The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่48 คำขอเดตจากเซซิเลีย5

                  เรเวลมองไปยังมือข้างขวาของตัวเองที่มีอนุภาคแสงสีขาวพุ่งออกมา

                  หลังจากนั้นปรากฎอาร์ติเฟกซ์หอกสีขาวเงินบริสุทธิ์ขึ้นที่ด้านหน้าของตัวเองทันที

                  “อาร์ติเฟกซ์…ปรากฎออกมาโดยไม่ต้องเรียกงั้นหรอ!?”

                  “แสงกับเสียงระฆังนั่นมันอะไรน่ะ!” 

                  ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่เด็กหนุ่ม

                  “เรเวล!..นั่นมัน..” 

                  “ทางช่วยยังพอมีครับ!..."

                   “!?” ปรากฎเสียงแตกตื่นขึ้นในห้องทันที

                   "ถ้าเป็นพลังนี้ล่ะก็ต้องช่วยได้แน่…” 

    ---------------------------

    สกิล <ปรารถนาวีรบุรุษ lv1> 

    -เอนชานต์ (เพิ่มคุณสมบัติ) พลังกายภาพและเวทย์มนต์

    -ประสิทธิภาพขึ้นกับเวลาที่ชาร์จ (ระยะเวลาชาร์จสูงสุด 3นาที)

    -สามารถส่งต่อผลลัพธ์ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นได้

    -เงื่อนไขการใช้สกิล สัมพันธ์กับสภาวะทางความคิดและจิตใจ

    -เวลาชาร์จทุก1วินาทีจะปรับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น2เท่า

    -ใช้พลังเวทย์2000

    ----------------------------

                  ปรากฎชื่อสกิลขึ้นมาในทัศนวิสัยของผม

                 “รายละเอียดสกิลนี้มีคำว่าส่งต่อให้ผู้อื่นด้วย…ผมลองจะส่งพลังอานุภาคแสงนี้ไปให้อาร์ติเฟกซ์ลูกแก้วของคุณเซบัสเตียน..แล้วหลังจากนั้นให้คุณลองใช้สกิลถอนคำสาปนั่นดูอีกครั้งนะครับ..”

                 “คะ..ครับ..กระผมจะลองดูครับ” เซบาสเตียนตั้งท่าถือลูกแก้วพร้อม

                อานุภาคแสงจำนวนมากรวมตัวที่หอกศักดิ์สิทธิ์กันมากขึ้นจนหนาแน่น..พร้อมกับเสียงระฆังที่ดังกังวาลยิ่งกว่าเดิม 

                “พะ..พลังเวทย์มัน…มหาศาลมาก..” เซซิเลียมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง

                เด็กหนุ่มตั้งสมาธิรวมอนุภาคแสงบริสุทธิ์ไปเรื่อยๆ

                ทั่วทั้งห้องสว่างจ้าเป็นสีขาว 

                เสียงระฆังดังกังวาลเป็นอย่างมากจนดังไปทั่วปราสาท

                ระยะเวลาชาร์จสูงสุดคือ 180วินาที….ตัวเราเองเคยใช้สกิลนี้แค่ไม่กี่ครั้งและไม่เคยชาร์จนานขนาดนี้มาก่อน

               ฉะนั้นประสิทธิภาพที่ของสกิลที่อัพเกรตหลังจากได้ผลลัพธ์นี้จะเพิ่มขึ้นถึง 360 เท่า…ซึ่งถ้าใช้กับสกิลโจมตีทั่วไปอย่าง<เบิร์สแลนซ์>หรือ<คัตเตอร์สเปียร์> ละก็คงมีรัศมีทำลายล้างเพิ่มขึ้นแบบมหาศาลชนิดที่ไม่อยากจินตนาการเลยล่ะ

               แต่ถ้าใช้สกิลนี้เอนชานต์ให้กับสกิล<ถอนคำสาป>ล่ะ..มันจะเป็นยังไงบ้างนะ

              “พร้อมนะครับ..คุณเซบัสเตียน..ผมชาร์จแบบเต็มพิกัดแล้ว” 

              “อืม..” 

              ตอนนี้ทั่วทั้งห้องสว่างจ้าด้วยอนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์เป็นจำนวนมหาศาล..และเสียงระฆังได้หยุดลงแล้วเป็นสัญญาณบอกว่าการชาร์จได้มาถึงขีดสุด

              ‘ทรานเฟอร์’  

              หลังร่ายจบ..อนุภาคแสงสีขาวถูกถ่ายทอดจากหอกสู่ลูกแก้วทันที..

              “นะ..นี่มัน…”

              เกิดทัศนวิสัยบางอย่างขึ้นที่ด้านหน้าของเซบัสเตียน

              <รับผลอัพเกรดจากอาวุธเทวทัณฑ์>

                ‘กรุณาเลือกสกิลที่จะอัพเกรด’

                  →สกิล<พรแห่งสมุทรล้างคำสาป>

                    <ผลการอัพเกรด>

               -ล้างคำสาป [ระดับต้นถึงกลาง]  -------> [ระดับสูงสุด]

               -ค่าRP(ประสิทธิภาพถอนคำสาป) 230  -------> 82,800 

             ---------------------------------------------

              ลูกแก้วสีฟ้าห่อหุ้มไปด้วยอนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์จำนวนมาก

               “ลงมือเลยครับ”

               “ครับ!!”

               ‘เวทย์น้ำ-พรแห่งสมุทรล้างคำสาป’

               แสงสีฟ้า..พร้อมด้วยพลังเวทย์ขนาดมหึมาเข้าปกคลุมรอบเตียงของแม่เซซิเลียทันที

               รัศมีสีฟ้าแผ่ขยายจนสว่างวาปไปทั่วทั้งปราสาท..จนพุ่งไปสูงเสียดฟ้า

               เกิดแสงสว่างสีฟ้าพุ่งออกมาจากปราสาทแคทเทอรีนทันที

               “นั่นแสงอะไรน่ะ..!?”

               ชาวเมืองที่อยู่ในเมืองหลวงนอกปราสาทมองภาพนั้นด้วยความตกใจ 

               “!?? พลังเวทย์นี่มัน.." ทาเลสอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่ตกใจแล้วลุกขึ้นทันที…

               แสงสว่างจ้าสีฟ้ากระจายไปทั่วห้องอย่างรุนแรง จนไม่ว่าเรเวล,เซซิเลีย,เมดคนอื่นๆต้องยกมือบังตาตัวเองต่อแสงสว่างสีฟ้าที่จ้าเกินไปจนแสบตานั่น  

               "อ๊าาาาาาาากกกกกกก” ปรากฎเสียงกรีดร้องราวกับเสียงของปีศาจที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ 

               เกล็ดสีดำบนผิวหนังเริ่มสลายหายไป

               ปีกเริ่มย่อยสลายกลายเป็นเศษพลังเวทย์

               ดวงตาสีแดงเริ่มจางลง  

               จนในที่สุด 

               ผิวสีดำก็กลายไปผิวสีขาวในทันที และดวงตา สีผมรวมทั้งชิ้นส่วนอวัยวะทุกๆอย่างก็เริ่มกลับมาเป็นปกติเหมือนของมนุษย์ทุกประการ 

               ปรากฎภาพของหญิงสาวแสนสวยผู้หนึ่ง..ที่มีทั้งหน้าตาและสีผมคล้ายเซซิเลียเป็นอย่างมาก   

               เธอคนนั้นกำลังนอนนิ่งหลับตาอยู่บนเตียงอย่างสงบ 

              “ทะ…ท่านแม่คะ!”

               “ท่านไอรีน!!”

               “ท่านไอรีนครับ!!”

               “ท่านไอรีนคะ!!!”

                ทุกคนในห้องนั้นต่างเรียกชื่อเธอ 

                “อะ…อืม..ตัวฉัน?” 

                “ท่านแม่คะ!!!…ฮือๆๆ” เซซิเลียร้องไห้แล้วพุ่งเข้าไปกอดแม่เธอทันที

                “ท่านไอรีนครับ..ในที่สุดผมก็..ฮึกฮือๆ” เซบัสเตียนร้องไห้ทันที 

                 “เจ้าหนูขอบคุณมากๆนะ…เป็นเพราะพลังของนายแท้ๆ ...เท่านี้ฉันก็ตายตาหลับแล้ว…ฮือๆๆ” เซบัสเตียนร้องไห้แล้วพุ่งเข้ามากอดเรเวลอย่างแน่น

                  “อะ..เอ่อคุณเซบัสเตียนครับ..ใจเย็นๆก่อนนะครับ..ที่ช่วยท่านไอรีนได้นี่ก็เพราะพลังของคุณด้วยเหมือนกันนะครับ…ฉะนั้นไม่ต้องกอดผมแน่นขนาดนั้นก็ได้ "    

                 “ไม่หรอก..เพราะถ้าไม่มีนาย..ฉันก็ช่วยท่านไอรีนไม่ได้อยู่ดี…ฮือๆๆๆ” 

                 เห้ยๆๆ..ตาลุงนี่มันกอดแน่นเกินไปมั้ยเนี่ย….ฉันอึดอัดนะเฟ้ยย….

                 ทั่วทั้งห้องต่างร้องไห้ด้วยความดีใจ

                ในที่สุดก็ช่วยได้แล้วสินะ…นี่คือพลังของอาวุธเทวทัณฑ์งั้นหรอ…ไม่คิดว่าชาร์จ3นาทีประสิทธิภาพมันจะส่งผลรุนแรงถึงขนาดนี้…แถมยังส่งผลการเอนชานต์ให้อาร์ติเฟกซ์คนอื่นได้ด้วย 

                “ท่านแม่คะ..ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างคะ?” 

                "ตอนนี้ปกติแล้วนะ..ไม่เจ็บปวดใดๆเลย..แถมดวงตาก็มองเห็นแล้วด้วย”

                “งั้นหรอคะ..หนูดีใจมากๆเลยค่ะท่านแม่..ฮือๆ…หนูคิดว่าท่านแม่จะต้องจากหนูซะไปแล้ว..ฮึกฮือๆ” เซซิเลียร้องไห้ฟูมฟายกอดแม่ตัวเองไม่ยอมหยุด

                “ซะ..เซซิเลีย…ลูกโตขึ้นเยอะเลยนะ” ผู้เป็นแม่ยิ้ม..แล้วเอามือลูบหัวลูกสาวตัวเอง 

               “ท่านไอรีนครับ..ตอนนี้อาการทุกอย่างในตัวท่านหายดีหมดแล้วจริงๆใช่มั้ยครับ..ถ้ายังมีอาการอยู่..ผมกับเด็กหนุ่มคนนี้สามารถใช้พลังแบบเมื่อกี้รักษาท่านได้อีกรอบนึงนะครับ” 

                “เซบาสเตียน…กับเด็กคนนี้งั้นหรอ?” 

                ไอรีนจ้องมองมาที่เรเวลทันที 

               “แต่ว่าคำสาปนี้ถ้าตามที่เซบัสเตียนบอกมันถอนไม่ได้ไม่ใช่หรอ…แถมเมื่อ2ปีที่แล้วตอนที่คำสาปลุกลามจนถึงระยะกลาง ตัวฉันเองก็สูญเสียสติของตัวเองไปตั้งแต่2ปีก่อนนั่นแล้ว” 

                “อย่างนั้นเองหรอกหรอครับ” 

                “มิน่าล่ะ..ทำไมท่านแม่ถึงดูตกใจมากเมื่อเห็นหนูตอนฟื้นมาครั้งแรก..ทั้งที่ก่อนหน้าที่หนูจะเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์หนูก็มาเยี่ยมท่านแม่อยู่ทุกวันแท้ๆ” 

                “งั้นหรอ..แม่ขอโทษนะ..เซซิเลีย”  

                “ไม่หรอกค่ะ…ทั้งหมดนี้ที่ท่านแม่หายได้..ต้องขอบคุณเรเวลเลยนะคะ”

                “เรเวล?…หมายถึงเด็กหนุ่มคนนั้นงั้นหรอ…” ไอรีนมองมาที่เรเวลอีกครั้ง

                “ผมเรเวลครับ..เป็นนักเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์อยู่ห้องS..ห้องเดียวกับเซซิเลีย..เอ้ย..ท่านเซซิเลียครับ..”  

                ไอรีนจ้องมองเด็กหนุ่มสลับไปมากับเซซิเลียทันที 

                “เด็กคนนี้หน้าตาดีไม่น้อยนะ …เขาเป็นอะไรกับลูกงั้นหรอ..เซซิเลีย?” 

                "คะ..คือว่า..” เซซิเลียหน้าแดงโดยไม่ได้ตอบคำถามนั้น..แล้วจ้องมองไปทางเด็กหนุ่มทันที 

                 “ผะ..ผม..” เรเวลที่ถูกไอรีนกับเซซิเลียจ้องมองตามมาทำท่าทีอึดอัดเล็กน้อย

                 ชิบหายละ…เราจะตอบว่ายังไงดีล่ะ…แฟนงั้นหรอ…เพื่อน..หรือว่ายังไงดี…เพราะตอนที่เซซิเลียขอเราคบ..ตอนนั้นเรายังไม่ทันจะตอบตกลงเลย..ก็โดนเมดคนนึงมาขัดจังหวะซะก่อน อีกอย่าง..ถ้าท่านไอรีนรู้ว่าเราเป็นแค่สามัญชนก็คงไม่พ้นที่จะรังเกียจเราอยู่ดี…ฉะนั้น

                 “ผมเป็นแค่สามัญชนเท่านั้นเองครับ..” เด็กหนุ่มเลี่ยงการตอบคำถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเซซิเลีย…โดยบอกสถานะทางสังคมของตัวเองไปตรงๆ..พร้อมกับทำสีหน้าเศร้าเล็กน้อย  

                 “ไม่หรอกค่ะ…ต่อให้เป็นสามัญชน..ยังไงตัวเธอ..ก็เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยชีวิตฉัน…ฉะนั้นขอบใจมากนะ..หนุ่มน้อย..” ไอรีนพูดขอบคุณแล้วยิ้มให้เรเวลอย่างอ่อนโยนไม่ต่างจากที่เธอมองลูกตัวเอง    

                “..!” เรเวลตกใจตาโตขึ้นทันที

                “งะ..งั้นหรอครับ”

                “เรเวลขอบคุณมากนะ ><” เซซิเลียพูดจบ..แล้วเดินออกมาจากอ้อมกอดของแม่ตัวเอง…วิ่งเข้ามากอดเด็กหนุ่มอีกครั้ง  

                “อึก...ใจเย็นก่อนเซซิเลีย” เรเวลรู้สึกหน้าแดงและหัวใจเต้นแรงเป็นครั้งแรก..ตั้งแต่ถูกเซซิเลียกอดมา…. 

                สายตาของไอรีนมองภาพนั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับมีความสุขที่ได้เห็นภาพนั้น และแน่นอนว่าเมดซึ่งเป็นคนรับใช้ก็มองภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน  

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน