เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 134 ทำข้าวริมแม่น้ำ

            การทำกับข้าวริมแม่น้ำในวันที่สิบหกเดือนอ้าย ถือเป็นประเพณีเล็กๆ อย่างหนึ่งของท้องถิ่น ในวันนี้ กลุ่มเพื่อนฝูงจะนัดกัน บ้างนำข้าวมา บ้างนำหม้อมา แล้วพากันไปที่ริมแม่น้ำเพื่อหุงหาอาหารร่วมกัน จริงๆ แล้วก็คือการปิกนิกนั่นเอง

            ทิงเสวี่ยอยากชวนเพื่อนสนิทไปทำกับข้าวริมแม่น้ำในวันที่สิบหกเดือนอ้ายมานานแล้ว ก่อนหน้านี้เธอได้นัดกับหลินฉางจื้อ หวังกัง ฉินหยวนเฟิง รวมถึงซูเจียหนิง ซูชิงชิง และซูซานซานไว้แล้ว พอมีหวังหย่าจิ้งเพิ่มมาอีกคน ก็ยิ่งครึกครื้นขึ้น

            พอรู้ว่าการทำกับข้าวริมแม่น้ำคืออะไร หวังหย่าจิ้งก็ตบมืออย่างตื่นเต้น “ดีเลยๆ คืนนี้ฉันไม่กลับกับพ่อแม่แล้ว ฉันจะอยู่ทำกับข้าวริมแม่น้ำกับพวกเธอ! จริงสิ ซูเจียหนิงกับชิงชิง ซานซาน จะมาจริงๆ เหรอ บ้านพวกเขาอยู่ไกลจากเรามากนะ”

            ทิงเสวี่ยตอบอย่างมั่นใจ “ถึงบ้านพวกเขาจะอยู่ไกล แต่ก็จะมาร่วมสนุกกับเราแน่นอน เรารอให้พวกเขามาถึงก่อนแล้วค่อยไปด้วยกัน”

            หวังหย่าจิ้งที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นและตั้งตารอมาก เดิมทีตกลงกับพ่อแม่ไว้ว่าจะกลับหลังจากทานข้าวเย็นกับคุณปู่คุณย่าเสร็จ แต่ตอนนี้หวังหย่าจิ้งเปลี่ยนใจ บอกว่าจะไม่กลับแล้ว

            หานจื่อซูขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไหนว่ากินข้าวเย็นเสร็จจะกลับไง ทำไมตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วล่ะ?”

            หวังหย่าจิ้งเล่าอย่างกระตือรือร้นว่าพรุ่งนี้จะไปทำกับข้าวริมแม่น้ำกับพี่ชาย ทิงเสวี่ย และคนอื่นๆ นี่เป็นเรื่องน่าสนุกมาก ไม่อยากพลาดเลย

            หานจื่อซูแย้ง “ก็แค่ทำกับข้าวริมแม่น้ำ มีอะไรน่าตื่นเต้นกัน ถ้าลูกไม่กลับ พ่อกับแม่ก็ต้องกลับมารับอีกรอบนะ”

            “ไม่เอาๆ หนูจะอยู่ต่อ หนูจะอยู่ต่อ!” หวังหย่าจิ้งดึงชายเสื้อของหานจื่อซูอ้อนวอน

            เมื่อเจอแบบนี้เข้า ใจคนเป็นแม่ก็อ่อนยวบ “ก็ได้ งั้นลูกก็พักที่นี่คืนหนึ่ง พรุ่งนี้บ่ายพ่อจะมารับ”

            ตามแผนที่วางไว้ การทำกับข้าวริมแม่น้ำเป็นความคิดของทิงเสวี่ย เธอจึงรับผิดชอบนำหม้อหุงข้าวและไม้ขีดไฟมา ส่วนข้าว ทุกคนที่เข้าร่วมจะต้องนำมาคนละกำมือ และต่างคนต่างนำชามและตะเกียบมาเอง

            ประมาณเก้าโมงเช้า ซูเจียหนิงและพี่น้องตระกูลซูก็มาถึงหมู่บ้านต้าเหอพร้อมของที่เตรียมมา ทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านของทิงเสวี่ย เมื่อพวกเขามาถึง คนอื่นๆ ก็มารอกันพร้อมหน้าแล้ว รวมทั้งหมดแปดคน เมื่อครบแล้วจึงออกเดินทางไปริมแม่น้ำด้วยกัน

            พวกเขาไม่ได้ไปริมแม่น้ำในหมู่บ้านต้าเหอ แต่เลือกหาดริมแม่น้ำแห่งหนึ่งในหมู่บ้านซงหยวน ซึ่งอยู่ใกล้ภูเขา ที่นี่ไม่มีบ้านคน ค่อนข้างเงียบสงบ แม่น้ำอยู่ติดกับภูเขา และมีเขื่อนหินเล็กๆ กั้นอยู่

            พวกเขาวางของลงบนเขื่อน แล้วเริ่มมองหาหินสำหรับก่อเตา และเก็บฟืนสำหรับก่อไฟ

            หวังหย่าจิ้งเดินตามหลังหลินฉางจื้อต้อยๆ เพื่อเก็บฟืน

            เธอไม่เคยใช้ฟืนก่อไฟมาก่อน จึงไม่รู้ว่าควรเก็บฟืนแบบไหน หลินฉางจื้อเก็บแบบไหน เธอก็เก็บตาม หลินฉางจื้อรู้สึกรำคาญที่มี ‘หางน้อย’ ตามหลังอยู่แบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อ ‘หางน้อย’ คนนี้เรียกเขาว่า ‘เจ้าหลานชาย’ ตลอดเวลา ดูเหมือนฉลาด แต่ทำไมถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องนะ เขาย้ำไปหลายครั้งแล้วว่า ‘เจ้าหลานชาย’ ไม่ใช่คำที่เธอควรเรียก แต่เธอก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ

            ใช่แล้ว ‘หางน้อย’ ถ้าต่อไปเธอเรียกเขาว่า ‘เจ้าหลานชาย’ อีก เขาก็จะเรียกเธอว่า ‘หางน้อย’

            “หางน้อย เธอเอาฟืนพวกนี้กลับไปก่อน ฉันจะไปหาที่ฉี่หน่อย” หลินฉางจื้อชี้ไปที่ฟืนบนพื้นแล้วพูดกับหวังหย่าจิ้ง

            หวังหย่าจิ้งแว้ดกลับ “นายเรียกใครว่าหางน้อยหา!”

            หลินฉางจื้อตอบหน้าตาย “แถวนี้มีใครอื่นนอกจากเธออีกเหรอ?”

            หวังหย่าจิ้งส่งเสียง ‘ฮึ’ แล้วหยิบฟืนท่อนหนึ่งฟาดหลินฉางจื้อไปทีหนึ่ง “เจ้าหลานชาย! นายนี่น่ารำคาญจริง ถ้ากล้าเรียกฉันว่าหางน้อยอีก ฉันจะฟาดนาย”

            “ถ้าเธอไม่เรียกฉันว่าเจ้าหลานชาย ฉันก็จะไม่เรียกเธอว่าหางน้อย” หลินฉางจื้อจ้องมองดวงตากลมโตของหวังหย่าจิ้งแล้วพูดอย่างจริงจัง

            หวังหย่าจิ้งทำหน้าทะเล้น แล้วอุ้มฟืนมัดเล็กๆ วิ่งหนีไป

            ไม่นานก็เก็บฟืนได้มากพอแล้ว ขณะเดียวกัน หวังกังกับฉินหยวนเฟิงก็ก่อเตาเสร็จเรียบร้อย วางหม้อลงบนเตาได้อย่างพอดี

            ทิงเสวี่ยกับพี่น้องตระกูลซูรวบรวมข้าวที่ทุกคนนำมา แล้วใช้น้ำในแม่น้ำที่ใสสะอาดซาวข้าว นอกจากข้าวสาร ข้าวฟ่าง ข้าวเหนียวแล้ว ยังมีถั่วเขียวและถั่วแดง ทั้งหมดถูกล้างจนสะอาดแล้วใส่ไว้ในอ่างใหญ่ ภายใต้แสงแดด เมล็ดข้าวและถั่วส่องประกายแวววาว

            เมื่อก่อเตาและจุดไฟเสร็จ ก็ล้างหม้อให้สะอาดแล้ววางบนเตา จากนั้นจึงเติมน้ำ ทิงเสวี่ยกะปริมาณข้าวแล้วให้ซูเจียหนิงเติมน้ำในอัตราส่วนที่พอเหมาะ เมื่อเติมน้ำเสร็จ เธอก็ใส่ข้าวที่ล้างแล้วลงไปเอง แล้วปิดฝาหม้อ

            เมื่อไฟในเตาติดดีแล้ว ก็เติมฟืนที่ใหญ่และยาวขึ้นเล็กน้อย แบบนี้ก็ไม่ต้องคอยเติมฟืนบ่อยๆ

            หลินฉางจื้อหยิบไพ่ออกจากกระเป๋า “ใครจะเล่นไพ่กับฉัน เล่นเป่าหวงกัน”

            ซูเจียหนิงกับหวังกังอยากเล่นมาก ซูซานซานกับหวังหย่าจิ้งก็อยากร่วมวงด้วย ทำให้ได้คนเล่นเป่าหวงครบห้าคนพอดี

            “หางน้อย เธอมันทึ่มเกินไป ให้พี่ชายเธอมาเล่นแทนเถอะ เธอไปดูไฟไป” หลินฉางจื้อเห็นหวังหย่าจิ้งเข้ามาก็แสดงท่าทีรังเกียจ ก่อนหน้านี้เคยเล่นเป่าหวงด้วยกัน ยัยเด็กนี่เล่นไม่เป็นเอาเสียเลย

            หวังหย่าจิ้งที่ถูกรังเกียจย่อมไม่ยอม “พี่ชายฉันไม่เล่นหรอก เขายกให้ฉันเล่นแล้ว”

            หลินฉางจื้อไม่สนใจหวังหย่าจิ้ง แต่เรียกฉินหยวนเฟิงมาเล่นแทน

            ฉินหยวนเฟิงปฏิเสธ “ฉันไม่เล่นหรอก พวกเธอเล่นกันเถอะ”

            หลินฉางจื้อบ่นพึมพำว่านายนี่น่าเบื่อจริง แล้วก็เรียกทิงเสวี่ย แต่ทิงเสวี่ยก็ไม่เล่นเหมือนกัน ช่วยไม่ได้ จึงต้องยอมให้หวังหย่าจิ้งยัยตัวทึ่มนี่เล่นด้วย

            ทั้งห้าคนจึงย้ายไปนั่งอีกด้านหนึ่งของเขื่อน

            พวกเขานั่งลงบนหินโดยตรง ตอนแรกหวังหย่าจิ้งไม่ยอมเพราะกลัวเสื้อผ้าจะสกปรก แต่เมื่อเห็นทุกคนแสดงท่าทีรังเกียจความดัดจริตของเธอ เธอก็เลยตัดสินใจนั่งลง เธอนั่งข้างซูซานซาน ทั้งห้าคนนั่งล้อมเป็นวงกลม หลินฉางจื้อสับไพ่อย่างคล่องแคล่วแล้ววางลง ให้ทุกคนเริ่มจั่วไพ่

            ส่วนทิงเสวี่ย ฉินหยวนเฟิง และซูชิงชิงที่ไม่ได้เล่นไพ่ ก็ต่างทำกิจกรรมของตัวเอง

            ซูชิงชิงเป็นคนเงียบๆ เธอนั่งบนก้อนหิน ถือหนังสือเล่มหนึ่งอ่านอย่างตั้งใจ ทิงเสวี่ยแอบมองหนังสือที่ซูชิงชิงอ่าน แย่ล่ะ เธอกำลังอ่านนิยายของฉงเหยาอยู่นี่นา

            ในยุคที่นิยายออนไลน์ยังไม่เฟื่องฟู ในแวดวงนิยายรักโรแมนติก ฉงเหยาถือเป็นผู้ไร้เทียมทาน อาจกล่าวได้ว่าเธอคือต้นกำเนิดของนิยายรักสำหรับผู้หญิง หญิงสาววัยแรกแย้มจำนวนเท่าใดที่ต้องสุขหรือเศร้าไปกับนิยายของฉงเหยา หรืออาจกล่าวได้ว่า ความรักของหญิงสาวเริ่มต้นขึ้นจากนิยายของฉง

            ฉินหยวนเฟิงเติมฟืนเล็กน้อย แล้วก็เดินมาอยู่ข้างๆ ทิงเสวี่ย เมื่อเห็นทิงเสวี่ยกำลังเล่นกับก้อนหินสวยๆ สองสามก้อน ฉินหยวนเฟิงก็ถามด้วยความสงสัยว่าเธอชอบเล่นหินเหรอ?

            ทิงเสวี่ยตอบว่า “ใช่ ฉันชอบหินที่ดูสวยๆ แบบนี้มากเลยล่ะ อย่างเช่นก้อนนี้ ดูสิ มันเป็นรูปครึ่งวงกลม สีขาวทั้งก้อน มีความแวววาว ใสเหมือนแก้ว พอโดนแสงแดดก็ส่องประกายระยิบระยับ”

            ฉินหยวนเฟิงไม่ได้สนใจก้อนหินในมือของทิงเสวี่ยมากนัก แต่เมื่อเห็นว่าเธอชอบหินมาก เขาก็เดินไปยังท้ายเขื่อนซึ่งมีก้อนหินเล็กๆ มากมาย และใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเลือกก้อนที่เขาคิดว่าสวยงามมาสองสามก้อน

            “บอกได้ไหมว่าทำไมเธอถึงชอบหิน?” ฉินหยวนเฟิงวางก้อนหินที่เขาหามาได้ไว้หน้าทิงเสวี่ย เมื่อเห็นว่าเธอชอบก้อนหินที่เขาหามาให้มาก เขาก็เอ่ยถามข้อสงสัยในใจ ในความคิดของเขา หินก็เป็นเพียงสิ่งที่ธรรมดาและพบเห็นได้ทั่วไป

            ทิงเสวี่ยเล่นกับก้อนหินน่ารักๆ ตรงหน้าไปพลาง ตอบฉินหยวนเฟิงอย่างจริงจังไปพลาง “จริงๆ แล้วฉันชอบหยกกับเพชรนะ แต่พวกมันแพงเกินไป ตอนนี้ฉันก็ยังซื้อไม่ได้หรอก เลยต้องลดระดับลงมาชอบหินสวยๆ แทน หยกก็ดี เพชรก็ดี จริงๆ แล้วมันก็เหมือนหินนี่แหละ สะอาดบริสุทธิ์ ถ้าดูแลดีๆ ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ฉันชอบของที่สะอาดและคงทนถาวร”

            ฉินหยวนเฟิงพยักหน้ารับเบาๆ เมื่อเห็นว่าต้องเติมฟืนในเตาแล้ว เขาก็รีบไปเติมฟืน

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ข้าวก็สุกแล้ว กลิ่นหอมของข้าวลอยอบอวลไปในอากาศ พอมีลมพัดมา กลิ่นหอมก็ลอยไปไกล

            เมื่อข้าวสุก ทุกคนก็นำชามและตะเกียบของตัวเองไปล้างในแม่น้ำให้สะอาด แล้วเตรียมตักข้าว

            ที่นี่ซูชิงชิงอายุมากที่สุด เธอจึงรับหน้าที่ตักข้าวไปโดยปริยาย ซูชิงชิงเป็นคนประเภทลงมือทำมากกว่าพูด คนที่มีนิสัยแบบนี้มักจะไว้ใจได้และมั่นคง แต่ก็มักจะถูกมองข้ามไป

            ข้าวหม้อใหญ่ ทุกคนตักกันคนละชามเต็มๆ แล้วก็ยังเหลืออยู่อีกหน่อย

            กินแต่ข้าวอย่างเดียวดูจะขาดอะไรไป ทิงเสวี่ยจึงนำแตงกวาดองที่เธอทำไว้เมื่อปีกลายมาแบ่งให้ทุกคน ข้าวหอมกรุ่น กินคู่กับแตงกวาดองอร่อยๆ รู้สึกอร่อยเป็นพิเศษ

            ทั้งแปดคนนั่งอยู่บนเขื่อน กินข้าวที่พวกเขาทำด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย กินคู่กับแตงกวาดองและสายลมอุ่นๆ ในต้นฤดูใบไม้ผลิ

            “ฉันไม่เคยกินข้าวอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย ปีหน้าเรามาทำกับข้าวริมแม่น้ำที่นี่กันอีกนะ” หวังหย่าจิ้งพูดอย่างตื่นเต้น

            ซูซานซานยกมือเห็นด้วยเป็นคนแรก ทิงเสวี่ยก็ยกมือตาม “ตราบใดที่วันที่สิบหกเดือนอ้ายหลังจากนี้ ถ้าเราไม่ได้ไปโรงเรียน เราก็มาทำกับข้าวริมแม่น้ำที่นี่กัน”

            หวังหย่าจิ้งถามว่า “ดีเลย! แต่ถ้าวันที่สิบหกเดือนอ้ายเปิดเทอมล่ะ จะทำยังไง?”

            ทิงเสวี่ยตอบ “ถ้าเปิดเทอม เราก็รอปีถัดไปสิ คงไม่โชคร้ายขนาดเปิดเทอมทุกวันที่สิบหกเดือนอ้ายหรอกมั้ง”

            สุดท้ายพวกเขาทั้งแปดคนก็ตกลงกันว่า ในทุกๆ วันที่สิบหกเดือนอ้าย ตราบใดที่ไม่ต้องไปโรงเรียนและอากาศเป็นใจ พวกเขาก็จะมาทำกับข้าวริมแม่น้ำที่นี่ด้วยกัน ห้ามขาดแม้แต่คนเดียว

            ทิงเสวี่ยไม่รู้ว่าคำสัญญาที่สวยงามเช่นนี้จะคงอยู่ได้กี่ปี เพราะทุกคนย่อมต้องเติบโตและเปลี่ยนแปลงไป เธอหวังเพียงว่า ไม่ว่าอายุและประสบการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร มิตรภาพของพวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง แม้ในอนาคตพวกเขาอาจจะรู้สึกว่าการทำกับข้าวริมแม่น้ำเป็นเรื่องไร้สาระและเลิกทำไป แต่มิตรภาพที่งดงามนี้จะยังคงอยู่ และช่วงเวลาแห่งความสุขนี้จะคงอยู่ในใจตลอดไป เหมือนกับก้อนหินเหล่านี้

            หวังหย่าจิ้งที่ปกติกินข้าวแค่ชามเดียวก็อิ่มแล้ว ครั้งนี้เธอกินไปมากกว่าหนึ่งชาม ไม่ใช่แค่เธอ แต่คนอื่นๆ ก็กินมากกว่าปกติกันทุกคน

            เพราะอิ่มเกินไป หวังหย่าจิ้งกับซูซานซานจึงเอาแต่นวดท้อง หลินฉางจื้อกับหวังกังร้องโวยวายว่าต้องคลายเข็มขัดแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367