เยี่ยนกุย? หางตาจิ่งเยี่ยนกุยกระตุกเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เจอกันแทบไม่เคยได้คุยกับเขา วันนี้ก็พูดคุยกันแค่ไม่กี่คำ ระหว่างพวกเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยสนิทกันไม่ใช่เหรอ? การที่เขาเรียกเธอด้วยความสนิทสนมแบบนี้ คนอื่นจะเข้าใจผิดได้ง่ายๆ นะ!
หลังจากพูดจบ ฟางเสียนจือก็เดินมาตรงหน้าเธอ เอื้อมมือปัดปอยผมที่เปื้อนเืบนหน้าผากของเธอไปทัดหู แล้วพูดว่า “ฉันกลับก่อนนะ”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกเหมือนถูกจีบเย้าหยอก ทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เธอไม่เคยถูกใครจีบมาก่อน ตอนนี้เลยทำตัวไม่ถูก และพยักหน้าซื่อๆ
พอเขาเห็นท่าทางของเธอ ก็ยกยิ้มออกมา จากนั้นก็ให้ชาวบ้านช่วยพยุงแล้วเดินกะโผลกกะเผลกออกไป
หลิวชุนฮวากับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเห็นภาพนั้นก็ต่างยืนนิ่งตะลึงอยู่กับที่ จนกระทั่งฟางเสียนจือเดินไปไกลแล้ว ทั้งสองคนถึงได้สติกลับคืน
หลิวชุนฮวาพลันโพล่งถามออกไป “เยี่ยนกุย บอกแม่มาตามตรง แกไปอยู่กับฟางเสียนจือได้ยังไงกัน? คำพูดเมื่อกี้นี้ของเขาหมายความว่ายังไง?”
จิ่งเยี่ยนกุยพูดเบาๆ “หนูแค่บังเอิญเจอเขา หนู… หนูก็ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาหมายความว่ายังไง”
หลังพูดจบ เธอก็ก้มหน้าลงเหมือนรู้สึกเขินอาย ในสายตาหลิวชุนฮวาที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็คิดว่าเธอกำลังเขิน แต่จริงๆ แล้วเธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเขา้าจะสื่ออะไร เขาคงไม่ได้จะรับผิดชอบหรือตกหลุมรักเธอจริงๆ กระมัง?
แค่คิดถึงความเป็ไปได้นั้น เธอก็รู้สึกอยากขำออกมา ผู้ชายแบบฟางเสียนจือ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนในหมู่บ้านไม่ชอบเขา เพียงแต่ในใจเธอรู้อยู่เต็มอกว่า ตัวเธอเองในตอนนี้ต่างกับเขามากแค่ไหน
เธอยังจำได้ว่าในชาติที่แล้ว เขาไม่ได้เป็แค่ลูกชายของครูใหญ่เท่านั้น
ใบหน้าของหลิวชุนฮวากำลังแย้มยิ้ม แต่ในใจกลับกำลังแผดเสียงคำราม
วันนี้หล่อนตั้งใจจะทำลายจิ่งเยี่ยนกุยให้ย่อยยับ บีบคั้นให้เธอออกไปทำงานหาเงิน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ว่าทุกอย่างดีขึ้นเสียอย่างนั้น นึกไม่ถึงว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะไปพัวพันกับฟางเสียนจือที่ทั้งหน้าตาดีและมีอนาคตไกลที่สุดในหมู่บ้าน!
เื่นี้หล่อนจะต้องไตร่ตรองให้ดี!
ในที่สุด จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็ทนไม่ไหว อดไม่ได้ที่จะพูดออกไป “พี่ วันนี้พี่ได้ทำเื่อะไรลับๆ ล่อๆ กับฟางเสียนจือในป่าหรือเปล่า?”
ภายในใจของจิ่งเยี่ยนกุยเย็นเยียบ แต่กลับมองจิ่งเสี่ยวเยวี่ยกลับด้วยสีหน้าประหลาดใจ แล้วถามว่า “เธอรู้ได้ยังไง?”
จิ่งเสี่ยวเยวี่ย “…”
เธอเดาถูกแล้วจริงๆ ตอนนี้หล่อนรู้สึกแทบจะคลุ้มคลั่งไปแล้ว!
จิ่งเยี่ยนกุยยังคงพูดด้วยท่าทางขวยเขิน “จริงๆ แล้ว ระหว่างฉันกับเขาก็ไม่มีอะไร ทุกคนเป็คนหมู่บ้านเดียวกัน พอได้รับาเ็แล้วจะช่วยเหลือกันก็เป็เื่ธรรมดา พยุงกันลงมาสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็อะไร”
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยแทบจะคลั่งะเิอารมณ์ ท่าทางแบบนี้ของจิ่งเยี่ยนกุย มันดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างนั้นเหรอ? พวกเขาแค่พยุงกันลงมาจริงๆ แค่นั้นเหรอ?
หลิวชุนฮวาใจเย็นกว่าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยมากโข แน่นอนว่าหล่อนไม่ยอมปล่อยให้จิ่งเยี่ยนกุยข้องเกี่ยวกับฟางเสียนจือเป็อันขาด ดังนั้นเื่ที่จิ่งเยี่ยนกุยพยุงฟางเสียนจือลงมาจากเขานั้น หล่อนจะไม่ป่าวประกาศออกไปเด็ดขาด
เพราะฉะนั้นหล่อนจึงได้ตำหนิจิ่งเยี่ยนกุย “เป็สาวเป็นาง พูดเื่แบบนี้ออกมาไม่ละอายบ้างหรือไง? ฟางเสียนจือเป็คนที่แกคู่ควรงั้นหรือ? ต่อไปเื่นี้ห้ามเอาไปพูดกับใครอีก”
พูดจบ หล่อนก็พบกับสีหน้าที่ไม่เข้าใจของจิ่งเยี่ยนกุย จึงตระหนักได้ว่าตอนนี้ตนไม่ได้แสดงท่าทีเป็แม่ที่ใจดี จึงพูดต่อ “แม่ทำไปเพื่อแก ฟางเสียนจือไม่มีทางแต่งงานกับแกหรอก ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไป มันจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของแก ถึงตอนนั้นถ้าแกจะแต่งงานก็คงยากเสียแล้ว”
จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเ็า ชาติที่แล้วตอนที่ชายเสเพลเจอเธอและอุ้มธอกลับหมู่บ้าน หลิวชุนฮวาแทบจะบอกทุกคนว่าเธอชะตาอาภัพ ถูกชายเสเพลอุ้ม ทำได้แค่เพียงแต่งงานกับชายเสเพลเท่านั้น
แต่ตอนนี้เธอไม่จำเป็ต้องพูดอะไรให้มากความกับหลิวชุนฮวา เพราะเธอรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร
หลังจากออกมาจากป่า จิ่งเยี่ยนกุยก็เห็นคำขวัญที่เขียนไว้บนกำแพงข้างทาง “มีลูกแค่คนเดียวดี” “ลูกสาวก็เป็ทายาทได้เหมือนกัน” ไม่ไกลออกไป ชาวนากำลังยุ่งอยู่กับการทำเกษตรสองรีบ [1] ผิวแต่ละคนต่างไหม้แดดจนกลายเป็สีแทน
ปีนี้เป็ปีที่สองที่เมืองหยางเฉิงแบ่งที่ดินส่วนรวมให้ชาวนาทำกิน ปีที่แล้วหมู่บ้านเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตมากมาย ชาวบ้านทุกคนจึงมีเปี่ยมล้นกำลังใจ
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้เห็นภาพการทำนาที่คึกคักแบบนี้มานานหลายปีแล้ว มุมปากของเธอยกยิ้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
หลังกลับมาถึงบ้านตระกูลจิ่ง หลิวชุนฮวาไม่มีทางยอมเสียเงินจ้างหมอมาดูอาการาเ็ให้จิ่งเยี่ยนกุย โดยให้เหตุผลว่า “เยี่ยนกุย แกก็รู้ว่าฐานะทางบ้านเป็ยังไง บ้านเราไม่มีเงินจริงๆ าแของแกก็ไม่ร้ายแรงอะไร คงไม่ต้องเชิญหมอมาดูแล้ว แกต้องเข้าใจนะ”
คำพูดแบบนี้ จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินแทบทุกวันในชาติที่แล้ว หลิวชุนฮวาจะคอยล้างสมองเธอแบบนี้ตลอด พอโดนล้างสมองนานวันเข้า เธอก็คิดว่าตัวเองต้องรู้จักหน้าที่ ต้องทำเพื่อครอบครัวนี้ให้มากขึ้น พอตอนนี้มาคิดดูแล้ว ตัวเองช่างน่าขันสิ้นดี
เธอรู้ว่าการเถียงกับหลิวชุนฮวานั้นไร้ประโยชน์ สุดท้ายก็มีแต่จะโดนประณามว่าไม่รู้จักหน้าที่ ไม่เห็นใจพ่อแม่ และตัวเธอเองก็เป็แพทย์แผนจีนที่เก่งกาจอยู่แล้ว แค่เก็บสมุนไพรจากหน้าบ้านมาหน่อยก็สามารถรักษาาแตัวเองได้ เธอจึงพยักหน้ารับไปอย่างนั้น
ทันใดนั้น หมอจีนเท้าเปล่า [2] ประจำหมู่บ้านก็มาถึง และบอกว่าจะรักษาแผลให้จิ่งเยี่ยนกุย
หลิวชุนฮวางุนงงเล็กน้อย “คุณรู้ได้ยังไงว่าเยี่ยนกุยลูกสาวฉันได้รับาเ็? าแของเธอไม่หนักหนา นอนพักอยู่ที่บ้านสักสองวันก็หายแล้ว ฉันไม่มีเงินค่ารักษาหรอกนะ!”
คุณหมอยกยิ้มแล้วพูด “ฉันได้ยินมาจากฟางเสียนจือ คุณไม่ต้องห่วง บ้านตระกูลฟางบอกว่าเยี่ยนกุยลูกสาวของคุณได้รับาเ็เพราะช่วยฟางเสียนจือ ดังนั้นเื่ค่ารักษาของเยี่ยนกุย บ้านตระกูลฟางจะเป็คนออกให้เอง”
หลิวชุนฮวาหน้าเสียอยู่บ้าง จิ่งเยี่ยนกุยบอกว่าฟางเสียนจือช่วยชีวิตเธอเอาไว้ แต่ฟางเสียนจือกลับบอกคนอื่นว่าเธอเป็คนช่วยเขา!
เดิมทีหล่อนคิดว่าฟางเสียนจือคงไม่มีทางชอบจิ่งเยี่ยนกุยแน่นอน และไม่มีทางที่จะพูดเื่นี้ให้คนอื่นรู้ ดังนั้นเธอจึงอยากปิดบังเื่นี้ แต่ไม่คิดว่าฟางเสียนจือจะพูดเื่นี้ออกไป
สีหน้าของหล่อนไม่สู้ดีนัก แต่ก็ฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุยเป็ลูกสาวฉัน จะให้บ้านตระกูลฟางออกเงินได้ยังไงกัน”
ถึงจะพูดแบบนั้นออกมา แต่หลังจากที่คุณหมอพันแผลให้จิ่งเยี่ยนกุยเสร็จ ก็ยังดื้อดึงไม่ยอมรับเงิน เพียงแค่บอกว่าบ้านตระกูลฟางจ่ายเงินให้แล้ว
ในใจจิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกแปลกๆ ตกลงฟางเสียนจือ้าจะทำอะไรกันแน่?
หลิวชุนฮวารู้สึกว่าทุกอย่างหลุดจากการควบคุมไป ใน่เวลานี้หล่อนถึงกับคิดแผนการไม่ออก จึงได้แต่มองจิ่งเยี่ยนกุยด้วยสายตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความโกรธ ก่อนพูดขึ้นว่า “แผลของแกดูเหมือนจะไม่เป็อะไรมาก ไปถอนหญ้าในสวนผักได้แล้ว”
“เป็พี่สาวแท้ๆ คิดแต่เื่ี้เีทั้งวัน ไม่เป็แบบอย่างที่ดีเลยสักนิด! ไม่ต้องมามองฉันเลย ใครไม่เคยาเ็กันบ้าง? บ้านเราไม่มีลูกสาวที่อ่อนแอเปราะบางแบบนั้นหรอก!”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าแม่ลูกคู่นี้คงจะไปคิดแผนการมาเล่นงานเธออีกแน่ๆ แต่ตอนนี้เธอคร้านจะใส่ใจ เสียเืไปเยอะขนาดนั้น แถมยังเหนื่อยมาทั้งวัน ไม่มีแรงไปเถียงกับหลิวชุนฮวาหรอก จึงตัดสินใจไปนอนที่กองฟางข้างสวนผักก่อน ที่เหลือค่อยว่ากันอีกที
เธอจึงตอบรับไปเสียงหนึ่ง แล้วเดินออกไปช้าๆ
หลิวชุนฮวามองตามหลังเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าปกติ เล่นงานจิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ยังไม่เท่าไหร่ บ้านตระกูลฟางถึงขนาดไปหาหมอมารักษาให้เธอ แล้วยังบอกว่าจิ่งเยี่ยนกุยช่วยฟางเสียนจือเอาไว้ เื่นี้ทำให้หล่อนไม่พอใจอย่างมาก
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยพูดออกมาอย่างหัวเสีย “แม่ ตอนนี้จะทำยังไงกันดี?”
เชิงอรรถ
[1]การทำเกษตรสองรีบ (双抢) หมายถึง การเร่งทำการเกษตรให้ทันฤดูกาล ประกอบด้วย 抢收 เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร และ 抢种 เร่งปลูกพืชรอบใหม่ทันทีหลังเก็บเกี่ยว
[2]หมอจีนเท้าเปล่า (赤脚医生) หมายถึง บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้เป็แพทย์ในระบบหรือผู้ที่ผ่านการศึกษาแพทย์อย่างเป็ทางการ แต่ได้รับการฝึกฝนพื้นฐานด้านการแพทย์ เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลเบื้องต้นในชนบทของจีน