ข่าวการกลับมาจากเที่ยวยุโรปเมืองหนาวของอารยาทำให้กองฟางอดแอบมาทำเซอร์ไพร์สเงียบๆไม่ได้ เพราะทันทีที่อารยาเดินดุ่มเข้ามาในห้องครัวของบ้านวรากรณ์ที่น้อยคนนักจะได้มีโอกาสย่างกรายมาเยือนเธอก็ยื่นจานผักเคียงสีเขียวน่ากินที่บรรจุถ้วยน้ำพริกปลาทูหอมฉุยอยู่ตรงกลางให้ดู
“ต้อนรับกลับเมืองไทยค่ะ”
“ยัยฟาง!” อารยาตาโต ตื่นเต้นจนอยากะโกอดคนทำเซอร์ไพร์สให้เต็มรัดหากไม่กลัวว่าของน่ากินตรงหน้าจะหกเสียหมด
“เด็กดีของพี่ รู้ใจที่สุด”แตงกวาอวบอิ่มเป็ชิ้นพอคำถูกฉกไปจิ้มน้ำพริกแล้วหย่อนเข้าปากทันควัน คนเคี้ยวตุ้ยยังมีแก่ใจสาธยายต่อ
“อาหารที่ไหนๆ ก็ไม่ถูกปากเท่าบ้านเราถ้าขืนกลับช้ากว่านี้อีกนิดพี่คงซี้แหงแก๋อยู่โน่น”
“อาการอย่างว่าคงไม่ใช่เพราะอาหารอย่างเดียวมังคะ”คนรู้ทันหลิ่วตา แต่จะพูดอะไรให้ความมากไปเล่าสาระคำแซวอยู่ที่การเรียกเสียงหัวเราะชอบใจเสียมากกว่า
“ไปใส่บาตรกันไหมคะ ฟางเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว”
“ไปสิ” เมื่อคนเป็พี่รับคำเธอจึงหันไปทางชมพู่ซึ่งยืนถือถาดเตรียมรอ
“ดอกไม้ถวายพระอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้านค่ะ” กองฟางพยักหน้ารับ
“ดีจ้ะ”
“ชมพู่พยายามเก็บรายละเอียดไว้หมดละเผื่อคุณฟางแต่งงานกับว่าที่คู่หมั้นที่คุณท่านหาให้แบบสายฟ้าแลบจะได้ไม่มีอะไรติดขัดอีกอย่างชมพู่กลัวถูกคนอื่นเขาว่าสอนแล้วไม่จำ”คนฟังต่างพร้อมใจชะงักฝีเท้า กองฟางรีบหันมาเอ็ด
“ชมพู่! พูดอะไรน่ะ แล้วรู้เื่นี้ได้ไง” อารยากรอกตามองคนทั้งสองอย่างตกตะลึง ไม่วายคว้าแขนกองฟางไว้แน่น
“จริงเหรอ ที่คุณลุงหาผู้ชายไว้ให้เธอ”คนถูกถามทำหน้าฝาดเฝื่อน
“เื่มันค่อนข้างไร้สาระน่ะพี่”
“นี่ล่ะสาระ ไหนบอกมาซิว่าเขาเป็ใคร” อารยาคาดคั้น ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าคนที่ถูกหมายตัวให้หมั้นเสียอีก
“แล้วไม่คิดจะบอกใครรู้แม้กระทั่งพี่เลยเหรอ ดูสิต้องให้ชมพู่หลุดปากออกมาเธอนี่ไม่ไหวจริงๆ” คนตกเป็จำเลยหมาดๆเหลือบไปจิกตาใส่คนต้นเื่โทษฐานปากโป้ง ส่วนแม่ตัวดีก็ยกของถวายพระขึ้นกั้นสายตาพิฆาตเหมือนจะบอกเป็นัยๆว่าควรทำใจให้สงบ เดี๋ยวไม่ได้บุญนะเออ
กองฟางถอนใจเฮือกหันสีหน้ากึ่งสำนึกผิดกึ่งลำบากใจมาตอบ
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะพี่อันแค่คิดว่า..มันไม่ใช่เื่น่ายินดีจนอยากเล่าให้ใครฟัง”
“แต่ก็ไม่ใช่เื่ที่ควรเก็บไว้คนเดียว” อารยากระชับมือแน่นกว่าเดิม
“จะบอกพี่ได้หรือยังว่าเขาเป็ใคร” กองฟางผ่อนลมหายใจบางเบาทอดน้ำเสียงแหบแห้ง
“แทนไท พนาสารค่ะ”
ฝีเท้าที่ก้าวซอยถี่ปานว่าหากเหาะได้คงทำไปแล้วร่างสมส่วนได้รูปเคลื่อนตัวผ่านห้องรับแขกยังบันไดสู่ชั้นบนใครอยู่แถวนั้นหากไม่หลบให้พ้นรัศมีการเดินคงได้กระเด็นไปหลายก้าวดวงตาวาวโรจน์จับจ้องยังประตูห้องหนังสือ
กิริยาพรวดพราดเข้ามาโดยไม่เคาะประตูตามมารยาอันควรมิทำให้คนข้างในที่นั่งนิ่งกับโต๊ะหนังสือไหวติงไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง..นั่นเพราะเคยชิน
“คุณพี่ทำอย่างนี้ได้ยังไงคะ ดิฉันไม่อยู่แค่สามอาทิตย์คุณพี่ดอดไปคุยเื่หมั้นกับบ้านพนาสารแล้วแทนที่จะเป็ยัยอันของเรากลับเป็แม่เด็กฟางนั่น มันหมายความว่ายังไง”นรีระงับความโกรธไว้ไม่อยู่เมื่อแอบได้ยินเื่ที่แม่หลานสาวตัวแสบคุยกับบุตรสาวตน
คนจรดปลายปากกาบนหน้ากระดาษตามนิสัยคนชอบตื่นแต่เช้าเพื่อตระเตรียมการทำงานในแต่ละวันต้องหยุดมือเงยสีหน้านิ่งเรียบขึ้นพูด
“รู้แล้วเหรอ”
“คุณพี่!” เธอทิ้งตัวลงนั่งอย่างหงุดหงิด
“ดิฉันไม่ยอมนะคะ คุณพี่ยกคนดีๆ อย่างนั้นให้นังเด็กนั่นได้ยังไงแล้วยัยอันล่ะ!”
“ยัยอันน่ะเด็กหัวสมัยใหม่ มีความคิดเป็ของตัวเองแถมยังรักอิสระเป็ที่สุด ขืนจับให้แต่งกันบ้านไม่แตกรึ คุณเป็แม่น่าจะรู้ดี”นรีเม้มริมฝีปากแน่นถึงจะรู้ดีแต่ความเสียดายคนหนุ่มอนาคตไกลที่ใครๆ ต่างจับตามองแถมยังแย่งกันไขว่คว้าราวกับเขาเป็เทพบุตรในฝันที่มีตัวตนจริงบนโลกมนุษย์
ที่สำคัญหากปล่อยเื่นี้เลยตามเลยโดยไม่ต้องมาลงเอากับแม่หลานสาวนอกคอกน่ารังเกียจนั่นเธอคงไม่รู้สึกเจ็บแค้นมากขนาดนี้
“ของอย่างนี้มันก็ไม่แน่นะคะ ทำไมไม่ถามลูกก่อน”
“ฮืมมมมคุณก็ ขนาดยัยฟางว่าเป็เด็กหัวกึ่งโบราณแล้วนะ ยังไม่เห็นด้วยเลย” คนฟังเหยียดปาก
“โอ๊ยยย! อย่าพูดเลยค่ะ ถ้าแม่นั่นรู้ว่าแทนไทน่ะร่ำรวยล้นฟ้าแค่ไหนแถมยังหน้าตาดีชนิดสาวแย่งกันจีบคงได้ะโใส่ไม่ทันไม่อีดออดเล่นตัวหวังยกระดับค่าสินสอดหร้อก”
“คุณจะตั้งแง่กับเด็กมันไปถึงไหน น่าเกลียดจริง คุณน่ะเป็ผู้ใหญ่แล้วนะ”
“ดิฉันจะไม่สนใจนังเด็กนั่นเลยหากมันไม่ใช่ลูกของคนที่ทำให้น้องสาวฉันต้องตายอย่างน่าเวทนาผู้หญิงอะไรรู้ว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วยังจะหน้าด้านมาแย่งนิสัยมันคงเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก” วันชัยถึงกับวางปากกาเห็นทีคงไม่ได้เขียนต่อในตอนนี้
“อย่าเบี่ยงเบนประเด็นจนคนอื่นเข้าใจผิดอย่างที่คุณชอบทำนักสิ คุณก็รู้นี่ว่าเพราะอะไรเพราะพ่อแม่ของฟางเขารักกันต่างหาก เลยถูกขัดขวางโดยให้พ่อวิชาญมาแต่งงานกับน้องสาวคุณ”
“อ๋อ! นี่คุณจะโทษน้องฉันว่าไม่ดูตาม้าตาเรือ ริอาจมาแต่งงานกับคนที่เขามีคนรักอยู่แล้ว”
“ผมไม่เคยพูดอย่างนั้นสักหน่อย แค่อยากให้คุณพูดในสิ่งที่ถูกต้องยิ่งเื่ของยัยฟางด้วยแล้ว ผมไม่อยากให้เขาต้องมาเสียหายเพียงเพราะคุณป้ายสีเด็กมันไม่รู้เื่อะไรด้วย”
“แหม! ปกป้องกันเหลือเกินนะ หลานแท้ๆของตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ไปญาติดีกับมันแบบนี้สักวันเถ๊อะคงได้เสื่อมเสียทั้งตระกูล”นรีหยุดปากชั่วครู่ด้วยความโกรธทำเหตุให้เหนื่อยจัด แต่กระนั้นก็ยังมิวายขยับต่อ “เชิญคุณพี่ยกดิฉันอยู่ฝั่งนางร้ายให้พอใจเถอะค่ะเพราะยังไงซะดิฉันก็ไม่เห็นแม่เด็กนั่นเป็คนดีไปได้แล้วที่สำคัญจะไม่ยอมยกแทนไทให้มันเด็ดขาดหากเขาต้องเกี่ยวดองด้วยนั่นหมายถึงต้องกับยัยอันเท่านั้นแล้วถ้าแม่เด็กนั่นหน้าด้านเหมือนแม่ของมันคิดจะแย่งแทนไทไปจนได้ละก็คุณพี่อย่ามาหาว่าดิฉันใจร้ายไม่ได้นะคะ”พูดจบคนที่ค้านชนิดสุดตัวก็สะบัดหน้าพรืด ลงเท้าปึงปึงออกจากห้องไปทิ้งให้คนข้างหลังถอนใจระอา
ไม่รู้นายแทนไทไปเป็ลูกชายของคุณเธอั้แ่เมื่อไหร่ถึงได้ทำท่าว่ามีสิทธิ์ในตัวเขาเสียเต็มประดา
“ต๊ายตาย! นี่เป็ความจริงหรือคะคุณพี่” อุษาตาหูเหลือกกับข่าวที่คนเป็พี่เอามาระบายให้ฟังมันทำให้นรีต้องลากแม่ปากลำโพงแตกไปคุยกันเป็การส่วนตัว
“มันคงยิ่งกว่าจริงอีก เจ็บใจคุณพี่นักเชียว หนอยยย เผลอเป็ไม่ได้”
“เราคงต้องปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไปเฉยๆ แล้วมั้งคะคุณพี่ ก็คุณพี่วันชัยออกโรงเองอย่างนี้ใครหน้าไหนจะค้านไหว”
“ไหวไม่ไหวก็ต้องทำให้ถึงที่สุด นังเด็กนั่นมันแค่กาฝาก ทำไมต้องได้ดีไปกว่าคนของเราด้วย”
“จริงค่ะ คุณพี่พูดได้ถูกต้องที่สุดว่าแต่..หนุ่มคนนั้นน่ะคุณพี่แน่ใจหรือคะว่าเหมาะกับยัยอันอันที่จริงน้องว่าหลานก็ยังเด็กอยู่นะคะ..” นรีปรายตาขวางใส่คนเป็น้องที่กำลังเผยแววตาเ้าเล่ห์วิบวับเพราะแค่นั้นเธอก็มองเห็นทะลุไปถึงตับไตไส้พุงยันก้นกบกันเลยทีเดียว
“..ไม่คิดว่าจา..”
“ถ้ายัยอันเด็ก เธอก็แก่เกินแกงแล้วล่ะอะไร๊อายุจนปานนี้ยังฝันอยากแต่งงานอยู่อีก หัดปลงๆ ชีวิตซะบ้างแล้วหลีกทางให้หลานจะดีกว่าย่ะ”คนถูกเหน็บค้อนขวับ
แม้เธอจะเป็พี่น้องคนกลางในบรรดาลูกสาวสามใบเถ้าของบุพการีคือ นรี พี่สาวคนโต ตัวเธอเอง และโสภา น้องสาวคนเล็ก..ผู้ให้กำเนิด ‘เป็หนึ่ง วรากรณ์’แต่มีอันต้องลาจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร
ทั้งพี่ทั้งน้องต่างพากันออกเรือนไปหมดยกเว้นเธอคิดแล้วมันน่าเจ็บใจเสียนี่กระไร..ฉะนั้นสาวเฉียดเลขสี่อย่างเธอจึงยังไม่ละความพยายาม ก็เ้าหล่อนยังรักษารูปร่างและดูแลผิวพรรณได้สะพรั่งมิแผกจากสาวเลขสองปลายๆนี่นา
เื่อะไรจะให้อายุเป็อุปสรรค
“เดี๋ยวนี้เขาไม่ถือกันหรอกค่ะว่าฝ่ายไหนจะอายุมากกว่า ขอให้รักและเข้าใจกันก็พอ”
“ย่ะ!งั้นลองไปถามฝ่ายชายดูก่อนไหมว่าเขาถือหรือเปล่า เพราะถ้าแค่ประเด็นแรกไม่ผ่านประเด็นหลังก็อย่าหวังเลย” อุษาทิ้งลมลงจมูกฟึดฟัดอย่างคนถูกขัดใจ
“เอาเถอะค่ะ ถือซะว่าเห็นแก่หลาน สวยๆ อย่างน้องยังมีผู้ชายดีๆ ให้เลือกอีกถมไม่เห็นต้องง้อพ่อไก่อ่อนนั่นเลย” อุษาทำคุยสำทับให้นรีต้องส่ายหน้าระอาทว่า..ใบหน้าอวบอิ่มที่เต็มใบด้วยเครื่องสำอางหนาจัดยังมิทันได้ส่ายไปมาเป็พัดลมพลันได้หยุดกะทันหันเสียก่อน
“ตาหนึ่ง”หลานรักเพียงคนเดียวกำลังเคลื่อนตัวผ่านประตูที่กรุด้วยกระจกครึ่งบาน นรีรีบผละไปอย่างรวดเร็ว
“เอ้า! คุณพี่รอน้องด้วยสิคะ”
นรีเดินปราดมาดักหน้าหลานชายสุดที่รักและนั่นก็ทำให้เป็หนึ่งแทบสะดุดขาตัวเอง
“คุณป้า!” เขาหัวเราะแห้งๆเพราะหวิดทำญาติผู้ใหญ่หกล้มหากเขายั้งไว้ไม่ทัน
“โผล่มาแบบนี้ผมใจหายหมดนะครับ” นรีเกือบจะค้อนส่งใช้คำว่า โผล่ ฟังดูพิลึก
“อย่าเพิ่งไปได้ไหมทำงานน่ะ มาคุยกับป้าก่อน”
“ครับ” เขารับคำแบบงงๆพร้อมทั้งปล่อยให้อีกฝ่ายลากตัวเองไปอย่างว่าง่าย
นรีจูงมือหลานชายผ่านหน้าอุษาที่วิ่งตามมาสมทบอย่างไม่มีหลบก็งานนี้ใครอย่าได้ขวาง..เครื่องร้อนจัดจนห้ามไม่อยู่ นรีได้แต่คิดในใจแต่อุษาก็รู้ดีรีบยั้งตัวเองไว้ทัน ปล่อยให้คนทั้งคู่ผ่านหน้าไปโดยไม่ท้วงติงรอจนล่วงไปหลายก้าวจึงค่อยเดินตาม
ในห้องโฮมเทียเตอร์ชั้นบนซึ่งมีไว้สำหรับให้ความบันเทิงเฉพาะคนในครอบครัว...จึงเหมาะที่สุดนรีเหลือบซ้ายแลขวาก่อนปิดประตู กระนั้นอุษาก็ยังทันได้เข้ามารวมอยู่ในห้องด้วย
“มีอะไรเป็ความลับนักหนาหรือครับคุณป้า”เป็หนึ่งทักเอาจากท่าทีลับๆ ล่อๆ ที่เห็น
“ไม่ลับ แต่ไม่อยากให้ลุงเราได้ยิน”
“จะเซอร์ไพร์สวันเกิดคุณลุงหรือครับ แต่เอ..อีกตั้งหลายเดือน” นรีโบกมือว่อน
“เื่นั้นไม่อยู่ในความคิดป้าหลายปีละ”
อ้าว! เป็งั้นไป
“เื่นี้สำคัญและเผ็ดร้อนยิ่งกว่านั้นหลายเท่าลูก”อุษารีบเสริมทันทีที่ได้โอกาส
“ก็ลุงเราน่ะไม่รู้เกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมา จะให้ยัยเด็กฟางหมั้นกับนายแทนไททายาทคนเดียวของบ้านพนาสาร” เพียงแค่ได้ฟังก็สามารถจุดประกายวาวโรจน์ในดวงตาของชายหนุ่มขึ้นมาทันที
“ผมทราบแล้วครับ”
“อะไรนะ! รู้แล้วเรอะ”คนเป็ป้าแทบจะประสานเสียงพร้อมกันชายหนุ่มหรี่ตาขวางมองทะลุอากาศตรงหน้าคล้ายตั้งใจจะให้ไปถึงเ้าของชื่อผู้เอ่ยนามเมื่อครู่
“ผมไม่มีวันให้เกิดขึ้นแน่”
“ต้องอย่างนี้สิหลานรักของป้า” นรีทอดน้ำเสียงภูมิใจ ยกสองมือขึ้นประคองโครงหน้าคนเป็หลาน“จำไว้นะลูก ยัยเด็กนั่นไม่สมควรได้รับสิ่งดีๆ ในชีวิตไม่สมควรจะได้อะไรที่เหมือนข้ามหน้าข้ามตาพวกเรา”คนฟังย่นคิ้ว เขาเข้าใจความหมายที่คุณป้าพูดเป็อย่างดีเพราะั้แ่เด็กคุณป้าคอยกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..ว่าอย่าได้ยอมรับและญาติดีกับผู้หญิงที่ชื่อกองฟาง กุลมาศ เป็อันขาดเพราะแม่ของเธอทำให้แม่ของเขาต้องตายอย่างทุกข์ทรมานใจแสนสาหัส
มิใช่ฝ่ายคุณป้าเท่านั้นที่คอยยัดเยียดความเกลียดชังในตัวหญิงสาวให้เขาฟังฝ่ายคุณลุงก็เช่นกัน
แต่ทุกอย่างทุกถ้อยคำกลับตรงกันข้าม
“ฟางเขาเป็เด็กดี แม่เขาก็เหมือนกัน จำไว้นะหนึ่งเราต้องรักและดูแลฟางให้ดี ให้เหมือนเขาเป็น้องสาวคนหนึ่งของเรา ทำได้ไหม”
“แต่คุณป้าบอกว่า..”
“แล้วเราไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอลูก เราเป็ลูกผู้ชายอกสามศอกแท้ๆแต่ฟางเขาเป็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะไปรังแกรังเกียจเขาอย่างนั้นได้ยังไง”
“ครับ งั้นผมจะเฉยๆ กับเขาก็แล้วกัน ไม่รัก ไม่เกลียด ได้ไหมครับผมจะได้ไม่ผิดคำพูดกับทั้งคุณลุงและคุณป้า”
นั่นคือสิ่งที่ให้เขาได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับญาติผู้ใหญ่ทั้งสองอันเป็ที่รักยิ่งซึ่งมีความคิดสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
“ผมไม่เห็นด้วยกับเื่นี้อยู่แล้วครับคุณป้ายังไงก็จะขัดขวางให้ถึงที่สุด” คนรับคำขืนตัวเองไว้มั่นเพราะเหล่าป้าๆเข้ามารุมกอดจนแทบหายใจไม่ออกแต่เหตุผลที่เขาต้องทำอย่างนั้นมิใช่เหตุผลเดียวกันกับที่คนเป็ป้าให้ไว้
ไม่ใช่เพราะ..เขาไม่อยากให้เธอได้ดีไปกว่าใคร
ไม่ใช่เพราะ..เขาไม่อยากให้เธอก้าวล้ำข้ามหน้าข้ามตาใคร
ไม่ใช่เพราะ เขาเกลียดเธอ
“พี่ไม่รู้จักเขาสักหน่อย” อารยาแย้งเสียงหลงเมื่อกองฟางเปรยขึ้นในทำนองว่าเธอรู้จักกับคนที่คุณลุงวางตัวไว้ให้เป็อย่างดีพาให้สองเท้าที่กำลังก้าวเอื่อยๆ เข้าบ้านหลังจากทำบุญใส่บาตรเสร็จเรียบร้อยต้องหยุดลง
“อ้าว! ก็เมื่อกี้พี่ยังบอกว่าเขาโอเคอยู่เลยนี่คะ”
“ที่ว่าอย่างนั้นก็เพราะเขาเป็คนที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ ใครๆก็บอกว่าเขาทั้งเก่งทั้งฉลาด แถมยังหน้าตาดีพี่เจอเขาในระยะสองสามเมตรแค่ไม่กี่หนตอนไปสนามกอล์ฟกับคุณลุงนอกนั้นน่ะฟังคนอื่นมา”แม้ที่ผ่านมานรีพยายามให้อารยาเรียกวันชัยว่า ‘พ่อ’ แต่เธอก็รั้นจะเรียกคุณลุง ด้วยอ้างว่าเคยปาก กอปรกับคนถูกเรียกมิได้ถือสาอะไรทุกอย่างจึงลงตัว
กองฟางเริ่มทำหน้าเสียเธอหวังได้ข้อมูลแบบเจาะลึกจากคนใกล้ตัวกลับต้องคว้าน้ำเหลวเสียนี่
“งั้นที่ว่าโอเค มันยังไงคะ”
“โดยภาพรวมไง” อารยาสรุปสั้นแต่ไม่ได้ใจความเลยสักนิดในความคิดของกองฟาง การ ‘หมั้น’กับใครสักคนที่ถือว่าอาจเป็ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้หญิงผลลัพธ์แค่ ‘ภาพรวมโอเค’ จะใช้ได้หรือ
อารยาอมยิ้มคล้ายอ่านความรู้สึกอีกฝ่ายออก
“เขาอาจไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์และเธอก็ไม่ต้องไปเฟ้นหาหรอกนะไอ้คนประเภทนั้นน่ะ เพราะคนดีๆ มันมีแต่ในนิยายและถึงจะมีจริงก็ตายไปพร้อมกับไดโนเสาร์หมดแล้วคนดีเกินร้อยน่ะอยู่ในสังคมนี้ไม่ได้หรอก โดยเฉพาะวงสังคมปัจจุบัน” คนฟังถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ คล้ายเส้นทางทำกำไรในยุคปัจจุบันมันเป็สมรภูมิรบของคนชั่วอย่างไรอย่างนั้น
“เพราะเราต้องรู้เท่าทันคู่แข่งเกมการตลาดมันไม่ได้สวยหรูปูด้วยกลีบกุหลาบนี่จ๊ะหากคิดช้าหรือคิดไม่ทันอาจโดนคู่แข่งซิวเอาง่ายๆ”
“หมายความว่าคนทำธุรกิจก็มีแต่พวกนิสัยไม่ดีงั้นสิคะ” อารยาย่นคิ้ว ส่ายหน้า
“เธอนี่อ่อนหัดจริงๆ คนเราต้องมีทั้งแง่ดีและแง่ร้ายควบคู่ไปด้วยกันเสมอแง่ดีมีไว้ควบคุมแง่ร้าย ส่วนแง่ร้ายมีไว้ผลิตแซรุ่มป้องกันภัย”
“ยังไงคะ?”อารยาหันมาแจกยิ้มเ้าเล่ห์เมื่อได้ยินเสียงซื่อๆ ย้อนถาม
“หากเธอจะจับโจรสักราย เธอก็ต้องคิดแบบโจร จะได้ดักทางถูก”
“แล้ว..โจร..มันคิดยังไงล่ะคะ?”
“เอ้า!”คนแกล้งเซ่อเสียเต็มประดาหลุดหัวเราะออกมาทันทีอารยาจึงได้รู้ตัวว่าหลงกลอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว..เ้าหล่อนหาได้ไม่รู้ความซะเมื่อไหร่
เธอตีมือคนเ้าเล่ห์กว่าดังเพี๊ยะ
“โทษฐานรู้แล้วทำโง่ให้เราเมื่อยปากเล่น” กองฟางห่อปากพร้อมชักมือข้างนั้นมาถูไถให้คลายเจ็บ
เอาจริงเหมือนกันนะเนี่ย
แล้วคนที่ทำท่าว่าจะฉุนอยู่หยกๆกลับเลิกคิ้วเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ “ว่าแต่..จะยืมชุดเดินชายหาดพี่ไม่ใช่เหรอไปเลือกดูสิเยอะแยะเลย” กองฟางยิ้มแห้งๆ ส่ายหน้า
“เปลี่ยนแผนนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“เปลี่ยนแผน?”
“ที่พักฟรีริมทะเลไม่ว่างแต่ไปว่างเอาโน้นรีสอร์ตตากอากาศบนเขาที่เชียงใหม่”คำบอกเล่าทำให้อารยานึกภาพตามบรรยากาศของธรรมชาติเขียวขจีส่งผลให้เคลิบเคลิ้มฝันหวาน
“โรแมนติกชะมัด” กองฟางกระซิบชวนคนกำลังสร้างวิมานกลางอากาศ
“ตามไปเที่ยวสิคะ”
“จริงด้วย”
นั่นยุขึ้น
“ไม่ได้ละ พี่ต้องไปเตรียมตัวบ้าง ตกลงเธอไม่ยืมอะไรพี่แล้วใช่ไหม”
“ไม่ละค่ะ เชียงใหม่หน้านี้อากาศคงกำลังดี”
“จะไปไหนกัน” เสียงห้าวทุ้มดังแทรกทำสองสาวหันขวับสาวคนหนึ่งยิ้มแฉล้มรับผู้มาใหม่ ส่วนอีกคนเผยหน้าบูดสนิท
“ไปเที่ยวเชียงใหม่กันไหมหนึ่ง” กองฟางรีบดึงแขนอารยามากระซิบอีก
“อย่าเลยค่ะพี่อัน”แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายกระซิบตอบมาว่า “เอาน่าไปกันหลายคน สนุกดีออก” แล้วหันกลับไปทำหน้าเบิกบานดังเดิม
“พอดียัยฟางกับก๊วนเพื่อนของเขาจะไปเที่ยวเชียงใหม่กันแต่เราแยกไปต่างหากดีกว่า แล้วค่อยนัดเจอกันอีกที”เป็หนึ่งมองสลับไปมาระหว่างหญิงสาวทั้งสอง ก่อนพูดเสียงเรียบๆ
“ขอดูก่อน”
“ดูอะไรนายหนึ่ง เขาจะไปกันมะรืนนี้แล้ว นะ นะ อันอยากไป ไปด้วยกันนะ”คนเซ้าซี้พลันมุ่ยหน้าเมื่อบางอย่างทำขัดตา
“ตื่นสายหรือไงเนี่ย ถึงได้ผูกไทโย้เย้แบบนี้ มา หันหน้ามาดีๆ” ว่าแล้วเ้าหล่อนก็จัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องให้ชายหนุ่มอย่างประณีตและเบามือที่สุด
“เอาล่ะ..หล่อละ ไปทำงานได้จ๊ะ แล้วอย่าลืมนัดของเรานะ” เป็หนึ่งได้แต่อ้าปากค้าง นี่เขาเผลอตกลงรับปากเ้าหล่อนั้แ่เมื่อไหร่ส่วนอีกคนก็อึ้งไปไม่น้อยเมื่ออารยาดันหลังลุนๆ ให้ตามคนตัวโตไป
“รีบกลับบ้านไปจัดกระเป๋าได้แล้วจ้ะน้องรัก ฝากส่งฟางด้วยนะหนึ่ง”
นั่นปะไร!