“ท่านแม่ทัพ”
ทันทีที่เห็นแม่ทัพอย่างจงกลับออกมาจากท้องพระโรงหลังจากที่ไปรายงานสถานการณ์แนวชายแดนแล้ว รองแม่ทัพเฉิงอี้ก็ประสานมือไว้ด้านหน้าแล้วโค้งคำนับแล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำว่า
“เกวียนเสบียงและเกวียนสรรพาวุธพร้อมแล้ว”
“อืม ครั้งนี้ต้องเตรียมของพวกนี้ไปเยอะหน่อย เพราะข่าวการหมั้นหมายขององค์หญิงปิงหลินกับอ้ายฉีไม่สู้ดีนักเพราะฮ่องเต้ยังไม่ทรงสินพระทัยให้คำตอบที่แน่ชัด เกรงว่าหากองค์ฮ่องเต้ทรงปฏิเสธการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี พวกเราอาจจะต้องทำาใหญ่”
แม่ทัพอย่างจงสีหน้าเคร่งเครียด เขารักษาชายแดนมานานจึงรู้ว่าฝีมือการสู้รบของแคว้นอ้ายฉีนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าแคว้นฉู่เลย หากต่อสู้กันจริงกองทัพของเขาที่รักษาการเขตชายแดนที่ติดกับแคว้นอ้ายฉีต้องเตรียมรับมืออย่างหนักหน่วง
“หวังว่าฮ่องเต้จะไม่ทรงตามใจองค์หญิงมากเกินไป ให้เห็นแก่ไพร่ประชาชน อย่าให้มีาเกิดขึ้นเลย”
เฉิงอี้เอ่ยเบา ๆ
“เื่นั้น พวกเราไม่อาจคาดเดาใจของฮ่องเต้ได้ พวกเราเป็ทหารก็รักษาชายแดนปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มที่เถอะ”
แม่ทัพอย่างจงตบบ่ารองแม่ทัพคู่ใจแล้วเดินนำไปยังประตูหลังท้ายวัง จากนั้นก็ตวัดร่างขึ้นอาชาอย่างว่องไว ควบนำขบวนกลับสู่ค่ายทหาร
……………………………………...
ชิงชิงเมื่อได้ป้ายหยกสัญลักษณ์ขององค์หญิงแห่งแคว้นฉู่แล้วก็รีบวิ่งมายังประตูท้ายวัง เห็นขบวนเกวียนพ่อค้ากำลังจะเคลื่อนออกไปจึงรีบะโว่า
“เดี๋ยวก่อนท่าน รอข้าก่อน”
“อ้าวแม่นางข้านึกว่าเ้าจะไม่ไปกับพวกข้าแล้ว พวกข้ารอตั้งนานแล้วนะ”
พ่อค้าคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ขออภัย ข้าลืมของจึงวิ่งกลับเข้าไปเอา”
ชิงชิงกระห่อผ้าไว้แน่น มองซ้ายขาวอย่างหวาดระแวง อีกทั้งยังสอดส่ายสายตามองหาองค์หญิงของตน
“งั้นรีบขึ้นมาเถอะ หากขืนชักช้า ฟ้าจะมืดกลางป่า เดี๋ยวจะลำบากกันหมด”
พ่อค้าเร่งนาง
“ได้ ๆ”
ชิงชิงจึงก้าวขึ้นเกวียนไปกับพ่อค้าด้วยความรีบร้อน องค์หญิงคงจะหลบอยู่ในเกวียนลำไหนสักลำถึงที่พักแล้วนางจึงค่อยออกตามหาแล้วกัน เพราะตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ออกจากวังหลวงให้เร็วที่สุด!
.....................................จบตอน...............................................