียหายเพิ่มเข้ามาอีกคาเนอร์รู้สึกไม่มีหน้าที่จะไปเจอพวกลูกๆได้เลย
แต่เื่นี้ยังไม่จบเด็กทั้งสี่คนโศกเสร้าเสียใจมีเพียงเคียวเด็กที่ร่าเริงที่สุดสนุกไม่มีเบื่อพลังในการเล่นมีไม่น้อยไม่มีนํ้าตาแม้แต่หยดเดียวเพราก่อนท่านแม่สิ้นเคยได้ขอเคียวเอาไว้
"เคียวจ๊ะ"
"ครับท่านแม่"
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกจะต้องนำพี่และน้องๆให้ได้ห้านอ่ออนไหนต้องแข็งแกร่งไว้น่ะลูกให้เหมือนท่านพ่อของลูกเลยน่ะ"
"ครับท่านแม่"เคียวตอบรับพร้อมยิ้มอย่างร่าเริงเพราะตอนนั้นเคียวยังไม่ค่อยแน่ใจกับคำบอกเล่านั้นเท่าไหร่
แต่แค่คำนั้นทำให้เด็กร่าเริงเป็เด็เ็าไม่มีรอยยิ้มมุ่งมั่นและมีวามฝันที่จะล้างแค้นไม่ว่าใครก็หยุดไม่ได้เพราะเขาจะไม่มีวันยกโทษให้ท่านพ่อเด็ดขาดไม่ว่าอย่าไรก็ตาม
ทั้งคอล คาล คาเรีย ช่วนเล่นก็ห่างเหินเคียวตีตัวออกห่างไปฝึกฝนคนเดียวไม่ยุ่งกับใครฝึกดำนํ้ากลั่นหายใจคิดว่าเมื่อเราตกอยู่ในเวทย์ขั้นไหนก็ต้องผ่านไปให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เคียวพยายมฝึกแทบเป็แทบตายอดหลับอดนอนฝึกต่อสู้ฟันดาบยิงธนูพลางตัวเวทย์นักรบปรุงยาเคียวฝึกคนเดียวไม่สุ่งสิงกับใครเป็เวลานานจนถึงตอนนี้เคียวและคนอื่นๆอายุ14ปีแล้ว ที่เคียวฝึกคนเดียวเพราะตอนที่ไปสอบเข้าโรงเรียนไม่ผ่านเกรณ์จึไม่ได้เข้าเรียนแต่ผิดกลับคอลคาลและคาเรียที่ได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนแต่เคียวก็ไม่ยอมแพ้ตั้งใจฝึกฝน ตอน่ที่เคียวฝึกอยู่เคียวได้ลองไปล่าสัตว์อสูรดูพวกพลีงตํ่าๆดูก็ง่ายสนุกเลยลองทำทุกวันวันนี้เป็อีกวันเพราะเคียวได้ไปเจอกับลูกสุนัขหมาป่ามัลทอร์ยพวกที่มีคำว่ามัลทอร์ยสามารถที่จะฝึกภาษาได้เคียวเลยเก็บมาเลี้ยงเพราะเห็นมันพลัดหลงอยู่ตัวเดียวเคียวฝึกวิธีล่าเนื้อฝึกพูดและฝึกกลายร่างจะได้เดินสองขาและเป็เหมือนมนุษย์หมาป่าได้