'ร้านเครื่องปั้นดินเผา'
ภายในห้องรับรองแขกร้านเครื่องปั้นดินเผา ซิ่วอิงหลังจากออกมาจากตลาดกลางเมือง ในคราแรกคิดว่าจะไปยังจวนเ้าเมือง เพื่อดูอาการป่วยของชินไป่หลงบุตรชายเ้าเมือง แต่เธอเปลี่ยนใจมาร้านเครื่องปั้นดินเผาของเถ้าแก่ฟง เพื่อดูความคืบหน้าในการสร้างสิ่งของตามที่เธอสั่งไว้
ตอนนี้ซิ่วอิงกำลังนั่งจิบชาสนทนากับเถ้าแก่ฟงเ้าของร้าน
" เถ้าแก่ฟงเป็อย่างไรบ้าง.. ผ่านมาสองวัน ท่านทำงานคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว"
" เรียนนายน้อย.. ของที่ท่านให้สร้างเสร็จแล้วขอรับ เชิญตรวจสอบ"
เถ้าแก่ฟงกล่าวจบตบมือเบาๆให้สัญญาณ ไม่นานคนงานยกของเข้ามาแล้ววางไว้บนพื้นตรงหน้า ซิ่วอิงเห็นแล้วรู้สึกพอใจเป็อย่างมาก เพราะของที่วางอยู่ตรงหน้า คือโถส้วมทั้งสองแบบที่เธอสั่งทำ ถึงจะไม่สวยงามเหมือนในโลกที่จากมาเท่าใดนัก แต่มันก็ดูดีเกินกว่าที่เธอคิดไว้มาก ต้องยอมรับว่าช่างยุคนี้มีฝีมือดีพอตัวทีเดียว
" ข้าพอใจมากเถ้าแก่.. แต่ละอันใช้เวลาในการทำนานเท่าใด ใช้เงินลงทุนมากหรือไม่ "
" เอ่อๆ.. นายน้อยขอรับ.. ข้า.. เอ่อๆ "
'เป็ความลับทางการค้าสินะ..'
เถ้าแก่ฟงอึกอักไม่ตอบ ซิ่วอิงเห็นท่าทางของเถ้าแก่ฟง แล้วคิดขึ้นมาในใจทันที
" เถ้าแก่ฟง.. ขออภัยด้วยข้ากลับลืมคิดไปเสียได้.. แต่ว่า.. เถ้าแก่ฟงท่านอยากร่วมมือทำการค้ากับข้าหรือไม่"
" ร่วมมือทำการค้า.. "
เถ้าแก่ฟงเอ่ยขึ้นมาในหัวคิดตามคำพูดของซิ่วอิง
" ถูกต้อง.. เถ้าแก่ฟง.. ท่านคิดว่าโถส้วมตามแบบของข้า.. สามารถขายได้หรือไม่"
ซิ่วอิงถามขึ้นมาอย่างลองเชิง ว่าเถ้าแก่คนนี้มีหัวการค้าหรือไม่
" ขายได้แน่นอนขอรับนายน้อย.. ตามความคิดของข้า มิใช่ขายได้อย่างเดียว ต้องขายดีอย่างแน่นอนขอรับ"
" ถ้าเช่นนั้น.. ท่านกับข้ามาร่วมมือกันสร้างโถส้วมแบบนี้ออกมาขาย.. ข้าจะออกเงินทุนและสร้างร้านสำหรับวางขาย ส่วนท่านมีหน้าที่สร้างเพียงเท่านั้น ผลกำไรแบ่งตามสัดส่วนของเงินที่ใช้ในการลงทุน.. ท่านลองคิดดูว่า.. หากเราทำออกมาขายจะมีกำไรมากสักเพียงใด "
ซิ่วอิงกล่าวโน้มน้าวด้วยรอยยิ้ม
เถ้าแก่ฟงหาใช่คนโง่มิเช่นนั้นคงไม่อาจทำการค้าในเมืองนึ้ได้ เขาคิดถึงผลกำไรล่วงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำ เื่ขาดทุนนั้นปิดประตูไปได้เลย จึงกล่าวออกมาเสียงดังว่า
" นายน้อยจ้าว.. ข้ายินดีร่วมมือกับท่านขอรับ"
ซิ่วอิงพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วเอ่ยขึ้น
" ทีนึ้.. ท่านบอกข้าได้หรือยัง"
" บอกได้ขอรับนายน้อย.. เวลาที่ใช้ในการทำแต่ละชิ้น ในวันแรกเนื่องจากเป็การทดลองทำ จึงใช้เวลาลองผิดลองถูกไปไม่น้อย.. แต่เมื่อนานไปช่างชำนาญมากขึ้นจึงใช้เวลาน้อยลง และสามารถทำได้หลายชิ้นในคราเดียว.. ส่วนราคาต้นทุนรวมค่าแรงช่างชิ้นนึงก็ประมาณ 10 เหรียญทองขอรับ"
เถ้าแก่ฟงบอกกล่าวออกมาอย่างไม่ปิดบัง
" อืม.. แล้วสองวันที่ผ่านมา ท่านทำได้มากน้อยเพียงใด"
" มีโถส้วมแบบต่ำ 50 ชิ้น แบบสูง 10 ชิ้น ส่วนอย่างอื่นนั้นทำไม่ยากเท่าไหร่นัก ตอนนี้มีท่อกลม 200 ชิ้น ท่อเล็กยาว 200 ชิ้น และฝาปิดอีก 200 ชิ้น.. ทุกอย่างข้าเก็บไว้ในแหวนมิติเรียบร้อย เชิญนายน้อยตรวจสอบขอรับ"
กล่าวจบเถ้าแก่ฟงส่งแหวนมิติมาให้ ซิ่วอิงรับมาตรวจดูแล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า
" ดีมาก.. เช่นนั้นท่านนำกระดาษพู่กันมาเขียนสัญญร่วมมือกันให้เรียบร้อย"
ซิ่วอิงกล่าวจบเถ้าแก่ฟงนำกระดาษพู่กันออกมา จากนั้นเขียนสัญญาความร่วมมือจำนวนสองชุด เสร็จแล้วส่งสัญญาทั้งสองชุดให้ซิ่วอิงอ่าน (เธอหลอมรวมความทรงจำของอาจารย์ จึงอ่านออกเขียนได้)
ซิ่วอิงอ่านจบกรีดปลายนิ้วประทับรอยนิ้วมือเืลงไปทั้งสองแผ่น เถ้าแก่ฟงก็ทำเช่นเดียวกัน เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ซิ่วอิงนำแหวนมิติออกมาส่งให้เถ้าแก่ฟง แล้วกล่าวว่า
" ในแหวนมีเงิน 50,000 เหรียญทอง ท่านทำออกมาให้ได้มากที่สุด.. ใน่แรกข้าจะผู้ซื้อทั้งหมด หากคนงานไม่พอให้หามาเพิ่ม แล้วทำบัญชีคุมให้เรียบร้อย"
" ขอรับนายน้อย ข้าจะทำให้ดีที่สุด"
เถ้าแก่ฟงรับแหวนพร้อมกุมมือคำนับด้วยความยินดี
" ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้อขอตัวก่อน" กล่าวจบซิ่วอิงออกจากร้านเถ้าแก่ฟง เมื่อออกพ้นประตูเมืองใช้วิชาตัวเบาทะยานเวหา พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังเขามรกตทันที
'เขามรกต'
กลางยามเฉิน( 08.00 น.) ซิ่วอิงมาถึงเขามรกต เมื่อมองไปเห็นคนงานกำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน พยักหน้าด้วยความพอใจในความทุ่มเทของพวกเขา แต่เธอ้านำขนมไปให้เด็กๆเสียก่อน จึงเดินเข้าไปยังกลุ่มผู่ป่วยและเด็กๆ
เมื่อไปถึงพลันมีคน 3 คน คุกเข่าคำนับลงตรงหน้า จากนั้นชายผู้นึงเอ่ยขึ้นมา
" คารวะนายน้อย.. ข้ามู่ฟางและครอบครัวขอขอบคุณนายน้อย ที่รักษาอาการาเ็ให้ข้าจนหายดีขอรับ"
ซิ่วอิงมองชายคนที่คุกเข่าและครอบครัว จึงนึกขึ้นมาได้ว่าเป็ผู้ชายคนที่เธอรักษาให้เมื่อวานนั่นเอง เธอใช้จิตััตรวจสอบพลังของเขา แล้วกล่าวว่า
" พวกเ้าลุกขึ้น .. "
เมื่อมู่ฟางกับมารดาและลูกสาวตัวน้อยวัย 3 ขวบลุกขึ้น ซิ่วอิงจึงเอ่ยว่า
“ เ้าอยู่ระดับยอดยุทธขั้นต้น ถือว่าไม่เลวทีเดียว”
" เป็เพราะความช่วยเหลือของนายน้อยขอรับ.. โอสถและน้ำวิเศษที่ท่านให้ข้ากินเมื่อวาน นอกจากจะรักษาอาการาเ็จนหายขาดแล้ว ยังช่วยให้ข้าทะลวงระดับได้ด้วยขอรับ.."
มู่ฟางกล่าวด้วยสีหน้าเคารพ
" ถ้าเช่นนั้น.. ต่อไปเ้ามาเป็กลุ่มองครักษ์ของข้า ช่วยดูแลสถานที่แห่งนี้.. ส่วนพ่อแม่และลูกสาวของเ้า ข้าจะให้คนดูแลอย่างดี"
ซิ่วอิงมอบหมายหน้าที่ให้เขาทันที
" ขอรับนายน้อย.. ขอบคุณนายน้อยมากๆขอรับ ข้าจะทำให้ดีที่สุดขอรับ "
มู่ฟางคุกเข่าลงอีกครั้ง แล้วคำนับด้วยความยินดี ชีวิตเขาเต็มใจมอบให้นายน้อยคนนี้แน่นอนแล้ว
“ เ้าลุกขึ้นเถิด.. จากนี้ตั้งใจทำงานดูแลสถานที่แห่งนี้ให้ดี”
ซิ่วอิงบอกให้มู่ฟางลุกขึ้น แล้วหันไปพูดกับเด็กหญิงตัวน้อย ซึ่งวันนี้ดูหน้าตาสดใสขึ้นมาก
" เด็กน้อย.. เ้ากินข้าวหรือยัง"
" กินแล้วเ้าค่ะ.. วันนี้อาหลินกินหมูพะโล้ไปเยอะเลยเ้าค่ะ"
เด็กน้อยตอบด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
" ดีแล้วที่เ้ากินได้เยอะจะได้โตไวๆ.. พี่สาวมีขนมมาฝากเ้าด้วยนะ "
" ขอบคุณเ้าค่ะพี่สาว"
จากนั้นซิ่วอิงนำขนมให้แก่เด็กน้อย และให้มู่ฟางนำส่วนที่เหลือไปแจกให้เด็กๆลูกคนงาน ซิ่วอิงพูดคุยกับทุกคนอยู่ครู่นึง ก่อนจะไปหาช่างลู่ยังจุดสร้างบ้านพักบนเนินเขา โดยให้มู่ฟางตามไปด้วยเพื่อแนะนำให้คนอื่นรู้จัก
เมื่อไปถึงฟู่ิกับพวกและช่างลู่คอยอยู่แล้ว ทุกคนคำนับแล้วเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน
“ คารวะนายน้อยขอรับ..”
“ ท่านอาทุกท่าน .. ชายคนนี่คือมู่ฟาง ต่อไปเขาจะมาเป็ผู้ช่วยของพวกท่าน ช่วยดูแลเขาด้วย”
ซิ่วอิงเอ่ยแนะนำมู่ฟางกับทุกคน เมื่อทุกคนรับคำจึงกล่าวกับช่างลู่
" ช่างลู่.. ข้าจะให้ท่านสร้างห้องสุขา และห้องอาบน้ำสำหรับสตรี "
" ห้องสุขา.. คืออะไรขอรับ"
ช่างลู่เอ่ยถามขึ้นมาในใจก็คิดว่านายน้อยคนนี้ ช่างมีสิ่งของที่เขาไม่รู้จักมาให้ทำได้ทุกวัน
" ห้องสุขา.. คือห้องที่เอาไว้ปลดทุกข์นั่นแหล่ะ "
" อ๋อๆ.. ขอรับนายน้อย แล้วจะสร้างแบบใดขอรับ"
ช่างลู่ถึงกับร้องอ๋อเมื่อฟังคำเฉลยจากซิ่วอิง
“ ช่างลู่.. ก่อนที่ข้าจะมอบความรู้วิธีการสร้างให้กับท่าน ข้ามีเื่นึงที่จะตกลงกับท่านก่อน”
ซิ่วอิงกล่าวขึ้นด้วยท่าทางจริงจังขึ้น
“ เื่อันใดขอรับนายน้อย”
“ ข้าอยากให้ท่านร่วมมือทำการค้ากับข้า.. ต่อไปข้าจะเปิดร้านขายเครื่องสุขภัณฑ์และรับติดตั้ง โดยที่ท่านมีหน้าที่ในการสร้างพียงอย่างเดียว ส่วนเื่อื่นๆข้าจะเป็ผู้จัดการทั้งหมด”
ช่างลู่คิดอยู่เพียงชั่วครู่ ถึงไม่รู้ว่าไอ้เครื่องสุขภัณฑ์ของนางคืออะไร แต่เขาคิดว่าต้องดีอย่างแน่นอน จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ ตกลงขอรับนายน้อย.. ”
เมื่อช่างใหญ่ลู่รับคำ ซิ่วอิงก็ทำสัญญาเช่นเดียวกันกับเถ้าแก่ฟง เมื่อทำสัญญาเืเสร็จเรียบร้อย ซิ่วอิงชี้นิ้วไปยังหน้าผากของช่างลู่ แล้วส่งมอบวิธีการต่างๆจากความทรงจำของตนเองในโลกก่อน เมื่อแสงสีขาวพุ่งวาบเข้าไปในหัวของช่างลู่ก่อนจะหายไป เป็อันเสร็จเรียบร้อย
“ ที่ข้ามอบให้.. คือวิธีการสร้างห้องสุขาและการจัดการทั้งหมด ท่านเรียนรู้และสร้างมันขึ้นมา..”
“ ขอรับนายน้อย”
ช่างลู่เอ่ยรับคำสีหน้ายินดีปิดไม่มิด
“ เช่นนั้นก็ดี.. หลังจากนี้ข้า้าให้ท่านสร้างห้องสุขาและห้องอาบน้ำหญิง.. โดยสร้างห้องสุขาที่บ้านพักคนงาน 40 ห้อง แบ่งเป็บุรุษ 20 สตรี 20 ห้อง ห้องอาบน้ำสำหรับสตรี 20 ห้อง ส่วนบุรุษไม่ต้องให้ไปอาบในลำธาร และสร้างห้องสุขาข้างบ้านบนเนินเขาอีก 10 ห้อง.. สิ่งของที่ต้องใช้อยู่ในแหวนวงนี้.. ท่านเข้าใจหรือไม่”
“ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ..” ช่างลู่กล่าวตอบเสียงดัง ซิวอิงจึงมอบแหวนมิติที่ได้มาจากเถ้าแก่ฟงให้กับเขา จากนั้นเอ่ยกับฟู่ิและพวก
“ ท่านอาทุกท่าน.. พวกท่านช่วยดูแลการก่อสร้างให้เป็ไปอย่างเรียบร้อย แล้วเย็นนี้ให้พวกท่านกลับไปคอยข้าที่ป่าไผ่หลังจวน ข้ามีของบางอย่างจะมอบให้.. ส่วนมู่ฟางให้คอยดูแลที่นี่ไปก่อน..”
ซิ่วอิงสวมบทซีอีโอสาวสั่งงานอย่างต่อเนื่อง
“ ขอรับนายน้อย”
ทุกคนตอบรับคำพร้อมกัน โดยเฉพาะพวกฟู่ินั้นยิ้มกว้างด้วยความยินดี เพราะเมื่อนายน้อยกล่าวเช่นนี้ ต้องมีอะไรมาถ่ายทอดให้พวกเขาอีกเป็แน่
“ เอาละ.. ฝากพวกท่านด้วยข้ามีเื่ต้องทำอีก.. ขอตัวก่อน”
กล่าวจบซิ่วอิงใช้ทักษะทะลุมิติหายวับไปอย่างรวดเร็ว
'เมืองัฟ้า'
ชายป่าไกล้กำแพงเมืองัฟ้า พลันมีการบิดเบือนของมวลอากาศ ก่อนที่ร่างเพรียวของซิ่วอิงในชุดจอมยุทธสีดำขลิบขาว สวมหน้ากากดำครึ่งหน้าปรากฏออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้ใครพบเห็น ซิ่วอิงจึงใช้วิชาทุลุมิติมายังที่แห่งนี้
ซิ่วอิงถอดหน้ากากออกแล้วมุ่งหน้ายังประตูเมือง แสดงตราเข้าออกเมืองที่เธอจ่ายเงินซื้อไว้ั้แ่ครั้งแรก ทหารเฝ้าประตูเมืองตรวจเรียบร้อยจึงให้เธอผ่านเข้าไป
ซิ่วอิงเมื่อเข้ามาในเมืองัฟ้าก็สวมหน้ากากอีกครั้ง จากนั้นมุ่งตรงไปยังจวนเ้าเมืองทันที ซึ่งจุดประสงค์ของเธอในครั้งนี้นั้น เพื่อรักษาอาการป่วยของบุตรชายเ้าเมืองโดยเฉพาะ
ผ่านมาสองวันครอบครัวของเ้าเมืองคงจะร้อนใจยิ่งนัก เพราะยังไม่มีหมอคนใดรักษานายน้อยชินไป๋หลงได้ เช่นนั้นแสดงว่าอาการของเขาคงจะหนักเป็อย่างมาก หากซิ่วอิงรักษาได้เป็การสร้างบุญคุณกับเ้าเมืองไปในตัว ซึ่งเป็ความ้าของเธออยู่แล้วเช่นกัน
‘จวนเ้าเมืองัฟ้า’
ใช้เวลาไม่นาน ซิ่วอิงมาถึงหน้าทางเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอถอดหน้ากากออกอีกครั้ง แล้วเดินไปยังประตูที่มีป้ายขนาดใหญ่ เขียนคำว่า ‘จวนเ้าเมือง’ ด้วยสีทองสดใส แค่เห็นจากป้ายเพียงอย่างเดียว บอกได้ถึงความมั่งคั่งและพลังอำนาจ
ซิ่วอิงจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอเคยเข้ามาทำสัญญาซื้อจวนและที่ดินในจวนเ้าเมืองแห่งนี้ แต่ครานั้นไม่ได้เข้าทางประตูใหญ่ ผู้าุโซูพาเข้าไปอีกทางนึงไปยังห้องทำงานของเ้าหน้าที่โดยตรง นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเข้าทางด้านหน้า
หน้าประตูจวน มีทหารยามระดับพลังปราณปรมาจารย์ขั้นสูง 4 คนดูแลอยู่ เมื่อเห็นซิ่วอิงเดินเข้าไปทหารยามทั้งสี่พากันยืนนิ่ง สายตาทุกคนต่างก็มองสาวน้อยใบหน้างดงาม ในชุดจอมยุทธ์สีดำด้วยความตกตลึง
ผ่านไปชั่วครู่ทหารยามที่เป็หัวหน้าตั้งสติได้ก่อนใครอื่น จึงเอ่ยถามขี้น
“ จะ เ้ามีกิจธุระอันใด..”
“ ข้ารู้มาว่าบุตรชายท่านเ้าเมืองป่วย.. เลยจะมารักษาให้”
“ หือ.. เด็กสาวอย่างเ้าจะมารักษานายน้อยได้อย่างไร .. สะ สาวน้อยเ้าอย่ามาก่อกวนดีกว่า”
หัวหน้าทหารยามผู้นั้นเอ่ยขึ้น
ซิ่วอิงยิ้มน้อยๆอย่างจนใจ เธอเองเข้าใจดีว่าความจริงแล้วจะว่าทหารยามก็ไม่ถูกนัก เพราะถึงแม้นซิ่วอิงจะแต่งกายชุดจอมยุทธชาย แต่แค่มองก็รู้ว่าเธอเป็เพียงเด็กสาววัย 14-15 ปีเท่านั้น จะไปมีความสามารถรักษานายน้อยเขาได้เช่นไร
“ ข้าเข้าใจว่าท่านไม่เชื่อถือข้า.. แต่ท่านช่วยไปเรียนเ้าเมืองว่าข้า 'จ้าวซิ่วอิง' มาขอพบและตรวจดูอาการาเ็ของนายน้อยชินไป๋หลง.. อ้อ.. นำเหรียญตรานี่ไปด้วย ”
กล่าวจบซิ่วอิงส่งเหรียญตราัฟ้าไปให้ หัวหน้าทหารยามมองเหรียญตราในมือก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง เขาที่เป็หัวหน้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่านี่คืออะไร หัวหน้าทหารยามมองหน้าซิ่วอิงแล้วคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะกล่าวว่า
“ ขออภัยที่ล่วงเกิน.. ท่านโปรดรอสักครู่ข้าจะไปเรียนเ้าเมืองให้ทราบ”
หัวหน้าทหารยามผู้นั้น กล่าวจบรีบวิ่งกลับเข้าไปด้านในของจวนทันที ผ่านไปไม่นานหัวหน้าทหารยามก็ออกมา แล้วคำนับพร้อมกับกล่าวว่า
“ ท่านเ้าเมืองเชิญเข้าไปได้ขอรับ.. เอ่อๆ.. คุณหนู.. ที่ข้าล่วงเกินเมื่อสักครู่ขอท่านยกโทษให้ข้าด้วยขอรับ ”
หัวหน้าทหารยามเอ่ยขึ้นอย่างเกรงกลัว
“ พี่ทหารท่านนี้ ท่านทำตามหน้าที่ข้าจะถือโทษโกรธเคืองท่านอย่างไร.. อืม.. พวกท่านทั้งสี่อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสูง นี่คือโอสถทะลวงปราณความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน ข้ามอบให้พวกท่านคนละเม็ด.. เมื่อทานเข้าไปพวกท่านสามารถทะลวงผ่าน ไปยังระดับยอดยุทธได้อย่างแน่นอน..”
ซิ่วอิงกล่าวจบนำโอสถ 4 เม็ดส่งให้หัวหน้าทหารยาม จุดประสงค์ที่เธอทำเช่นนี้นั้นรู้กันอยู่แล้ว หัวหน้าทหารยามรับโอสถไปด้วยความยินดียิ่งนัก เขานั้นรู้ดีว่าโอสถชนิดนี้นั้นราคาสูงอย่างยิ่ง ทหารยามเงินเดือนน้อยอย่างพวกเขาไม่มีทางซื้อได้ หรือหากมีเงินก็หาซื้อโอสถความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนได้ยากนัก
ทหารยามทั้งสี่คนโค้งคำนับแทบหลังหัก
“ ขอบคุณมากขอรับคุณหนู.. เชิญตามข้ามาขอรับ”
“ ไม่เป็ไรโอสถแบบนี้ข้ามีอีกเยอะ.. อ้อ.. ต่อไปเรียกข้าว่า 'นายน้อยจ้าว' "
กล่าวจบซิ่วอิงก็เดินตามหัวหน้าทหารยามเข้าไปภายในจวน ( ซึ่งทหารยามทั้งสี่แทบอยากจะแบกเธอเข้าไปด้วยตนเองหากทำได้)
‘ภายในจวนเ้าเมืองัฟ้า’
บริเวณภายในจวนเ้าเมืองนั้นช่างใหญ่โตและโอ่อ่ายิ่งนัก เต็มไปด้วยเรือนเล็กเรือนน้อยมากมาย หัวหน้าทหารยามเดินนำซิ่วอิงจนไปหยุดอยู่หน้าเรือนใหญ่หลังนึง แล้วเอ่ยขึ้น
“ เรียนท่านเ้าเมือง.. นายน้อยจ้าวมาถึงแล้วขอรับ”
“ เชิญเข้ามาได้ ”
เสียงทรงพลังดังขึ้นจากในห้อง
“ เชิญนายน้อยจ้าวขอรับ..”
“ ขอบคุณพี่ชาย”
ซิ่วอิงกล่าวขอบคุณหัวหน้าทหารยามแล้วเดินเข้าไปในห้อง ภายในห้องอันกว้างใหญ่มีชายวัยกลางคนผู้นึงยืนอยู่ ด้านข้างมีสตรีร่างสมส่วนวัยไม่เกิน 35-36 ปี บนเตียงปรากฏร่างชายคนนึงนอนแน่นิ่งอยู่ ซิ่วอิงไม่กล้ามองอันใดมาก เธอประสานมือโค้งคำนับแล้วกล่าวว่า
“ คารวะท่านเ้าเมือง คารวะฮูหยิน.. ข้าน้อยจ้าวซิ่วอิงเ้าค่ะ”
ชินฟ่านหลงเ้าเมืองวัย 45 มองเขม็งมายังซิ่วอิงอยู่ครู่นึง ภายในใจก็คิด
‘เด็กสาวคนนี้เองหรือจ้าวซิ่วอิง.. ผู้ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนในเมืองตอนนี้.. นางยังเด็กนัก.. อีกทั้งหน้าตางดงามขนาดนี้ เป็ผู้ปรุงโอสถระดับสูงสุดได้อย่างไรกัน’
เ้าเมืองชินถึงแม้นภายในจะยังแครงใจ แต่ปากกลับกล่าวออกมาว่า
“ เ้าคือจ้าวซิ่วอิงเช่นนั้นหรือ..”
“ เ้าค่ะท่านเ้าเมือง ข้าคือจ้าวซิ่วอิง”
ซิ่วอิงกล่าวยืนยันเสียงเรียบนิ่ง
“ เ้าบอกว่ารักษาบุตรชายข้าได้”
“ เรียนท่านเ้าเมือง.. ข้าเพียงแต่กล่าวว่า ขอมาดูอาการของนายน้อยไป๋ เผื่ออาจจะรักษาได้เพียงเท่านั้นเ้าค่ะ”
ก่อนที่เ้ามืองจะกล่าวอันใด ฮูหยินที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ
“ ท่านพี่.. รีบให้นางตรวจหลงเอ๋อร์เร็วๆเถิด ข้าร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว.. หากนางเป็เ้าของเหรียญตราจริง อาจจะมีหนทางก็เป็ได้..”
“ เอาเถอะ.. ในเมื่อหมอหลายคนตรวจดูแล้วไม่สามารถรักษาได้.. เช่นนั้นเ้าก็ตรวจลูกชายข้าดูก่อน ส่วนสาเหตุนั้นเ้าคงจะรู้มาบ้างแล้ว”
“ เ้าค่ะ..”
ซิ่วอิงกล่าวจบเดินไปยังเตียงที่มีบุตรชายเ้าเมืองนอนอยู่ทันที เธอสังเกตอย่างละเอียดเห็นชายหนุ่มวัย18-19 ปี หน้าตาเคยหล่อเหลาอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยสีม่วงคล้ำเป็จ้ำๆ ตามแขนขาก็เช่นกัน ดูคล้ายคนที่บอบช้ำภายในอาการสาหัสอย่างยิ่ง
ซิ่วอิงจับมือข้างนึงของเขา แล้วส่งพลังปราณและจิติญญาของเธอเข้าไปตรวจดู ครู่นึงเธอก็ทราบถึงอาการเส้นลมปราณาเ็สาหัส คล้ายกับท่านพ่อของเธอและมู่ฟาง แต่บริเวณใบหน้าและตัวของเขากลับมีรอยช้ำสีม่วง ซึ่งแตกต่างกันกับสองคนก่อนหน้า
เธอจึงส่งพลังจิติญญาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง และแล้วก็พบกลุ่มพลังงานสีดำบางอย่าง กำลังเกาะกินจิติญญาของเขาอยู่ ในเวลาไม่นานเธอก็รู้ถึงสาเหตุของรอยคล้ำสีม่วง เขาถูกพิษนั่นเอง
ซิ่วอิงปล่อยมือชายหนุ่มลงบนเตียง ขณะกำลังจะเอ่ยวาจาบอกกล่าวถึงอาการป่วยที่ตนเองตรวจพบ กลับมีเสียงด้านนอกห้องดังขึ้นเสียก่อน
“ เรียนท่านเ้าเมือง.. คุณหนูใหญ่หยางรั่วฉินกับผู้าุโ2 ตระกูลหยาง.. ขอเข้าพบขอรับ..”
………………………………