ตอนที่16 : ประตูที่ปิดกับมือที่ยังไม่ถอย
แสงแดดยามสายทอดผ่านหมอกบางเหนือคันนาเมื่อหลินซูเหยาเดินมาถึงที่ทำการหน่วยผลิต
ในมือของเธอมีกระดาษสองแผ่น
ข้อความบนทั้งสองแผ่นเหมือนกันทุกตัวอักษรเป็คำขอตรวจบัญชีเบิกอิฐ บัญชีหักคะแนนแรงงานและบัญชีซ่อมสะพานในปีที่บ้านอิฐของครอบครัวสร้างขึ้น
เมื่อคืนยายโจวให้คำบอกเล่า
เช้าวันนี้เธอต้องทำให้คำบอกเล่านั้นมีที่ยืน
แต่ประตูห้องเก็บบัญชีกลับถูกคล้องโซ่ไว้แน่น
แม่กุญแจเหล็กยังใหม่จนแทบไม่มีฝุ่นเกาะต่างจากบานประตูไม้ซึ่งซีดกร่อนเพราะผ่านลมฝนมาหลายปี
หลินซูเหยามองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันไปถามชายซึ่งกำลังกวาดลาน
“ปกติห้องนี้ปิดไว้หรือคะ”
ชายคนนั้นชะงักมือแล้วรีบก้มหน้ากวาดใบไม้ต่อ
“ไม่รู้”
คำตอบสั้นเกินไปและเสียงโซ่เสียดสีกับบานประตูก็ดังชัดเกินกว่าจะทำเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
หลินซูเหยาไม่ได้ถามซ้ำ
เธอเดินไปยังห้องทำงานด้านหน้า
หัวหน้าหน่วยผลิตกำลังนั่งเปิดสมุดรายชื่อคนงานเมื่อเห็นเธอ สีหน้าของเขาก็หนักขึ้นเล็กน้อย
“เื่เมื่อวานยังไม่จบอีกหรือ”
“ยังไม่จบค่ะ”
หลินซูเหยาวางกระดาษแผ่นแรกลงบนโต๊ะ
“ฉันขอตรวจบัญชีสามชุดนี้ต่อหน้ากรรมการหน่วยผลิตหากข้อมูลไม่ตรงกับคำให้การของยายโจว ฉันจะไม่ใช้คำพูดของยายเป็หลักฐาน”
หัวหน้าหน่วยไม่ได้หยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน
“บัญชีเก่าเก็บรวมกันหลายปีจะให้รื้อออกมาเพราะคำพูดของคนแก่เพียงคนเดียวไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นช่วยลงชื่อรับรองได้ไหมคะว่าหน่วยผลิตไม่อนุญาตให้ฉันตรวจ”
ปลายดินสอในมือชายวัยกลางคนหยุดนิ่ง
เขาเงยหน้าขึ้นทันที
“เธอหมายความว่าอย่างไร”
“ไม่ได้หมายความอย่างอื่นค่ะ”
หลินซูเหยาหยิบกระดาษแผ่นที่สองออกมาวางขนานกับแผ่นแรกอย่างเป็ระเบียบ
“ฉันเขียนมาสองฉบับฉบับหนึ่งฝากไว้ที่นี่ อีกฉบับขอให้ลงวันที่รับเื่คืนให้ฉัน ถ้าเปิดบัญชีได้ฉันก็รอตามวันที่กำหนด หากเปิดไม่ได้อย่างน้อยทุกคนจะได้รู้ว่าฉันเคยมาขอตรวจแล้ว”
เธอไม่ได้ขึ้นเสียง
แต่ประโยคสุดท้ายทำให้คนที่กำลังกวาดลานด้านนอกชะลอไม้กวาดลงโดยไม่รู้ตัว
การปฏิเสธด้วยปากสามารถลืมได้
การปฏิเสธบนกระดาษจะอยู่ต่อ
หัวหน้าหน่วยผลิตจ้องกระดาษสองแผ่นอยู่นาน
“เด็กอย่างเธอไปเรียนวิธีเขียนคำร้องแบบนี้จากที่ไหน”
“พ่อเคยสอนให้ฉันอ่านเขียนค่ะ”
คำตอบนี้เป็ความจริงครึ่งหนึ่ง
อีกครึ่งหนึ่งมาจากชีวิตซึ่งเธอเคยนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมอ่านรายงานนับร้อยหน้า และรู้ดีว่าคนจำนวนมากไม่ได้กลัวคำถาม
พวกเขากลัวคำถามที่มีวันที่มีชื่อ และมีหลักฐานว่าเคยถูกถาม
เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นตรงประตู
หลินต้าจวงเดินเข้ามา
หวังชุนฮวาตามมาด้านหลังสีหน้าของทั้งคู่บอกชัดว่าข่าวการมาเยือนก่อนรุ่งสางของยายโจวเดินทางเร็วกว่าหญิงชราซึ่งใช้ไม้เท้าเสียอีก
“เื่ของญาติพี่น้องกลับต้องรื้อบัญชีของส่วนรวมให้วุ่นวายหรือ”
หลินต้าจวงปรายตามองกระดาษบนโต๊ะก่อนหันไปหาหัวหน้าหน่วยผลิต
“บัญชีพวกนั้นเก่าและชื้นหลายเล่มตัวหนังสือเลือนไปหมดแล้ว เปิดออกมาก็เสียเวลา”
“ลุงรู้ได้อย่างไรว่าตัวหนังสือเลือนคะ”
คำถามเดียวทำให้เขาหันกลับมามองเธอ
หลินซูเหยาสบตาโดยไม่หลบ
“ในเมื่อห้องถูกล็อกและหัวหน้าหน่วยยังไม่ได้เปิดดู”
บรรยากาศในห้องเงียบลง
หลินต้าจวงยิ้มบางทว่าดวงตาไม่มีความอ่อนโยน
“ฉันดูแลสมุดคะแนนแรงงานมาหลายปีย่อมรู้ว่าสิ่งใดเก็บอยู่ที่ไหน”
“อย่างนั้นยิ่งดีค่ะ”
“ลุงจะได้ช่วยหาบัญชีสามเล่มนี้เร็วขึ้น”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้าง
หวังชุนฮวารีบพูดแทรก
“ซูเหยาผู้ใหญ่ยอมให้เธอพูดมากสองสามครั้ง อย่าคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้บ้านนั้นพวกเราดูแลมาตั้งสามปี ค่าใช้จ่ายก็ออกให้ตั้งเท่าไร”
“ถ้ามีค่าใช้จ่ายจริงป้าก็นำวันที่กับรายการมายืนยันได้ค่ะ”
หลินซูเหยาหันกลับไปทางหัวหน้าหน่วยผลิต
“วันนี้ฉันไม่ได้มาขอบ้านฉันมาขอให้รับคำร้อง”
ด้านนอกเริ่มมีคนชะลอฝีเท้า
ไม่มีใครก้าวเข้ามาในห้องแต่เงาหลายเงาปรากฏอยู่ตรงหน้าต่าง
หลินต้าจวงเห็นเช่นกัน
น้ำเสียงของเขาจึงเบาลง
“กลับไปเสียเื่นี้ค่อยคุยกันในครอบครัว”
“สามปีก่อนยายโจวเคยมาพูดแล้วค่ะ”
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากหน้าประตู
หญิงชราใช้ไม้เท้าพยุงตัวเข้ามาช้าๆ
วันนี้เธอไม่ได้มาในความมืดและไม่ได้หันมองซ้ายขวาก่อนก้าวพ้นธรณีประตู
“ตอนนั้นพวกคุณบอกว่าเป็เื่ในครอบครัว”
ยายโจวหยุดยืนข้างหลินซูเหยา
“สามปีผ่านไปเด็กคนหนึ่งเกือบตายในกระท่อม บ้านของพ่อแม่เธอกลายเป็ของคนอื่นแล้วก็ยังจะให้กลับไปคุยกันในครอบครัวอีกหรือ”
คนตรงหน้าต่างเริ่มกระซิบกัน
หัวหน้าหน่วยผลิตขมวดคิ้ว
“ป้าโจวอย่าทำให้เื่ยุ่ง”
“ฉันไม่ได้มาทำให้ยุ่ง”
หญิงชราวางฝ่ามือเหี่ยวย่นลงบนกระดาษคำร้อง
“ฉันมาเป็พยานว่าเด็กคนนี้ยื่นกระดาษให้คุณแล้ว”
มือของหัวหน้าหน่วยผลิตกำดินสอแน่นขึ้น
หลินซูเหยาไม่ได้เร่ง
เธอยืนรออย่างสงบ
ประตูห้องบัญชียังปิดอยู่แต่คนที่อยู่ในห้องทำงานกลับรู้สึกเหมือนตนเองเป็ฝ่ายไม่มีทางออก
เสียงเครื่องยนต์ดังมาจากถนนหน้าอาคาร
รถทหารคันหนึ่งหยุดชั่วคราวเพื่อให้คนลงตรวจใบส่งเสบียงทหารสองนายเดินไปยังคลังเก็บธัญพืชส่วนชายร่างสูงในเครื่องแบบสีเขียวก้าวลงจากที่นั่งด้านหน้า
ลู่ชิงเหอไม่ได้ตรงเข้ามาในห้องทันที
เขาหยุดคุยกับเ้าหน้าที่คลังครู่หนึ่งก่อนสายตาจะกวาดผ่านกลุ่มคนตรงหน้าต่าง
หัวหน้าหน่วยผลิตรีบลุกขึ้น
“ผู้พันลู่”
ชายหนุ่มพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
“มีเื่อะไร”
“เื่ในครอบครัวครับไม่มีอะไรสำคัญ”
หลินซูเหยาไม่ได้หันไปขอความช่วยเหลือ
เธอเพียงเลื่อนกระดาษคำร้องไปข้างหน้าอีกครึ่งฝ่ามือ
ลู่ชิงเหอมองกระดาษจากนั้นมองแม่กุญแจใหม่ตรงห้องเก็บบัญชี
เขาไม่ถามว่าบ้านควรเป็ของใคร
ไม่ถามว่าหลินต้าจวงโกหกหรือไม่
เขากล่าวเพียงว่า
“เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องก็รับเื่ไว้ตามระเบียบ”
หัวหน้าหน่วยผลิตรีบอธิบาย
“แต่บัญชีเก่าต้องใช้เวลาค้นครับ”
“อย่างนั้นก็กำหนดวันให้ชัด”
น้ำเสียงของลู่ชิงเหอราบเรียบ
“คนร้องจะได้ไม่ต้องมารอหน้าประตูทุกวันและคนถูกกล่าวหาจะได้มีโอกาสนำหลักฐานของตนมาแสดงเช่นกัน”
ประโยคนี้ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด
แต่ทำให้คำว่าเื่ในครอบครัวใช้ปิดประตูไม่ได้อีก
หัวหน้าหน่วยผลิตนั่งลงช้าๆ
เขาหยิบตราประทับออกจากลิ้นชักจุ่มหมึก แล้วกดลงบนกระดาษทั้งสองแผ่น
“อีกสองวัน”
เขาเขียนวันที่ใต้รอยประทับ
“เปิดบัญชีต่อหน้ากรรมการหน่วยผลิตตัวแทนจากคอมมูน และคู่กรณีทั้งสองฝ่าย”
หลินซูเหยารับกระดาษฉบับของตนกลับมาตรวจวันที่กับตราประทับอย่างละเอียด ก่อนพับเก็บไว้ในเสื้อ
“ขอบคุณค่ะ”
หลินต้าจวงมองตราสีแดงบนกระดาษสีหน้ามืดลงทีละน้อย
“บัญชีเก่าจะพิสูจน์อะไรได้”
“ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ลุงก็ไม่มีอะไรต้องกังวลค่ะ”
หลินซูเหยาตอบ
“แต่ถ้าพิสูจน์ได้คนที่ควรกังวลย่อมไม่ใช่ฉัน”
เธอประคองยายโจวเดินออกจากห้อง
เมื่อผ่านลู่ชิงเหอเด็กสาวหยุดเล็กน้อย
“ขอบคุณที่ทำให้พวกเขารับกระดาษค่ะ”
“ผมไม่ได้ทำให้พวกเขารับ”
ชายหนุ่มมองฉบับคำร้องในมือเธอ
“คุณเตรียมทางไว้จนพวกเขาปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว”
หลินซูเหยานิ่งไปครู่หนึ่ง
นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนมองเห็นว่าสิ่งที่เธอ้าไม่ใช่ผู้ช่วยตัดสินแทน
เธอ้าเพียงประตูที่เปิดตามกติกา
ลู่ชิงเหอกล่าวต่อ
“ผมแค่บอกให้คนในห้องหยุดแกล้งทำเป็มองไม่เห็นประตูบานนั้น”
ริมฝีปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย
“แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ”
รถทหารออกจากที่ทำการหน่วยผลิตในเวลาต่อมา
หลินซูเหยายืนมองฝุ่นบนถนนจางลงก่อนก้มมองตราประทับสีแดงบนกระดาษอีกครั้ง
บ้านยังไม่ได้คืน
บัญชียังไม่ถูกเปิด
แต่ครั้งนี้เมื่อประตูถูกปิดใส่หน้าเธอ เธอไม่ได้กลับกระท่อมไปมือเปล่า
อีกสองวันประตูบานนั้นต้องเปิดต่อหน้าทุกคน
***แจ้งจากผู้เขียน
ตอนที่ 1–2 ได้รับการรีไรต์และอัปเดตเป็ฉบับล่าสุดแล้วค่ะ โดยปรับจังหวะเปิดเื่ อารมณ์ของตัวละคร และรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับโครงเื่ปัจจุบันให้ชัดเจนขึ้น
ผู้อ่านที่เคยอ่านแล้วสามารถอ่านต่อได้ตามปกติ หรือย้อนกลับไปอ่านฉบับใหม่เมื่อสะดวก เพื่อเก็บรายละเอียดและอรรถรสของเื่ได้เต็มยิ่งขึ้นค่ะ