เสียงหัวเราะของสองพ่อลูกค่อยๆ จางลง เหลือเพียงความเงียบสงบและเสียงลมหายใจของตึกเก่าที่ดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง กวินทร์กวาดสายตามองไปรอบห้องโถงชั้นสามที่ว่างเปล่า แม้เขาจะทำความสะอาดจนพื้นมันวาวไร้ฝุ่นผงแล้ว แต่ความจริงก็ยังคงอยู่ตรงหน้า ที่นี่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์แม้แต่ชิ้นเดียว
ไม่มีเตียง ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีแม้แต่เสื่อผืนหมอนใบ
พื้นคอนกรีตเย็นเฉียบแม้จะสะอาดแค่ไหน ก็ไม่ใช่ที่ที่เหมาะสำหรับเด็กน้อยที่มีอาการป่วยเรื้อรังจะล้มตัวลงนอน โดยเฉพาะในคืนแรกที่พวกเขาหนีออกมาจากคฤหาสน์หรูหราที่เพียบพร้อม
อันดาเริ่มหาวหวอดๆ มือเล็กๆ ขยี้ตาด้วยความง่วงงุน การผจญภัยเหาะเหินเดินอากาศเมื่อครู่ใช้พลังงานของเธอไปจนเกือบหมด
"คุณพ่อคะ หนูง่วงแล้ว"
เด็กน้อยกระตุกชายเสื้อพ่อเบาๆ ดวงตาปรือปรอยแทบจะปิดลง
"อดทนอีกนิดเดียวนะลูก"
กวินทร์ย่อตัวลงลูบหัวลูกสาวอย่างอ่อนโยน
"บ้านของเราสะอาดแล้ว แต่ยังขาดที่นอนนุ่มๆ เดี๋ยวพ่อจะไปหาของวิเศษมาเสกเป็เตียงเ้าหญิงให้หนูเอง หนูรอพ่อตรงนี้แป๊บนึงได้ไหม? พ่อจะไปแค่ตรงลานขยะข้างล่างนี่เอง มองลงไปก็เห็น"
อันดาพยักหน้าหงึกหงัก "ได้ค่ะ แต่คุณพ่อห้ามทิ้งหนูนะ"
"พ่อไม่มีวันทิ้งหนูครับ สัญญาด้วยเกียรติของจักรพรรดิเลย"
กวินทร์ถอดเสื้อกันหนาวตัวนอกของเขา (ที่ขโมยมาจากตู้เสื้อผ้าอันดาเมื่อครู่ เป็เสื้อคลุมไหมพรมตัวใหญ่) มาปูรองนั่งให้ลูกสาวที่มุมห้องที่อุ่นที่สุด จากนั้นเขาก็พุ่งตัวออกไปทางหน้าต่าง ะโลงสู่ลานกว้างด้านข้างตึกแถวอย่างรวดเร็ว
ลานกว้างข้างตึกแถวหมายเลข 8 นั้น แท้จริงแล้วคือ "สุสานขยะ" ขนาดย่อมๆ ของชาวชุมชน Zone F ที่นี่เต็มไปด้วยซากวัสดุก่อสร้างเหลือทิ้ง เศษไม้เก่าๆ ยางรถยนต์ และเฟอร์นิเจอร์ผุพังที่คนในเมืองเอามาทิ้งไว้
สำหรับคนทั่วไป นี่คือกองขยะไร้ค่า แต่สำหรับ "ปรมาจารย์นักสร้างสรรค์" (Grandmaster Artificer) อย่างกวินทร์ ที่นี่คือเหมืองสมบัติ
กวินทร์เดินสำรวจกองขยะด้วยสายตาคมกริบ เขาแผ่จิตััออกไปตรวจสอบโครงสร้างภายในของวัสดุแต่ละชิ้น
"ไม้อัดพวกนี้ใช้ไม่ได้ ชื้นและมีปลวกกิน พลาสติกพวกนี้ก็กรอบหมดแล้ว"
เขาคุ้ยเขี่ยกองขยะอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับกองวัสดุบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้ใต้ซากสังกะสี
มันคือกอง "ไม้ไผ่" ลำแก่จัดสีเหลืองทองจำนวนหลายสิบลำ น่าจะเป็นั่งร้านเก่าที่คนงานก่อสร้างทิ้งไว้เมื่อนานมาแล้ว แม้เปลือกนอกจะดูเปรอะเปื้อนและมีรอยขีดข่วน แต่เนื้อไม้ข้างในยังแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นสูง
'ไม้ไผ่สีสุก อายุเกิน 5 ปี เนื้อไม้แกร่งดั่งเหล็กแต่เหนียวนุ่มดั่งหวาย ธาตุไม้สมบูรณ์แบบ!'
กวินทร์ยิ้มมุมปาก เขาใช้มือดึงลำไผ่ออกมา 4-5 ลำอย่างง่ายดาย จากนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็น "แผ่นพาเลทไม้สน" เก่าๆ ที่วางซ้อนกันอยู่ และ "ถุงกระสอบป่าน" ที่บรรจุเศษฝ้ายดิบ (น่าจะเป็ไส้หมอนเก่าที่คนเอามาทิ้ง)
"ครบแล้ว วัตถุดิบชั้นเลิศ"
เขาหอบหิ้วของทั้งหมดขึ้นบ่า ไม้ไผ่ยาว 3 เมตรจำนวน 5 ลำ และพาเลทไม้อีก 2 อัน ดูเป็น้ำหนักที่คนธรรมดาไม่น่าจะแบกไหว แต่กวินทร์ะโทีเดียวก็ลอยละลิ่วกลับขึ้นไปทางหน้าต่างชั้นสามอย่างนิ่มนวล
กลับมาที่ห้องโถงชั้นสาม อันดานั่งกอดเข่ารอพ่อตาแป๋ว พอเห็นพ่อกลับมาพร้อมกองขยะ เธอก็ทำหน้างง
"คุณพ่อเอาไม้เก่าๆ มาทำไมคะ? จะเอามาก่อกองไฟเหรอ?"
กวินทร์วางของลงพื้น เสียงดัง [ตึบ] เบาๆ เพราะเขาใช้ลมปราณรองรับไว้ไม่ให้ฝุ่นฟุ้ง
"ไม่ใช่กองไฟลูก แต่เป็เตียงนอนต่างหาก"
เขาถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ
"ดูให้ดีนะลูก นี่คือมายากลบทที่หนึ่ง การแปรสภาพวัตถุ"
กวินทร์หยิบมีดพกสั้นๆ (ที่เขาพกติดตัวมาจากห้องครัวคฤหาสน์) ขึ้นมาถือไว้ จริงๆ มีดเล่มนี้ทื่อและสนิมขึ้น แต่เมื่อกวินทร์ถ่ายทอดลมปราณสีทองเคลือบไปที่ใบมีด มันก็ส่องประกายวาววับคมกริบยิ่งกว่าเลเซอร์
[ชวิ้ง!]
เขาตวัดมีดใสลำไผ่ด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน ปล้องไผ่ที่แข็งแกร่งถูกผ่าซีกออกเป็เส้นๆ ขนาดเท่ากันเป๊ะราวกับใช้เครื่องจักรวัด เศษเสี้ยนไม้และเปลือกสกปรกหลุดร่อนออกไปกองรวมกัน เหลือเพียงเนื้อไม้สีนวลสะอาดตา
อันดาอ้าปากค้าง "ว้าว! คุณพ่อหั่นไม้เหมือนหั่นกล้วยเลย!"
กวินทร์ไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาใช้มือเปล่าๆ จับเส้นตอกไม้ไผ่ที่ผ่าแล้ว แล้วเริ่ม "สาน"
มือของเขาขยับพลิ้วไหวรวดเร็วปานสายฟ้า เส้นไม้ไผ่ถูกสอดประสานกันขึ้นรูปเป็แคร่ไม้ขนาดพอดีตัวเด็ก ภูมิปัญญาการสานเครื่องเรือนแบบโบราณที่เขาเคยเห็นในโลกมนุษย์ ผสานกับเทคนิคการขึ้นรูปศาสตราวุธของโลกเซียน ทำให้โครงสร้างของเตียงนี้แข็งแรงทนทานยิ่งกว่าเหล็กกล้า แต่มีความโค้งมนสวยงามไร้รอยต่อ
[กึก กึก กึก]
เสียงไม้กระทบกันเป็จังหวะดนตรี เพียงไม่ถึงสิบนาที โครงเตียงไม้ไผ่สานลายขัดที่ประณีตงดงามก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา
แต่ความพิเศษมันเพิ่งเริ่มต้น
กวินทร์วางมือลงบนพื้นผิวของแคร่ไม้ไผ่ เขาหลับตาลงแล้วส่งกระแสจิตเข้าไปสลัก "อักขระ" (Rune) ที่มองไม่เห็นลงไปในเนื้อไม้
'อักขระรวบรวมธาตุหยาง อักขระถ่ายเทความร้อน อักขระคงทนถาวร'
แสงสีทองจางๆ เรืองรองขึ้นตามลวดลายสานของไม้ไผ่ ก่อนจะซึมหายเข้าไปในเนื้อไม้ ทันใดนั้น แคร่ไม้ไผ่ที่ควรจะเย็นชืด ก็เริ่มแผ่ไออุ่นจางๆ ออกมา
"ลองจับดูสิลูก" กวินทร์พยักเพยิดหน้าให้ลูกสาว
อันดาคลานเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอามือแตะที่เตียงไม้ไผ่
"อ๊ะ! มันอุ่นจังเลยค่ะ! เหมือนมีถุงน้ำร้อนอยู่ข้างในเลย!"
"ไม้ไผ่พวกนี้พ่อลงอาคมไว้ มันจะดูดซับความเย็นจากตัวหนู แล้วเปลี่ยนเป็ความร้อนอ่อนๆ คืนกลับไป หนูจะไม่มีวันหนาวสั่นอีกเวลานอนบนเตียงนี้"
"สุดยอดไปเลย! พ่อเป็โดราเอมอนเหรอคะ!"
กวินทร์หัวเราะร่า เขาหันไปจัดการกับ "พาเลทไม้สน" ต่อ เขาใช้สันมือกระแทกเบาๆ[ปัง!] ตะปูสนิมเขรอะที่ตอกยึดไม้พาเลทอยู่ก็ดีดกระเด็นออกมาเองทั้งหมด เขาแยกชิ้นส่วนไม้สนออกมา แล้วใช้พลังปราณ "ขัดเงา" (Polishing)
เพียงแค่เขาลูบฝ่ามือผ่านผิวไม้ที่หยาบกร้าน เสี้ยนไม้ก็หลุดออก ผิวไม้เรียบเนียนมันวาวขึ้นทันตาเห็น แถมลายไม้ยังเด่นชัดสวยงาม กวินทร์นำไม้สนเ่าั้มาประกอบเป็ขาเตียงและหัวเตียงแกะสลักเป็รูปกระต่ายน้อย (ตามจินตนาการสดๆ ร้อนๆ)
ตอนนี้โครงเตียงเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือแต่ที่นอน
กวินทร์หยิบถุงกระสอบป่านที่ใส่ฝ้ายเก่าๆ ออกมา ฝ้ายพวกนี้จับตัวเป็ก้อนแข็งและมีฝุ่นเกาะ ถ้าเป็คนอื่นคงทิ้งไปแล้ว แต่กวินทร์เทมันออกมาเป็กองูเาขนาดย่อม
"วิชาฝ่ามือเมฆาคล้อย!"
เขาซัดฝ่ามือออกไปเบาๆ เกิดกระแสลมหมุนวนรอบกองฝ้าย แรงลมกระแทกเอาฝุ่นผงและไรฝุ่นให้กระเด็นออกไปจนหมด พร้อมกับตีเส้นใยฝ้ายที่จับตัวเป็ก้อนให้ฟูฟ่องกระจายตัวออก
จากก้อนฝ้ายแข็งๆ กลายเป็ปุยนุ่นสีขาวสะอาดที่นุ่มฟูราวกับก้อนเมฆ
กวินทร์นำผ้าคลุมไหมพรมของเขา (ที่เอามาปูรองนั่งเมื่อกี้) มาห่อหุ้มปุยฝ้ายเ่าั้ เย็บปิดปากด้วยเส้นใยไผ่ที่เหลาจนเล็กเท่าด้าย กลายเป็ "ฟูกที่นอน" หนานุ่มขนาดพอดีกับเตียง
เขาบรรจงวางฟูกลงบนแคร่ไม้ไผ่ จัดแจงปูผ้าและวางหมอนใบเล็กที่ทำจากเศษผ้าเหลือๆ
"เสร็จเรียบร้อย เตียงนอนเ้าหญิงแห่งตึกหมายเลข 8"
กวินทร์ผายมือภูมิใจนำเสนอผลงานชิ้นโบแดง ท่ามกลางห้องโถงโล่งๆ เตียงไม้ไผ่หลังนี้ตั้งเด่นเป็สง่า มันดูเรียบง่ายแต่วิจิตรบรรจง ผิวไม้ขัดเงาล้อแสงจันทร์ และแผ่ไออุ่นที่มองไม่เห็นออกมาสร้างบรรยากาศรอบๆ ให้ผ่อนคลาย
อันดาตาเป็ประกายวิบวับ เธอลืมความง่วงไปชั่วขณะ วิ่งดุ๊กดิ๊กไปที่เตียงแล้วะโขึ้นไปทิ้งตัวลงนอน
[ฟุบ!]
"นุ่มจังเลยยยย!"
เด็กน้อยร้องเสียงหลง กลิ้งตัวไปมาบนฟูกที่ทำจากฝ้ายพลังปราณ
"นุ่มกว่าเตียงที่บ้านคุณแม่อีก! แล้วก็อุ่นด้วย! หลังหนูอุ่นวาบเลยค่ะพ่อ!"
กวินทร์มองภาพนั้นด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น หัวใจของเขาพองโตยิ่งกว่าตอนที่บำเพ็ญเพียรสำเร็จขั้นจักรพรรดิเสียอีก
"ชอบไหมลูก?"
"ชอบที่สุดในโลกเลยค่ะ!"
"งั้นก็นอนได้แล้วนะครับ ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เรายังมีเื่สนุกๆ ให้ทำอีกเยอะ"
กวินทร์เดินไปนั่งข้างเตียง ช่วยจัดแจงท่านอนให้ลูกสาว เขาถอดรองเท้าและถุงเท้าให้อันดา แล้วห่มผ้าให้เธอจนถึงคอ
แสงจันทร์จากหน้าต่างสาดส่องเข้ามา แต่กวินทร์เห็นว่ามันอาจจะแยงตาลูก เขาจึงเดินไปที่มุมห้อง หยิบก้อนหินแม่น้ำก้อนกลมเกลี้ยงก้อนหนึ่งขึ้นมา (ที่เก็บติดมือมาจากกองขยะ)
เขาถ่ายทอดพลังปราณลงไปในก้อนหิน กระตุ้นโครงสร้างโมเลกุลให้เรืองแสง
[วิ้ง]
ก้อนหินธรรมดาเปล่งแสงสีนวลตาออกมาเหมือนโคมไฟกลางคืน แสงนั้นสว่างพอที่จะมองเห็นรอบห้องแต่ไม่จ้าจนรบกวนการนอน กวินทร์วาง "หินจันทรา" (ฉบับทำมือ) ไว้ที่หัวเตียงรูปกระต่าย
บรรยากาศในตึกร้างที่เคยน่ากลัวและวังเวง บัดนี้กลับอบอุ่นและปลอดภัยราวกับอยู่ในวิมาน
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้ไผ่ใหม่และไม้สน ผสมกับกลิ่นอายบริสุทธิ์ของชีพจรัที่กวินทร์เปิดช่องระบายไว้ ทำให้ห้องนี้มีอากาศที่สดชื่นยิ่งกว่ารีสอร์ทบนยอดเขา
อันดานอนตะแคงข้าง กอดตุ๊กตากระต่าย (ที่กวินทร์แอบมัดเศษผ้าทำเป็ปมๆ ให้คล้ายตุ๊กตาแก้ขัดไปก่อน) ดวงตาของเธอเริ่มปรือลงด้วยความง่วงและความสบายที่ได้รับจากเตียงวิเศษ
ความเย็นที่เคยก่อกวนเธอทุกคืน บัดนี้ถูกไออุ่นจากแคร่ไม้ไผ่ขับไล่ออกไป พลังงานหยางที่กวินทร์สลักไว้ค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่แผ่นหลังเล็กๆ ช่วยทะลวงเส้นชีพจรที่ติดขัดอย่างช้าๆ
"คุณพ่อคะ" เสียงอันดางัวเงียเต็มที
"ครับลูก"
"คุณพ่อเก่งจังเลย ทำได้ทุกอย่างเลย"
"พ่อทำได้ทุกอย่างเพื่อหนูครับ"
"คืนนี้ คุณพ่อจะนอนกอดหนูไหมคะ?"
"พ่อนั่งเฝ้าหนูอยู่ตรงนี้แหละครับ ไม่ไปไหนแน่นอน"
กวินทร์เอื้อมมือไปกุมมือน้อยๆ ของลูกสาวไว้ ลูบหลังมือเธอเบาๆ เป็จังหวะกล่อม
"ฝันดีนะครับ อันดาของพ่อ"
ลมหายใจของเด็กน้อยเริ่มสม่ำเสมอ ร่างกายที่เคยเกร็งเพราะความหนาวและความเ็ป บัดนี้ผ่อนคลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มออกมาทั้งที่ตายังหลับสนิท
กวินทร์นั่งมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขาผ่านามานับพันครั้ง ฆ่าคนมานับล้าน เพื่อไขว่คว้าหาพลังอำนาจและความเป็ะ แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ใช่การนั่งบนบัลลังก์ทองคำเหนือผู้คน
แต่คือการได้เห็นคนสำคัญที่สุดนอนหลับอย่างเป็สุข ภายใต้หลังคาที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง
แสงจันทร์อาบไล้ร่างของสองพ่อลูกในตึกแถวร้างกลางสลัม มันเป็ภาพที่ขัดแย้งกับความเสื่อมโทรมภายนอกอย่างสิ้นเชิง ภายในห้องสี่เหลี่ยมเก่าๆ นี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เวทมนตร์แห่งความรักของพ่อ
อันดานอนหลับปุ๋ยบนเตียงไม้ไผ่เสริมพลังปราณ สีหน้าดูมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี