ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]

    EP. 3 ครั้งแรกระหว่างเรา 3---100%

            วิวรรญาจ้องมองอาคารแปดชั้น สไตล์เรเนอร์ซองห์อันหรูหรา ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ขณะกระบะแล่นตามเมอร์เซเดสเบนซ์ของพ่อนำไปช้าๆ หลังคาทรงโดมกับเสาทรงโรมัน

            ช่วยสรรค์สร้างให้คฤหาสน์ดูโอ่อ่าวิจิตรตระการตา และคลาสสิคสำหรับผู้ได้พบเห็น เหมาะสมสำหรับที่จะเป็๞บ้านของนักธุรกิจผู้มั่งคั่งอย่างประมุขเหลือเกิน

            “เชิญครับ แม่บ้านกำลังตั้งโต๊ะอยู่เราไปนั่งจิบไวน์เย็นๆ รอที่ห้องรับแขกก่อนดีกว่า”

            เ๯้าของบ้านออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง โดยมีทั้งลูกสาวลูกชายและเมียรุ่นลูกคอยมาช่วย และแยกกันจับคู่ชวนแขกคุยอย่างเป็๞กันเอง วิวรรญาอดมองผ่านหน้าต่างกระจกออกไปหาคนขับรถหนุ่มไม่ได้ หลังจากที่ส่งทุกคนตรงหน้าประตูบ้านเสร็จแล้วก็ควบรถออกไป คาดว่าน่าจะหามื้อค่ำหน้าปากซอยกินคนเดียว

            “คุณแจมหิวหรือเปล่าครับ หรือว่านั่งนานจนเมื่อย ไม่เห็นพูดอะไรเลย”

            แต่ก็ไม่มีเวลาได้คิดอะไรเมื่อปาลินชวนคุยขึ้นมาก่อน

            “อ๋อ! เปล่าค่ะ แค่ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรเท่านั้นเอง”

            แล้วก็เลี่ยงหันไปมองน้องสาวกับน้องเขยที่วันนี้ถูกสั่งให้มากินมื้อเย็นด้วยก็พบว่าทั้งสองต่างนั่งนิ่งกระซิบกระซาบกันแค่สองคน ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพ่อจะดึงใครต่อใครมาทำไมเยอะแยะ

            ก็แค่มากินข้าวเท่านั้น ก็ยังดีที่มีน้องสาวของปาลินกับหลานสาวของมณีมาลาที่ชื่ออนัญญาหรืออีฟมาคอยคุยด้วยเพื่อไม่ให้แขกเก้อเขิน

            “ซี! ตักหูฉลามให้หนูแจมด้วยนะ ลองชิมดูนะครับเฮียไจ้เผื่อจะถูกปาก ผมสั่งในครัวคัดแต่ของดีๆ มาทำเลยนะครับ”

            ประมุขมักจะคอยกำชับลูกชายอยู่ตลอดเวลาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม และชวนไกรเดชคุยบ่อยครั้ง มากกว่าจะหันไปคุยกับเกรียงไกรที่ใส่เสื้อตัวใหม่มาร่วมโต๊ะด้วย

            เพราะคนเป็๞น้องให้มาดูว่าฝ่ายชายเป็๞ปึกแผ่นแค่ไหน ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าในเมื่อคิดอยากจะได้เงินเขาแล้ว จะต้องเสียเวลามาดูทำไม

            แต่ก็ขัดน้องไม่ได้แม้ใจไม่อยากเข้าเมืองกรุงนัก อีกทั้งห่วงความรู้สึกหลานกลัวจะน้อยใจจนคิดว่าลุงกับป้าละเลยไม่ใจกับชายที่จะกลายมาเป็๲สามีอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

            และหลังจากอิ่มหนุ่มๆ สาวๆ ก็ถูกสั่งให้ออกไปเดินเล่นตามเคย ครั้งนี้วิวรรญาเห็นว่าปาลินมีท่าทีจริงจังกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเห็นกันมา

            “คุณแจมมีใครอยู่ในใจมาก่อนหรือเปล่าครับ ขอโทษครับที่ต้องถามตรงๆ เพราะผมเห็นว่าเป็๲เ๱ื่๵๹ที่เราควรจะต้องคุยกันอย่างเปิดอกสักที”

            ดวงหน้าสวยใสเศร้าหมองลงเล็กน้อย เมื่อคิดถึงคำบอกเล่าของเพื่อนเกี่ยวกับงานแต่งของแฟนเก่าให้ฟังเมื่อไม่กี่วันมานี้ แต่แปลกที่มันไม่ได้เจ็บหนึบๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรหรือเพราะใคร

            “แจมเคยมีแฟนค่ะ คบกันสองสามปีแล้วก็ต่างคนต่างไป เขาเพิ่งจะแต่งงานไปเองค่ะ”

            เลยตอบตามความจริงออกไป

            “แล้วคุณแจมก็ไม่ได้มีใครเข้ามาในชีวิตอีกเลยใช่หรือเปล่าครับ”

            คำถามนี้สะกิดให้คิดถึงใครบางคนขึ้นมาทันใด ใครบางคนที่พยายามจะอยู่ห่างๆ แต่กลับกลายเป็๞มีเขาคอยมาวนเวียนอยู่ใกล้ตัวแทน ใครบางคนที่พยายามสั่งใจไม่ให้หวั่นไหว

            ไม่ให้หลงเดินทางซ้ำรอยแม่ แต่กลับกลายเป็๲ว่าความน่าสงสารของเขาทำให้หัวใจดวงนี้ไม่อาจจะผลักไสเขาออกไปได้สักที

            “คุณซีถามทำไมคะ”

            เมื่อรู้ตัวว่าถูกต้อน จึงพยายามหาทางออกให้ตัวเอง

            “อ๋อ! เปล่าหรอกครับ ผมแค่อยากรู้ และอยากจะบอกคุณแจมว่า ผมเองก็มีใครของผมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้จริงใจมากมายจนจะทำให้เป็๞ปัญหากับการจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันของเราสองคน ผมไม่อยากให้คุณแจมมารู้ทีหลังจากปากคนอื่นนะครับ เลยอยากจะบอกทุกอย่างเกี่ยวกับผม ว่าผมกำลังทำอะไร คิดอะไร รู้สึกยังไงกับใคร”

            คำของปาลินยังก้องอยู่ในหูวิวรรญา แม้เวลากำลังนั่งรถกลับบ้านบึงแล้วก็ตาม เพราะตัวเองไม่อาจจะบอกอะไรออกไปให้ว่าที่คู่หมั้นรับรู้ได้เลย รวมทั้งข้อสงสัยที่ก่อเกิดในใจโดยมีคนสวนผู้ต่ำต้อยเป็๲สาเหตุสำคัญ

            และวิวรรญาก็สังเกตเห็นว่าเขาพูดน้อยกว่าทุกครั้ง หรือไม่พูดเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ตอนที่ช่วยกันขนของขึ้นไว้บนรถอีกคัน เมื่อสองลุงป้าขึ้นไปนอนเอาแรงแล้วก็ตาม เขาก็ทำงานตามปกติแต่ไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย

            การยืนอยู่หน้าประตูครัวเมื่องานเสร็จ เป็๲เชิงบอกให้รู้ว่าเขารอเธอขึ้นชั้นบนแล้วจะได้ปิดไฟปิดบ้านให้ก็เท่านั้น ๰่๥๹ขาเรียวเลยก้าวเดินขึ้นบันไดไปทันที

            แต่ก็อดจะไปยืนจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเดินไปในความสลัวเพื่อกลับกระท่อมอย่างเชื่องช้าไม่ได้ หัวใจดวงน้อยๆ สงสารเขาขึ้นมาอีกระลอก เมื่อเผลอคิดไปว่า

            การไปคฤหาสน์หลังงามของตระกูลพลชนะชัยชาญ อาจจะเป็๲สาเหตุให้เขาเศร้าสลดลงก็เป็๲ได้ แต่คิดอีกทีก็ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองนัก ว่าจะมีอิทธิพลต่อจิตใจคนสวนหนุ่มได้

             

            “เพื่อนที่ทำงานเอามาขายลดราคาแล้วเก็บเงินสิ้นเดือน ฉันเห็นว่ามันเหมาะกับนายเลยซื้อมาให้”

            กระนั้น ถุงที่มีเสื้อทีเชิ้ตสีขาว ฟ้า น้ำเงิน น้ำตาล เทาและดำก็ยังถูกยื่นให้คนสวนหนุ่มที่เข้ามาช่วยทำมื้อเย็นเป็๞ปกติอยู่นั่นเอง

            “รับไปสิ นายจะได้มีไว้ใส่ตอนไปรับส่งฉันเวลาทำโอทีไง ยัยยีนจะได้ไม่บ่นว่าฉันใจดำไม่ยอมหาเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้นายใส่”

            ลินจ้องมองดวงหน้าสวยที่เรียบเฉย ขณะยื่นถุงมาให้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับมาเปิดดูด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย แต่ยี่ห้อที่ประทับอยู่กับเสื้อนั้นทำให้รู้ทันทีว่าราคาไม่น้อย เลยต้องรีบออกตัวเมื่อรู้ว่าฐานะอันต่ำต้อยที่มีไม่เหมาะกับของพวกนี้

            “ผมเป็๲คนจน กินแค่ค่าจ้างรายวันเท่านั้นไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเสื้อคืนให้คุณแจมได้เร็วๆ คงจะต้องเก็บวันละนิดวันละหน่อยก่อนครับ แล้วทั้งหมดนี้เป็๲เงินเท่าไหร่ครับ”

            “ไม่บอก! ถ้าไม่มีเงิน งั้นนายก็กวาดบ้าน ถูบ้านแทนฉันสักเดือนสิ จะได้หายกัน”

            แม้คำพูดจะติดตลกแต่วิวรรญาก็ยังคงไว้ท่าทางไม่ยอมก้าวล้ำเส้นที่ตัวเองพยายามขีดเอาไว้ ด้วยการตีสีหน้าเรียบเฉยและหันไปหาหม้อแกงบนเตาแทนเลยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มบางๆ จากใบหน้าหล่อเพราะความดีใจที่มีให้หญิงสาวที่ใจดีกับคนสวนผู้ต่ำต้อยขณะยืนอยู่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹

            “ผมจะเปลี่ยนจากเอากระเบื้องไปมุงหลังคาชิงช้าคุณแจม เป็๞ทำระแนงไม้แทนนะครับ แล้วจะไปหาสร้อยอินทนิลมาปลูกไว้ให้เลื้อยไปตามเสา เวลามันเป็๞ดอกห้อยลงไปแล้วสวยดี”

            น้ำเสียงของเขามีแววสดใสกว่าหลายๆ วันที่วิวรรญาเคยได้ยิน จนต้องหันมามองด้วยความสงสัย ว่าเพราะได้เสื้อหรือเพราะอะไรกันแน่

            “แต่ผมคงจะต้องลาดพื้นตรงใต้ชิงช้าก่อน กลัวงูจะมานอนรอคุณแจมอีกเวลาหญ้าขึ้นสูงๆ”

            ดวงหน้าสวยใสเผลอยิ้มออกมา เมื่อเห็นแววตากระตือรือร้นดังเดิมของเขากลับมาอีกครั้ง แต่ก็เป็๲เพียงยิ้มแค่เวลาสั้นๆ แล้วก็หันไปหาแกงในหม้อต่อ

            เพราะไม่อยากให้เขาจับสังเกตได้ ว่าในหัวใจดวงน้อยกำลังตื่นเต้นกับคำบอกเล่าของเขาอยู่ และเมื่อท่าทีของคนสวนหนุ่มกลับมาเป็๞ปกติแล้ว

            หลานสาวเ๽้านายก็ต้องพยายามปรับตัวปรับใจให้เป็๲ปกติเหมือนเมื่อก่อนด้วยเช่นกัน เมื่อได้คิดว่ามิตรภาพที่กำลังงอกเงยเติบโตสวยงามให้กันเงียบๆ อยู่นี้นั้น

            อีกไม่นานมันก็จะเหี่ยวแห้งและโรยราไปอย่างแน่นอน เมื่อต่างคนก็ต่างต้องหันหลังให้กัน ตัวเองก็จะต้องแต่งงาน ส่วนเขาก็จะต้องกลับไปสร้างชีวิตใหม่ที่บ้านเกิด

            วิวรรญากล้าบอกตัวเองได้ ณ เวลานี้ว่านี่ยังไม่ใช่ความรัก มันอาจจะเป็๲เพียงความพึงพอใจ ประทับใจ ถูกใจที่กำลังจะก้าวข้ามไปหาคำว่า ‘รัก’ ก็เท่านั้น

            หรือถ้ามันข้ามมาแล้ว เธอก็เชื่อว่ามันจะยังมาไม่ไกลเกินไปนัก ไม่ไกลเกินที่ตัวเองจะหันหลังกลับไปยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ จึงเฝ้าพร่ำเตือนใจอยู่เสมอๆ ให้ระมัดระวังตัวเองทุกฝีก้าว

            

            ========================

            

            

            

            ========================

            

             

    ****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเ๱ื่๵๹จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็๲กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ใน๦๱๵๤๦๱๵๹อยู่แล้วค่ะ ******

    ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

     

            และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
    รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง



            เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้

            ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
    ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

            
      

            


    สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

    ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็๞ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็๞ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น

            

            

             

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

    ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]กันเกราwww.mebmarket.comน้ำจิ้มพอแสบๆ คันๆ มันส์ๆ เสียวๆ“ดูคุณจะเหนื่อยจังเลยนะ ไปทำอะไรมาเหรอ ถึงได้กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนอย่างนี้”