ใต้เขาผาชันลูกหนึ่ง ณ ดินแดนนรกภูมิอันมืดมิด ความสว่างเดียวที่ปรากฏมาจากแสงสว่างยามอัสนีโลหิตปะทุเป็ระยะๆ ใต้เขาผาชันที่ส่องสว่างนี้มีซากกองกระดูกมนุษย์ของบุคคลผู้หนึ่งกองก่ายกันซ้ำๆ สูงเป็จั้งในทะเลมืดที่แสนบ้าคลั่งมีหนึ่งบุรุษแหวกว่ายบนกระแสน้ำคลั่งคลื่นลมสูง อันบ้าคลั่งมิเคยหยุดหย่อน หากแต่ถึงจะเป็เช่นนั้นบุรุษผู้นั้นก็ยังคงทำเช่นเดิม ทำซ้ำๆ ทำอย่างไม่ยอมแพ้มิย่อท้อแม้แต่น้อย
ทอดยาวออกไปไกลมองลึกไปกลางทะเลมืด มีบุรุษผู้หนึ่งร่างผ่ายผอมแทบจะเหลือแต่กระดูก ั์ตาโดยรอบก็แดงช้ำเป็สีโลหิต แต่ถึงอย่างนั้นตัวมันก็ยังแหวกว่ายมหาทะเลมืดนี้ไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัวซึ่งความตาย มันแหวกว่ายตามเส้นแสงระยิบที่ทอประกายอย่างไม่หยุดหย่อน กระแสชีวิตของตัวมันแทบจะริบหรี่...
ตู้ม... เสียงกระแสน้ำะเิปรากฏาาันรกสีทมิฬ กระแสคลื่นตีเข้าร่างบุรุษผู้นั้นในทันที กระแสน้ำนี้ดึงร่างของบุรุษผู้ผ่ายผอมดำดิ่งสู่ห้วงมหาสมุทรอันไร้จุดจบ ดวงจิตที่อ่อนแรงของบุรุษผู้นั้นดับสูญในที่สุด
.
.
.
เซียนซุนหัวเราะ หุหุ มือข้างหนึ่งถือขนม อีกข้างถือหนังสือการ์ตูน
ไม่ช้าร่างของบุรุษผู้ตกตายในท้องมหาสมุทรนั้นก็ก่อร่างบนยอดสุดของเขาสูงผาชั้นเหนือเมฆาทมิฬทั้งหลายอีกครั้ง
"!!! เชี้ยเอ้ย มารด่าเอ็งเถอะข้ากำลังตั้งจิตได้อย่างตั้งมั่น ไอ้เชี้ยัจัญไรนั่นดันโผล่มา" ฉินเทียนกล่าววาจา พร้อมชูนิ้วกลางของตัวเองไปยังท้องมหาสมุทรคลั่งนั้น
ส่วนเซียนซุนที่มีทีท่าสบายๆ ก็กล่าววาจายิ้มเยาะต่อฉินเทียน "ฉินเทียน ฉินเทียน เ้าเก่งมาก เ้าเกือบทำสำเร็จแล้ว แหวกว่ายในมหาสมุทรทะเลมืดได้สิบปีโดยไม่ตาย ถือว่าเ้าผ่านก้าวแรกได้แล้ว ในรอบล้านปีมานี้เ้าถือว่าเป็ผู้ไปได้ไกลสุดแล้วนะ ฉินเทียน ฉินเทียน" เซียนซุนกล่าวด้วยแก้มแดงๆ กลมๆ พร้อมรอยยิ้ม พร้อมตบมือไปมา
หากแต่ฉินเทียนนิสิ ตัวมันรู้ตัวดีว่าเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกลเหลือเกิน หลายชีวิตผ่านไป ที่มันทำได้ถึงขนาดนี้ก็ย่อมเป็เซียนซุนสั่งสอน หากแต่บททดสอบนี้เล่าช่างยากเย็นเหลือเกิน
พันชีวิตแรกของฉินเทียนตัวมันหมดไปกับการฝึกจิตให้ตั้งมั่น แหวกว่ายมหานทีทะเลมืดแห่งนี้ จากหนึ่งวันตกตาย ค่อยๆ เพิ่มจากวันเป็สัปดาห์
หมื่นชีวิตต่อมาฉินเทียนก็สำเร็จการฝึกจิตตั้งมั่น ต่อให้สภาวะเป็ตาย ตัวมันก็สามารถคงสภาวะจิตนั้นได้ และใช้จิตตรานุภาพนี้ประคองร่างทรุดโทรมให้แหวกว่ายในมหานทีทะเลมืดนี้ได้ต่อไป ก้าวผ่าน่เดือน
ต่อมาเมื่อแหวกว่ายมหานทีได้ไกลขึ้น ฉินเทียนก็พบว่ากลางมหาสมุทรทะเลมืดนั้นนอกจากคลื่นลมที่บ้าคลั่งยังมีกระแสน้ำวนเชี่ยวกรากต้องตีฝ่า หากแหวกไหว้เขาไปในกระแสต้องว่ายน้ำทวนกระแสแรงดึงแห่งวังน้ำวนนั้น เพียงแค่จิตตั้งมั่นดุจเดิมมิอาจจะเพียงพออีกต่อไป
เซียนซุนจึงบอกกล่าวสั่งสอน ต่อจากจิตตั้งมั่นคือจิตตามหานที คือการสร้างจิตตานุภาพที่ยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น หากแต่การจะสร้างจิตตามหานทีกับมีแค่ทางเดียว คือการก้าวข้ามความเป็ตายซ้ำๆ ด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้ ทำซ้ำๆ จนในที่สุดจิตตามหานทีก็จะปรากฏ
ฉินเทียนในเวลานั้นเมื่อรับรู้ห่างตาก็กระตุก ปรารถนาจะรอบด่าเซียนเฒ่าเวรจัญไรตรงหน้าดังๆ หากแต่มันก็หยุดปากห้ามใจทัน ดูเหมือนผ่านมาหลายปีหลายพันหมื่นชีวิต การฝึกฝนนี้ทำให้ตัวมันความคุมจิตใจตัวเองได้ดีขึ้นอย่างยิ่งแม้แต่จิตใจในห้วงลึกก็ทำได้โดยง่าย
หากแต่ตลอดเวลาที่ตัวมันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไม่เคยมีครั้งใดที่เซียนซุนจะสอนฝึกการบ่มเพาะร่างิญญา หรือเื่อิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ที่นิยมในโลกปัจจุบันให้กับฉินเทียนเลยแม้แต่น้อย ฉินเทียนได้แต่คิด หากตัวมันเป็ผู้มีฤทธานุภาพ เป็ผู้บ่มเพาะตราสัญญาลักษณ์สีแดง กระแสน้ำทะเลคลั่งเหล่านี้ตัวมันคงก้าวผ่านไปนานแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นฉินเทียนก็ไม่กล่าววาจาใดๆ นี้ต่อเซียนซุนนอกจากะโผาสูงชันแหวกเมฆามืด ดำดิ่งสู่ท้องมหานที มหาสมุทรอันกว้างใหญ่และลึกราวกับไร้จุดจบของทะเลมืดแห่งนี้และแหวกว่ายตามเส้นแสนสีทองต่อไปโดยไม่ปริปากบ่น
จนถึงตอนนี้ด้านใต้เขาผาสูงชันมีซากกระดูกของตัวมันฉินเทียนทับถมกองกันสูงกันเป็จั้งแล้ว มันมากจนรายรอบตีนเขาที่ทอดยาวไปกว่าสิบลี้นี้จนทั่ว
ไม่รู้ว่าฉินเทียนตกตายไปแล้วกี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านชีวิต เซียนซุนไม่เคยบอก หากแต่ตัวฉินเทียนก็ไม่ใคร่ที่จะถามหรือนับ่ชีวิตที่ตายลงของตัวมัน ตัวมันได้คิดและพยายามซ้ำๆ เท่านั้น ยามใดที่มันเหนื่อย ยามใดที่มันท้อ ตัวมันมักจะมานั่งพักที่หน้าผาสูงชัน นึกถึงหนึ่งบิดา หนึ่งมารดาผู้การุญของตัวมัน ก่อนจะถอนหายใจและะโแหวกเมฆาและท้องมหานที มหาสมุทรทะเลมืดอีกครั้งอย่างมีความหวังเพื่อชีวิตที่ดีของคนทั้งสอง
.
.
.
สิบปีร้อยปีที หากฉินเทียนตัวมันตกตาย ตัวมันก็จะกลับมาหยุดพักและพูดคุยกับเซียนซุนสักครู่ ทุกครั้งที่กลับมาก็พบเซียนซุนมักอยู่ในอิริยาบถแปลกๆ เสมอ นอกจากนั้นก็มักมีของเล่นใหม่ๆ แต่หากมองดีๆ มันกลับเป็ของเล่นและข้าวของเครื่องใช้ของยุคสมัยในห้วงมิติชีวิตเก่าก่อนของฉินเทียน ก่อนที่จะมาเกิดในดินแดนฝึกตนแห่งนี้
เซียนซุนบอกกล่าวต่อฉินเทียน ข้าวของเหล่านี้เซียนซุนได้มาจากการท่องไปในห้วงอดีตของฉินเทียน และใช้ฤทธิ์สร้างสิ่งของเหล่านี้ออกมา ฉินเทียนแปลกใจจึงสอบถามเซียนซุนว่าผู้มีฤทธิ์ทำสิ่งแบบนี้ได้ด้วยรึ หรือเป็เฉพาะเช่นเซียนแท้จริงเช่นท่าน
เซียนซุนบอกกล่าว เมื่อถึงที่สุดแห่งฤทธิ์จุดก็ไม่ต่างกัน สิ่งต่างๆ ที่ฉินเทียนเห็น หากวันหนึ่งตัวมันก้าวถึงขีดสุดแห่งเขตแดนแห่งผู้บ่มเพาะฝึกตน สิ่งต่างๆ ที่เซียนซุนทำได้ ฉินเทียนตัวมันก็ทำได้เช่นกัน
ฉินเทียนได้ฟังนี้ก็ฮึกเหิมไม่น้อย แต่ก็จนใจหลายหมื่นปีมานี้เซียนซุนให้มันฝึกแต่แหวกว่ายทะเลมืดไม่มีสิ่งอื่นใดอีก ฉินเทียนที่ใคร่สงสัยจึงต้องสอบถามเื่นี้จากเซียนซุนเสียหน่อย
เซียนซุนก็ตอบคำถามอย่างไม่ปิดบัง "วิธีมนุษย์สู่มรรคฟ้า สำคัญที่สุดคือจิตใจ หากจิตใจตั้งมั่นเที่ยงแท้แล้ว จะโลกหล้าแดนดินใด ผู้มีจิตตานุภาพก็คว่ำฟ้า พลิกดินได้ทั่วทุกแดนดิน ที่ตัวข้าไม่เขตสอนการบ่งเพาะฝึกจิติญญาเล่นฤทธิ์แก่ตัวเ้า เหตุผลก็มีเพียงหนึ่ง เมื่อมีฤทธายิ่งใหญ่ตัวเ้าก็จะมองข้ามเื่จิตใจ สุดท้ายมันก็จะเป็สิ่งขว้างกั้นสู่มรรคฟ้าที่แท้จริง" ไม่ช้าเซียนซุนก็ยิ้มๆ "ผู้จะครองใต้หล้ามหาจักรวาลได้ต้องมีใจและความเมตตาเป็สำคัญ ข้าฝึกจิตใจให้เ้าได้ส่วนเมตตาเป็ตัวเ้าต้องลิขิตเอง หุหุ" พูดจบเซียนซุนก็หัวเราะและบอกฉินเทียนให้ไปะโหน้าผาดังเช่นเดิม
.
.
.
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงผ่านไปเท่าไหร่ในที่สุดฉินเทียนก็ก้าวผ่านบรรลุจิตตามหานที ตัวมันสามารถแหวกว่ายผ่านมรสุมและมหาสมุทรกว้าง มองเห็นการก่อเกิดของคลื่นลมได้ล่วงหน้า แหวกว่ายทะเลมืดราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
จนกระทั่งาาันรกสีทมิฬปรากฏ และต้องตกตายหลักจากแหวกว่ายในทะเลมืดได้มายาวไกลมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็
เซียนซุนที่เห็นฉินเทียนสำเร็จจิตตามหานที ก็ร้องเล่นตีฆ้องเป่าแตร จุดประทัดั์ให้ฉินเทียน พร้อมพูดปลอบใจยกใหญ่ ก่อนจะบอกต่อก้าวต่อไปให้ฉินเทียนรับรู้ "ฉินเทียนเหลือแค่จิตจักรพรรดิและสภาวะสุญตาเ้าก็จะสำเร็จการแหวกว่ายทะเลมืด นรกท้องทะเลแห่งนี้แล้ว"
"จิตจักรพรรดิคืออะไร และสภาวะสุญตาคืออะไร" ฉินเทียนกล่าวถามอย่างใคร่รู้ต่อเซียนซุน
เซียนซุนก็รีบบอกกล่าวอย่างเป็กันเองทันที "จิตจักรพรรดิคือจิตตานุภาพแห่งจักรพรรดิ จิตจักรพรรดิไม่มีคำว่ายอมแพ้ ไม่มีคำว่าหวาดกลัวต่อสิ่งใด ต่อให้โลกหล้านี้ถล่ม มหาจักรวาลจะเป็จุณมหาจักรพรรดิฟ้าผู้ครองจิตจักรพรรดิก็หาหวาดกลัว ยามเมื่อเ้าเจอหนอนทมิฬน้อยพวกนั้น เมื่อไหร่วันใดที่เ้าสยบความหวาดกลัวในหัวใจต่อจิตอาฆาตของพวกมันได้อย่างแยบคลายแล้วก็ถือว่าเ้าสำเร็จจิตจักรพรรดิ ส่วนสภาวะสุญตานี้แตกต่าง จะว่าอย่างไรดีละมันเรียบง่ายกว่าที่เ้าคิดมากนัก และจริงๆ แล้วเ้าก็ฝึกมันมามากแล้วเพียงแต่เ้ายังใช้มันไม่เป็"
ฉินเทียนขมวดคิ้วครู่หนึ่งก่อนถาม "ท่านเซียนหมายความว่าอย่างไร"
"เ้าฝึกจิตตั้งมั่นและจิตมหานทีสำเร็จแล้ว ความจริงเ้าก็ได้เข้าสู่ส่วนหนึ่งของสภาวะสุญตาแล้ว เพียงแต่ว่าการนำมันไปใช้นั้นยังไม่หลากหลาย เรียกได้ว่าจะมีอำนาจแห่งจิตแล้วหากแต่ยังใช้มันไม่เป็ สภาวะสุญตาคือสภาวะจิตนิ่งและตั้งมั่น มันคือการเปิดประตูแห่งจิต หากแต่เ้าเปิดประตูจิตตานุภาพแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้จักวิธีใช้สอยมัน"
"จิตของพวกเราทุกผู้ตนต่างเกิดและดับ ดับและเกิดทุกเสี้ยววินาทีเกิดดับนับล้านครั้ง ปรากฏเป็ห้วงอารมณ์ต่างๆ ปกคลุมจิตเดิมแท้ ดุจหมอกควันปกปิดแสงแห่งจิตตรานุภาพ หากแต่ยามที่เ้าคงสภาวะสุญญตา ก็เหมือนตัวเ้าได้ปัดหมอกควันนั้นออกไป แสงอำนาจแห่งจิตก็ปรากฏ หนึ่งห้วงแห่งจิตตานุภาพนี้ดุจนิจนิรันดร์"
"ฉินเทียนเ้าในตอนนี้รองตั้งสมาธิจิตตั้งมั่นสูงสุดสิ"
ฉินเทียนรีบทำตามที่เซียนซุนกล่าว ไม่ช้าเซียนซุนก็เปลี่ยนทีท่า ดวงเนตรแปรเปลี่ยนั์ตาที่เคยอ่อนโยนมีเมตตาจิตบัดนี้ กลายเป็ดวงเนตรที่แสนจะน่าหวาดกลัวดุจพญามารพร้อมจะดับสูญโลกหล้า จิตสังหารแผ่พุ่งไปเป็วงกว้าง เศษหินน้อยใหญ่แตกร้าว อากาศโดยรอบเสมือนไม่มีปรากฏ เส้นเืบนใบหน้าของฉินเทียนปูดโปน เมฆาทมิฬรอบทิวเขาสูงแตกกระจายไปหมื่นแสนลี้อย่างรวดเร็ว
ฉินเทียนที่อยู่ตรงหน้าของเซียนซุนร่างกายปวดร้าวถึงขีดสุด หากเมื่อกี้ตัวมันมิได้ตั้งมั่นจิตอย่างที่สุดจิตสังหารนี้คงสังหารตัวมันไปแล้ว จิตสังหารนี้มันเข้มข้นยิ่งกว่าาาันรกสีทมิฬที่เคยสังหารมันเสียอีก มันเป็ความน่ากลัวขีดขั้นสุดอย่างแท้จริง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเซียนซุนผู้ที่ดูน่ารักและมีเมตตาจิตจะส่งจิตสังหารเช่นนี้ออกมาได้
"ฉินเทียนเ้าััได้ถึงการกระเพื่อมของจิตเ้าหรือไม่" เซียนซุนกลับมากล่าววาจาด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับว่าเมื่อกี้ตัวมันไม่ได้ทำสิ่งใดที่สร้างความลำบากให้กับฉินเทียนแม้แต่น้อย
ฉินเทียนยิ้มๆ กลืนโลหิตดำโต พร้อมพยักหน้า ก่อนที่ตัวมันจะทรุดร่างลงพร้อมโลหิตไหลซึมออกทั้งเจ็ดทวาร ฉินเทียนตกตายอีกครั้ง
ในไม่ช้าร่างของฉีนเทียนก็ค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นด้านข้างร่างของตัวมันเองที่พึงตกตายเพราะเซียนซุน
เซียนซุนแย้มยิ้มก่อนจะกลับไปยังเตียงนอนของตัวเองพร้อมหยิบหนังสือการ์ตูนขนมขบเคี้ยวกินอย่างสบายใจ
ส่วนฉินเทียนหันกาย ไปที่หน้าผาไม่พูดไม่จา ก่อนทรุดร่างนั่งลงที่หน้าผา หลับตานิ่ง มันไม่ได้ะโลงผาสูงแหวกเมฆาดำดิ่งสู่มหาสมุทรทะเลมืดเช่นเดิม หากแต่กลับตั้งจิตทำบางสิ่งบางอย่าง
ดูเหมือนว่าเมื่อกี้นี้ตัวมันจะได้เรียกรู้และเข้าใจบางสิ่งบางอย่างจากคำพูดของเซียนซุน
'เมื่อกี้นี้ในห้วงเป็ตายที่เซียนซุนส่งจิตสังหารมา ข้าสามารถััได้ว่า จิตของคนเรานั้นเกิดดับทุกห้วงวินาทีนับหมื่นนับแสนนับล้านครั้งจริงๆ หากแต่ความน่าหวาดกลัวของเซียนซุนก็คือ จิตสังหารที่ส่งมานั้นถี่จนน่ากลัวจนแทบจะไม่เห็นช่องว่างแห่งการเกิดดับ หากแต่เมื่อตั้งจิตนิ่งได้ก็คล้ายจะมองเห็นได้ว่าภายใต้ความน่ากลัวและต่อเนื่องของจิตสังหารนั้นยังมีช่องว่าให้เห็นอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง แม้ตัวเราตั้งมั่นจิตจนมั่นคงไม่หวั่นไหว หากแต่ภายในจิตตานุภาพของเซียนซุน ตัวเราก็รับรู้ได้ว่า ความละเอียดของจิตเรานั้นสู้จิตสังหารของเซียนซุนไม่ได้เลย เหมือนกับเราตัวเราตอนนี้มีศักยภาพหยุดจิตตานุภาพความเข้มข้นของจิตได้หลักร้อยหลักพัน หากแต่จิตสังหารของเซียนซุนเหมือนคลื่นคลั่งถาโถมมาหลักแสนหลักล้าน ความละเอียดอ่อนของจิตนี้ต่างกันมากเกินไปจริงๆ' ฉินเทียนพูดกล่าวกับตัวเองในใจราวกับว่าได้มองเห็นจุดอ่อนขอตัวเองแล้ว
.
.
.
และแล้ววันเวลาก็ล่วงผ่านอีกครั้งฉินเทียนนั่งนิ่งตรงนั้น ร้อยวันผ่าน
พันวันผ่าน
ไม่ช้าก็สิบปี
ร้อยปีผ่าน...
ทำเพียงนั่งนิ่งสงบใจ แม้ร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่กระดูกก็ตาม