หลินฮวารีบออกจากบ้านไปเปิดประตูรั้วป้าสะใภ้มักมาที่นี่บ่อย ๆ เพื่อมาเยี่ยมป้ารองที่นอนป่วย และมาดูแลพวกนาง นำอาหารมาให้
นั่นเป็สิ่งที่ชาวบ้านรับรู้ตั้งหาก
ที่จริงแล้วป้าสะใภ้มักจะหาเื่ดุด่า พี่ใหญ่อยู่ตลอด แม้หลินฮวาจะรู้สึกว่าั้แ่พี่ใหญ่ตกเขาคราวนั้นนางเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก
แต่นางก็ไม่พร้อมให้พี่ใหญ่เผชิญหน้ากับป้าสะใภ้ที่มีวาจาเชือดเฉือน
ครั้งล่าสุดที่ทั้งสองได้พบกัน นั่นทำเอาพี่ใหญ่ซึมไปหลายวันทีเดียว
“คนบ้านสามนี่นิสัยเป็เช่นนี้กันหมด ใช้ได้ที่ไหนให้ผู้ใหญ่มายืนรอหน้าบ้านนานเพียงนี้” ป๋ายเจียง สะใภ้ใหญ่บ้านหลิน คำพูดแรกที่พูดออกมานางก็เอ่ยปากตำหนิผู้อื่นเสียแล้ว
“ขออภัยป้าสะใภ้ ข้ากำลังทำอาหารอยู่” หลินฮวาแก้ตัว ป้าสะใภ้คงเห็นควันไฟที่ลอยขึ้นมาแต่ไกล นางจึงพูดไปตามตรง
“วันนี้ข้ามีเื่จะมาบอกพวกเ้าน่ะ” ป๋ายเจียงเอ่ยขึ้น แต่สายตานางก็สอดส่องไปทั่ว
เมื่อเห็นหลินฮวาไม่พูดตอบกลับสักคำนางจึงรู้สึกโมโห “หึ ไม่คิดจะเชิญข้าเข้าบ้านหน่อยรึไง ตรงนี้หนาวจะแย่”
หลินฮวารู้ดีว่า เป้าหมายของป้าสะใภ้คือป้ารองตั้งหาก นางไม่เคยอายที่จะทำตัวร้ายกาจ แม้แต่น้องสามีถ้านางอยากจะพูดจาดูถูกเหยียดหยามเท่าไร นางก็จะพูดไม่เกรงใจสามีตนแม้แต่น้อย
นั่นเป็เพราะหลินเฉิน ลุงใหญ่ของทั้งสาม พี่ชายคนเดียวของหลินเว่ยเว่ย ไม่เคยปกป้องทั้งสี่แม้แต่น้อย
พอหลังจากที่หลินเว่ยเว่ยขายที่ไป หลินเฉินยิ่งไม่ชอบใจหลินเว่ยเว่ย ถึงขั้นเอ่ยปากว่าจะตัดขาด เมื่อรู้ว่าสุดท้ายนางก็ถูกนำมาทิ้งยิ่งสะใจ
ป๋ายเจียงมองบ้านตรงหน้าอย่างเหยียดหยาม ก่อนหน้านี้ยังพูดได้ว่าบ้านสามขนาดสูสีกับบ้านใหญ่ แต่ตอนนี้จะนับเป็อะไรได้
คนข้างในบ้านต่างก็วุ่นวายไปหมด หลินเว่ยเว่ยสั่งหลินซานนำกากสมุนไพรที่ต้มไปแล้วมาต้มอีก และยกเข้าในบ้าน ให้กลิ่นสมุนไพรกลบกลิ่นอาหาร เพราะบ้านสามมีคนป่วยอยู่ตั้งสองคน
หลินเว่ยเว่ยแกล้งนอนซมบนเตียง ส่วนหลินลี่ก็แกะผ้าที่พันข้อมืออย่างประณีต เปลี่ยนมาพันอย่างลวก ๆ แทน
เสียงไอที่ดังออกมาจากบ้านสามไม่หยุด ทำป๋ายเจียงนิ่วหน้าอย่างรังเกียจ นางไม่อยากมาบ้านสามแม้แต่น้อย แต่นางก็อยากจะเย้ยหยันหลินเว่ยเว่ยมากกว่า
เมื่อรู้ว่า ตอนนี้ฝั่งตระกูลหลวนพากันย้ายเข้าเมืองหลวงนางก็ยิ่งสะใจ ถ้าไม่ติดนางต้องเลี้ยงหลานเล็กอยู่บ้าน นางก็อยากมาเยาะเย้ยหลินเว่ยเว่ยทันทีที่รู้ข่าว
พอเปิดประตูมาก็พบว่าหลินลี่นอนซมอยู่ข้างล่าง ส่วนหลินเว่ยเว่ยก็นอนบนเตียง ข้างกายนางนั้นมีถ้วยยากลิ่นฉุยถ้วยหนึ่งวางอยู่
ก่อนหน้านี้บ้านสามไม่มีแม้แต่ยาจะต้ม เพราะนางป๋ายไม่้าให้หลินเว่ยเว่ยหายป่วย พวกเด็ก ๆ ก็ไม่มีปัญญาที่จะซื้อยาได้ เงินที่มีนอกจากจะโดนยึด ยังต้องซ่อมแซมบ้านอีก
ป๋ายเจียงแกล้งทำเป็ใเมื่อเห็นสีหน้าของหลินเว่ยเว่ย สภาพนางดูไม่จืดจริง ๆ
“อ้าวโหยว น้องรอง ทำไมเ้าถึงมีสภาพเช่นนี้ล่ะ ข้าละปวดใจจริง ๆ ถ้าเ้าทำตัวดีกว่านี้ อย่างไรคนตระกูลหลวนก็ต้องเห็นใจเ้าบ้าง เพราะเ้าทำตัวเองแท้ ๆ ตอนนี้ซีห่าวก็กำลังได้เป็ขุนนาง เ้าจะนับว่าเป็อะไรได้” ป๋ายเจียงแสร้งพูดเห็นใจหลินเว่ยเว่ยแต่พูดเหน็บแนมนางทุกคำ
“เพราะญาติผู้พี่เห็นแก่ตระกูลป๋ายของข้า ถึงไม่ประกาศออกไปว่าเ้าถูกบ้านสามีไล่ทิ้งมา อย่างไรก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเ้าแต่งงานไปแล้ว เชื่อข้าเป็สาวเทื้อยังดีกว่าเป็แม่ม่ายสามีทิ้ง”
“ถ้าเห็นแก่ตระกูลป๋ายของป้าสะใภ้ทำไมถึงกล้าไล่ป้ารองออกมาละ” หลินฮวาทนฟังไม่ไหวจึงโพล่งออกมา
“หึ เด็กบ้านสามทำตัวเยี่ยงนี้กลัวผู้อื่นไม่รู้รึว่ากำพร้าบิดามารดา ทำตัวเหมือนไม่มีผู้ใดสั่งสอน เห็นแก่เ้ายังเด็กข้าจะไม่บอกกับลุงใหญ่เ้า” ป๋ายเจียงพูดอย่างรู้สึกว่าตนเหนือกว่า
ก่อนหน้านี้บ้านสามร่ำรวยกว่าบ้านใหญ่ บ้านหลังใหญ่พอ ๆ กับบ้านใหญ่ พวกเขามีเนื้อสัตว์กินแทบทุกวัน เด็กบ้านสามเองก็แต่งตัวดีกว่าเด็กในหมู่บ้าน
แม้หลังจากพ่อสามีตายไป ที่ดินทำกินก็ถูกบ้านใหญ่ยึดมาทำเอง บ้านสามก็ไม่เดือดร้อนสักนิด แต่หลังจากหลินเจ๋อตายไป บ้านสามก็ได้ลิ้มรสความลำบากที่แท้จริง
หลินฮวาน้ำตาคลอ ทุกครั้งต่อให้นางนิ่งเงียบเพียงใด ป้าสะใภ้ก็มักต่อว่าพวกนาง แม้กระทั่งบิดามารดาที่ตายไปแล้ว ก็ไม่วายถูกปลุกออกมาจากหลุมเพื่อโดนด่าทุกครั้ง
ลุงใหญ่แม้ไม่เคยดุด่าว่าพวกนาง แต่ถ้าลุงใหญ่ไม่ให้ท้าย ป้าสะใภ้ไหนจะกล้าทำถึงเช่นนี้
หลินซานก็กำมือไว้แน่น ถ้าเขาตอบโต้ก็อาจโดนทำร้ายได้ เพราะเป็เด็กผู้ชาย ตีแรง ๆ ไปเขาก็จะไม่ร้องเสียงดัง เหมือนหลินฮวา
หลินลี่ที่ตั้งใจจะเงียบ และอดทนไว้ จนป้าสะใภ้ผู้นี้ออกไป แต่เมื่อเห็นนางต่อว่าน้อง ๆ ถึงเพียงนี้ก็อดทนไม่ไหว
“ป้าสะใภ้กล่าวหนักเกินไปแล้ว แม้ตระกูลหลินเราจะไม่ได้มีหลานชายเป็ขุนนางอย่างท่าน แต่ใช่ว่าจะดูถูกกันได้ ไม่เห็นแก่พวกข้า ก็เห็นแก่หน้าลุงใหญ่เถอะ หลังจากสิ้นบิดามารดาไป ก็มีแต่พวกท่านที่เป็ญาติผู้ใหญ่ แม้จะแยกบ้านไปแล้ว แต่ก็ยังใช้สกุลหลิน ถ้ามีคนด่าว่าไม่มีใครสั่งสอน ก็ต้องด่าลุงใหญ่แน่นอน” หลินลี่พูดยาวเหยียด แม้ป๋ายเจียงจะโง่เพียงใด แต่นางก็เข้าใจสิ่งที่หลินลี่พูดดี นางแค่ด่าเด็กพวกนี้ แต่นังเด็กลี่ กลับพลิกลิ้นว่านางด่าสามีตนเอง
“เ้า หึ ข้าอุตส่าห์ตั้งใจจะมาเยี่ยม เอาข้าวของมาให้ ถ้าเห็นว่าปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้ก็ดูแลตัวเองเอาเถอะ” ป๋ายเจียงที่ทำเหมือนตนเองเป็ผู้ถูกกระทำ นางไม่ได้หยิบสิ่งใดติดมือมาแม้แต่น้อย แต่ก็กล้าพูดออกมาหน้าตาเฉย
“ได้อย่างไร บ้านใหญ่กำลังทำนาเป็ที่บ้านสาม แต่ปล่อยให้พวกข้าอดอยากเช่นนี้ แม้ชาวบ้านคนอื่นยังอิจฉาบ้านใหญ่ที่มีที่นามากที่สุด ทั้งยังมีที่ดินของน้องชาย ข้าจะบอกชาวบ้านได้อย่างไรว่าพวกข้าไม่เคยกินอิ่ม” หลินลี่ยกเื่อาหารการกินมาอย่างเคียดแค้น บ้านใหญ่เอาเปรียบบ้านสามอย่างหน้าด้านจริง ๆ
“อย่ากล่าวหากันลอย ๆ เช่นนี้ไม่กลัวตำแหน่งหลานชายข้ารึไง เ้าก็รู้ว่าปีนี้แห้งแล้ง ผลผลิตจะได้เท่าไรกันเชียว บ้านสามมีแต่เด็กแต่กินเปลืองยิ่งนัก ส่งมาเท่าไรก็ไม่เพียงพอ บ้านใหญ่เองก็ลำบาก” ป๋ายเจียงกล่าวความเท็จได้อย่างไหลลื่น
หลินลี่อยากจะเอ่ยคำหยาบที่รู้จักออกมาให้หมด แต่ตอนนี้ทำได้เพียงอดทนและกลืนมันลงท้อง “ไหนว่าท่านมีหลานเป็ขุนนาง ทำไมถึงลำบากได้ละ อ้ะ แต่ข้าลืมไป ญาติผู้พี่ของท่านเป็แค่แม่เลี้ยงนิ ไม่แปลกใจที่เขาจะไม่อยากคบค้ากับตระกูลท่าน”
ป๋ายเจียงเมื่อได้ยินทำพูดนั้นก็ทำเอานางโมโหเพราะคำนั้นมันจี้ใจนางอย่างแรง นางไม่อยากต่อปากแล้ว แต่จะเอาเืออกมาจากปากเด็กนี่ให้ได้
“เ้า” ป๋ายเจียงยกมือขึ้นหวังว่าจะตบลงไปบนหน้าเด็กสาวตรงหน้า
แต่ก็มีเสียงเย็น ๆ เอ่ยขึ้นก่อน “พี่สะใภ้ หลังจากญาติผู้พี่ของท่านไล่ข้าออกมา บ้านใหญ่ก็ดูสุขสบาย เหมือนเป็เศรษฐีข้ามคืน ท่านอยากให้คนอื่นรู้หรือไม่ว่าท่านนำเงินมาจากที่ใด”