บทที่ 10 หนามตำใจ
ถูกมารดาสั่งสอนไปยกใหญ่ โหรวป๋อเซียนที่ตั้งตัวเป็ปฎิปักษ์กับเฟยหรานนานค่อนเดือนก็ยอมผ่อนปรนให้นางเฉพาะครั้งนี้เท่านั้น ครั้งอื่นครั้งใดอย่าได้หวังอีก เขานั่งผ่อนลมหายใจทำสมาธิรอในรถม้าอย่างสุขุม จนแล้วจนรอดภรรยาตราตั้งก็ไม่โผล่หัวมาเสียที หรือว่านางตั้งใจจะทำให้สามีขายหน้าไปร่วมงานเลี้ยงสำคัญไม่ทันการ
ใตร่ตรองมาถึงตอนนี้ป๋อเซียนเริ่มนั่งไม่ติดเบาะทั้งที่ก่อนหน้านี้นั่งนิ่งอยู่ได้ตั้งนานสองนาน สมแล้วที่นางใช้สรรพนามเรียกแทนว่าลูกเต่า จังหวะยอบตัวเตรียมออกจากรถม้าเพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่านางกำลังก่อเื่อะไรอยู่อีกหรือไม่ ทว่ายังไม่ทันได้กรีดนิ้วััม่านน้ำเสียงสุขใสเสนาะหูดังแว่วกังวานเข้ามาด้านใน
"ท่านพี่รอนานหรือไม่"
เฟยหรานตั้งใจว่าครั้งนี้จะไม่ทำให้สามีผิดหวังเด็ดขาด ต่อให้ในใจลึกๆจะหวาดหวั่นอยู่บ้างเพราะนี่เป็การเข้าวังหลวงครั้งแรกของนาง สมองซีกหนึ่งครอบงำว่า อย่างไรนางก็ต้องทำให้สามีขายหน้า ทว่าสมองอีกซีกพร่ำบอกนางว่าโอกาสอันดีมาถึงแล้ว แสดงให้ผู้คนประจักษ์ตาแจ่มแจ้งไปพร้อมกันว่าเ้าคู่ควรกับการเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพเพียงใด ด้วยนิสัยรักหน้าถือตาของโหรวป๋อเซียนทำเช่นนี้จะทำให้เขายอมรับในตัวนางเร็วขึ้นเป็เท่าตัว
"ชักช้าอืดอาดเยี่ยงหอยทาก ชะใช้ได้ซะที่ไหน..."
เอาแต่ถนัดอ้าปากตำหนิไม่รู้จักถนอม ยามชายหนุ่มม้วนตัวกลับไปนั่งที่เดิมประจวบกับที่เฟยหรานปัดป่ายม่านเบี่ยงตัวเข้ามาด้านใน ป๋อเซียนคงคาดไม่ถึงว่ายามที่นางอยู่ในแพรไหมปักดิ้นแพรจะส่งเสริมหน้าตาที่สระสวยอยู่แต่เดิมแล้ว ให้งามสะพรั่งเพิ่มขึ้นไปอีก อันที่จริงมีไม่กี่เื่ในสี่ดินแดนแคว้นโจว ที่สามารถทำให้แม่ทัพกระหายโลหิตผู้เ็าตกตะลึงได้ เช่นนั้นความงามของนางก็คงต้องถูกนับรวมเข้าไปด้วย
พลบค่ำวันสำคัญรถม้าคันงามประดับตราตั้งโอ่อ่าแล่นออกจากจวนแม่ทัพั้แ่ยามโหย่ว ประวิงเวลาแล้วน่าจะไปถึงก่อนระบำนารีจะเริ่ม โหรวป๋อเซียนหลีกเลี่ยงการเสวนากับนางเป็ที่สุดเพราะไม่้ามีปากเสียง บรรยากาศภายในรถม้าจึงได้ดูอึมครึมกว่าปกติ
นับว่ายังรู้ความอยู่บ้างที่เฟยหรานเองก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดขึ้นมายั่วโทสะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทั้งปวงนางพาดแขนริมกรอบหน้าต่าง ตามด้วยเกยคางเล็กเรียวลงไป... พลางยื่นโฉมโสภาออกไปสูดอากาศเย็นสบายจากด้านนอกอย่างสบายใจ หารู้ไม่ว่ามีคนปากมีดใจเต้าหู้กำลังลอบมองภรรยาตัวเองอย่างหลงไหลพลางเอ่ยชื่นชมในใจแต่เพียงผู้เดียวไม่ขาดปาก
*สำนวนจีนปากมีดใจเต้าหู้ หมายถึง ปากร้ายแต่ใจอ่อน หรือเปรียบเปรยกับป๋อเซียน ปากไม่ตรงกับใจ*
[งามนัก... จิ่วอิงหว่านฉง นางระบำในโรงสุราที่ลือว่างามที่สุดในใต้หล้ายังเทียบภรรยาข้าไม่ได้ถึงเสี้ยวเล็บ]
เฟยหรานที่ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะไม่ทำการใดให้ดูสุ่มเสี่ยงกระทั่งเ้าลูกเต่ามีโทสะ ด้วยสัญชาตญาณเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหล่าที่ถูกผัดแป้งมาอย่างดีถูกเหงื่อเย็นเกาะพราวหลายเม็ดจึงผลีผลามโถมตัวเข้ามาใกล้ ความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้ป๋อเซียนถึงกับตัวแข็งทื่อเป็ปูนปั้น
นิ้วมือนุ่มนิ่มััผ้าเช็ดหน้าปักลายลูกเต่ามรกตออกจากชายแขนเสื้อ พลั้งเข้ามาปัดป่ายซับเหงื่อให้ กลิ่นกายสตรีเพศหอมหวลประหนึ่งรถม้ากำลังแล่นวนในสวนบุปผชาติลานกว้าง กระแสความอ่อนโยนตามจารีตแล่นเข้ากอบกุมหัวใจของชายหนุ่มอย่างคาดไม่ถึง
โหรวป๋อเซียนตกเข้าสู่ภวังค์ที่เรียกว่าลุ่มหลงนารีเป็ที่เรียบร้อยแล้ว โฉมสะคราญอยู่ใกล้แค่คืบมือ แม้ริมฝีปากงามจะกลบทึบด้วยชาดแดงแต่ความใกล้ชิดทำให้สังเกตเห็นร่องปากบางน่าถนอมอย่างชัดเจน หัวสมองที่สมควรนึกถึงบทสนทนากับฝ่าาตอนนี้ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ชายหนุ่มเอาแต่คิดว่านางมันเป็แม่เสือสาวที่ขยันทำให้ใจแกร่งดวงนี้ร่ำสั่น
เพราะความหลงไหลสถิตอยู่นานเกินไป โหรวป๋อเซียนจึงเผลอพลั้งหลุดปากพูดโพล่งออกไปตามที่ใจย้ำคิด แต่งงานกับเฟยหรานแรมเดือนแล้วยังไม่ได้ย้ายมาอยู่เรือนเดียวกันก็น่าแปลกอยู่ไม่น้อย หากบอกว่าสนใจเฟยหรานั้แ่แรกก็คงเป็การลั่นวาจาโป้ปด ทว่าสองวันมานี้สตรีที่ว่าร้ายกาจและเ้าเล่ห์เพทุบายฉไหนน่าค้นหาและชอบเย้ายวน หรือว่านี่จะเป็หนึ่งในแผนการที่นางทำเพื่อเมิ่งจี้หยาง
"คืนนี้เ้า..."
"ทราบแล้ว คืนนี้ไม่ทำให้สกุลโหรวขายหน้า"
อันที่จริงตั้งใจจะชวนนางย้ายกลับมาอยู่เรือนเดียวกัน ประการที่หนึ่งจะได้ง่ายต่อการควบคุมนางให้อยู่ในกรอบในกฎ ประการที่สองเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการจับตามอง เช่นนั้นแล้วไม่ว่าซู่เฟยหรานจะมีเป้าหมายอันใด อยากทำอะไรเพื่อเมิ่งจี้หยางก็คงทำได้ไม่สะดวกนัก ระหว่างที่รอวันหย่าร้างอย่างไรก็ต้องดักทางภรรยาตัวร้ายให้รัดกุมไม่เหลือช่องทางให้ย่างก้าว
"เข้าเขตวังแล้วขอรับ" องครักษ์สุยสาวเท้ายาวเทียบข้างบานหน้าต่างเปล่งเสียงแจ้งผู้เป็นาย
"ท่านพี่ ข้างามหรือไม่"
พอมาถึงสถานที่จริงเฟยหรานเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ความมั่นใจในตัวเองที่ตระเตรียมมาเลือนหายเหลือเพียงความประหม่า นางถามย้ำเป็ครั้งที่สามหลังจากที่ทั้งคู่ลงจากรถม้าก้าวเข้าสู่ลานเดินที่ปูเป็ทางยาวด้วยหินล้ำค่าขัดมัน เนื่องด้วยโหรวป๋อเซียนที่ต้องสวมหัวโขนต้าซือหยวนเหรินผู้เคร่งขรึมจึงชิงเดินนำหน้าไปไกลโข ไม่มีเวลาวอกแวกกับสิ่งอื่น
"เร็วหน่อยขอรับฮูหยิน" ด้านองครักษ์สุยกวักมือเรียกอย่างหงุดหงิดพลางยกมือกดหว่างคิ้วไม่ให้ขมวดเข้าหากัน
เห้อ! แม้แต่องครักษ์สุยหย่งอี้ก็ไม่รอนาง เกิดเป็สตรีนุ้งอาภรณ์คับแน่นเหล่านี้มันน่าอึดอัดเสียงจริง จะย่างก้าวแต่ละทีเชื่องช้าต้วมเตี้ยมอย่างกับเต่า แต่เดี๋ยวก่อนนะ! โหรวป๋อเซียนหวงชื่อเสียงมากมิใช่หรือเหตุใดเวลานี้ปล่อยให้ภรรยาตกเป็เป้าสายตาผู้อื่น
แน่นอนว่าในราชสำนักมีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ว่าซู่เฟยหรานคำนับฟ้าดินได้เพียงครั้งเดียว ก็ใจแตกล่มงานแต่งตนเองจงใจหนีตามชายอื่น ไม่เพียงกระทำไม่สำเร็จลุล่วงยังโดดหน้าผาทิ้งชีวิต สร้างเื่น่าอับอายแก่สกุลโหรวไม่น้อย
เื่อื้อฉาวเหล่านี้อย่างมากปิดได้แค่ชาวเมืองเท่านั้น ใต้ราชสำนักใหญ่โตปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด ถึงอย่างนั้นคนที่ซู่เฟยหรานสมควรขอบคุณมากที่สุดก็คือป๋อเซียนอีกนั่นแหละ หากไม่ใช่ว่ากำราบภรรยาเสร็จก็ร้อนรนควบอาชาเข้าเฝ้าเหนือหัว วันนี้สกุลซู่คงสิ้นชื่อไปนานแล้ว อันข่าวลือที่ว่าโหรวป๋อเซียนเป็ที่โปรดปรานประดุจดั่งโอรสบุญธรรมของกษัตริย์นับว่าไม่เกินจริง เห็นแก่ความสัมพันธ์นี้สกุลซู่จึงได้รับอภิสิทธิ์หย่อนโทษรอดตัวไป
ขณะเฟยหรานเดินได้เพียงครึ่งทาง โหรวป๋อเซียนก็ลากเท้าเข้าไปถึงอุทยานหลวงส่วนใน ครั้นจะเข้าหาฝ่าาเป็เป้าหมายแรก หัวบรรใดทางขึ้นไปยังลานพิธีดันได้พบกับคนผู้หนึ่ง ซึ่งเขาเป็คนที่โหรวป๋อเซียนไม่อยากเสวนาด้วยที่สุดในงาน
"คารวะต้าซือหยวนเหรินผู้สูงส่งเทียมฟ้า โบกเมฆาได้ด้วยฝ่ามือเดียว"
คำกล่าวทักทายสอดไส้ไปด้วยการแซะซ้ำถากถาง อันชายชาติบุรุษผู้เป็ขุนนางฝ่ายบุ๋นยิ้มด้วยปากถากถางด้วยหางตา สมแล้วที่เป็กุนซือวัยช่างฝันผู้ถือปณิธานแรงกล้าแผดเผาได้แม้แต่หนวดราชสีห์ ตามมารยาทขั้นพื้นฐานป๋อเซียนจึงประสานมือคารวะตอบทว่าเขาทำพอเป็พิธีเท่านั้น ยวบตัวเพียงกึ่งหนึ่ง ค้อมศีราะเพียงกึ่งหนึ่ง หลังแข็งทื่อก้มไม่ไหว
ความงียบงันเท่านั้นที่จะจบบทสนทนาได้ดีที่สุด ประสานมือตอบรับแล้วป๋อเซียนตั้งท่าจะจากไป จู่ๆเ้าปลาไหลสกปรกแซ่เมิ่งก็กล่าววาจาไม่สร้างสรรค์ออกมาดังๆเพื่อสร้างจุดสนใจ หวังทำให้ท่านแม่ทัพโหรวขายขี้หน้า
"ท่านแม่ทัพ... ฮูหยินของท่านไม่ได้ติดตามมาด้วย หรือว่านางโดดหน้าผาหนีไปอีกแล้ว"
ขุนนางฝ่ายบู้ไม่ใช่ธารธาราแอ่งน้ำใสที่จะรองรับน้ำที่ผู้อื่นสาดออกมาได้ โหรวป๋อเซียนที่พยายามสงบใจมาตลอดทางคล้ายกำลังมีโทสะ ไม่ช้าก็เร็วหากปล่อยให้เ้าหมาบ้าแซ่เมิ่งยั่วยวนคงอดกลั้นต่อไปไม่ได้แน่ ขณะบรรยากาศรอบกายทั้งคู่เริ่มคับแน่นอบอวลไปด้วยสนามอารมณ์ จู่ ๆ น้ำเสียงใสสะอาดลอดเข้ามาแทรกแซง