เมฆาก่อตัวแ่าอัสนีบาตทมิฬเส้นหนึ่งผ่าฟาดกลางท้องนภา ปราณมรณะพร่างพรายประหนึ่งสายพิรุณ ท่ามกลางม่านหมอกหนาทมิฬทันใดนั้นพลันปรากฏรอยร้าวขึ้นบนถุงดิน!
ราวกับว่าปราณมรณะคล้ายเจอช่องระบายพวกมันหลั่งไหลเข้าไปในรอยร้าวบนถุงนั้นอย่างบ้าคลั่ง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดฝ่ามือซีดเซียวผลักถุงดินที่อยู่บริเวณโดยรอบร่างกายขาวซีดแหวกทะลวงออกมาจากรอยร้าว!
“แค่กๆๆ! ที่นี่ที่ไหน?” เด็กชายที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาจากใต้ถุงดินกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความฉงนสงสัยบริเวณรอบๆ ถุงดินล้วนเต็มไปด้วยซากกระดูกน่าสยดสยอง
เด็กชายพยายามปีนออกมาจากเนินดินที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำร่างกายของเขาอ่อนแอเป็อย่างมาก จำต้องค่อยๆคลานเข้าไปใกล้สระน้ำ
ทว่าเด็กชายใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ปีนขึ้นมาได้ไม่ถึงสิบเมตรก็หมดแรงร่วงตกลงไปในสระน้ำ!
“ตู้มม!”
ยามที่ร่วงตกลงไปพลันเกิดแสงโลหิตปกคลุมทั่วสรรพางค์กายขาวซีดกระทั่งน้ำในสระก็ยังมิได้ััร่างของเด็กชายด้วยซ้ำ
เด็กชายค่อยๆจมลงสู่ก้นสระ ภายใต้การคุ้มครองของแสงโลหิต
ครั้นตกลงไปในสระน้ำครู่หนึ่งแสงสีฟ้าอ่อนส่องสว่างพริบพราวท่ามกลางห้วงน้ำที่มืดมิด เด็กชายเหมือนถูกดึงดูดด้วยแรงบางอย่างขณะจมลึกลงไปยังก้นสระแสงสีฟ้าอันไร้ที่มาค่อยๆ ผสานเข้าไปในร่างกายของเขา
ภายใต้การหล่อเลี้ยงของแสงสีฟ้าผิวกายซีดขาวเริ่มมีสีทีละเล็กทีละน้อย
ร่างกายที่อ่อนแรงฟื้นตัวกลับคืนรวดเร็วดั่งแสงอัสนีเด็กชายลืมตาขึ้นอย่างงุนงง ในดวงตาว่างเปล่าราวกับสูญเสียจิติญญาเขาเอื้อมมือออกไปเบื้องหน้า คว้าแสงสีฟ้าเล็กๆ เ่าั้อย่างไม่เข้าใจ
หากแต่ปราณมรณะที่ดารดาษอยู่บนท้องฟ้าคล้ายยังไม่้าปล่อยเด็กชายไปมันค่อยๆ หลอมรวมเป็หนึ่ง กลายเป็อัสนีบาตลั่นคำรามอยู่บนผืนนภา
แลในทันใดนั้นอัสนีทมิฬทะลวงผ่านสระน้ำฟาดลงบนร่างของเด็กชาย!
“อ๊ากกก!” เด็กชายแผดเสียงร้องด้วยความเ็ปอัสนีทมิฬคลับคล้ายจักทำลายทุกสรรพสิ่งในร่างกายของเขา!
ใน่เวลาวิกฤติแสงโลหิตสาดแสงจรัสแจ้งยิ่งกว่าเดิม ขจัดปราณมรณะบนร่างของเด็กชายอย่างต่อเนื่อง
แสงโลหิตหลอมรวมกันกลายเป็ดอกบัวโลหิตพลานุภาพกล้าแกร่งแสนพรรณนา ปราณมรณะหวาดหวั่น มิกล้าต่อต้านดอกบัวโลหิต สุดท้ายจึงหดหายเข้าไปในร่างกายของเด็กชาย
จากนั้นดอกบัวโลหิตก็สลายหายเข้าไปที่กลางระหว่างคิ้ว
เมื่อรู้สึกถึงกำลังที่ฟื้นคืนเด็กชายจึงปีนขึ้นมาจากสระจ้องมองหลุมศพเบื้องหน้าที่ถูกปกคลุมหนาแน่นไปด้วยตะไคร่น้ำไม่รู้ว่ามันอยู่มานานเท่าไหร่แล้ว จากนั้นเขาก็ใช้มือปาดตะไคร่น้ำออกสองอักษรโบราณพลันปรากฏเด่นชัดในคลองจักษุ
“จูชิง ตายครั้งที่สิบสี่!”นอกจากอักษรพวกนี้แล้วก็ไม่มีอักษรใดๆ อีกเลย
‘จูชิง’ สองคำนี้เสมือนกับอัสนีฟาดลงกลางหัวของเด็กชาย
“จูชิง...ชื่อของข้าอย่างนั้นหรือ?” เด็กชายตะลึงงัน
“ข้าตายแล้วหรือ?” จูชิงเอามือแตะหน้าอก เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นอยู่
“ฟื้นคืนชีพจากความตายมีเื่ไร้สาระอะไรเช่นนี้บนโลกด้วยหรือไร?” แม้ว่าสิ่งนี้จักเกิดขึ้นกับจูชิงเองทว่ามันก็น่าอัศจรรย์เกินกว่าที่จะทำใจเชื่อ
จูชิงลูบไล้หลุมศพในหัวยังคงสับสนอยู่บ้างทว่าบางทีสิ่งนี้มันคงเป็ข้อพิสูจน์เพียงอย่างเดียวที่บอกว่าเขาอาจเคยมีชีวิตอยู่บนโลกนี้!
“อ๊ะ!” ส่วนที่คมของหลุมศพทิ่มลงบนนิ้วมือของจูชิงเืสีแดงฉานหยดลงบนหลุมศพ
ทันใดนั้นหลุมศพลอยทะยานออกมาจากพื้นพุ่งตรงเข้าใส่จูชิง!
จูชิงใมากหลุมศพสูงเท่าคนหนึ่งคน น้ำหนักน่าจะหนักอย่างน้อยร้อยชั่งคนบ้าที่ไหนจะต้านทานได้?
“หรือว่าข้าต้องตายอีกรอบ?” ฟื้นตื่นมาได้ไม่ทันไรพอคิดว่าตัวเองต้องตายอีกคราจูชิงก็อดขนลุกไม่ได้
พริบตานั้นแสงโลหิตสาดส่องออกมาจากหน้าอกของจูชิงปกคลุมหลุมศพ ภายใต้การเหนี่ยวนำของแสงโลหิตหลุมศพพลันฝังลึกลงไปในจิติญญาของจูชิง
หลุมศพปรากฏในจิติญญาของจูชิงคล้ายกับเบิกฟ้าสร้างปฐีจิติญญาที่ก่อนหน้าเต็มไปด้วยความโกลาหลยามนี้กลับกลายเป็บริสุทธิ์ไร้ที่ติติง!
จูชิงมองร่างกายของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อเขาคิดไม่ถึงเลยว่า ผลที่ออกมาจะกลายเป็เช่นนี้หลุมศพสูงเท่าคนหนึ่งคนผสานเข้าไปในจิติญญา มันกลายเป็เช่นนี้ไปได้อย่างไร
ฟื้นคืนชีพจากความตายหลุมศพผสานลงไปในร่าง สำหรับจูชิงแล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
“เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของข้า?” จูชิงยังสงสัยไม่หาย
“อุ๊บ! ฮ่าๆๆ” ท่ามกลางความมึนงงสับสนเสียงหญิงสาวหัวเราะดุจดั่งระฆังดังสะท้อนก้อง
จูชิงหูผึ่งเขาได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น หรือว่าจักเป็สระน้ำที่เขาตกลงไปมาก่อนหน้านี้
“มีคนอย่างนั้นหรือ!” จูชิงสะดุ้งโหยงรอยยิ้มผุดพรายบนใบหน้า ขอแค่ที่นี่มีคนอยู่ น่าจะไขปริศนาพิศวงได้ง่ายกว่าเดิม