ตอนที่ 7 ไร้พลัง
“ท่านกินด้วยกันก่อนเถอะ”
“ไม่หิว!เ้าอย่ามาทำข้าเสียเวลา รีบหลอมยาให้ข้าดูเลย”
“ขอป้อนข้าวลูกก่อน” อู่หนานต่อรองพลางตักข้าวไปวางไว้ตรงหน้าแขกส่วนก็กินไม่กินก็ช่างเด็กหนุ่มนี่เวลาอาบน้ำเสร็จหมาดๆหัวยุ่งหัวฟูไม่ต่างจากทงทงเลยแถมยังใส่เสื้อผ้าของเขาพอดีเปะอีกต่างหาก ว่าแล้วต้องสูงประมาณสองร้อยเซ็นแน่ๆ
“อู่ทงอ้าปาก….เ้าจะกินแต่เนื้อไม่ได้นะ แม่บอกแล้วคนเราต้องทานข้าวไม่งั้นไม่สูงอยากเป็คนตัวเตี้ยๆรึไง” ชายหนุ่มพยายามป้อนข้าวคนที่วันนี้เหมือนจะดื้อจะตักแต่เนื้อเข้าปากตนเองท่าเดียว
“ไม่เชื่อ…ดูเขาสิ ข้าวก็ไม่กินยังตัวยังกะั์” เด็กน้อยมองขวับไปยังคนที่ทำหน้านิ่งไม่ยอมขยับปล่อยให้จานข้าวร้อนๆตรงหน้าร้องไห้เล่นๆ ไม่คิดแตะต้องแต่อย่างใด
“บ้าเหรอ พี่เขากินเก่งจะตาย”
อู่หนานตักผัดผักเปรี้ยวหวานให้คนข้างๆพลางส่งสายตาอ้อนวอนว่าทานให้เด็กมันดูหน่อยเถอะ คำเดียวก็ยังดีจะได้จบๆแล้วไปหลอมยากัน
“เห็นไหมๆพี่เขากินข้าวเหมือนกัน อ้าปากเลยนะ” ยิ้มให้คนร่วมมือที่เริ่มลงมือกิน
“อื้อ…แม่ไม่ต้องป้อนข้าหรอกข้าวจานเดียวข้ากินได้ ไม่เหมือนคนบางคน ที่โตแต่ตัวแต่กินช้า”
แววตาสีส้มจากดวงตาเล็กๆ ตี่ๆนั่นฉายแววดูถูกดูแคลนตนนักแม้จะทำเป็มองไม่เห็นแต่…ทำไหมกงปี่รู้สึกหิวขึ้นมากระทันหันเด็กหนุ่มกวาดเอาผัดบ้าๆไร้รสไร้ชาตินั่นมาราดข้าวตนจากนั้นพริบตาเดียวทั้งข้าวทั้งผัดตรงหน้าก็เกลี้ยงไม่เหลือก่อนจะมองปากเล็กๆที่พยายามยัดทุกสิ่งเข้าไป หึ…คิดจะแข่งก็ยัดให้ทันเถอะเ้าหนูคนผู้ชนะมองปราดเดียว ปากเล็กๆที่เร่งความเร็วขึ้นก็ทำข้าวหล่นกระจาย
“อย่ากินมูมมามสิ”
“ลูกผู้ชายจะให้เรียบร้อยไปทำไม!”
เสียงค้านลอยขึ้นทำให้อู่หนานอยากจะค้อนให้ขวับหนึ่ง …มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกะลูกข้า แต่ก็ต้องอดทนไว้เพราะวันนี้ต้องยอมเขา ทำตัวเงียบๆและพยายามเอาตัวเองให้รอดก่อนจะดีกว่า
“ทงทงทานเสร็จแล้วไปอ่านหนังสือในห้องตำรานะ เดียวแม่กับแม่ทัพมีเื่จะคุยกัน”
“อื้อ…ท่านแม่รีบมาหละทงทงอยากฟังเื่ธาตุน้ำต่อจากคราวก่อน”
ร่างสูงพยักหน้ายิ้มพอลูกไปที่ห้องตำราเขาก็เดินนำหน้าสามีเก่าไปยังห้องหลอมยาทันทีเพราะไม่อยากจะปวดหัวไปมากกว่านี้ อะไรจะเกิดก็เกิดไปเลย
“เมื่อวานข้าโกหกยานั่นของใครไม่รู้ ไม่ได้หลอมเอง”
ชิงพูดขึ้นทันที โดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายมองไปทำไหม หล่อมากนักรึ….ก็ไม่ แค่เด็กสิบแปดหน้าตางั้นๆคนหนึ่งลองไปอยู่ภพ…ชาติก่อนของข้าดูสิ พวกพระเอกซีรีห์ทั้งหลายงดงามกว่านายหลายคนนัก
“ทำยาแก้ไข้สามวันให้ข้าดู”
“ดะได้” ง่ายเพียงนี้รึไม่ต่อว่าอะไรเลย แถมยังนั่งดูเขาทำยาเงียบๆจนเสร็จ
“พวกยาเม็ดนั่นฝีมือเ้าเด็กดื้อนั่นสินะ”
“…” ปิดปากให้สนิทดีที่สุด
“เ้าไปเรียนทำยา มาตอนไหนข้าไม่เห็นรู้” ถามพลางคิดว่าหรือท่านแม่ไม่ได้จับตาคนผู้นี้เลยตอนที่เขาไปชายแดนถึงได้เงียบกริบมากเอาเถอะ…ตอนนี้รู้แล้วว่าความรู้เื่ยาของเ้าคนปลิ้นปล้อนนี่ไม่ใช่เล่นๆดูคล่องแคล่วไปสะหมด แม้วิธีการทำยาจะเป็แบบที่คนไร้ปราณทำกันก็เถอะ
“ข้ามีข้อเสนอหากท่านยอมปล่อยให้พวกเราสองคนอยู่เงียบๆ เอ่อ…สักครึ่งปีข้าจะให้ยาแก้นอนไม่หลับแก่ท่านครึ่งปีเช่นกัน ตกลงไหม…เอ่อถือว่าเห็นแก่…ลูกเถอะอย่าทำเื่ให้มันวุ่นวายเลย”
“รู้เื่ข้าได้ไง”อาการสองวันนอนครั้งนั่นมีแค่คำผวนที่รู้
“เฮ้อข้าแค่มองดูสภาพท่านก็รู้แล้ว คนที่ไม่รู้จักพักเอาแต่บุกไปข้างหน้าร่างกายและใจเครียดสะสมนะ ยอมรับข้อเสนอของข้าเถอะแล้วต่างคนต่างอยู่”
“ปราณของเ้าเด็กนั่นเป็ปราณอะไร…อย่าบอกนะว่าเป็ปราณรักษา”
แม่ทัพหนุ่มไม่ตอบแต่กลับถามตรงๆและแม้อีกฝ่ายไม่ยอมตอบ แต่อดีตชายาแก่ๆนี่อ่านแววตาได้ง่ายดายนักยิ่งจ้องยิ่งเห็นความลับโผล่ขึ้นมาให้เห็นแต่เขาก็ไม่ได้ชอบที่จะมองคนอัปลักษณ์ตรงหน้านานๆ มองทีไรมันโมโหอยากจะบั่นคออีกฝ่ายทิ้งให้จบๆ ….เดียวก่อน…ถ้าลูกเ้านี่มีปราณรักษาก็แสดงว่าเป็สายเืสกุลอู่ ผู้ชายคนนี้มีลูกได้จริงๆรึนี่เป็ไปยังงั้น ตอนนี้ในหัวเด็กหนุ่มมีหลายเื่ประเดประดังเข้ามาจนหัวเริ่มหมุน
ติ้วๆต้องเดินหนีไปยังหน้าต่าง เพื่อสูดอากาศและมองดูท้องฟ้าข้างนอกขืนนั่งตรงหน้าเ้าขยะต่อต้องเผลอเข้าไปบีบคอมันแน่ๆเพราะต้นเหตุที่ทำให้ทุกเื่เต็มไปด้วยปัญหามาจากคนๆนี้
“เลิกคิด เลิกสนใจพวกเราเถอะนะๆข้าขอร้อง”
“เ้าโง่! ไหนว่ารู้เื่ปราณรักษา” กงปี่อดตะคอกกลับไม่ได้ "เื่ใหญ่ขนาดนี้เ้าคิดว่ามันจะเงียบได้รึ แม้ข้าเมินเฉยเ้าแต่องค์จักรพรรดิหาได้โง่ไม่ ถึงตอนนั้นเ้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นมีปัญญาจะปกป้องเขาไหม " ช่างตื้นเขินสะเหลือเกินไม่รู้หรือไงว่าปราณนั่นมันเกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของผู้คนทั้งอาณาจักรเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจ
“ขะข้า จะพยายามดูแลเขาเต็มที่”
“หึแค่ซ่อนเขาจากข้าเ้าก็ยังทำไม่ได้เลยรู้ใช่ไหมว่าตัวเ้าเองก็เป็หมากตัวหนึ่งขององค์จักรพรรดิที่ใช้ควบคุมข้าถ้ารู้ก็อย่าคิดแค่ว่าจะซ่อนจะหนี”
“…”อู่หนานพยักหน้า
"งั้นลองคิดหน่อยเถอะไหนว่าฉลาดแล้ว ขนาดคนที่ไม่มีปราณยังถูกใช้เป็หมาก แต่เด็กคนนั้นคือของจริงและจะกลายเป็หมากของใครก็ได้ เพียงแค่ใครได้เขาไป มันก็หมายถึงชัยชนะเหนือคนอื่นแล้วคิดต่อเอาเองเถอะว่าจะปกป้องเขาไหวรึ เ้ามีกำลังต่อสู้กับใครได้บ้างเฮ้อ…ข้าหละเหนื่อยใจจริงๆหย่ากันแล้วพวกเ้าก็ยังคอยแต่สร้างปัญหาให้แก้ไม่หยุด"
ครานี้เป็อู่หนานเองที่พูดไม่ออกเขาลืมนึกไปจริงๆว่าหากวันใดความลับรั่วออกไปทงทงก็ไม่ต่างจากชิ้นเนื้อที่บรรดาหมาหิวอำนาจทั้งหลายต้องแย่งชิงกันเอาไว้ในมือลำพังสองแขนของเขามีหรือที่จะปกป้องลูกได้ ดูแค่ตอนนี้ยังต้องอาศัยปู่เจียในการทำมาหากินอยู่เลย
“เรียกเขามาหลอมยาให้ข้าดูหน่อย”
ร่างสูงเอ่ยขึ้นหลังจากต่างฝ่ายต่างเงียบและจมอยู่กับความคิดของตนเอง
“ข้าขอพูดอะไร ก่อนได้ไหม”อู่หนาน มองตาอีกฝ่ายตรงๆ ก่อนจะพูดต่อ" ข้ารู้ว่ามันอาจจะลำบากสำหรับท่านแต่ช่วยปกป้อง อู่ทงจนกว่าพลังของเขาจะแข็งแกร่งทีเถอะ หากท่านยอมรับปากข้ายินดีที่จะทำตามข้อเสนอทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้อะไรทั้งสิ้นจะเอาข้าไปโยนลงเหวหรือตัดคอทิ้งก็ไม่ว่า ช่วยปกป้องลูกทีเถอะ"
“…อย่าพูดมาก รำคาญ ไปเอาเขามา”
“รับปากข้าก่อนสิ…ไม่รู้หละหากเ้าไม่ช่วย ถ้าอับจนจริงๆ ข้าจะหาที่พึ่งใหม่คนที่จะต่อกรกับองค์จักรพรรดิหรือคนที่จะมาทำร้ายลูกข้าได้”
“บัดซบ นี่เ้ากล้าอวดดีกับข้ารึหาเื่ตายใช่ไหม” ตอนนี้คนที่จิตใจว้าวุ่นไม่อาจคุมตัวเองได้แล้วพุ่งเข้าใส่เมียเก่าตนเองหมายจะบีบคออีกฝ่ายให้ตายคามือ
“หยุดนะ!เ้าบ้านี่ไว้ใจไม่ได้เลย จะไปไหนก็ไป อย่ามายุ่งกะแม่ข้านะ” ร่างเล็กๆที่แอบอยู่ข้างนอกเข้ามาขวางอย่างรวดเร็ว
“…เ้า เด็กอวดดีอย่าได้คิดมาพึ่งข้าวันหลังละกัน” คนวัยสิบแปด ทั้งโกรธทั้งปวดหัวหนักจนตัวสั่นรักกันห่วงกันนักก็ดูแลกันไปเถอะ ไม่ขอยุ่งด้วยแล้ว เขาหันหลังกลับแล้วเดินหนีทั้งคู่ไปทันที
“ท่านแม่…ห้ามทำแบบนี้อีกนะ”
ดวงตาใสๆเต็มไปด้วยน้ำตาที่เกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจ หลังจากแอบฟังอยู่นานพอจะรู้ว่าตนเป็ภาระให้ท่านแม่ต้องแบกรับเพียงใด แต่ทงทงก็ไม่อยากให้ท่านแม่ต้องมายอมสละตนเองเพื่อเขา
“หือ….เ้าได้ยินทุกอย่างหรือแม่ขอโทษ” พูดพลางกอดลูกน้ำตาคลอ ไม่น่าเลย…พอคิดๆย้อนดู…หากเ้าคนนั้นรับปากแล้วพรากลูกไปเขาคงได้อกแตกตายแน่…โง่ชะมัดเพราะความขี้ขลาดและหวาดกลัวเกินเหตุหรือเปล่านะ ถึงได้ตัดสินใจพูดไปอย่างคนไร้สติเฮ้อ…เสียทีเกิดมาตั้งสองชาติน่าจะทำได้ดีกว่านี้
“พวกเ้าเลิกร้องไห้แข่งกันทีเถอะชิชะปัญหาแค่นี้เอาแต่ฟูมฟาย”
คนชราที่ไม่ได้ไปวัดตามที่บอกมายืนดูด้วยความสมเพช ก่อนจะนั่งลงแล้วสั่งบ่าวให้เอาชาเอาขนมเข้ามาเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่แสนหดหู่หน่อย ก่อนจะเอ่ยกับคนเป็แม่คนว่า
“อู่หนาน…เื่มันยังไม่เกิดก็ตีโพยตีพายไปได้ความลับก็ยังคงเป็ความลับอยู่ไม่ใช่รึ”
“ตะแต่ ตอนนี้เขารู้แล้วนะ”
“เฮ้ย รู้ก็รู้ไปสิเ้าหนุ่มนั่นจะไปบอกใครได้ พวกเ้าต่างก็เป็ลูกเมียของมันไม่รักให้มันรู้ไป”
“ข้าไม่เคยอยู่ในสายตาเขาหรอกที่ผ่านมาไม่ฆ่าทิ้งก็บุญแค่ไหนแล้วว่าแต่ท่านพอจะมีที่พึ่งให้ทงทงได้เติบใหญ่บ้างหรือเปล่า …แม้จะไม่นานขนาดนั้นสักปีหนึ่งข้าน่าจะพอเป็หลักให้ลูกได้”
“อืม…น่าจะมี ”ชายชราเหมือนจะนึกอะไรออกรีบลุกอย่างไว ก่อนที่จะหยิบตำราออกมา “เ้าหนูฝึกตามตำรานี่ให้ได้สิบหน้า ข้าจะไปข้างนอกก่อน เดียวตอนค่ำกลับมาจะมาทดสอบ”
ปู่เจียไม่เปิดโอกาศให้ซักถามอะไรอีกสั่งเสียเสร็จก็พลุนพลันออกจากห้องไป ปล่อยสองแม่ลูกนั่งเฝ้าดูตำราเก่าๆด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ดูๆแล้วหน้าปกตำราไม่มีอะไรเขียนไว้เลยธรรมดามากแต่พอเปิดไปหน้าแรกก็เต็มไปด้วยข้อมูลมีทั้งภาพและตัวอักษร
“นะนี่มันตำราฝึกการใช้ธาตุไม้ในการต่อสู้ใช่ไหมท่านแม่”
คนที่พอจะเริ่มอ่านออกบ้างแล้ว ไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะบางคำก็ซับซ้อนเกินไป แต่แค่ดูรูปในตำรานี้แทบจะฝึกตามขั้นตอนที่เขียนไว้ได้แล้ว
“ใช่อืม…ั้แ่หน้าแรกจนหน้าที่ 10 เป็กระบวนท่าในการใช้ธาตุไม้ในการต่อสู้ดูๆแล้วมีแค่สามกระบวนท่า ท่าแรกเป็การปลูกเถาวัลย์ขึ้นมาเป็เกราะท่าที่สองใช้เกราะที่สร้างขึ้นจากท่าแรกสะท้อนพลังคู่ต่อสู้ส่วนท่าที่สามก็สั่งให้เถาวัลย์โจมตี สามท่านี้ล้วนต่อเนื่องกันหึๆจะให้เ้าฝึกเองนี่นะ…เขาหยิบมาผิดเล่มหรือเปล่า ”
“ท่านอ่านให้ข้าฟังหน่อยว่าท่าแรกนั้นทำยังไง”
“ลูกจะลองทำดูหรือ”
“ใช่แล้ว แม่อ่านทีละขั้นนะทงทงจะทำตาม” เด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เรียน
“แต่เ้าไม่ได้ครองธาตุไม้นะคนที่จะอัญเชิญธาตุนี้ต้องมีปราณสีเขียวไม่ใช่หรือ หรือแม่เข้าใจอะไรผิด”
อู่หนานสับสน เขาค่อนข้างวิตกกลัวผิดพลาดมาจะเป็อันตราย
“แต่ท่าแรกก็แค่ปลูกเถาวัลย์นี่ขอรับปลูกไม่ได้ก็ไม่เป็หรอกมั่ง”
“งั้นจะลองก็ได้ แต่ห้ามฝืนนะไม่ต้องใช้พลังมากจนเกินไป ให้ตายสิแม่หละปวดหัวกับการฝึกแบบนี้จริงๆอ่านเฉยๆเหมือนไม่มีอะไรดูง่ายๆ แต่ทำได้หรือเปล่านี่สิอีกเื่…เฮ้อปะไปลองทำที่สนามหลังบ้านกันดีกว่า” แม้เขาจะบ่นไปอ่านไปแต่เ้าตัวเล็กกลับะโดึ๋งๆ เหมือนกำลังจะได้เล่นของสนุกยังงั้นแหละ