เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 124 เข้าใจผิด

            เด็กชายตัวน้อยใช้มือเล็กๆ สองข้างปิดแก้มของตนเองดวงตาที่เหมือนผลองุ่นมองลอดช่องว่างระหว่างนิ้ว คงไม่ต้องบอกว่าน่ารักมากแค่ไหน

            อวี๋ฉิงหลงใหลในความน่ารักนี้ทันที

            ทันทีที่ซูอินวางเด็กชายตัวน้อยลง อวี๋ฉิงก็พุ่งเข้าไปเธอกอดเด็กชายตัวน้อยและลูบศีรษะของอีกฝ่าย

            “ลูบไม่ได้นะ เดี๋ยวตัวไม่โต”

            เด็กชายตัวน้อยยกมือกุมศีรษะ แก้มนุ่มนิ่มจึงถูกเผยออกมาอวี๋ฉิงเข้าสู่เป้าหมายได้สำเร็จ

            เด็กชายตัวน้อยที่ถูกบีบแก้ม : …

            พี่สาวที่แปลกประหลาด

            อวี๋ฉิงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “คุณป้าแปลกประหลาด” โดยที่เธอไม่รู้ตัวเธอบีบแก้มเด็กชายตัวน้อยเบาๆ และมองริมฝีปากเล็กๆ ที่มุ่ยขึ้นด้วยความพึงพอใจ

            “อินอิน น้องชายของเธอน่ารักมาก”

            ซูอินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างมั่นใจ แน่นอนให้มันรู้ซะบ้างว่าน้องใคร

            เมื่อเห็นอวี๋ฉิงมีความสุข เธอจึงอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ “ถ้าชอบขนาดนี้ก็ให้คุณลุงอวี๋และคุณป้าหรงมีน้องให้เธอสักคนสิ”

            ช่วงปีนี้นโยบายวางแผนครอบครัวของประเทศยังคงเข้มงวดมากทว่าสำหรับครอบครัวที่มีเงิน การให้กำเนิดบุตรไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไปอยู่ต่างประเทศหรือจ่ายค่าปรับ…อย่างไรเสียก็ต้องมีวิธีจัดการเรื่องนี้

            “พอแล้ว หากคลอดแล้วไม่น่ารักพอก็เอาคืนกลับไปไม่ได้”

            อวี๋ฉิงไม่ใช่คนใส่ใจเรื่องแบ่งทรัพย์สินหรือแย่งความรักอยู่แล้วถึงแม้คนฐานะเดียวกันจำนวนไม่น้อยมักจะเป็นเช่นนั้นแต่ครอบครัวของพวกเขาอยู่กันอย่างสงบสุขมาตลอด การให้กำเนิดเป็นเรื่องของบิดามารดาคุณพ่อกังวลว่าคุณแม่ของเธอจะลำบาก เมื่อคลอดเธอแล้วก็ไม่คิดจะมีบุตรเพิ่ม

            เธอเอ่ยออกไปแค่นั้นก่อนจะหันไปง้อเจ้าตัวน้อยต่อ “อันอันครั้งก่อนพี่ฉิงฉิงสัญญาว่าจะเอาของขวัญมาให้ พี่เอามาให้แล้วนะมาดูเร็วว่ามีอะไรบ้าง”

            ของขวัญ!

            แววตาของเจ้าตัวน้อยเป็นประกาย

            เขาถูกอวี๋ฉิงจูงมือไปท้ายรถอย่างว่าง่ายคนขับรถที่มาส่งเธอทั้งสองคนจัดเรียงข้าวของไว้บางส่วนแล้วของชิ้นใหญ่หลายชิ้นถูกวางไว้ที่พื้น

            ของขวัญที่เธอซื้อให้เด็กชายตัวน้อยมีทั้งหมดสามชิ้น

            ชิ้นแรกคือปืนของเล่นพลาสติกใส่ถ่าน ยิงกระสุนไม่ได้เมื่อเหนี่ยวไกจะมีแสงไฟหลายหลากสีและเสียงต่างๆ กัน

            ชิ้นที่สองคือรีโมตรถบังคับหนึ่งชุด ใส่ถ่านเช่นกันสามารถนำมาวางเรียงกันเพื่อแข่ง

            ชิ้นที่สามคือจักรยานเด็กมียี่ห้อ ด้านหลังมีล้อเสริมสองล้อเป็นจักรยานที่เหมาะกับการสอนเด็กในช่วงอายุเท่านี้พอดี

            ไม่ว่าจะเป็นในด้านราคาหรือคุณภาพ ต่างก็ค่อนข้างสูงไปสักหน่อยแต่เธอเป็นเพื่อนสนิทของซูอิน และซูอินก็ช่วยเธอเรื่องการสอบขึ้นมัธยมปลาย เด็กชายตัวน้อยก็แสนน่ารักไม่ว่าจะเป็นเพราะความรู้สึกหรือผลประโยชน์ อวี๋ฉิงก็ไม่คิดเสียดายเงิน

            อย่างไรเสียคุณหนูอย่างเธอก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินเสียหน่อย

            อวี๋ฉิงชี้กองข้าวของมากมายเบื้องหน้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง “ทั้งหมดนี้พี่ให้หมดเลย ชอบไหม”

            เด็กชายตัวน้อยเผลอพยักหน้าแต่เมื่อนึกได้ก็หันไปมองซูอินที่อยู่ด้านข้าง

            “พี่บอกว่า ไม่ควรรับของของคนอื่นไปทั่ว”

            ในช่วงเวลาที่ซูอินกลับมาอยู่บ้านเธอสอนเด็กชายตัวน้อยให้ท่องบทกลอน เล่นกับเขาเมื่อคุ้นเคยกันแล้วซูอินก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของน้องชายเขาถูกหลิงเมิ่งข่มขู่ตั้งแต่จำความได้หากไม่ยอมเชื่อฟังหรือฟ้องพ่อแม่หลังจากโดนแกล้งก็จะถูกเอาไปให้คนสติไม่ดีที่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน หรือขายให้พวกแก๊งค้าเด็ก

            เธอยังจำได้ว่าตอนที่รู้เรื่องนี้จากเด็กชายตัวน้อย ซูอินตกตะลึงอยู่นานกว่าจะดึงสติกลับมาได้

            หากเป็นคนอื่นคงคิดว่ามันเป็นแค่คำพูดล้อเล่น แต่หากเป็นหลิงเมิ่งเพื่อที่จะได้รับหัวใจที่เข้ากับตนเอง หลิงเมิ่งถึงกับส่งเธอเข้าโรงพยาบาลจิตเวชและทำให้ “เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ”ซึ่งแน่นอนว่าเธอสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้

            ในตอนที่หลิงเมิ่งกล่าวประโยคนั้นออกมายังอยู่ในสถานะพี่สาวแท้ๆของเด็กชายตัวน้อยด้วยซ้ำ การกระทำนั้นทำให้ซูอินนึกถึงความทรงจำแย่ๆ ขึ้นมาอีก

            เมื่อหายตกใจแล้วซูอินจึงอธิบายเหตุผลให้เด็กชายตัวน้อยฟังอย่างใจเย็นอันดับแรกเธออธิบายให้เด็กชายตัวน้อยฟังว่าเขากับเธอเป็นลูกของพ่อและแม่พวกเขาเท่าเทียมกัน ไม่มีใครสามารถรังแกกันได้ ยิ่งไปกว่านั้นไม่สามารถไล่ใครออกจากบ้านและเมื่อพิจารณาถึงอัตราเด็กหลงทางในจีนที่สูงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเด็กน่ารักอย่างเด็กชายตัวน้อยที่มักเป็นจุดสนใจของกลุ่มผู้ค้ามนุษย์เธอจึงให้ความรู้วิธีต่อสู้เมื่อถูกลักพาตัวให้เขาด้วย

            สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารับของจากคนแปลกหน้าโดยเฉพาะคนที่มีท่าทีแปลกๆ

            เธอเคยพูดแค่ครั้งเดียวไม่คิดว่าเด็กชายตัวน้อยจะจำได้แม่นยำและปฏิบัติตามในเวลานี้

            ดังนั้น เท่ากับว่าเขามองอวี๋ฉิงเป็น…

            ในเวลานั้นแววตาของซูอินที่มองอวี๋ชิงก็ดูแปลกไปเล็กน้อย

            ความสนใจทั้งหมดของอวี๋ฉิงอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยโดยไม่สนใจสายตาของซูอินที่มองมา ตามตรรกะของคนปกติ เธอมองว่าการปฏิเสธเช่นนี้เด็กชายตัวน้อยมีมารยาทและได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี

            ทั้งๆ ที่ตาลุกวาวเมื่อเห็นของเล่นเหล่านี้ แต่ก็ยังอดกลั้นโดยไม่จับหรือสัมผัสเลยสักนิด ทำไมเป็นเด็กดีอย่างนี้

            อวี๋ฉิงรู้สึกเอ็นดูน้องชายตัวน้อยของเพื่อนสนิทคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

            คงพูดได้แค่ว่านี่คือความเข้าใจผิดที่สวยงาม

            อวี๋ฉิงมีท่าทีอ่อนโยนมากขึ้น เธอบีบแก้มของเจ้าตัวน้อยน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาปราศจากความเย่อหยิ่ง “เห็นพี่ฉิงฉิงเป็นคนอื่นได้ยังไง”

            ถูกเธอโน้มน้าวเช่นนั้นแต่เด็กชายตัวน้อยยังคงมองไปทางซูอินเพื่อรอคำตอบจากพี่สาว

            หัวใจดวงนี้ของซูอินนุ่มนวลลงน้ำเสียงที่เอ่ยมายิ่งอ่อนโยนมากกว่าเดิม “พี่ฉิงฉิงไม่ใช่คนอื่น รับเอาไว้เถอะ”

            จากช่วงเวลาที่ได้รู้จักกัน เธอรับรู้ได้ว่าคุณหนูอวี๋ไม่ใช่คนที่เห็นเรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญทว่าซูอินก็ไม่ใช่คนที่สักแต่รับของของคนอื่นฝ่ายเดียว เมื่อวานตอนที่เดินซื้อของเธอตั้งใจจะซื้อของมีราคาให้อีกฝ่าย แต่กลับถูกคุณหนูอวี๋ปฏิเสธด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

            อวี๋ฉิงไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน โดยเฉพาะเงินที่ใช้ซื้อของเหล่านั้นซูอินจึงคิดว่าหากน้ำพุแห่งจิตวิญญาณถูกยกระดับ เธอจะแบ่งมันให้อวี๋ฉิง

            อย่างไรก็ตามสามปีหลังจากนี้พวกเธอจะได้อยู่โรงเรียนเดียวกันยังมีโอกาสอีกมาก

            เมื่อคิดเอาไว้ในใจ ซูอินก็มีท่าทีสงบมากขึ้น

            “ด้านนอกร้อน เข้าไปด้านในกันเถอะ”

            ซูอินและอวี๋ฉิงจูงมือเด็กชายตัวน้อยคนละข้างก่อนที่ทั้งสามคนจะเข้าไปในห้องเย็นๆ โดยมีคนขับรถถือของตามหลังมา

            ในตอนแรกซูอินซื้อของมาหลายอย่างแล้วรวมกับของอีกจำนวนหนึ่งที่อวี๋ฉิงซื้อในภายหลังเมื่อนำมารวมกันทำให้มีจำนวนค่อนข้างเยอะมาก

            เมิ่งเถียนเฟินตามหลังรถ BMW จนถึงบ้าน เธอเปิดประตูเข้าไปพร้อมรอยยิ้มภาพที่เห็นคือในห้องรับแขกที่ไม่ได้กว้างขวางสักเท่าไรเด็กสามคนยืนอยู่ท่ามกลางข้าวของมากมายราวกับภูเขาและกำลังช่วยกันแกะกล่องอย่างมีความสุข

            เบื้องหลังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นคนขับรถของตระกูลอวี๋ที่เคยมาเมื่อครั้งก่อนถือของมากมายตามเข้ามาอีก

            ของเยอะแยะขนาดนี้…เป็นของที่อวี๋ฉิงให้หมดเลยหรือ

            เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เมิ่งเถียนเฟินเข้าใจผิด

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน