
ดาวโหลด Ebook ได้ที่เว็บ MEB นะคะ
เมื่อไปถึง สองพ่อลูกไม่ต้องเสียเวลาถามรายละเอียดอย่างเื่ห้องพักผู้ป่วยของรามิลให้เสียเวลา เพราะนางประณาลีที่โทรมาแจ้งข่าวบอกให้ทราบแล้วเสร็จสรรพ ธนภูมิมองหมายเลขห้องและชื่อผู้ป่วยเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้จะเข้าห้องผิด ก่อนจะเคาะประตู แต่ไม่มีการตอบรับ เขาจึงแง้มแล้วเปิดมันเดินเข้าไปในห้องที่ไม่มีใครเลย
“ไปไหนกันหมดเนี่ย หรือเราจะเข้าห้องผิด”
“นั่นของแม่เรา” นายนิธิภัทรพยักพเยิดไปยังกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ ธนภูมิพยักหน้าเอากระเช้าไปวางแล้วเดินชะเง้อไปที่ระเบียง แล้วหันมาหาคนเป็พ่อพร้อมกับชี้นิ้วให้ท่านดูว่าทั้งแม่และพี่สาวอยู่ด้านนอก
“มาแอบคุยอะไรกันอยู่ตรงนี้ครับ” ธนภูมิเปิดประตูและยื่นเฉพาะศีรษะออกไปถามแม่และพี่สาวอย่างล้อเลียน ก่อนเขาจะขมวดคิ้ว เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของทั้งคู่ “มีเื่อะไรกันหรือเปล่าครับ หรือคุณรามเจ็บหนัก” ชายหนุ่มถามต่อพร้อมกับเปิดประตูให้คนทั้งคู่ได้เดินเข้ามาด้านในห้อง
“คุณรามไม่เป็อะไรมากหรอก มีแผลใหญ่ ๆ ที่แขนและต้นขาแต่ก็ไม่น่าห่วงอะไร ตอนนี้เขานอนพักอยู่ในห้องแน่ะ” นิพาดาบอกน้องชายและแอบปรายตามองคนเป็พ่อ ก่อนจะหลบสายตาเมื่อท่านมองมาอย่างสงสัย
“งั้นเดี๋ยวผมกับไทนี่ขอเข้าไปดูคนเจ็บแป๊บหนึ่งนะ แล้วเราค่อยคุยกัน” ไม่ใช่แค่ธนภูมิเท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติของสองแม่ลูก หากแต่นายนิธิภัทรก็เห็นและรู้สึกได้จากสีหน้าและแววตา โดยเฉพาะกับคู่ชีวิตที่อยู่กันมานานหลายสิบปี
นางประณาลีพยักหน้ารับพลางยิ้มบาง ๆ และเมื่อลูกชายกับสามีหายเข้าไปในห้องพักคนป่วย นางจึงหันมายิ้มให้กับลูกเลี้ยงที่ดูเหมือนจะมีสีหน้ากังวลหนักขึ้นกว่าเดิม และนางก็รู้ว่าเพราะอะไร
“กลัวคุณพ่อจะโกรธนีน่าเหรอจ๊ะ แม่ว่าไม่ต้องห่วงหรอกนะ คุณพ่อเขาเป็คนมีเหตุผล” นางพูดปลอบ
“แต่คราวนี้คุณพ่ออาจจะโกรธเอามาก ๆ จนไม่คำนึงถึงเหตุผลก็ได้นะคะ คุณแม่ก็รู้ว่าเวลาคุณพ่อโกรธน่ะ น่ากลัวขนาดไหน” ไม่พูดเปล่าหญิงสาวยังทำท่าขยาด เห็นหน้าตาใจดีอย่างนั้นน่ะนะ แต่คุณพ่อของเธอเวลาโกรธละก็น่ากลัวอย่าบอกใคร แม้นาน ๆ จะเห็นโกรธทีก็เถอะ แถมวิธีลงโทษก็สุดแสนจะโบร้าณโบราณ…
ไม้เรียว ใช่ คุณพ่อของเธอจะลงโทษด้วยการหวดด้วยไม้เรียวประจำตำแหน่ง และหวดโดยไม่เลือกด้วยว่าตอนนี้ลูก ๆ นั้นโตกันหมดแล้ว ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คนที่โดนหวดก้นในวัยยี่สิบเจ็ดปีก็คือธนภูมิ น้องชายจอมเ้าชู้ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็รถไฟเกิดมาชนกันที่บ้านโดยไม่ได้นัดหมาย ก็เลยเกิดศึกชิงนาย แต่เื่แค่นั้นก็คงไม่โดนลงโทษหรอกนะ หากว่ามันไม่ทำให้คุณแม่สุดรักสุดสวาทขาดใจดิ้นของคุณพ่อโดนลูกหลงจนได้เืแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
“แม่ว่าไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย” นางบอกเสียงกลั้วหัวเราะ นั่นทำให้ลูกเลี้ยงคนสวยค้อนคุณแม่ตาคว่ำ ก็จะน่ากลัวได้ยังไงละ คุณพ่อน่ะกล้าหือกับคุณแม่เสียที่ไหน
“ถือว่าโชคดีมาก ๆ เลยนะที่ได้แผลมาแค่นั้น” นายนิธิภัทรเปรยลอย ๆ เมื่อเดินออกมาจากห้องพักคนเจ็บ “ว่าแต่คุณชิตกับคุณนีไปไหนครับเนี่ย” เขาถามภรรยาที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ ลูกสาวที่นั่งหน้าตูมอย่างสงสัย
“ทั้งสองคนกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าและเตรียมของมานอนเฝ้าคุณรามน่ะค่ะ”
คนเป็สามีพยักหน้ารับรู้ แล้วหันไปมองลูกชายที่ทำท่าหันซ้ายหันขวาชะโงกหน้าชะโงกหลังคล้ายกับกำลังหาอะไรสักอย่างอยู่ เลยอดที่จะถามไม่ได้ แต่ดูเหมือนจะช้ากว่าลูกสาว
“หาอะไรไทนี่”
“เจ้นีน่าครับ เจ้แกไปไหนครับพี่ คู่หมั้นนอนเจ็บทำไมไม่มาดูแล แต่คิดไปคิดมา ถ้าขืนให้เจ้แกมาดูแล มีหวังคนเจ็บได้เจ็บหนักกว่าเดิม มือหนักอย่างกับช้างสาร ไม่ไหว ไม่ไหว” ธนภูมิพูดล้อพี่สาวอีกคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี้อย่างสนุกปาก ตั้งใจจะให้เป็เื่ตลกขบขันเหมือนทุกครั้ง ทว่าคราวนี้กลับเงียบไร้ซึ่งการตอบรับ ซ้ำหน้าตาแต่ละคนก็เริ่มเคร่งเครียดหนักขึ้นกว่าเดิม