ตอนที่ 20 ลักพาตัว (1)
จนกระทั่งโจวมู่เดินมาถึงโรงเรียนอนุบาล เห็นเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งยืนรายล้อมลูกสาวของตน ลูกสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีภาคภูมิใจ พร้อมรอยยิ้มที่เผยกว้างอย่างมาก
โรงเรียนอนุบาลในชนบทย่อมไม่มีกฎระเบียบห้ามไม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้ามาในโรงเรียน
การปิดประตูก็มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ วิ่งเพ่นพ่านออกไปเท่านั้น
อีกทั้งในเวลานี้ก็ใกล้จะเลิกเรียนแล้ว เมื่อหลี่โหย่วเหมยเห็นว่าเป็นโจวมู่ เธอก็แสดงท่าทีนอบน้อมและกล่าวเรียกทักทาย “เถ้าแก่โจว”
เธอได้ยินสามีบอกว่า โจวมู่ทำเงินได้ก้อนใหญ่ เตรียมตัวทำสัญญาสัมปทานเหมืองถ่านหินของหมู่บ้าน ถ้าอนาคตตามไปร่วมงานกับโจวมู่จะต้องทำเงินได้ดีกว่าการทำกลุ่มขนส่งในตอนนี้แน่นอน แถมยังบอกอีกว่าถ้าในอนาคตหาเงินได้เยอะๆ จะซื้อรถเล็กๆ สักคัน พาเธอกับลูกกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด
หลี่โหย่วเหมยได้ฟังเช่นนั้นก็ร่าเริงเบิกบาน เดิมทีเธอซึ่งเป็นหญิงสาวที่เรียนจบมา กลับแต่งงานกับชาวบ้านชนบท ซ้ำยังถูกใครต่อใครต่อว่า หยามหน้าพ่อและแม่ของเธอมากๆ
พ่อและแม่ใช้ความพยายามอย่างมากในการส่งเธอไปโรงเรียน หวังเพียงให้เธอได้กลายไปเป็นคนเมือง แต่กลับไม่คิดว่าเธอจะมาแต่งงานกับชาวบ้านชนบทเช่นนี้
ถ้าสามารถขับรถกลับไปที่บ้านเกิดได้ ข่าวลือเหล่านั้นต้องหายไปอย่างแน่นอน ดังนั้นคำเรียกโจวมู่จึงกลายเป็นเถ้าแก่โจวไปโดยปริยาย
“คุณเป็นครูของจือจือ และก็เป็นภรรยาของต้าไห่ ต้าไห่เรียกผมว่าพี่ คุณเองก็เรียกผมว่าพี่ก็พอครับ”
“ได้ค่ะ พี่โจว พวกจือจือกำลังเล่นกันอยู่ที่สนาม คุณเข้าไปเถอะค่ะ” หลี่โหย่วเหมยรีบเปิดประตูให้พร้อมรอยยิ้มที่แสดงความจริงใจยิ่งขึ้น
“พ่อขา!” เสี่ยวจือจือเห็นว่าพ่อของตนมาแล้ว จึงรีบวิ่งพุ่งตรงมาหา
โจวมู่อุ้มลูกสาวขึ้นจากพื้น หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาอย่างระวังและเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของหนูน้อย เขามักจะพกผ้าเช็ดหน้าเป็นปกติ ไม่ได้เพื่อให้ตัวเองใช้ แต่เตรียมเอาไว้ให้ลูกสาวโดยเฉพาะ
“วันนี้เล่นสนุกไหมคะ” โจวมู่ถาม
“สนุกค่ะ สนุกสุดๆ เลย!” เสี่ยวจือจือถูกเพื่อนๆ ชมจนตัวลอย เวลานี้ลืมคำพูดที่ปู่ปราชญ์เคยเตือนตนไว้ว่าเรื่องเล่นมีดนี้จะให้พ่อของเธอรู้ไม่ได้จนหมดสิ้น
เธอพยายามดิ้นลงมาจากแขนของผู้เป็นพ่อ เดินไปยังจุดที่เธอมักใช้ฝึกปามีด แต่สุนัขรับใช้ผู้ชาญฉลาดอย่างหลี่เซี่ยงเฉียนกลับไม่ได้ตามมา ผิดกับเจ้าเด็กอ้วน ซึ่งนึกภูมิใจไปเองถึงโอกาสขึ้นนำที่ตนได้ครอบครอง
“ลูกพี่จือจือ นี่ครับ”
โจวมู่เห็นเจ้าเด็กอ้วน ลูกชายของผู้ใหญ่บ้านกำลังส่งมีดสั้นเล่มใหญ่เล่มหนึ่งให้กับลูกสาวของตน ทันใดนั้นหน้าก็เปลี่ยนสีทันที
เจ้าเด็กอ้วนนี่น่าโมโหชะมัด แบบนี้มันสอนเรื่องไม่ดีให้ลูกสาวเขาไม่ใช่หรือไง
“พ่อคะ ดูหนูนะ!”
เสี่ยวจือจือยืนประจำตำแหน่ง ในมือถือมีดเอาไว้ พร้อมหันกลับมาเรียกพ่อของตน
เขาเห็นภาพลูกสาวยกมือขึ้น โบกมีดในมือ มีดลอยไปปักลงบนกำแพงฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ยามเย็น แสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าสาดกระทบไปบนกำแพงฝั่งนั้น มีดสั้นที่ยังคงสั่นไหวๆ ต้องกระทบแสงอาทิตย์สะท้อนประกายพร่างพราย
โจวมู่นิ่งอึ้งไปในทันที ราวกับย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังอยู่ในคุก มองเพื่อนนักโทษที่อ้างว่าตนปามีดเก่งนักหนา เพื่อนนักโทษคนนั้นที่ถือส้อม สามารถใช้แทนมีดบินได้ ครั้งหนึ่งที่เขาเคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง อีกฝ่ายมีกันเจ็ดถึงแปดคน ต่อให้ไกลสักแค่ไหน ส้อมเหล็กปาออกไปก็ปักลงบนแขนของอีกฝ่ายได้...
จนกระทั่งโจวมู่ได้สติคืนกลับมา ก็พบว่าลูกสาวตัวน้อยได้ปามีดออกไปสิบกว่าเล่มแล้ว บนกำแพงส่องแสงประกายวิบวับพร่างพราย รวมทั้งเพื่อนๆ นักเรียนที่พากันปรบมือและส่งเสียงเกรียวกราว
“จือจือเก่งสุดยอดเลย!”
“ขออีกเล่ม!”
…
โจวมู่เดินเข้าไปใกล้กำแพง เขาใช้มือกดลงไปบนกำแพงนั้น แม้จะเป็นกำแพงดิน แต่กลับก่อได้แข็งแรงมาก และมีอายุมานานแล้ว แม้จะให้คนหนุ่มในหมู่บ้านมาเจาะกำแพงนี้ให้เป็นรูก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย
หากแต่ในตอนนี้ กลับมองเห็นรูมากมายบนกำแพง ซ้ำยังกองมีดที่รวมตัวกันปักอยู่ในวงกลมหนึ่งวง ด้ามมีดที่ยังคงสั่นไหวๆ แบบนี้แสดงว่าคงจะฝึกฝนมานานแล้วถึงสร้างรอยและผลลัพธ์เช่นนี้ได้...
โจวมู่กำลังจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมาแล้ว นี่ก็คือผลลัพธ์ที่ปราชญ์เฒ่าพูดว่าจะสอนลูกสาวของเขาให้เป็นกุลสตรีสินะ สิ่งที่เขาสอนในอดีต อย่างไรซะก็แค่ขึ้นเขาเข้าป่าไปทำร้ายลูกสัตว์เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ลูกสาวของเขาในตอนนี้ มีเสือเป็นกองกำลังการต่อสู้ ซ้ำมือยังมีอาวุธเพิ่มมาอีก...
“คุณพ่อขา จือจือเก่งใช่ไหมคะ!”
เสี่ยวจือจือมองเห็นพ่อของตนยืนอยู่หน้ากำแพง ยังคิดว่าพ่อกำลังตรวจสอบผลงานของตนอยู่ เธอจึงยืดอกแสดงท่าทีภูมิใจสุดๆ คนอื่นๆ ล้วนชื่นชมเธอกันหมดแล้ว เหลือก็แค่พ่อที่ยังไม่ชมเธอ
ถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง โจวมู่ก็คงไม่เชื่อแน่นอน วีรกรรมทุกอย่างที่อยู่บนกำแพงนี้ล้วนเกิดจากฝีมือของลูกสาวเขาทั้งสิ้น ตอนนี้สายตาของเขาหันกลับไปมองลูกสาวที่ยกยิ้มหวานรอฟังคำชมจากเขา
ใบหน้าของโจวมู่คล้ำราวกับถ่านแล้ว หากแต่เขาไม่เคยโมโหใส่ลูกสาวมาก่อน จึงทำเพียงพยักหน้าแรงๆ ตอบรับ “ดีมาก”