สนามขว้างลูกเหล็ก ตั้งอยู่บนชั้นสองของหอว่านเป่า
ลู่เฉินและหวังตงเดินเข้าไปในสนามแข่งขันโดยมีคนกลุ่มใหญ่ตามติดมาเป็พรวน หมายจะชมเื่สนุก เนื่องจากเด็กหนุ่มทั้งสองล้วนเป็คนดังแห่งเมืองชิงเฟิงเมื่อพวกเขาพนันขว้างลูกเหล็กกันเช่นนี้ ย่อมเป็ที่สนใจอยู่แล้ว
พอเข้าไปในสนาม หวังตงก็จงใจถากถางเสียงดัง
“ลู่เฉินเดี๋ยวจะหาว่าข้ารังแกเกินไป เช่นนั้น ไม่ต้องพูดถึงระยะสามสิบหรือสิบห้าจั้ง เรามาประลองกันที่หกจั้งก็แล้วกัน!”
การขว้างลูกเหล็กที่ง่ายที่สุดคือระยะสามจั้งไกลกว่านั้นก็จะเป็หกจั้ง สิบห้าจั้ง สามสิบจั้ง และระยะที่ยากที่สุดในเมืองชิงเฟิงก็คือสามร้อยจั้ง[1]
ตามปกติแล้ว คนธรรมดาทั่วไปมักจะเล่นกันที่ระยะสามจั้งมีไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าเล่นในระยะหกจั้ง ทว่า หวังตงกลับท้าแข่งที่ระยะเท่านี้ ย่อมเป็เื่ยากสำหรับคนธรรมดาอยู่แล้วต่อให้คนผู้นั้นจะเก่งกาจปานใด ก็ยากจะขว้างลูกเหล็กลงหลุมเล็กๆ ที่อยู่ห่างไปหกจั้งได้
ดังนั้น หวังตงจึงคิดว่าแค่ความยากในระยะหกจั้งก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชนะลู่เฉิน
“หกจั้งหรือ?”ลู่เฉินเลิกคิ้ว พลางมองไปยังอีกฝ่าย
“ใช่! ทำไม? เ้าไม่กล้าประลองกับข้าหรือ!” หวังตงคิดว่าลู่เฉินไม่กล้าลงแข่งในระยะหกจั้ง จึงมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม
“มิใช่! ข้าคิดว่าระยะหกจั้งง่ายเกินไป ทำไมไม่แข่งกันที่ระยะสิบห้าจั้งเล่า?” ลู่เฉินส่ายหน้า พลางคลี่ยิ้ม
หวังตงเป็ผู้ฝึกตน การขว้างลูกเหล็กลงหลุมในระยะหกจั้งจึงมิใช่เื่ยากหากลูกเหล็กของทั้งสองฝ่ายลงหลุมเช่นเดียวกัน ก็ถือว่าเสมอ และต้องแข่งต่อจนกว่าจะได้ผู้ชนะ
แต่ลู่เฉินไม่อยากเสียเวลาจึงเสนอให้เพิ่มความยากเป็ระยะสิบห้าจั้ง เช่นนี้แล้ว ด้วยความสามารถของหวังตง หากมิใช่เพราะโชคช่วยคงจะขว้างลูกเหล็กลงหลุมในคราวเดียวมิได้แน่
“สิบห้าจั้ง?”หวังตงตาเป็ประกาย เมื่อได้ยินคำพูดของเขา “ลู่เฉินเ้าพูดเองนะ เกิดแพ้ขึ้นมา ก็อย่าหาว่าข้ารังแกเ้า!”
“แน่นอน!”ลู่เฉินพยักหน้ายิ้มๆ
หวังตงแสยะยิ้ม พลางกวักมือเรียกพนักงานให้นำลูกเหล็กสองลูกมาให้ ขณะเดียวกันก็ก้าวเข้าไปในสนามแข่งระยะสิบห้าจั้ง แม้ไม่แน่ใจว่าตนต้องขว้างลูกเหล็กกี่ครั้งจึงจะลงหลุม แต่ลำพังแค่เอาชนะลู่เฉิน ก็ไม่จำเป็ต้องขว้างลงหลุมแค่ให้มันอยู่ใกล้หลุมมากกว่าลูกเหล็กของอีกฝ่ายก็พอ
“ลู่เฉินเสียสติไปแล้ว! นี่คิดจะประลองในระยะสิบห้าจั้งกับหวังตงจริงๆ หรือ? แบบนี้จะชนะได้อย่างไร?”
“เขาเป็คนธรรมดาย่อมไร้พลังควบคุมลูกเหล็ก คงขว้างลงหลุมในระยะห่างสิบห้าจั้งมิได้แน่!”
“เงินเดิมพันของพวกเขาคือหกสิบเหรียญทอง! หรือว่าลู่เฉินตั้งใจจะพ่ายแพ้ แล้วยกเงินให้หวังตง จะได้ไม่ถูกรังแกอีก?”
ผู้คนพากันแปลกใจ ที่ได้ยินลู่เฉินเสนอให้แข่งขว้างลูกเหล็กในระยะสิบห้าจั้งตามความเห็นของพวกเขา สำหรับลู่เฉิน ระยะทางแค่สามจั้งก็ยากแล้ว ต่างจากหวังตงที่มีพลังิญญามาช่วยควบคุมลูกเหล็กการขว้างจึงแม่นยำกว่า ดังนั้น ผลแพ้ชนะย่อมเป็ที่ประจักษ์แล้ว
“คุณชายทั้งสองเชิญเริ่มประลองขว้างลูกเหล็กได้!”
พนักงานส่งลูกเหล็กให้ลู่เฉินและหวังตง ตามลำดับ
“ข้าเริ่มก่อน!”
หวังตงโบกมือ ทำทีเป็ใจกว้างเดินไปยังเส้นเหลืองที่ขีดเอาไว้ ด้วยสีหน้ามั่นใจ ในมือถือลูกเหล็กขนาดราวครึ่งกำปั้นผู้ใหญ่
ลู่เฉินมองตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายแล้วคลี่ยิ้ม
“ไป!”
หวังตงตั้งท่าเตรียมพร้อมขยับตัวเล็กน้อย แล้วขว้างลูกเหล็กออกไป เหล็กทรงกลมลอยโค้งไปบนอากาศ ก่อนตกลงมาที่ระยะสิบห้าจั้งหากกวาดตามองเพียงครู่เดียว ก็คล้ายจะลงหลุมพอดี
ตุ้บ!
เมื่อลูกเหล็กตกกระทบพื้นแล้วจึงค่อยๆ หมุนคว้างไปข้างหน้าต่อ
เพียงชั่วลมหายใจ ลูกเหล็กก็หยุดลงหวังตงหรี่ตามอง แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ลูกเหล็กที่เขาโยนออกไปอยู่ห่างจากหลุมไม่ถึงหกฉื่อ[2]... ไม่เลวเลย!
เมื่อเห็นความสำเร็จของเขาผู้ชมโดยรอบต่างพยักหน้าเงียบๆ แล้วเบนสายตาไปมองลู่เฉินด้วยความเวทนา
“ลู่เฉินถึงตาเ้าแล้ว! หึๆ... ขอแค่ลูกเหล็กของเ้าอยู่ใกล้หลุมกว่า ก็ถือว่าชนะ!” หวังตงแสยะยิ้ม
ลู่เฉินก้าวไปข้างหน้าพร้อมลูกเหล็กในมือเขามายืนอยู่หลังเส้นเหลืองโดยมิได้ตั้งท่าอันใด เพียงขว้างลูกเหล็กออกไปสุดแรงเท่านั้น
เมื่อเห็นท่าทางของเด็กหนุ่มทุกคนก็ส่ายศีรษะ พลางถอนหายใจ รู้สึกว่าลู่เฉินเป็ดั่งไหแตกรั่ว[4] จึงไม่สนใจผลงานเขา
ลูกเหล็กพุ่งไปในอากาศระยะหนึ่งทันใดนั้น ก็ตกลงมาอย่างแรง
ตุ้บ!
สิ้นเสียง ลูกเหล็กของลู่เฉินก็ลงไปในหลุมที่อยู่ห่างออกมาสิบห้าจั้งพอดี
เสียงสนทนาเซ็งแซ่ เงียบกริบไปพลัน
จะเป็ไปได้อย่างไร?
เขาขว้างลูกเหล็กลงไปในหลุมที่อยู่ไกลสิบห้าจั้งได้!
“ไม่จริง!”รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังตงแข็งค้าง เผลอโพล่งออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“สุนัขขี้เรื้อนเ้าแพ้แล้ว!” ลู่เฉินปรบมือแล้วยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย
“เป็ไปได้อย่างไร? เ้าขว้างลงหลุมหรือนี่! เ้าทำได้อย่างไร? แค่โชคดีเท่านั้นแหละ!” หวังตงสั่นศีรษะครั้งแล้วครั้งเล่า พลางเอ่ยพึมพำ
การขว้างลูกเหล็กนี้ บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับโชคคนธรรมดาเช่นพวกเขา การขว้างลูกเหล็กให้ลงหลุมในระยะสิบห้าจั้ง ถือเป็เื่ยากแต่ใช่ว่าจะเป็ไปมิได้ เพียงแต่มีโอกาสน้อยมากเท่านั้น
“หกสิบเหรียญทองจ่ายมาตามสัญญา!” ลู่เฉินยื่นมือไปตรงหน้าหวังตง
ตอนนี้ เขา้าทุนทรัพย์ไปซื้อวัตถุดิบหลอมโอสถเงินจำนวนหกสิบเหรียญทอง เพียงพอที่จะซื้อวัตถุดิบมาทำยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกได้สามชุด
กล้ามเนื้อบนใบหน้าหวังตงกระตุกอยู่ครู่หนึ่งแต่เขาก็ยังหยิบเงินหกสิบเหรียญทองออกมายื่นให้ลู่เฉินแต่โดยดี ภาพที่เห็น ทำให้หลายคนตาถลนอย่างไม่อยากจะเชื่อ
แต่หากเขาไม่รักษาคำพูดนอกจากจะเสียชื่อแล้ว คงได้ถูกสกุลหวังลงโทษเป็แน่...
“ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับคุณชายลู่!” พนักงานยกยิ้มยินดีกับลู่เฉิน
“ขอบคุณนี่ค่าสนาม!”
ลู่เฉินล้วงเข้าไปในถุงเงินที่เพิ่งได้มาแล้วส่งเหรียญทองจำนวนหกเหรียญให้พนักงาน ห้าเหรียญเป็ค่าธรรมเนียมส่วนอีกหนึ่งเหรียญเป็รางวัลสำหรับอีกฝ่าย
การขว้างลูกเหล็กในหอว่านเป่าจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมเช่นนี้ทุกครั้ง เพราะอย่างไรเสีย พวกเขาคงไม่ให้ใครมาใช้สถานที่ของตัวเองเปล่าๆแน่
พนักงานรับเงินหกเหรียญมาจากลู่เฉินแล้วโค้งขอบคุณด้วยรอยยิ้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ลู่เฉินเ้ากล้าเล่นกับข้าต่อหรือไม่?”
หวังตงย่อมไม่อยากเสียเงินไปเช่นนี้ดวงตาเขาเป็ประกายวาววับ ขณะท้าแข่งต่อเสียงต่ำ
“แน่นอน! แต่เ้าไม่กลัวว่าจะแพ้ข้าอีกหรือ?” ลู่เฉินเหลือบมองอีกฝ่าย
“เหอะ... น่าขันนัก! มีหรือที่ข้าจะเห็นเงินเหล่านี้ในสายตาถ้าเ้าลงเล่นอีก ข้าจะเดิมพันหนึ่งร้อยเหรียญทอง!” หวังตงกัดฟันพูดอย่างเจ็บใจ
“เอาตามที่เ้าว่าคราวนี้เดิมพันหนึ่งร้อยเหรียญทอง!” ลู่เฉินลังเลเล็กน้อยก่อนตกปากรับคำ
หลังตะลึงงันไปพักใหญ่ ผู้คนรอบข้างก็ได้สติกลับมาพวกเขาส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของลู่เฉิน เพราะแท้จริงแล้ว ทุกคนก็คิดเช่นเดียวกับหวังตงว่าลู่เฉินเพียงโชคดีเท่านั้น อย่างไรเสีย เขาก็เป็แค่คนธรรมดา หาใช่ผู้ฝึกตน
และการที่คนธรรมดาผู้หนึ่งสามารถขว้างลูกเหล็กลงหลุมที่ห่างออกไปสิบห้าจั้งได้ ก็เป็เพราะโชคช่วยเท่านั้น
พวกเขาจึงเห็นว่าลู่เฉินควรจะหยุดการประลองไว้แค่นี้ หากเดิมพันอีกครั้ง คงไม่แคล้วต้องเสียเงิน!
หวังตงยังคงเป็ฝ่ายขว้างลูกก่อนท่าทางของเขาเอาจริงเอาจังมากขึ้น เด็กหนุ่มปรับลมหายใจสองสามครั้ง ก่อนขว้างลูกเหล็กในมือออกไป
ผลที่ได้ดีกว่าครั้งแรกจุดที่ลูกเหล็กตกอยู่ห่างปากหลุมไปราวสามฉื่อ[3] ซึ่งถือว่าดีมาก แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมกระดูกตอนปลายบางคน ก็ยังไม่อาจทำได้
พอหวังตงเห็นจุดที่ลูกเหล็กของตนอยู่ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ถึงตาข้าบ้างละ!”ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก ลู่เฉินก็เดินผ่านเขาไป
คราวนี้ เด็กหนุ่มมิได้เดินไปจนถึงเส้นเหลืองเช่นก่อนหน้าทว่าเดินมาแค่ครึ่งทาง ก็ขว้างลูกเหล็กออกไปแล้ว
ท่าทางของลู่เฉิน ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทั่วบริเวณ
ครู่ต่อมา…
“อา!”
สายตาของผู้ชมมองตามลูกเหล็กของลู่เฉินซึ่งครั้งนี้ มันก็ตกลงไปในหลุมที่อยู่ห่างออกไปสิบห้าจั้งได้อย่างแม่นยำเช่นกัน
รอบแรกยังคิดว่าลู่เฉินเพียงโชคดีเท่านั้นแต่ครั้งนี้...
ย่อมมิได้เป็เพราะโชคช่วยแน่!
สายตาหลายสิบคู่ พลันพุ่งมายังลู่เฉิน…
เขาดูมั่นใจเหลือเกินว่าลูกเหล็กที่ขว้างออกไป จะตกลงหลุมพอดี
“บ้าเอ๊ย!”
หวังตงกระทืบเท้าอย่างแรงโทสะเดือดพล่านจนหน้าเปลี่ยนสี
“สุนัขขี้เรื้อนดูเหมือนเ้าต้องจ่ายร้อยเหรียญทองให้ข้านะ!” ลู่เฉินกระดิกมือทวงเงินยิ้มๆ
“เ้าทำได้อย่างไร?”หวังตงขบกรามแน่น
“เ้าไม่ต้องสนใจหรอกแพ้ก็คือแพ้ หนึ่งร้อยเหรียญทอง... เอามาสิ!” ลู่เฉินปฏิเสธที่จะตอบและเปลี่ยนเื่ทันที
หวังตงตาแดงก่ำ จำต้องหยิบเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองออกมายื่นให้ลู่เฉินด้วยความรู้สึกประหนึ่งถูกคว้านหัวใจ สำหรับเขาแล้ว เงินหนึ่งร้อยเหรียญทองนี้ หาใช่จำนวนเล็กน้อยเลย...
ลู่เฉินมอบเงินอีกหกเหรียญให้พนักงานจากนั้นก็เก็บส่วนที่เหลือไว้กับตัว ตอนนี้เขามีเงินมากกว่าสองร้อยเหรียญทองซึ่งเพียงพอที่จะซื้อวัตถุดิบมาทำยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกได้สิบชุด
“เท่านี้ก็ซื้อวัตถุดิบมาทำโอสถหลอมกระดูกได้สิบขวด...นี่แสดงว่าข้ากำลังจะทะลวงเข้าสู่ขั้นกายเบาตอนต้นแล้วสินะ?” ลู่เฉินคิดอย่างมีความสุข
-----------------------------------------
[1] จั้งเป็หน่วยวัดความยาว หรือระยะทางของจีนในสมัยโบราณ 1 จั้ง = 10 ฟุต หรือ 10 ฉื่อ หรือ 3.3 เมตร
ดังนั้นระยะทางในการแข่งขันขว้างลูกเหล็ก จึงมีดังนี้
1. สามจั้ง =สิบเมตร
2.หกจั้ง = ยี่สิบเมตร
3. สิบห้าจั้ง = ห้าสิบเมตร
4. สามสิบจั้ง= หนึ่งร้อยเมตร
5.สามร้อยจั้ง=หนึ่งพันเมตร
[2] หกฉื่อ = สองเมตร
[3] สามฉื่อ = หนึ่งเมตร
[4] ไหแตกรั่ว (破罐子破摔: Pò guànzi pò shuāi) หากแปลตรงตัวก็คือ “ไหที่แตกแล้วแตกอีก” หมายถึง เมื่อพบข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดแล้วกลับปล่อยให้เป็ไปตามยถากรรม ไม่แก้ไขให้ถูกต้อง หรือตั้งใจทำให้สถานการณ์แย่ลง