หลังจากผ่านการจู่โจมไปครั้งหนึ่งขบวนเดินทางก็เดินทางเร็วขึ้นดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้แล้วว่าตอนนี้จ้าวห่าวหลินอยู่ที่นี่ไม่นานก็คงจะแห่กันมามากกว่าเดิมเป็นแน่
พวกเขาไม่กล้าที่จะล่าช้าแม้แต่น้อยสำหรับพวกเขาที่เป็นองครักษ์แล้วการเดินทางเร่งรีบทั้งวันทั้งคืนนอนกลางดินกินกลาทรายนับเป็นเรื่องที่เคยชินแล้วเกรงก็แต่ร่างกายของนายน้อยกับฮูหยินน้อยเท่านั้น
อี้โยวได้แต่แยกเขี้ยวใส่พวกเขาไม่ดูเสียบ้างว่าฮูหยินน้อยท่านนี้เป็นใคร หมอปีศาจแห่งยุทธภพเดินทางไปทั่วใต้หล้ามีที่ใดบ้างที่พวกนางไม่เคยย่างกาย เผลอ ๆ อาจจะถึกทนเสียยิ่งกว่าพวกเขาที่อยู่ข้างกายจ้าวห่าวหลินเสียอีก
ตอนยามซวีรถม้าของพวกเขาก็เคลื่อนตัวมาถึงตำบลเล็ก ๆ ตำบลหนึ่งภายในตำบลมีครอบครัวอยู่ไม่เกินเจ็ดสิบครัวเรือน นับว่าไม่ได้มากมายนัก
สำหรับเป่ยเฉิงมีกฎเฉพาะตัวเมืองเท่านั้นที่จะเปิดปิดประตูเมืองตามเวลาส่วนหมู่บ้านและตำบลล้วนไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวตำบลแห่งนี้อยู่บนเส้นทางที่เดินทางไปยังเขตเหนือย่อมไม่ปิดประตูเมืองเพื่อให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาสามารถเข้าพักได้ตลอด
ภายในตัวตำบลมีโรงเตี๊ยมเพียงไม่กี่แห่งการติดต่อทั้งหมดล้วนเป็นหน้าที่เหยาเวย เขาควบม้านำหน้ามาเหมาโรงเตี๊ยมเล็ก ๆแห่งหนึ่งเอาไว้
โรงเตี๊ยมนี้ค่อนข้างเก่ามีห้องพักเพียงแค่สิบห้องขนาดไม่ได้ใหญ่นัก หากเป็นเมื่อก่อนจ้าวห่าวหลินคงจะโวยวายไม่ยอมเข้าพักเป็นแน่ทำให้เหยาเวยมีสีหน้าไม่ค่อยดีนักยามพาพวกเขามาถึงโรงเตี๊ยมแห่งนี้
“นายน้อยตอนนี้ในตำบลมีเพียงที่นี่เท่านั้น...” เหยาเวยพยายามอธิบาย
จ้าวห่าวหลินปัดมือ“ไม่เป็นไร ข้าปวดเมื่อยไปทั้งตัว เจ้าไปจัดการเรื่องน้ำอาบเถอะ”
องครักษ์ทั้งสี่มีสีหน้าแปลกใจอย่างยิ่งมีเพียงหลงลิ่วเย่ที่รู้สึกเคยชินแล้ว อย่าว่าแต่พักในโรงเตี๊ยมนี้เลยที่ผ่านมาท่านอ๋องทั้งทำอาหารเอง ทำความสะอาดบ้านแล้วยังไปทำงานในโรงตีเหล็กอีกต่างหาก
เหอะ!เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มีอะไรให้น่าตกใจกัน
เขาไม่ได้ดูเสียบ้างว่าตอนที่ค้นพบความเปลี่ยนแปลงของจ้าวห่าวหลินเขาตกใจเสียจนเกือบจากต้นไม้
เมื่อไม่ได้รับการต่อว่าดังคาดเหยาเวยมึนงงเล็กน้อยจนหลงลิ่วเย่ต้องผลักเขาออกไปเขาจึงได้สติพุ่งตรงไปหาเจ้าของโรงเตี๊ยมชราเพื่อจัดการเรื่องน้ำอาบให้กับนายน้อยทันที
จ้าวห่าวหลินทั้งไข้หนักทั้งต้องนอนเขย่าบนรถม้ามาเป็นเวลานานรู้สึกปวดเมื่อยตัวจนแทบไร้เรี่ยวแรง เขาไม่คิดสนใจหรอกว่าโรงเตี๊ยมนี้จะเก่าจะสกปรกแค่ไหนตอนนี้เขาอยากอาบน้ำและนอนหลับให้เต็มอิ่มสักตื่น
เขาได้ไปเกิดใหม่ที่โลกอนาคตมาครั้งหนึ่งย่อมเคยนั่งรถหรูเบาะนุ่มเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วโดยไม่มีแม้แต่การสั่นสะเทือนให้เมื่อยก้นแม้แต่น้อยการได้กลับมานั่งรถม้าเช่นนี้อีกครั้ง มันช่างให้ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
หลงลิ่วเย่ต้องการเข้ามาประคองจ้าวห่าวหลินเพราะเกรงว่าจะทำให้พระชายาลำบากแต่หลี่เจี่ยหลิงยังคงท่าทางสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่าว่าแต่พยุงเลยแม้แต่อุ้มท่านอ๋องขึ้นห้องก็คาดว่าไม่มีปัญหา
เหยาเวยไปสั่งการชายชราเรียบร้อยแล้วก็จัดการแบ่งห้องพักให้ทุกคนและนำทางจ้าวห่าวหลินกับหลี่เจี่ยหลิงไปยังห้องที่ดีที่สุดที่อยู่ในลานด้านหลัง
ภายในห้องพักไม่ได้มีอะไรมากนักไม่ควรค่าให้เอ่ยถึงภายในห้องมีเสี่ยวเอ้อที่ดูยังหนุ่มกำลังขนน้ำร้อนเข้ามาเติมในอ่างอย่างขยันขันแข็งคาดการณ์จากสภาพโรงเตี๊ยมแห่งนี้จ้าวห่าวหลินคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะเป็นลูกชายของเจ้าของโรงเตี๊ยม
หลังจากที่ส่งนายน้อยและฮูหยินน้อยเข้าพักเรียบร้อยแล้วเหยาเวยก็จัดให้อี้โยวกับชุนเชียงพักที่ห้องพักด้านข้างเพื่อให้สะดวกแก่การรับใช้และคุ้มครองเจ้านายทั้งสอง
ส่วนองครักษ์ทั้งห้าก็รีบสำรวจโรงเตี๊ยมทั้งนอกทั้งในอย่างรวดเร็วแบ่งเวรยามเพื่อคอยคุ้มกัน
ตลอดหลายวันมานี้จ้าวห่าวหลินไม่ได้กินอาหารดีๆ เลยสักมื้อหลี่เจี่ยหลิงช่วยชายหนุ่มอาบน้ำแช่ตัวเรียบร้อยแล้วก็ออกไปหาชุนเชียงเพื่อสั่งให้นางทำอาหารบำรุงส่งมาให้จ้าวห่าวหลินสักชุดก่อนจะมอบเนื้อ ผัก สมุนไพระและของบำรุงมากมายเอาไว้ให้ก่อนกลับไป
หลังจากอาบน้ำจนสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้วจ้าวห่าวหลินก็กินอาหารจนหมดแล้วเข้านอนด้วยพิษไข้และความเหนื่อยล้าจากการเดินทางติดต่อกันหลายวันทำให้ใช้เวลาไม่นานเขาก็ผล็อยหลับสนิท
เขาไม่ได้รู้เลยว่าวันนั้นมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น
หลี่เจี่ยหลิงลุกขึ้นกระชับผ้านวมให้ชายหนุ่มก่อนจะคว้าชุดขึ้นมาสวมตามด้วยผ้าคลุมแล้วเดินออกจากห้องพักไปอย่างเชื่องช้าไม่อาทรณ์ร้อนใจมีเพียงความหงุดหงิดเท่านั้น
ภายในโรงเตี๊ยมเกิดความโกลาหลบุรุษชุดดำหลายสิบคนถือกระบี่เล็งมายังพวกหวงหยุนซานองครักษ์ประจำกายจ้าวห่าวหลินบนร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายเข่นฆ่า
พวกนักฆ่า...
เจ้าของโรงเตี๊ยมกับเสี่ยวเอ้อหายไปตั้งแต่แรกแล้วเนื่องจากโดนเหยาเวยเหมาเอาไว้ทั้งหมดกอปรกับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ในเขตชานเมืองมีบ้านเรือนข้างเคียงเพียงแค่สองสามหลังเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ภายในโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งนี้จึงมีเพียงแค่คนสองกลุ่มยืนประจัญหน้าเข้าหากันพร้อมปล่อยรังสีเยือกเย็นเข้าใส่กันและกัน
หลี่เจี่ยหลิงกวาดตามองสถานการณ์ก่อนจะเห็นอี้โยวนั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่กับชุนเชียงที่หน้าห้องของพวกนางดวงตาของทั้งคู่ราวกับกำลังดูเรื่องสนุกเรื่องหนึ่ง
“หลิงเอ๋อร์มานั่งตรงนี้สิ”ชุนเชียงกวักมือเรียกตาใส
อี้โยวกระดกถุงเหล้าก่อนจะโยนถั่วเข้าปากหาวหนึ่งรอบท่าทางราวกับแมวเกียจคร้าน
หลี่เจี่ยหลิงเดินตรงไปนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม“เป็นเช่นนี้เสมอเลยหรือ?”
“อืม...น้องชายข้าคนนี้เสน่ห์แรงนัก เวลาไปที่ไหนก็มักจะมีแขกมาเยือนเช่นนี้เสมอ”อี้โยวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
ชุนเชียงกวาดตามองสำรวจเพียงคราวๆ “นักฆ่าจากสำนักมังกรโลหิต”
“โอ้!”อี้โยวมองชุนเชียงอย่างสนใจ “เจ้าก็ไม่ได้โง่เท่าที่คิดนะ”
“แน่นอนเจ้ารู้ก็ดีแล้ว” ชุนเชียงพูดอย่างเย่อหยิ่ง
หลี่เจี่ยหลิงอยากจะเอามือกุมหน้าผากเขาหลอกด่าก็ยังไม่รู้ตัวอีก...
อี้โยวหัวเราะมองขึ้นไปบนหัวตัวเองตอนนี้มีอีกกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาทางหลังคา สองพี่น้องเซวี่ยพุ่งขึ้นไปรับมือกลายเป็นแต่ละคนรับมือห้าต่อหนึ่งแทน
“ร่างกายของห่าวหลินไม่ดีนักส่วนใหญ่ก็จะพักรักษาตัวที่สำนักเต๋า และก็อยู่แต่ในจวนอ๋องเป็นส่วนใหญ่น้อยครั้งนักที่จะออกจากเมืองเยี่ยนเป่ย”
หลี่เจี่ยหลิงหันไปมองเขาก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่นางสงสัย“แล้วเหตุใดครั้งล่าสุดเขาถึงได้บาดเจ็บหนักขนาดนั้น”
อี้โยวหัวเราะอย่างไม่คิดเป็นจริงเป็นจังนัก“ครั้งนั้นข้าได้ข่าวว่าหมอปีศาจอยู่ที่เมืองโม่เสียนพวกเราจึงมุ่งหน้าไปยังเมืองโม่เสียน”
“หมอปีศาจ”ชุนเชียงหันไปมองหลี่เจี่ยหลิงอย่างมึนงงก่อนจะหันไปหาอี้โยว “หากไปเมืองโม่เสียนทำไมท่านเขยมาโผล่ที่เมืองฉางได้เล่า”
“ตอนนั้น...”เขาหยุดก่อนจะเอ่ยยิ้มหยอกล้อหลี่เจี่ยหลิง“ห่าวหลินโดนหญิงบ้าคนหนึ่งจับไปเพื่อทำสามี” แววตาของเขากำลังบอกว่า ‘เหมือนใครบางคนเลยใช่ไหม?’
คิ้วหลี่เจี่ยหลิงกระตุก“แล้วอย่างไงต่อ?”
อี้โยวไม่อยากหยอกล้อต่อ“โชคดีที่พวกข้าไปช่วยเขาไว้ได้ทัน แต่ระหว่างที่กำลังช่วยเหลือออกมาก็มีกลุ่มนักฆ่าจากสำนักมังกรโลหิตกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาสถานการณ์ในตอนนั้นวุ่นวายยิ่ง ข้าจึงบอกให้ห่าวหลินหนีไปก่อนแต่พวกข้าไม่คิดว่าจะมีนักฆ่าถูกส่งมาถึงสองกลุ่มกว่าข้าจะไปถึงห่าวหลินก็อาการย่ำแย่แล้ว”
นักฆ่าสองกลุ่ม?ไม่แปลกเลยที่เขาจะบาดเจ็บหนักขนาดนั้น
แสดงว่าพิษยวนยางเป็นหญิงสาวคนนั้นและพิษแมงมุมแม่หม้ายดำก็มาจากนักฆ่ากลุ่มที่สอง
“เหยาเวยระวัง” เสียงกังวลดังขึ้นมาจากหวงหยุนซาน
ทั้งสามคนหยุดพูดคุยกันแล้วหันไปมองตามเสียงเห็นเหยาเวยกำลังพัวพันอยู่กับมือสังหารคนหนึ่ง ทั้งยังเริ่มถอยร่นเพราะเสียเปรียบอย่างต่อเนื่องเพียงไม่นานเขาก็ถูกนักฆ่าสองคนต้อนเข้ามุมอาคาร บนแขนมีรอยแผลถูกแทงปรากฏขึ้น
หลี่เจี่ยหลิงหันมองอี้โยวแต่อีกฝ่ายยังคงนิ่งนางหันไปมองชุนเชียงแทน “เจ้าไปช่วยเขา”
ร่างอ้วนท้วนของชุนเชียงไม่ได้เป็นอุปสรรคนางพรวดพราดเข้าไปอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วยิ่งไม่นานนางก็เข้าไปประชิดตัวนักฆ่าที่กำลังไล่ต้อนเหยาเวย
“กระบวนท่าหมัดอิงฮว๋าผลิบานไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นที่นี่” อี้โยวพยักหน้าไปพรางจิบเหล้าไปพราง
หลี่เจี่ยหลิงไม่คิดเลยว่าอี้โยวแค่เพียงปรายตามองเล็กน้อยก็รู้ที่มาของกระบวนท่านี้แล้ว
อี้โยวยักคิ้ว“สำนักอิงฮว๋าเป็นสำนักที่รับเฉพาะลูกศิษย์หญิงแต่เพราะมีเพียงศิษย์หญิงทำให้ในที่สุดสำนักก็มีคนน้อยลงเรื่อย ๆนึกว่าสำนักจะล่มสลายแล้วเสียอีก”
“กระบวนท่าของชุนเชียงได้รับการสั่งสอนจากหนึ่งในลูกศิษย์ของสำนักอิงฮว๋า”
“อืม...กระบวนท่าหมัดอ่อนเช่นนี้เหมาะกับผู้หญิงที่มีความยืดหยุ่นสูง เปลี่ยนแข็งเป็นอ่อนเปลี่ยนอ่อนเป็นแข็ง ไม่เลว”
พอชุนเชียงเข้าสู่สนามนักฆ่าทั้งสองที่ไล่ต้อนเหยาเวยก็ถูกซัดกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายชุนเชียงใช้กระบวนท่าอีกครั้งอีกสามคนที่พุ่งเข้ามาก็กระเด็นออกไปเช่นกันด้านหลังของนางคือเหยาเวยที่กุมบาดแผลที่แขน
บุรุษชุดดำมองหน้ากันพวกเขาไม่คาดคิดว่าหญิงสาวอ้วนท้วนนางนี้จะมีฝีมือสูงกว่าพวกเขาอยู่หนึ่งขั้นเช่นเดียวกัน
พวกเขากำลังคิดหาวิธีก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวรูปงามท่าทางบอบบางไร้พิษสงนางหนึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาดูการต่อสู้อยู่ไม่ห่าง
สตรีนางนี้...ดูเหมือนจะตัวตนสูงส่งไม่เบาลมหายใจเช่นนี้ไม่ใช่ผู้ฝึกวรยุทธ์ลึกซึ้งอะไร
ดวงตาของหัวหน้านักฆ่าปรากฏประกายเฉียบคมเขารีบถีบตัวพุ่งทะย้านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมมือทั้งสองข้าพุ่งเข้าใส่หลี่เจี่ยหลิง“ฮูหยินน้อยระวัง”หวงหยุนซานหันไปตะโกนด้วยความตื่นตะหนกเขารีบสะบัดกระบี่กวาดนักฆ่าที่อยู่ตรงหน้าเพื่อพุ่งตามเข้าไปหาหลี่เจี่ยหลิงเช่นเดียวกันแต่เพราะความประมาททำให้ถูกแทงเข้าใส่บ่าด้านซ้ายอย่างแรง
“อึก...”
หวงหยุนซานพุ่งกระแทกเข้ากับเสาด้านข้างหน้าผากปรากฏเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา
วินาทีนั้นเองกระบวนท่าของอีกสามคนก็แอบยุ่งเหยิงเล็กน้อยเช่นกันแม้ว่ามือยังคงปัดป้องและต่อสู้กับศัตรูตรงหน้าอย่างดีแต่ใจกลับกระวนกระวายจ้องมองไปยังหลี่เจี่ยหลิงที่ถูกหัวหน้านักฆ่าพุ่งกระโจนเข้าใส่
“ไม่คิดจะช่วยหน่อยหรือ?”หลี่เจี่ยหลิงยังคงนั่งอยู่ที่เดิมหันไปถามอี้โยว
อี้โยวปรายตาเล็กน้อยก่อนจะเรอ“เขาตายแล้ว”
“หยุดหยุดให้หมด” หัวหน้านักฆ่ามองพวกหวงหยุนซานและคนอื่น ๆที่อยู่ในอาการร้อนรนไปชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกราวกับตัวเองเก็บสมบัติล้ำค่าได้ชิ้นหนึ่งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองขึ้นมาหลายส่วน
เดิมคิดว่าภารกิจครั้งนี้จะล้มเหลวเสียแล้วใครจะไปคิดว่าหญิงสาวผู้นี้จะเป็นฮูหยินน้อยของเป้าหมายเสียดาย
ดึกดื่นค่อนคืนแทนที่จะนอนอุ่นเตียงให้สามีเจ้าออกมาทำอะไรกัน?
ชุนเชียงมองชายคนนั้นรู้สึกว่าเขาโง่ไปเสียหน่อยนางส่ายหัวรู้สึกเห็นใจขึ้นมาทันที
คนอยู่ตรงนี้ตั้งหลายคนจับใครดันไม่จับ ดันไปจับเอาหลิงเอ๋อร์เขาไม่รู้หรอกหรือว่าหลิงเอ๋อร์ถือตัวขนาดไหน?
“ไปพาตัวจ้าวห่าวหลินมาเดี๋ยวนี้ไม่งั้นข้าจะฆ่านางซะ” หัวหน้านักฆ่าเอ่ยอย่างได้ใจ กวาดสายตาชั่วร้ายไปยังคนอื่นๆ ขณะที่มือเองก็ยืนเข้าไปหมายจะกำรอบคอบาง ๆ ของหญิงสาวเบื้องหน้า
หลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจอย่างรำคาญก้าวเท้าหลบเล็กน้อยไปอยู่ด้านข้างตัวชายผู้นั้นแทน สะบัดมือเล็กน้อยฟาดหลังมือไปที่หลังคอก่อนจะเคลื่อนมืออย่างรวดเร็วอีกสองสามครั้ง
“อ๊ากกกก...!”
เสียงร้องของหญิงสาวที่ควรจะเป็นกลายเป็นเสียงร้องโหยหวนของหัวหน้านักฆ่าแทนเหงื่อซึมชื้นไหลโทรมกายรู้สึกทรมานไปทั่วทั้งร่าง
“หัวหน้า!” เหล่าลูกน้องตะโกนขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่เข้าใจ
หลี่เจี่ยหลิงปรายตามองหัวหน้านักฆ่าอย่างรำคาญก่อนจะหันไปหาอี้โยว“จะเก็บหรือจะฆ่า”
“ฆ่า!” คำตอบสั้นง่าย
จึก...เข็มเดียวร่างของหัวหน้านักฆ่าก็ทรุดลงไปนอนตาเบิกกว้างแน่นิ่ง
ตายแล้ว....พวกลูกสมุนมองไปยังร่างของหัวหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
“อย่าเสียงดังสามีข้านอนอยู่”
พวกหวงหยุนซานกลืนน้ำลายลงคอให้ตายเถอะ... เป็นศัตรูกับคนทั้งใต้หล้า ข้าก็ไม่ขอเป็นศัตรูกับฮูหยินน้อยเด็ดขาด
ท่าทางอ่อนโยนเอาใจใส่ยามอยู่กับท่านอ๋องภาพลวงตา ภาพลวงตาชัดๆ
พระชายาท่านนี้...
ไม่อาจทำให้ขุ่นเคืองได้
หลี่เจี่ยหลิงปรายตามองพวกเขาก่อนจะเอ่ยนิ่งๆ “สู้ต่อสิ หรือจะให้ข้าจัดการเอง” นางมองพวกเขาอย่างหงุดหงิด “เช่นนั้นข้าจะได้บอกสามีว่าไม่จำเป็นต้องมีพวกเจ้าอยู่แล้ว”
“ขอรับฮูหยินน้อย” พวกหวงหยุนซานรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าล่าช้าให้ฮูหยินน้อยท่านนี้รำคาญแม้แต่น้อย
“ชุนเชียงส่งข่าวไปหาพวกอวี้ซิว ให้พวกเขาส่งคนมาช่วยคุ้มครองการเดินทางเพิ่ม” พูดจบนางก็สะบัดตัวกลับเข้าห้องอย่างไม่แยแสราวกับแค่ออกมาเดินเล่นกินลมจนพอใจแล้วกลับไปนอน