เสียงฝนกระทบหน้าต่างเพนท์เฮาส์ในซีแอตเทิลฟังดูเหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
ลีน่านั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาหนังสีครีมในมือกำโทรศัพท์ที่หน้าจอยังค้างอยู่ที่ข้อความของอีธาน ‘รอยตบยังเจ็บไม่เท่าคำโกหก…’คำพูดนั้นเหมือนตะปูที่ตอกย้ำลงบนแผลเป็ที่เธออุตส่าห์ปิดบังไว้เสียมิดชิดตลอดสิบปี
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องดังขึ้นก่อนที่เธอจะได้จมดิ่งลงไปมากกว่านั้น
“ถ้าเป็พนักงานส่งอาหาร ฉันไม่ได้สั่งนะ!” ลีน่าะโบอกแต่เมื่อส่องตาแมว เธอก็เห็นใบหน้าคุ้นเคยของ มายา เฉิน เพื่อนสนิทที่คบกันมาั้แ่สมัยเรียนมายายืนถือขวดไวน์แดงและถุงอาหารไทยใบใหญ่
ทันทีที่ประตูเปิดออกมายาก็เดินแทรกตัวเข้ามาและวางของทุกอย่างลงบนโต๊ะ “ไม่ต้องถามฉันรู้ว่าเธอ้าทั้งไวน์และคาร์โบไฮเดรตหลังจากที่เธอโทรมา สติหลุดแบบนั้น”
มายามองดูตาที่บวมช้ำของเพื่อนแล้วถอนหายใจ“เขาทำอะไรเธอ ลีน่า? หรือเธอทำอะไรเขา?”
“ฉันตบหน้าเขา” ลีน่าสารภาพเสียงแ่ขณะรับแก้วไวน์จากเพื่อน“เขามีคู่หมั้นแล้วมายา… เธอสวย สดใส และดูเหมือนจะรักเขามาก”
“แล้วอีธานล่ะ? เขายังมองเธอเหมือนเดิมไหม?”
ลีน่านิ่งไปชั่วครู่ความคิดของเธอถูกกระชากกลับไปยังสถานที่ที่เธอพยายามลืมมาตลอด
เวอร์มอนต์,10 ปีที่แล้ว
กลิ่นดินหลังฝนตกในชนบทหอมกรุ่นกว่าในเมืองใหญ่ลีน่าในวัยยี่สิบห้านอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของอีธานบนโซฟาตัวเก่าในหอพักเล็ก ๆของพวกเขา แสงไฟจากตะเกียงสลัวๆสะท้อนให้เห็นแบบจำลองสถาปัตยกรรมที่อีธานเพิ่งทำเสร็จ
“มันเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้วนะ” ลีน่ากระซิบพลางใช้นิ้วลากไปตามโครงสร้างไม้จิ๋ว
“ยังหรอก” อีธานตอบ เสียงของเขาในตอนนั้นเต็มไปด้วยความหวังและความอ่อนโยนเขาจับมือเธอขึ้นมาจูบที่ปลายนิ้ว“มันจะสมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อบ้านหลังนี้มีคุณอยู่ข้างในจริงๆ ลีน่า… หลังจากเรียนจบเราจะไปซีแอตเทิลด้วยกัน ผมจะสร้างบ้านที่สวยที่สุดให้คุณ”
“เราจะไปรอดเหรออีธาน? โลกข้างนอกนั่นมันน่ากลัวนะ”
“เราจะรอด” เขาพึมพำชิดใบหูเธอ “ตราบใดที่มี ‘เรา’ ไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้”
ในคืนนั้นพวกเขาไม่ได้เป็แค่คนรัก แต่เป็โลกทั้งใบของกันและกันเป็ความฝันที่กำลังจะกลายเป็จริง เป็ ‘เกือบจะ’ ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันพังทลาย
“ลีน่า? ลีน่า!” เสียงของมายาฉุดเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน
ลีน่ากะพริบตาไล่น้ำตาที่คลอหน่วยออกไป “เขาจองเวรฉันมายา… เขาจงใจเลือกบริษัทฉันเขาอยากให้ฉันเห็นว่าเขากำลังจะแต่งงานเขาอยากให้ฉันเจ็บเหมือนที่เขาเคยเจ็บเมื่อตอนที่ฉันเลือกทิ้งเขามาเพื่อรับงานที่ลอนดอนในตอนนั้น”
“เธอทำเพื่ออนาคตนะลีน่า ตอนนั้นเรายังเด็กและไม่มีอะไรเลย”มายาปลอบพลางแตะไหล่เพื่อน “แต่คำถามคือ… วันศุกร์นี้เธอจะไปจริงๆ เหรอ? มื้อค่ำกับแฟนเก่าและคู่หมั้นเนี่ยนะ? มันคือนรกชัด ๆ”
“ฉันต้องไป” ลีน่าพูดเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง “ถ้าฉันไม่ไปเขาก็จะรู้ว่าเขายังมีอิทธิพลต่อใจฉันอยู่ ฉันจะแสดงให้เขาเห็นว่า ลีน่า คาร์เตอร์คนนี้ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลือให้เขาอีกแล้ว”
“เธอแน่ใจเหรอ?” มายาถามด้วยสายตาที่รู้ทัน“เพราะสายตาเธอตอนที่พูดชื่อเขา…มันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยสักนิด”
ลีน่าไม่ได้ตอบเธอจิบไวน์จนหมดแก้ว รสชาติฝาดเฝื่อนของมันช่างเข้ากับความรู้สึกในใจ
คืนนั้นลีน่านอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาจนกระทั่งถึงเกือบตีสามเธอตัดสินใจลุกขึ้นไปที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานชั้นล่างสุด ล้วงมือเข้าไปใต้กองเอกสารเก่าๆ และหยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมา
ข้างในนั้นมี‘แบบจำลองไม้จิ๋ว’ รูปบ้านหลังเล็กๆ ที่อีธานเคยทำเสร็จในคืนนั้นที่เวอร์มอนต์มันเริ่มเก่าและมีรอยร้าวตามกาลเวลา
เธอเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่างที่ด้านใต้ของแบบจำลองมีตัวหนังสือเล็กๆ ที่สลักไว้ด้วยลายมือของอีธาน ซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดสิบปีที่ผ่านมา
‘AlmostUs — E.’
หัวใจของลีน่าเต้นระรัว‘เกือบจะเป็เรา’… เขาเขียนมันไว้ั้แ่วันนั้นหรือเขาเพิ่งเขียนมันก่อนจะส่งกล่องนี้คืนให้เธอตอนเลิกกัน?
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นเป็สัญญาณแจ้งเตือนอีเมลใหม่ ลีน่าเปิดดูด้วยความประหลาดใจเพราะมันดึกมากแล้ว
หัวข้ออีเมล:แปลนบ้านในซีแอตเทิล(โปรเจกต์ลับ) จาก: Ethan Blake
ลีน่ากดเปิดดูไฟล์ที่แนบมาด้วยความสับสน และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอถึงกับต้องปิดปากตัวเองเพื่อกั้นเสียงสะอื้น
มันคือแบบแปลนบ้านที่ทันสมัยและหรูหราที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาแต่มันมีโครงสร้างพื้นฐาน… เหมือนกับบ้านไม้จิ๋วในมือเธอไม่มีผิดเพี้ยน
เขาไม่ได้แค่กลับมาเพื่อแต่งงาน…แต่เขาดูเหมือนจะกลับมาเพื่อทวงสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ และเขากำลังใช้ ‘จูเลียน’เป็เครื่องมือในการทรมานเธอให้ตายทั้งเป็
มื้อค่ำวันศุกร์นี้จะไม่ใช่แค่การร่วมงานกันเสียแล้ว แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า…ความรักที่ถูกเขียนใหม่ อาจจะเ็ปกว่าต้นฉบับหลายเท่าตัว