
เยเลน่านั่งพักผ่อนอยู่บนโต๊ะเก้าอี้สีขาวในสวนดอกไม้ใต้ต้นเมริสโตบนโต๊ะวางชุดถ้วยน้ำชาซึ่งเธอกำลังเทนมจากเหยือกเซรามิคเล็กๆ ลงในแก้วน้ำชาของเธอกลีบดอกไม้และใบไม้สีแดงปลิวสะบัดตามสายลมร่วงหล่นเต็มพื้นหญ้าเพิ่มสีสันให้กับสวนสีเขียวภายใต้ท้องฟ้าปลอดโปร่งยามกลางวันเยเลน่าชะเง้อมองขึ้นไปเหนือกิ่งไม้ที่กราฮันกำลังนั่งเล่นอยู่ก่อนตะโกนทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ท่านนี่ชอบอยู่บนต้นไม้จังนะ”
“ต้นนี้กิ่งไม้แข็งแรง ก็เลยมานอนรับลม”กราฮันชะโงกหน้าลงมาตอบเธออย่างอารมณ์ดี “ว่าแต่เจ้าเถอะ อาการเป็นยังไงบ้างต้องควบคุมผลึกคอร์กัสในตัวทหารอมตะเป็นร้อยๆ คนเลยไม่ใช่หรือ”
“เหนื่อยมากเลยล่ะ แต่ก็ทดสอบแล้วว่าทำได้”
“เจ้าอย่าฝืนมากนัก ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ลองหาวิธ๊อื่น”
“ข้าแค่ยังไม่ชิน อยู่ๆก็มองเห็นผ่านสายตาทหารอมตะเป็นร้อยคู่ ตอนถูกเข็มอาบยาคืนชีวิตแทงทดสอบจากมุมอับสายตาข้าเลยไม่รู้ตัวเพราะไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บร่วมกับพวกเขา แค่สายตาคู่หนึ่งหยุดนิ่งอยู่กับที่และไม่สามารถบังคับเคลื่อนไหวได้”เยเลน่าอธิบายตามความรู้สึกเปรียบได้กับมองเห็นสถานการณ์ผ่านจอภาพกล้องวงจรปิดหลายตัวพร้อมกันเพียงแต่เธอสามารถสั่งการให้กล้องขยับไปมาได้
“พันธสัญญาทาสนี่น่าทึ่งจริงๆ ”
“ตามปกติข้าแค่สั่งการเพียงรอบเดียวเพื่อให้พวกเขาทั้งหมดทำตามในคราวเดียวแต่พอมีผลึกคอร์กัส ข้าสามารถเลือกบังคับทหารอมตะคนใดคนหนึ่งได้ส่วนที่เหลือก็จะเคลื่อนไหวตามคำสั่งรอบแรก” เยเลน่ายกถ้วยชาขึ้นจิบก่อนจะกล่าวต่อ“แต่ก็ยังต่างกับเวลาควบคุมคาร์ลการควบคุมทหารอมตะที่ยังมีสติอยู่เหมือนจะเป็นการสั่งการมากกว่าควบคุมคือบังคับให้ทำตามคำสั่ง เจ้าตัวจะยอมทำตามก็ต่อเมื่อคิดว่าเป็นเจตนาของตนเอง”
“แล้วไม่พูดถึงวิธีควบคุมข้าบ้างหรือ” กราฮันแทรกขึ้นพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ
“ใครจะกล้าควบคุมท่านกัน พันธสัญญาทาสกับท่านเดิมทีก็เป็นของที่รับมาจากท่านแม่”
“แม่ของเจ้าโหดร้ายมาก”ภาพของอดีตราชินีเรน่าปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของกราฮันแต่เป็นภาพตอนที่เธอยังอยู่ในวัยเยาว์ รอยยิ้มเศร้าๆ ภายใต้ใบไม้สีแดงเลือดทำให้เขารำพึงเบาๆ “ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไม่ยอมให้ข้าตายไปตั้งแต่ตอนนั้นซ้ำยังเปลี่ยนอำนาจควบคุมพันธสัญญาทาสกับข้าให้ลูกสาวอีกเลยกลายเป็นข้าที่อายุยืนที่สุด”
“อาจเป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวอย่างเช่นให้คอยปกป้องข้าก็ได้”เยเลน่าตอบซึ่งกราฮันก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ข้าก็ว่างั้นแหละถึงได้บอกว่านางโหดร้ายทั้งที่สมัยก่อนเป็นคนอ่อนโยนแท้ๆ ”
“งั้นท่านก็คงทำอะไรให้ท่านแม่โกรธเป็นแน่ปกติท่านแม่ไม่ค่อยคิดร้ายต่อคนรอบตัวถ้าไม่จำเป็น”
“ข้าก็แค่...”
กราฮันนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาจึงปิดปากเงียบท่าทางของเขายิ่งทำให้เยเลน่าสงสัยเธอกวักมือเรียกให้เขาลงจากต้นไม้มานั่งคุยกันแต่เขาส่ายหน้าเยเลน่าหรี่ตาแล้วใช้พลังบังคับให้เขากระโดดลงมานั่งบนเก้าอี้อย่างว่าง่าย เมื่อสีม่วงเข้มประกายดำในดวงตาหายไปกราฮันก็ได้สติก่อนโวยวายใส่เยเลน่า
“เจ้าเล่นทีเผลอ... ใช้พลังควบคุมข้าเชียวหรือ”
“ก็ท่านกวนอารมณ์ข้าก่อนทำไมล่ะถ้าไม่เล่นทีเผลอจะควบคุมท่านได้ยังไง”
“ยัยหนูนี่นะ”
“เล่าเรื่องตอนพบกับท่านแม่ให้ฟังหน่อยสิ ข้าอยากรู้ไม่ค่อยเห็นท่านพูดถึงท่านแม่บ่อยนักด้วย”
กราฮันมองไปรอบๆ สวนในคฤหาสน์ของเยเลน่าซึ่งไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเขากับเธอ เยเลน่ายิ้มบางก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างรู้ทัน
“ไม่มีใครฟังอยู่หรอก ท่านส่งคาร์ลไปสืบเรื่องพันธศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองไอริสตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่หรือ”เยเลน่ารบเร้าอีกฝ่าย “เล่าให้ฟังหน่อยเถอะนะ ข้าอยากรู้ว่าพวกท่านพบกันยังไง”
กราฮันถอนหายใจนิดหนึ่งกับความอยากรู้อยากเห็นของเยเลน่าก่อนมองขึ้นไปที่ใบไม้สีแดงบนต้นเมริสโตเขาเริ่มบรรยายภาพความหลังในห้วงความคิดออกมาให้เยเลน่าฟัง
คฤหาสน์ของตระกูลแร็คนาร์ดตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางป่าบนภูเขาห่างจากเส้นทางไปยังเมืองไอริสราวห้ากิโลเมตรคฤหาสน์สร้างจากไม้และดินทาสีขาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุงหลังคาสีน้ำตาลเข้มทางขวาสุดของระเบียงทางเดินเป็นที่ตั้งของหอคอยบันไดวนทรงกลมทอดยาวขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ได้คฤหาสน์มีเพียงสามชั้นแต่กินพื้นที่กว้างถึงสองร้อยตารางเมตรไม่รวมเรือนพักคนงาน
ภายในสวนของคฤหาสน์เต็มไปด้วยต้นเมริสโตที่มีใบไม้สีแดงเข้มโปรยปรายลงบนพื้นหญ้าจนทิวทัศน์ทั่วทั้งสวนกลายเป็นทะเลสีชาดภายใต้แสงเงินพร่างพราวของดวงดาวส่องสว่างบนท้องฟ้าอันมืดมิดในยามรัตติกาลเรน่ามาเที่ยวเล่นในคฤหาสน์ตระกูลแร็คนาร์ดแห่งนี้เป็นครั้งแรกตอนอายุสิบสามปี บัดนี้ผ่านมาสามปีแล้วซึ่งส่วนใหญ่บุตรชายคนโตของตระกูลแร็คนาร์ดมีนามว่าซีคอฟเป็นฝ่ายไปหาเธอที่ปราสาทในเมืองโรเซ่มากกว่า
วันนี้เรน่ามากับราชินีเฟนเรียผู้เป็นพระมารดาและเป็นผู้ปกครองแห่งอาณาจักรครอสวูดราชินีเฟนเรียมีเรื่องต้องหารือกับท่านอลัน แรคเนอร์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของซีคอฟและเป็นลูกพี่ลูกน้องของกษัตริย์โจรันซึ่งเป็นสามีของเธอเขาอายุห่างจากเฟนเรียราวสามปีจึงน่าจะมีอายุสี่สิบปีแล้วหลังจากกษัตริย์โจรันสิ้นพระชนม์ไปเมื่อสองเดือนก่อน เธอจึงต้องมาหารือเรื่องหนึ่งในสองผู้สืบสายเลือดตระกูลแร็คนาร์ดที่จะต้องกลายเป็นคู่หมั้นหมายของเรน่า
วันนี้มองเห็นหมอกลงจางๆเนื่องจากฝนพึ่งหยุดตกเมื่อเย็นวานแม้ต้นไม้ใบหญ้าจะยังมีความชื้นอยู่บ้างแต่ไม่ได้ฉ่ำไปด้วยน้ำโคมไฟในสวนจึงจุดติดให้แสงสีส้มนวลส่องสว่างในความมืดมิดเรน่ากำลังสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านกระทบผิวกายให้ความรู้สึกเย็นสบายชุดกระโปรงสีม่วงพลิ้วสะบัดราวกับม่านบางลอยเล่นลมทันใดเสียงบางอย่างตกกระทบพื้นจนใบเมริสโตปลิวว่อนกระจายขึ้นในอากาศเรน่าชะงักฝีเท้ามองดูกิ่งไม้ที่สั่นไหวถัดจากศีรษะของเธอไปข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนก้มลงมองสิ่งที่ตกกระทบพื้นนั้น
สิ่งนั้นคือมนุษย์ในชุดคลุมสีขาวสวมทับเสื้อเชิ๊ตสีเขียวอ่อนผมของเด็กหนุ่มเป็นสีแดงเข้มกลืนไปกับสีของใบเมริสโตในสวนเขาผุดลุกขึ้นนั่งก่อนใช้มือลูบที่ก้นกบของตนเองช่วงล่างของเขาระบมไปหมดทำให้ลุกขึ้นยืนไม่ไหว เรน่าได้แต่ยืนกระพริบตามองดูเขาอย่างแปลกใจเมื่อเด็กหนุ่มเงยหน้ามองเห็นเรน่า เขาก็หลบสายตาด้วยความเขินอาย
“ท่านมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร”
“ตั้งแต่ท่านร่วงลงมา... ท่านขึ้นไปทำอะไรบนนั้นหรือ”
“ไปนอนเล่น... แล้วกิ่งไม้มันหัก...”
เรน่าเม้มปากรู้สึกเหมือนอยากจะขำแต่ขำไม่ออก ไม่นานนักกราฮันก็ลุกขึ้นยืนแล้วจึงกล่าวแนะนำตัวกับเธอ
“นามของข้าคือ กราฮัน แร็คนาร์ด เป็นบุตรชายคนเล็กของวิลเลี่ยม แร็คนาร์ด ยินดีที่ได้รู้จัก ท่านคงเป็นองค์หญิงเรน่า มอนเฟอร์เลส สินะ”
“ท่านทราบได้อย่างไร จำได้ว่าไม่เคยพบกับท่านมาก่อนเลย”
“พอเดาได้ พ่อบ้านบอกว่าองค์ราชินีจะเสด็จมาที่นี้วันนี้แล้วเจ้าก็เด็กเกินกว่าจะเป็นองค์ราชินีน่ะ”
เรน่าพยักหน้ารับรู้พลางใช้ความคิดไม่นานนักเธอก็กล่าวขึ้นเหมือนนึกอะไรออก
“กราฮันหรือ” ดวงตาสีมรกตของเรน่าฉายแววสงสัย“มารดาของท่านคือ ท่านเอ็นย่า เซริอัส สินะ”
“อืม อาจจะชื่อเสียงไม่ดีเท่าไร”
“ไม่ๆ ” เรน่ารีบปฏิเสธ “ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้นอย่าเข้าใจผิด ที่จริงนางเป็นถึงอดีตโหราจารย์แห่งอาณาจักรริคมา จะต้องเป็นคนมีความสามารถแน่ๆ”
“ท่านนี่รอบรู้ดีนะ สมแล้วที่จะมาเป็นพี่สะใภ้ของข้า”
“ยังไม่แน่ไม่ใช่หรือ กำหนดงานแต่งงานอีกตั้งสามปีบางทีถึงตอนนั้นท่านอาจจะเป็นคนที่ได้รับสืบทอดพันธศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้”
“แย่หน่อยที่ทั้งข้าและพี่ชายข้ายังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับสืบทอดพลังของพันธะที่ว่าเลย”กราฮันกล่าวพลางสูดหายใจลึกเหมือนพยายามสลัดเรื่องกวนใจออกไป “ไม่ต้องห่วงถึงที่สุดแล้วท่านพี่ซีคอฟก็จะได้เป็นคู่หมั้นของท่านและเขาจะเป็นกษัตริย์ที่เพียบพร้อม”
“แปลกจัง” เรน่าหัวเราะในลำคอ“แล้วท่านไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสบ้างหรือ”
“ไม่กล้าๆ ” กราฮันตอบแบบทีเล่นทีจริง“ว่าแต่ท่านได้พบท่านพี่ซีคอฟหรือยัง”
“ท่านซีคอฟไปที่เมืองโรเซ่บ่อย ข้าเคยพบเขาแล้ววันนี้แค่อยากเดินเล่นคนเดียวบ้างไม่ได้หรือ”