นอกเมืองจินหยางประตูทิศใต้
ไป๋ชิงอวิ๋นถอดชุดคลุมสีม่วงครามออก จากนั้นเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าตัวใหม่ที่มีสีขาวสว่างบริสุทธิ์ เขารวบผมของตัวเองขึ้นจากนั้นใช้เศษผ้าสีขาวรัดไว้ในทรงหางม้าเหมือนกับยาสุโอะตัวละครในเกมแอลโอแอล
ด้วยชุดอาภรณ์สีขาวที่เรียบง่าย แต่เมื่อต้องสวมอยู่บนร่างของไป๋ชิงอวิ๋นมันกลับให้บรรยากาศที่เรียบหรูดูสบาย อาจจะเป็เพราะด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาเหมือนกับเทพบุตรของเขาก็เป็ได้ จึงทำให้มีบรรยากาศที่ละมุนเช่นนี้อยู่รอบกาย
อาภรณ์สีขาวเปล่งประกายประหนึ่งว่ามีออร่า ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนไป๋ชิงอวิ๋นก็เหมือนคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์ ด้วยรูปร่างและหน้าตาบวกกับบรรยากาศรอบข้าง ก็ยากที่จะปิดออร่ารอบตัวได้
"ถึงไม่ค่อยอยากจะยอมรับเท่าไหร่ แต่ร่างนี้ก็ดูดีมีเสน่ห์มากจริงๆ" ไป๋ชิงอวิ๋นพิจารณาดูร่างกายของตัวเอง "หรือว่าเื่ก่อนที่เ้าของร่างนี้จะตาย มันจะเป็ความจริง ก็มีความเป็ไปได้อยู่นะ? ก็ไม่ใช่ว่าเ้าของร่างจะไม่เคยเจอกับเทพธิดาแห่งสำนักจินหยางสักหน่อย เพียงแต่การพบพานในครั้งนั้นไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไหร่ หึหึ" ไป๋ชิงอวิ๋นโคลงหัวไปมาและขำตัวเองขณะที่นึกเื่ในอดีตของไป๋ชิงอวิ๋น
"เยว่เซี่ยวฟานเ้าคนสารเลว เพียงแค่ข่าวลือก็สามารถฆ่าคนทั้งคนได้ลงคอ ถึงที่แห่งนี้จะมีกฎที่เรียกว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่มันก็มากเกินไปสำหรับคนที่อ่อนแอไร้ทางสู้ มีวิธีอีกนับหมื่นนับพันวิธีที่สามารถใช้จัดการเ้าของร่างนี้โดยไม่ต้องสังหาร แต่สุดท้ายแล้วเ้าเวรนั่นก็ตัดสินใจลงมือฆ่าเขา เพราะคิดว่ามันเป็การแก้ไขปัญหาได้เร็วที่สุด เพียงแต่ว่าข้ากลับรอดมาได้ และไม่เพียงแค่นั้น ตอนนี้พลังของข้ายังสูงกว่าเขาอีกหนึ่งระดับขั้นใหญ่ อีกสามเดือนให้หลังเมืองจินหยางจะจัดงานประลองห้าตระกูล พอถึงตอนนั้นค่อยเหยียบย่ำใบหน้าของเขาแล้วเรียกศักดิ์ศรีของข้าคืนมา แบบนี้ทรมานยิ่งกว่าฆ่าเขาให้ตายซะอีก ถึงยังไงในโลกของจอมยุทธ์ความอัปยศก็มีน้ำหนักมากกว่าความตายอยู่แล้วนี่นา"
ไป๋ชิงอวิ๋นเดินไปที่หน้าประตูทางเข้าเมืองขณะเดียวกันก็บ่นพึมพำไปด้วย ด้วยรูปลักษณ์ท่าทางและใบหน้าที่หล่อเหลาสง่างามทำให้ผู้คนรอบข้างหันมองเขาเป็ตาเดียว หลายคนที่กำลังพูดคุยกันเหมือนเจ๊กเรือแตก ตอนนี้กลับพูดกันเบาลงสายตาหันมองมาที่ร่างของไป๋ชิงอวิ๋น
ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง เมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีขาวสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็ความตกตะลึง แต่ดวงตาของทหารยามกลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เหล่าทหารยามเริ่มเปลี่ยนเป็ดุดันเหี้ยมเกรียมเข้มแข็งและเข้มงวดมากขึ้น สายตาของพวกเขากวาดมองไปยังร่างของไป๋ชิงอวิ๋นอย่างละเอียด
ไป๋ชิงอวิ๋นเดินใกล้เข้าไป เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทหารยาม
"ให้ข้าเข้าเมือง" คำพูดสั้นๆห้วนๆของไป๋ชิงอวิ๋นเหมือนกับมีอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ทหารยามหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสติของพวกเขาเหมือนจะเหม่อลอย พวกเขาหลีกทางแล้วปล่อยให้ชายหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลาเดินผ่านไป
แต่ยังไม่ทันที่ไป๋ชิงอวิ๋นจะได้สาวเท้าก้าวออกเดิน เสียงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจก็ดังออกมาจากเบื้องหน้าทางเข้าประตูเมือง
"ช้าก่อนคุณชาย"
คำพูดเพียงสี่คำสั้นๆแต่กลับเต็มไปด้วยพลังอำนาจ ทำให้สติที่เหม่อลอยของเหล่าทหารกลับมาอีกครั้ง เหล่าทหารใจนหน้าซีดพวกเขากระวีกระวาดยืนตรง และทำความเคารพนายทหารเกราะเงินที่กำลังเดินเข้ามาอย่างเนิบช้า
"คารวะนายทหารเกราะเงินเยว่"
ไป๋ชิงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองนายทหารเกราะเงินด้วยใบหน้าเยือกเย็น แววตาของเขามีแสงสีทองลางๆเปล่งประกายออกมา เขาประเมินนายทหารเกราะเงินเบื้องหน้าผู้นี้อย่างละเอียด คนผู้นี้มีระดับพลังวรยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ดูจากอำนาจของพลังที่แผ่กระจายออกมาอยู่รอบกายแล้ว เขามีพลังอยู่ในระดับยอดยุทธ์ขั้นที่ห้า
"...." นายทหารเกราะเงินเยว่จ้องประเมินไป๋ชิงอวิ๋นั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
"เจอข้าแล้วไม่ทำความเคารพ เ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงรึ" เสียงของนายทหารเกราะเงินดุดันเหี้ยมเกรียม พลังอำนาจที่แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขา มีอำนาจสะกดข่มให้ผู้คนโดยรอบเชื่อฟัง
นายทหารเกราะดำที่อยู่รอบข้างหันมองไป๋ชิงอวิ๋นอีกครั้ง มือของพวกเขาหลุบต่ำลงคว้าจับที่ด้ามของกระบี่พร้อมที่จะชักมันออกมาได้ทุกเมื่อ สายตาของเหล่าทหารเกราะดำดุร้ายเป็อย่างมาก บรรยากาศตอนนี้เริ่มตึงเครียดขึ้น
"คารวะนายทหารเกราะเงินเยว่" ไป๋ชิงอวิ๋นยกมือขึ้นคารวะแต่ศีรษะไม่ได้ก้มลง หลังของเขาเหยียดตรงไม่โค้งงอเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังนายทหารเกราะเงินอย่างไม่วางตา
"ข้าแค่้าผ่านทาง ทำไมถึงต้องขวางข้า" ไป๋ชิงอวิ๋นเอ่ยถาม
"แน่นอนว่าต้องค้นตัวเ้า ตอนนี้ทั้งเมืองประกาศกฎอัยการศึก คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า ทุกคนที่จะผ่านประตูเมืองต้องถูกตรวจค้น คุณชายไป๋เ้าเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น" แววตาของนายทหารเกราะเงินมีความเฉียบคม เขาจ้องไป๋ชิงอวิ๋นอย่างไม่วางตาเช่นกัน
"แล้วถ้าข้าไม่ให้ค้นล่ะ เ้าจะทำยังไง"
"เช่นนั้นก็ต้องสังหารเ้าที่นี่ในข้อหาขัดขืนการปฏิบัติงานของเ้าหน้าที่"
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงกระบี่หลายเล่มถูกชักออกจากฝัก ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบด้านแตกฮือกันออกไปด้วยความใ วันนี้สงสัยจะเกิดเื่ขึ้นแล้ว บางทีอาจจะมีการนองเืเกิดขึ้นก็ได้ พวกเขาไม่มีใครกล้าเสี่ยงจึงจำเป็ต้องถอยห่างออกไป สายตาหลายคู่เริ่มจับจ้องมาที่ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวที่มีใบหน้าหล่อเหลา
ไป๋ชิงอวิ๋นจ้องมองด้วยความสงบ เขาไม่ได้หวาดกลัวต่อคมกระบี่ที่ชี้มาเลยแม้แต่น้อย เขายังคงสบตากับนายทหารเกราะเงินอยู่เช่นเดิม เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมว่า
"ต้องทำให้เป็เื่ใหญ่เช่นนี้จริงเหรอ? เ้ารู้ว่าข้าเป็ใครแต่ก็ยังห้ามไม่ให้ข้าเข้าเมือง ดูเหมือนว่าเ้ากับน้องชายของเ้าจะร่วมมือกันเกี่ยวกับเื่ของข้าสินะ" ดวงตาของไป๋ชิงอวิ๋นเปลี่ยนเป็จริงจังดุดัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นะเื
"เื่เ้า? หมายความว่ายังไง" นายทหารเกราะเงินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง มือของเขากุมอยู่ที่ด้ามของกระบี่พร้อมที่จะดึงมันออกมาได้ทุกเมื่อ
'สถานการณ์แบบนี้ยังไม่เหมาะที่จะก่อเื่ ดวงซวยจริงๆที่ต้องมาเจอคนของตระกูลเยว่ที่นี่ แถมเ้านี่ยังเป็พี่ชายของเยว่เซี่ยวฟานเ้าขยะสาระเลวนั้นอีก นี่สินะที่เขาเรียกศัตรูมักเดินในหนทางที่คับแคบ เมืองจินหยางออกจะกว้างใหญ่ทำไมข้าต้องมาเจอกับคนของตระกูลเยว่ด้วยนะ ถ้าอย่างนั้นก็คงช่วยไม่ได้คราวนี้คงต้องถอยก่อน เพราะถ้าเกิดเื่ใหญ่โตขึ้นที่หน้าประตูเมืองเช่นนี้พวกนายทหารคงแห่กันมาอีกเพียบเป็แน่' ไป๋ชิงอวิ๋นคิดในใจ
แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความเยือกเย็น ตอนนี้ยังเผชิญหน้ากันตรงๆไม่ได้ทำได้เพียงแค่ต้องถอยก่อนเท่านั้น สายตาที่จับจ้องมีหลายคู่มากเกินไป หากวันนี้หากแสดงพลังอาจจะทำให้เกิดเื่ใหญ่ได้ ถ้าวันนี้ก่อเื่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ กฎอัยการศึกสิ่งนี้ไม่ใช่ของล้อเล่น เมื่อประกาศใช้แล้วทุกคนในเมืองจินหยางต้องทำตามอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดไม่ทำตามสามารถสังหารก่อนแล้วค่อยรายงานได้
ไป๋ชิงอวิ๋นถอยหลังกลับหันกายเดินจากไป ในเมื่อวันนี้ยังเข้าเมืองไม่ได้เช่นนั้นก็ต้องถอยหลังกลับไปตั้งหลักใหม่เสียก่อน
"หยุดอยู่ตรงนั้น พฤติกรรมของเ้าน่าสงสัย ทหารค้นตัวเขาแล้วจับเขามาให้ข้า" นายทหารเกราะเงินแผดเสียงร้องคำราม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด นายทหารเกราะดำทั้งหลายพุ่งดิ่งทะยานเขาใส่ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นทันที
ไป๋ชิงอวิ๋นหยุดฝีเท้าเขารู้สึกจนปัญญา วันนี้คงยากที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะได้ เช่นนั้นคงต้องใช้แผนชั้นเลวที่คิดไว้ก่อนหน้านี้เสียแล้ว
เคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลโคจรพลังจิติญญาอย่างเงียบๆ "คำของข้าคือประกาศิต จงถอยห่างออกไปห้าสิบลี้" เสียงของเขาไม่ได้ดังมาก มันดังแค่เพียงบ่นพึมพำกับตัวเองเท่านั้น
คลืน!
อากาศรอบด้านสั่นไหวกฎเกณฑ์รอบด้านสั่นะเื คล้ายกับมีพลังมหาศาลปกคลุมไปทั่วพื้นที่หอบพัดเอาร่างของเหล่าทหารจากไป วาจาที่สามารถบิดเบือนกฎเกณฑ์ได้ตามใจอย่างวิชาวาจาสิทธิ์ คือวิชาจิติญญาที่สุดยอด หากจิติญญาไม่แข็งแกร่งพอและไม่พิเศษมากพอ ต่อให้ฝึกให้ตายก็ไม่สามารถฝึกวิชานี้ได้
ร่างของเหล่าทหารเกราะดำที่พุ่งเข้ามาถูกอำนาจของวิชาวาจาสิทธิ์หอบพัดไปพร้อมกับร่างของนายทหารเกราะเงิน ไป๋ชิงอวิ๋นคุกเข่าลงกับพื้นตัวสั่นแสร้งทำเป็หวาดกลัว ปากของเขาพึมพำร้องขอชีวิตไม่หยุด
"นายท่านโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย นายท่านโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย นายท่านโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย..............!"
ผู้คนที่รายล้อมอยู่รอบด้านมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าตกตะลึง พวกเขาเห็นเพียงอากาศรอบด้านสั่นไหวจากนั้นร่างของเหล่านายทหารก็หายไป นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วทหารพวกนั้นหายไปไหน เื่นี้ไม่ปกติ หรือว่าจะมียอดฝีมืออยู่ใกล้ๆ ใช่! ต้องเป็เช่นนั้นแน่ๆ ใกล้ๆนี้ต้องมียอดฝีมือ
พวกเขาไม่ได้สนใจชายหนุ่มชุดขาวที่กำลังร้องขอชีวิต แต่หันมองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นต้องเป็ยอดฝีมือที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเป็แน่ รอบด้านสับสนอลหม่านไปหมด พวกเขาวุ่นวายกันอยู่นานแต่ก็มองหายอดฝีมือผู้นั้นไม่เจอ เวลาผ่านไปนานเมื่อมองกลับมาที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง ร่างของชายหนุ่มชุดขาวก็หายไปแล้ว