7.แสดงหมอลำ
คำปันเป็เด็กฉลาด ในความนึกคิดของครูประสานเชื่อมั่นว่าเด็กชายร่างเล็กผิวคล้ำคนนี้มีแววว่าจะเป็คนใช้ได้คนหนึ่ง
อันที่จริง คำปันเป็เด็กที่ครูประสานรู้จักดีมาก่อนหน้านี้แล้วล่ะ เพราะที่นาของครูประสานอยู่ติดกับที่นาของคำปัน สมัยเด็กๆครูประสานก็ใช้ชีวิตแบบเด็กชายชาวบ้านนอกทั่วๆไป เพียงแต่ว่าเขาเป็ลูกครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนบ้านโสกขุมปูนที่ได้มีโอกาสเรียนในวิทยาลัยครูที่เมืองอุบลฯ หลังจากเรียนจบ เขาก็สามารถสอบบรรจุเป็ครูมาสอนที่หมู่บ้านของตัวเอง
ครูประสานเป็ครูหนุ่มที่รักในด้านศิลปะ ครูประสานเก่งในวาดรูป เป่าแคน และเล่นกีฬาได้เยี่ยมยอดมากๆเลย คำปันเองก็ชื่นชอบในการเล่นกีฬาและศิลปะการร้องรำทำเพลงอยู่ไม่น้อย เขามีพี่สาวที่หลงไหลในน้ำเสียงของหมอลำบุญเพ็ง เวลามีงานบุญที่หมู่บ้าน เ้าของเครื่องไฟจะเปิดผ่นเสียงของหมอลำบุญเพ็ง และหมอลำ เคน ดาเหลา เสียงดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน และดังไกลไปถึงหมู่บ้านใกล้ชิดติดกัน
ลูกสาวลุงพรม ซึ่งเป็พี่ชายของแม่คำปัน พ่อใหญ่พรมหรือลุงพรมเคยเป็หมอแคน เรียนการเป่าแคนมาั้แ่สมัยเป็หนุ่ม เมื่อมีครอบครัวและมีลูกสาวหลายคน พ่อใหญ่พรมจึงส่งเสริมให้ลูกๆได้ฝึกหัดเล่นหมอลำ หมอลำกลอน เป็หมอลำที่สามารถฝึกซ้อมด้วยตนเอง การเรียนหมอลำต้องเดินทางไปเรียนกับหมอลำชื่อดัง หมอลำที่มีชื่อโด่งดังในภาคอีสานคือหมอลำบุญเพ็งกับหมอลำเคน ดาเหลา หมอลำบัวสารเป็ลูกสาวของพ่อใหญ่พรมที่เคยไปเรียนหมอลำกับหมอลำชื่อดังคนดังกล่าวเมื่อเรียนสำเร็จก็ได้พ่อใหญ่พรมเป็หมอแคน เดินทางไปแสดงตามสถานที่ต่างๆที่เ้าภาพจัดหามาจ้างให้ไปแสดง โดยได้รับค่าจ้างคืนละ ๒๐๐-๕๐๐ บาท
หมอลำวัลลภ เป็หมอลำฝ่ายชายที่เคยเดินทางไปเรียนหมอลำกับหมอลำเคน ดาเหลา ปรมาจารย์แห่งวิชาหมอลำของภาคอีสาน หมอลำวัลลภเป็หมอลำที่เสียงดังฟังก้องหู มีเื่เล่าว่าหมอลำวัลลภเคยฝึกฝนการร้องลำด้วยการโอ่ร้องในโอ่งน้ำเพื่อฟังของตัวเองในการโอ่ลำ โอ่ โอ่ ละน้อๆๆๆๆๆ
หมอลำวัลลภกับหมอลำบัวสารเป็หมอลำกลอนคู่ขวัญในละแวกหมู่บ้านของเราและหมู่บ้านใกล้เคียง อีกอย่างทุ่งนาของหมอลำวัลลภเองก็อยู่ติดกันกับทุ่งนาของคำปัน หลังจากกลับจากโรงเรียน คำปันกับอ่อนจันทร์จะพากันขี่ควายคนละตัวและนำพาพวกมันไปเลี้ยงตามคันนา คำปันจะฝึกขับร้องหมอลำตามแบบหมอลำวัลลภและหมอลำบัวสาร ส่วนอ่อนจันทร์เป็คนขยันและอดทนกับเวียกงานเขาไม่มีรสนิยมหรือความสามารถในการร้องหมอลำหรือร้องเพลงอย่างอื่น ถึงแม้เขาจะเรียนไม่เก่ง แต่นิสัยใจคอของเขาชอบลุย หากินเก่งโดยเฉพาะการใส่เบ็ด เบ็ดทุกคันของเขาจะไม่พลาดในเื่ความหมานปลา จะว่าแทบจะทุกคันที่เขาเสียบไว้ตามคันนาจะติดปลาทุกคันเบ็ด
่บ่ายของการเรียนการสอน ครูประสานได้พานักเรียนชั้นป.4ซ้อมการแสดงละคร เื่นายเถื่อนเป็นายเมือง บางวันครูประสานจะให้แสดงลำเื่ต่อกลอนในจังหวะลำเพลินและทำการแสดงในเื่ขุนช้างขุนแผน แก้วเป็คนดีดพิณ ครูประสานเป่าแคน คำปันรับบทเป็ขุนแผน สมบูรณ์รับบทเป็ขุนช้าง ส่วนสุมาลีรับบทเป็วันทอง และบักต๋อยลูกเจ๊กนา นักเรียนนิสัยเกเรคนหนึ่งรับบทเป็เสนา และเป็สมุนของขุนช้าง
ในหมู่บ้านของเราจะมีงานบุญประเพณีเดือนสาม หรือบุญเบิกบ้าน ชาวบ้านเสร็จจากการเก็บเกี่ยว ข้าวเต็มเล้าปลาแดกเต็มไห จึงพากันเฮ็ดบุญบีบข้าวปู้น ทำขนมห่อหมก แห่ดอกจาน กลางคืนมีหมอลำเพลินคณะผ.รุ่งศิลป์จากบ้านนาเลิง อำเภอคำเขื่อนแก้ว หมอลำคณะนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับตำนานเมืองยศสุนทร หมู่บ้านของเราถือว่าเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสชมการแสดงของหมอลำเพลินชื่อดัง ทั้งนี้ก็เพราะบารมีของท่านอาจารย์มหาจันทร์ ซึ่งมีญาติพี่น้องอยู่ในเมืองกรุงเทพฯช่วยกันบริจาคจ้างหมอลำมาเฉลิมฉลองงานบุญของหมู่บ้าน
คำปันเก็บรับเอาประการณ์และแรงบันดาลใจในเื่การร้องลำทำเพลงนี้มาใช้ในงานแสดงครั้งนี้ ลีลาการร้องลำของเขานั้นเป็การผสมผสานระหว่างหมอลำวัลลภ และอ้ายทิดนันคนข้างบ้านที่ร้องหมอลำได้ดีมากๆประกอบกับท่าแสดงของหมอลำคณะผ.รุ่งศิลป์ เสียงลำ เสียงแคน เสียงพิณดังสอดรับกันอย่างครึกครื้น ทำให้การเรียนการสอนของแต่ละชั้นต้องหยุดลงโดยปริยาย นักเรียนชั้นต่างๆพากันมายืนอออยู่หน้าห้องเรียนของขั้นป.4 ทำให้นักแสดงแต่ละคนต่างพากันเคอะเขิน แต่ไม่นานบรรยากาศของความสนุกสนานได้เกลื่อนกลบความเขินอายกลายเป็พลังเริงโลดให้ขุนช้าง ขุนแผน และนางวันทอง ขยับกายร่ายรำมิต่างจากหมอลำคณะผ.รุ่งศิลป์กันเลยทีเดียว วรรคท้ายๆของกลอนลำ คำปันส่งเสียงลำว่า..ซ้างเอ้ยซ้าง ๆๆ มึงสิเือาบย้อย คอยเบิ่งตอนปลาย ขั่นบ่ตายคามือ ให้ด่าเฮาสาเด้อเพื่อนๆๆๆ
นักเรียนแต่ละชั้นต่างกรูลงมาจากชั้นบนของโรงเรียนลงมายังชั้นล่าง ซึ่งเป็พื้นที่โล่งเตียน ต่างพากันมายืนชมการแสดงหมอลำเื่ขุนช้างขุนแผนของนักเรียนชั้นป.4 ด้วยความสนุกสนาน มันเป็ความบันเทิงเริงใจของเด็กๆในโรงเรียน ซึ่งหาไม่ได้ง่ายนักตามโรงเรียนบ้านนอกคอกนา
การแสดงจบลงไปนานแล้ว คำปันกับอ่อนจันทร์และเพื่อนๆชาวนาวังโกพากันเดินตีนเปล่า ลัดเลาะออกจากดอนปู่ตามุ่งหน้าสู่เถียงนาน้อยกลางทุ่ง เหมือนวันเก่าก่อนที่ผ่านเลยมา.
******