ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 46 ศัตรูใหม่ หนี้เก่า

            เฉินเซี่ยงเพิ่งบรรลุระดับ 7 ขอบเขตนักสู้และตอนนี้เขากำลังพยายามทำให้ระดับใหม่เสถียร นี่จะทำให้เขาใช้ออกด้วย ‘ทักษะปีศาจกลืนกิน’ ได้อย่างราบรื่นในอนาคต

             

            ช่วงบ่ายวันถัดมา เฉินเซี่ยงออกจากป่าและกลับคืนสู่เมืองโหวหวางเขาอยากรู้ว่าการค้าขายของตึกราชาเม็ดยาเป็นอย่างไรบ้าง

             

            ขณะที่เฉินเซี่ยงกำลังเดินอยู่บนถนน เขามองเห็นตึกราชาเม็ดยาอยู่ห่างออกไปแต่ดูเหมือนจะกำลังยุ่งอยู่มาก นั่นทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เขาจึงรีบเดินตรงไปอย่างรวดเร็ว

             

            เมื่อมาถึงทางเข้า เขาเห็นทั่วทั้งร้านตกอยู่ในความยุ่งเหยิงเล็กน้อยเฉินหลู่ซ่งกำลังโกรธหัวฟัดหันเหวี่ยงขณะที่กำลังสั่งการคนอื่นๆ ให้ทำความสะอาด

             

            ตึกราชาเม็ดยาถูกโจมตี เฉินเซี่ยงมั่นใจเป็นอย่างมากว่ามันเป็นเช่นนั้น

             

            “ท่านปู่ ข้ากลับมาแล้ว” เฉินเซี่ยงรีบเดินเข้ามาข้างในเมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดของเฉินหลู่ซ่ง เขาขมวดคิ้วพร้อมกล่าวถาม “ท่านปู่ใครเป็นคนทำร้ายท่าน!?”

             

            เฉินเซี่ยงโกรธ เขาตัดสินใจว่า ถ้าเขาถามเอาชื่อของมันออกจากปากเฉินหลู่ซ่งได้เมื่อไหร่เขาจะตามไปแก้แค้นมันผู้นั้นทันที เขาจะทำให้มันต้องชดใช้อย่างหนักหนาสาหัสในสิ่งที่มันทำลงไป

             

            “เป็นมัน....เฉินฟู่หลง และสมาชิกกลุ่มวายุทมิฬที่ได้รับมอบหมายให้ทำลายร้านและทำร้ายคนงาน แต่ต้องขอบคุณเหมิ่งโบ๋และนักปรุงยาคนอื่นๆ ที่ยังสกัดกลั่นเม็ดยาต่อดังนั้นตอนนี้ถือว่าพวกเรายังสบายดีอยู่!”

             

            หลังจากกล่าวจบ เฉินหลู่ซ่งรีบรั้งเฉินเซี่ยงไว้ในทันที“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังจะไปที่ใด?”

             

            เมื่อเฉินเซี่ยงทราบแล้วว่ากลุ่มวายุทมิฬเป็นผู้ลงมือทำให้ความเกรี้ยวกราดเดือดพล่านอยู่ภายในใจเขา ไม่เพียงพวกมันส่งมือสังหารมาลอบสังหารเขาก่อนหน้านี้แต่ตอนนี้มันยังมาโจมตีร้านของเขา ซึ่งนี่คือหนี้เก่าที่ต้องชำระ!

             

            เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเย็นชา “ท่านปู่ให้ข้าไปเถิด ข้าต้องกำจัดพวกมัน พวก ‘กลุ่มวายุทมิฬ’ ข้าจะไปชำระความเก่าและหนี้สินใหม่ไปพร้อมๆกัน! ท่านต้องไปจากที่นี่...ไปแจ้งบิดาข้า บอกให้ท่านเตรียมตัวเริ่มสงครามกับตระกูลเหยาถ้าตระกูลเฉินของเราต้องการที่ยืนในเมืองโหวหวางแห่งนี้ พวกเราต้องทำให้ตระกูลเหยากลายเป็นแบบอย่างในการแสดงความน่าเกรงขามของเราต่อขุมกำลังทั้งหมด”

             

            “เจ้าจะไปคนเดียวรึ? ไม่….ข้าจะไปกับเจ้าด้วย!” เฉินหลู่ซ่งกล่าว

             

            “ไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องไป อย่างแรกให้ท่านพูดคุยกับเหมิ่งเหลาตึกรายาเม็ดยาจะยังเปิดต่อไป เวลานี้...ถ้าใครมาสร้างปัญหาให้เราพวกมันต้องถูกฆ่าอย่างไร้ปรานี!” กล่าวจบเฉินเซี่ยงก็เดินจากไป แม้ความแข็งแกร่งของเฉินหลู่ซ่งและเหมิ่งโบ๋ไม่อาจเทียบได้กับเฉินฟู่หลงแต่ถ้าพวกเขาร่วมมือกัน เฉินฟู่หลงต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงลิ่วในการจัดการกับทั้งสองแน่นอน

             

            เฉินเซี่ยงได้ยินหลายๆ สิ่งเกี่ยวกับตึกราชาเม็ดยาโดยบังเอิญหลายคนผิดหวังเป็นอย่างมาก เม็ดยาของตึกราชาเม็ดยามีราคาถูกกว่าเม็ดยาของตระกูลเหยาเมื่อตึกราชาเม็ดยาเริ่มขายเม็ดยา...มันส่งกระทบด้านลบต่อตระกูลเหยาเป็นอย่างมาก ดังนั้นตระกูลเหยาจึงต้องการข่มเหงตึกราชาเม็ดยาเพื่อให้ปิดตัวลง

             

            แม้มันจะเป็นเรื่องผิดศีลธรรมทั้งยังวิธีการที่ใช้ยังโหดร้ายอย่างมากแต่ก็ยังไม่มีใครตำหนิพวกมัน เหตุผลก็คือ ตระกูลเหยาเป็นหนึ่งในขุมอำนาจภายในเมืองโหวงหวางดังนั้นจึงไม่มีใครต้องการเป็นศัตรูกับพวกมัน

             

            “ตระกูลเหยา….รอข้าก่อนเถอะ….มาคอยดูว่าข้าจะทำลายพวกเจ้ายังไง!” ท่าทางของเฉินเซี่ยงค่อยๆกลายเป็นมืดมนพร้อมกับความเกรี้ยวกราดของเขาที่พุ่งสูงขึ้น

             

            ณ ทางเข้าคฤหาสน์กลุ่มวายุทมิฬ ผู้คุ้มกันหลายคนประจำอยู่ที่นั่นเมื่อเห็นเฉินเซี่ยงกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกมัน พวกมันรีบชักอาวุธออกมา

             

            “ถ้าพวกเจ้าไม่อยากตาย....ก็ไสหัวไปให้พ้น!” เฉินเซี่ยงยืนอย่างไร้ความรู้สึกเบื้องหน้าทางเข้าคฤหาสน์กลุ่มวายุทมิฬเขากำหมัดแน่น ปรากฏรัศมีสีครามเคลือบคลุมหมัดทั้งสองข้าง ท่ามกลางรัศมีสีคราม ปรากฏเป็นสายฟ้าแปร๊บปร๊าบส่งเสียงสะเทือนขวัญสั่นประสาท

             

            พวกมันล้วนไม่อยากตาย พวกมันถูกขู่ขวัญด้วยปราณแท้จริงที่แผ่ออกมาจากหมัดทั้งสองข้างของเฉินเซี่ยงพวกมันรู้ตัวดีว่าไม่ต่างอะไรกับมดเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ดังนั้นพวกมันจึงรีบวิ่งหนีไปในทันที

             

            ประตูทางเข้าตกอยู่ในความเงียบงัน เฉินเซี่ยงยืนอยู่เบื้องหน้ามันขณะในดวงตาทั้งสองข้าปรากฏประกายสายฟ้าพาดผ่านเขาคำรามลั่นพร้อมโคจรปราณสายฟ้าแห่งมังกรครามบนหมัดทั้งสองข้างแล้วเหวี่ยงมันออกไปหมัดทั้งสองข้างกลายเป็นมังกรยักษ์เข้าบดขยี้ประตูนั่น

             

            “ตูม ตูม ตูม”

             

            ประตูบานหนาถูกป่นเป็นผงในทันที ฝุ่นควันคลุ้งไปทั่วบริเวณส่งผลให้เหล่าผู้คุ้มกันแข็งค้างด้วยตะลึง สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พวกมันตระหนักทันทีว่าถ้าประตูนั่นเปลี่ยนเป็นร่างกายของพวกมันแทน ตัวมันคงกลายเป็นฝุ่นผงไม่ต่างกับประตูนั่นเป็นแน่

             

            “น..นะ..นี่ ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ ข้ามั่นใจว่านั่นคือรัศมีปราณ!” คนคุ้มกันผู้หนึ่งตะโกนขึ้นมาด้วยตกใจในทันทีหลังจากได้เห็นวิธีที่เฉินเซี่ยงใช้เข้าสู่คฤหาสน์

             

            ตามข่าวลือ เฉินเซี่ยงมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ6 ขอบเขตนักสู้เท่านั้น แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าเขาอยู่ในระดับ 7 เหล่าผู้คุ้มกันต่างพากันลอบถอนหายใจยาวหากพวกมันพยายามขัดขวางเฉินเซี่ยง ผลที่ได้ของพวกมันคงหลีกหนีไม่พ้นความตายอย่างแน่นอน

             

            หลังจากเข้าสู่ภายในคฤหาสน์ ทั่วทั้งร่างของเฉินเซี่ยงเคลือบคลุมไปด้วยปราณปีศาจเขาฝึกฝนทักษะ ‘สังหารใจ’ และตอนนี้เจตนาสังหารของเขากำลังเดือดขึ้น ปราณสังหารที่ทะลักออกมาก่อนหน้านี้ กดดันให้เหล่าผู้รับใช้มากมายต้องคุกเข่าลงทั่วร่างของพวกมันรู้สึกอ่อนแรง นี่คือสิ่งที่ทำให้ทักษะสังหารใจน่าเกรงขามเป็นอย่างมากแค่ปราณเพียงอย่างเดียวก็สามารถก็สามารถกดดันคนอื่นๆ ได้

             

            “ใครมาก่อปัญหาให้กลุ่มวายุทมิฬ?” เฉินเซี่ยงชะงักฝีเท้าหลังจากได้ยินเสียงตะโกน

             

            “ข้า...เฉินเซี่ยงแห่งตึกราชาเม็ดยา! ไอ้พวกลูกสมุนตระกูลเหยาวันนี้...ข้าจะทำให้แน่ใจ....ว่ากลุ่มวายุทมิฬหายไปจากเหมืองโหวหวาง!” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างหนักแน่น

             

            เฉินเซี่ยงเห็นประกายกระบี่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าคนผู้หนึ่งถือกระบี่ใบหนากระโดดพุ่งเข้ามา

             

            “ฮึ่ม!”

             

            เฉินเซี่ยงแค่นเสียงดูถูกพลางโบกสะบัดมืออย่างแผ่วเบารัศมีสีครามปริมาณมหาศาลที่แฝงไปด้วยรัศมีสายฟ้าอันบ้าคลั่งไหลทะลักออกมาจากมือข้างหนึ่งพุ่งออกไปยังชายที่กำลังกระโดดขึ้นไปในอากาศด้วยความเร็วราวกับดาวตก คนอื่นๆ ได้ยินเพียงเสียงระเบิดดังสนั่นชายคนนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสได้ร้อง...ก่อนที่ทั่วร่างของมันจะกลายเป็นละอองโลหิต

             

            อำนาจรัศมีสายฟ้าน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก!เมื่อเหล่าสมาชิกกลุ่มวายุทมิฬได้เห็นละอองโลหิตฟุ้งกระจายในอากาศพร้อมกระบี่ที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆพวกมันต่างยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน สำหรับพวกมันแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการโจมตีที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว นักสู้ของกลุ่มวายุทมิฬก็ถูกบดขยี้ กระทั่งเศษซากยังไม่เหลือให้เห็น

             

            เฉินเซี่ยงอยู่ในระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ ทักษะที่ใช้ล้วนเป็นทักษะชั้นสูงที่ได้จากการฝึกฝนทักษะศักดิ์สิทธิ์นอกจากนี้เขายังมีธาตุทั้ง 5 แห่งปราณแท้จริง!

             

            “เจ้าก้าวเข้ามาสู่กับดักของข้า….เฉินเซี่ยง! วันนี้ ข้าจะไม่ให้เจ้ามีร่างกายเหลือรอดกลับออกไปแม้แต่ชิ้นเดียวเจ้าสังหารบุตรชายข้า ข้าจะใช้หัวของเจ้าเซ่นสรวงวิญญาณบุตรชายข้าาา!” น้ำเสียงขุ่นเคืองดังตามออกมา

             

            เฉินเซี่ยงในตอนนี้ยืนอยู่กึ่งกลางสวนขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วยชายในชุดคลุมดำรอบทิศทาง ในเวลานี้ ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬปรากฏตัวขึ้นแล้วข้างกายประกอบด้วยคนในชุดหรูหราหลายคน

             

            มันค่อนข้างทำให้เฉินเซี่ยงประหลาดใจ เพราะหนึ่งในคนที่ว่านั้นคือเจ้าเมืองโหวหวางฮว๋าเกาหยุนและอีกคนคือบุตรชายของเจ้าเมือง

             

            เฉินเซี่ยงกล่าวถากถาง “งั้น...บุตรชายของเจ้าสามารถสังหารข้าได้แต่ข้าไม่สามารถสังหารมันได้รึ?มันนำสมุนมาด้วย 300 คน แต่กระนั้นยังถูกข้าสังหารพวกมันก็เป็นได้แค่กองขยะ ไม่มีผู้ใดตำหนิที่มันตาย..เว้นแต่ตัวมันเอง!”

             

            “เป็นข่าวลือที่น่ายกย่อง...นายน้อยตระกูลเฉิน เจ้าคงไม่รู้สถานการณ์ของตระกูลเจ้าในตอนนี้บิดาสวะของเจ้าบาดเจ็บ...ตึกราชาเม็ดยาของเจ้าถูกทำลาย แต่เจ้ายังกล้าเสนอหน้ามาที่นี่!เจ้ารนหาที่ตายโดยแท้!” ชายวัยกลางคนในชุดจีนโบราณกล่าวเยาะเย้ย

             

            ร่างกายของเฉินเซี่ยงสั่นเทา ขณะที่รัศมีสายฟ้าอันน่าหวาดหวั่นทะลักออกมาดวงตาทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง จับจ้องไปยังชายวัยกลางแล้วกล่าว “เจ้าพูดว่าอะไรนะ? บิดาข้าคือสวะ?”

             

            “งั้น...ถ้าข้าพูดแบบนี้หล่ะ จำชื่อที่ยิ่งใหญ่ไว้‘หวางยู่ชาน’ ! ข้าคือผู้นำตระกูลหวาง!” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

             

            ตระกูลหวางคือหนึ่งในตระกูลนักสู้แห่งเมืองโหวหวางในสายตาพวกมันตระกูลเฉินไร้ซึ่งความแข็งแกร่งและไม่ได้อยู่ในสายตาพวกมันแม้แต่น้อยดังนั้นพวกมันจึงไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ ต่อตระกูลเฉิน

             

            “ฮึ่ม... เช่นนั้นมันก็เพียงตระกูลหมาที่คอยเลียรองเท้าให้ตระกูลเหยาข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นภัยคุกคามด้วยซ้ำ” เฉินเซี่ยงถากถางตระกูลอ่อนแอพวกนี้ที่กำลังพยายามเลียแข้งเลียขาตระกูลเหยา นั่นไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจมากนัก

             

            “ไอ้เด็กสารเลว! เจ้ากล้าดูถูกตระกูลหวาง! วันนี้ข้าจะบดขยี้เจ้า!!” ความโกรธแค้นของหวางยี่ชานทะยานสูงขึ้นแม้ว่าคำพูดของเฉินเซี่ยงจะน่าเกลียดไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริง

             

            …………………………….

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน