บทที่ 5
การพบกันของเทพบุตรและเทพธิดา
เพี๊ยะ!
กู้เทียนเฉิงโดนตบด้วยฝ่ามือพิฆาตจนล้มคะมำหัวเกือบไปโขลกกับมุมโต๊ะไม้จื่อถานขัดมันวาววับ
หากแต่จะมีผู้ใดหาญกล้าเช่นนั้น ถ้ามิใช่บิดาผู้ยิ่งใหญ่ของเขา
“ตาสุนัขมองคนต่ำ เ้าคิดว่าตนเองเทียมฟ้าประดุจผู้ก่อตั้งราชวงศ์งั้นรึ!”
“ลูกทำสิ่งใดผิดกันท่านพ่อ? เหตุใดจึงตบตีและด่าทอด้วยถ้อยคำน่าหวาดกลัวเช่นนี้โปรดบอกให้ลูกแจ้งใจ” เทียนเฉิงย้อนถามพร้อมยกมือขึ้นลูบข้างแก้มตัวเองที่เป็รอยห้านิ้ว
“โปรดบอกให้แจ้งใจงั้นรึ! ทำสิ่งใดไว้เหตุได้ไม่แจ้งอยู่แก่ใจ รึทำชั่วไว้มากจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจดจำสิ่งใดก่อน!”
“ท่านพ่อ!”
“ที่ผ่านมาข้าสู้ปิดตาข้างเดียวทำเป็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่มาโดยตลอด อย่าคิดว่ากิตติศัพท์อันเลื่องลือของคุณชายใหญ่ตระกูลกู้จะไม่มาถึงหูข้า ฮึ! ตัวข้าเฝ้าอุตส่าห์ผดุงความยุติธรรม ยึดตนอยู่ในคุณธรรมและขนบอันดีมาโดยเสมอ เที่ยวตัดสินความและช่วยเหลือประชาชีทั่วทั้งแผ่นดิน ประเสริฐนัก! คนเป็บุตรชายกลับเป็ผู้สร้างความเดือดร้อนและก่อเื่ไปทั้งอาณาจักรแทน หยามเกียรติคนเป็พ่ออย่างข้าที่จะถูกสาปแช่งว่าไม่มีปัญญาอบรมสายเืตัวเองให้ดี!”
“ท่านพ่อ! ลูกผิดไปแล้ว!”
“รู้แล้วรึว่าผิดคดีใด?!”
เทียนเฉิงก้มหน้าหลบสายตา เพราะแค่่สิบวันมานี้เขาก็ปั่นป่วนไปทั่วหลิวหยางไม่รู้กี่เื่ต่อกี่เื่ ล้วนเป็สิ่งที่ท่านพ่อไม่โปรดปรานสักอย่าง บัดนี้ยังไม่รู้ว่าบุพการีโกรธเป็ฟืนเป็ไฟด้วยเื่ใด
“องค์ชายหกแม้นจะมีบิดาที่เคยได้รับพระราชทานอภัยให้เป็ลหุโทษ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็ถึงเชื้อพระวงศ์... เหตุเพราะคึกคะนองจองหองอวดดีคายใยไหมพันธนาการตนเอง ดูิ่เชื้อพระวงศ์มีโทษจำคุกจนถึงปะา!”
ได้ยินสิ่งที่บิดากล่าวเทียนเฉิงแทนที่จะตื่นกลัวกลับลุกขึ้นยืนขึ้นอย่างทะนงตน
“ข้าเพียง้าลดความโอหังเพื่อให้เขาได้สำนึกว่าความเป็ราชนิกูลของเขาสมควรจะยำเกรงผู้ที่กอบกู้แผ่นดินมาอย่างยากลำบากเคียงข้างฮ่องเต้พระองค์ก่อนเช่นท่านและตระกูลกู้ของเรา มิใช่ถือตนว่าเป็องค์ชายและจะอวดอ้างบารมีสายเืัไปทั่วโดยไม่ปรากฏคุณงามความดี”
“เช่นนั้น... เ้าสร้างคุณประโยชน์ใดเพื่อแผ่นดินต้าสุ่ยแล้วบ้างเล่า?”
“...!”
“ไม่รู้ต่ำไม่รู้สูง บังอาจนัก!”
เสียงตวาดของบิดาทำชายหนุ่มผงะถอยหลังไปสองก้าว
“ครานี้องค์ชายหกมิกล้าเอาความเ้าก็มิเป็ไร แต่ข้าในฐานะผู้เป็บิดาจำต้องสอนเ้าไว้ให้เป็บทเรียน...”
“ท่านพ่อ...!”
“เด็ก ๆ จับคุณชายใหญ่กู้ไปโบยฐานสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงศ์ตระกูลและก่อความวุ่นวายต่อหน้าธารกำนัลจำนวนยี่สิบไม้!”
“ขอรับใต้เท้า!”
“ช้าก่อนท่านพี่! ช้าก่อน!” เสียงร้องตื่นตระหนกของฮูหยินกู้ดังแทรกเพื่อเข้าช่วยบุตรชายเอาไว้ได้ทัน
“ท่านแม่...!” เทียนเฉิงโผเข้ากอดมารดาราวเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวก็มิปาน
“ไยจึงลงโทษลูกชายของเราหนักหนาเช่นนี้เ้าคะ?”
“บุตรชายขุนนาง... ยิ่งสูงศักดิ์ยิ่งควรเป็แบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน โดนแค่นี้ยังถือว่าปราณีแล้ว”
“โธ่... ท่านพี่... หากจะกล่าวโทษก็ควรโยนความผิดนี้มาที่ข้า ข้าเป็มารดาแท้ ๆ แต่มิอาจอบรมเขาให้ดีได้ ข้าขอรับความผิดในวันนี้แทนลูกชายเองเ้าค่ะ ฮึก...” นางฝูหลินแสร้งบีบน้ำตาเรียกร้องความเมตตา
“ดี... ฮูหยินประสงค์จะรับโทษโบยยี่สิบไม้แทนบุตรชายเยี่ยงนั้นสินะ”
เมื่อเห็นว่าผู้ตัดสินไม่คล้อยตามสองแม่ลูกก็หน้าถอดสีพร้อมเบิกตาโพลง
“ท่านพ่อ! อย่าลงโทษท่านแม่นะขอรับ!” บุตรชายตัวดีโผเข้าไปกอดเข่าของบิดาเอาไว้
“ท่านพี่... เมตตาเราสองแม่ลูกด้วยเถิดเ้าค่ะ!”
ผู้เป็บิดาและสามีได้แต่ส่ายศีรษะช้า ๆด้วยความระอาในตัวบุตรชายและภรรยาของตนเอง
“ท่านพี่... เฉิงเอ๋อร์ของเรากำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ย่อมเืร้อนและมุทะลุตามวิสัยของชายหนุ่ม หากโบยไปลูกของเราก็จะเจ็บตัวเปล่า ข้ารู้ว่าทำเช่นนั้นไปแล้วท่านเองก็เ็ปมิใช่น้อย”
“...”
“อีกสองวันข้าจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดเหลิ่นจิ้ง จะเป็การดีรึไม่หากลงโทษลูกด้วยการให้เขาไปปฏิบัติธรรมกับข้า ให้เข้าวัดเข้าวาเพื่อฝึกจิตใจให้อ่อนโยนลง...” ผู้เป็มารดานำเสนอพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบศีรษะของบุตรชายราวเด็กน้อย
ขณะเดียวกันกับที่นายอารักขาก็วิ่งเข้ามาเพื่อแจ้งงานด่วนจากราชสำนัก ประมุขในจวนจึงละความสนใจจากเื่ที่คาราคาซัง
“ข้ามิได้มีเวลาจะมาจัดการเื่นี้แล้ว เ้าจะไปจัดการเช่นไรก็เร่งเอาเถิดฮูหยินให้ลูกชายตัวดีของเ้าเข็ดหลาบและมีสำนึกเสียที” กล่าวทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นแล้วกู้ลี่เจิ้นก็ก้าวออกจากบ้านไปอย่างรีบร้อน
เวลานี้ใครต่อใครก็คิดว่ากู้หนิงฮวาต้องเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเพราะนางโดนเ้าหมูั์ซัดเสียน่วมอย่างไม่ปราณีในความเป็อิสตรี ใบหน้าสะสวยเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำ นางกำลังหอบแฮ่กขณะถอยกรูดจนแผ่นหลังไปชนกับผนังปูนเก่าๆ ที่มีรอยถลอกจนเห็นอิฐแดง
“หากเ้ายังอ่อนแอเช่นนี้ก็จงกลับไปเป็เหยื่อของศัตรูเ้าเถิด อย่าคิดจะต่อสู้ให้เหน็ดเหนื่อยและเสียเวลาอีกเลย!”
ทันทีที่ได้ยินอาจารย์เสิ่นะโบอกเช่นนั้น รอยยิ้มอันแสนจะน่าขยะแขยงของกู้เทียนเฉิงก็ปรากฏขึ้นจนกลายเป็แรงฮึดให้หญิงสาว
“ย้ากกก!!!”
หนิงฮวารวบรวมกำลังทั้งหมดแล้วพุ่งเข้าไปหาไอ้หมูั์อีกครั้งก่อนจะซัดกำปั้นเสยคางเต็มแรงจนมนุษย์ร่างใหญ่หงายผึ่งล้มตึงสิ้นสติลงได้ภายในหมัดเดียว
ผลัวะ!
ตึง!
“เฮ้~!!!”
บรรดารุ่นพี่ปรี่เข้ามาอุ้มชูหนิงฮวาแล้วแห่แหนไปรอบๆ ด้วยความยินดีในความสำเร็จก้าวแรกของน้องสาวคนเล็กสุดในสำนัก
หลับตาไปได้เพียงอึดใจเขาก็ทนนั่งนิ่งไม่ไหวเสียแล้ว กู้เทียนเฉิงเปิดเปลือกตาแล้วทอดถอนลมหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะลุกขึ้นจากท่านั่งทำสมาธิแล้วย่องออกจากพระอุโบสถเงียบๆ โดยมิให้มารดารู้ตัว แม้แต่เ้าอาวาสและพระพี่เลี้ยงที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยก็มิกล้าออกปากตักเตือน
“คุณชายจะไปที่ใดหรือขอรับ?” หลงจื่อร้องถามพลางวิ่งตามเ้านายที่ก้าวฉับ ๆไปติด ๆ
“ไปจากที่น่าเบื่อตรงนี้ ในวัดแห่งนี้มีที่ใดน่าสนใจรึไม่?”
“ปัดโธ่...! วัดก็คือวัดนะขอรับ จะมีสิ่งใดน่าอภิรมย์นอกจากอาศรม ศาลา ต้นไม้ ใบหญ้า หนองน้ำและความเงียบสงบซึ่งองค์ชายไม่โปรดปรานเล่าขอรับ”
“พูดได้ดี” ชายหนุ่มตอบบ่าวติดตามอย่างเซ็ง ๆแล้วเดินไปยืดเส้นยืดสายที่บริเวณศาลาริมหนองน้ำพร้อมสูดอากาศอันบริสุทธิ์กับบรรยากาศอันเงียบสงบร่มรื่นอย่างที่ไม่สู้จะได้พบเจอสักเท่าไรในชีวิตประจำวัน
“กรี๊ดดด!!!”
แต่ทว่าเสียงกรีดร้องอันโหยหวนของสตรีก็เร้าให้เทียนเฉิงหันกลับไปมอง
“ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย ตรงนี้มีงู มันจะฉกข้า!”
เ้าของเสียงนั้นมีรูปโฉมสะคราญแม้มองจากระยะไกล อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางที่พลิ้วไสวกรุยกรายนั้นช่างชวนดึงดูดใจให้เข้าไปใกล้เหลือเกิน
โดยไม่รอช้ากู้เทียนเฉิงรีบอาศัย่เวลาอันน่าตื่นตระหนกเข้าไปช่วยจัดการจับงูให้หญิงสาวทันที
ภายในไม่ถึงอึดใจเขาก็สามารถหักคองูพิษูเาหัวขาวได้ด้วยมือเปล่าอย่างชำนาญและโยนซากมันลงในน้ำราวกับเป็ซากไม้เก่าท่อนหนึ่งเท่านั้น
“เ้ารอดตายแล้วแม่นาง”
“ขอบคุณคุณชาย ขอบคุณคุณชาย!” หญิงสาวค้อมตัวคำนับปลก ๆ
“เ้าเป็บุตรีจากสกุลชั้นสูงจวนใดรึ ถึงได้ดูผุดผาดงดงามเป็สง่าเช่นนี้”
“คุณชายกล่าวเกินไปแล้ว ข้าน้อยเพียงแต่เป็บุตรสาวของตระกูลพ่อค้าแซ่ถาน นามว่าเจียวหลิงเ้าค่ะ”
“ถานเจียวหลิง...”
ทันทีที่ได้เงยหน้าสบสายตากันทั้งสองก็ราวกับตกอยู่ในภวังค์ เพราะสำหรับเขาแล้วนางช่างงดงามเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้เสียอีก ใบหน้านั้นจิ้มลิ้มพริ้มเพราจนจับเข้าไปในหัวใจของชายหนุ่มได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของเขาก็สามารถเอาชนะหัวใจของนางได้สามส่วนแล้ว ยิ่งมาพบเจอว่ารูปพรรณสันฐานของวีรบุรุษนั้นสง่างามราวรูปวาดเทพเซียนหญิงสาวก็มิอาจละสายตาในการจับจ้องเขาลงได้เลย
หรือว่าท่านผู้นี้จะเป็เทพบุตรรูปงามที่์ประทานให้ลงมาช่วยข้าให้ปลอดภัยในพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์กันแน่...
ดูท่าแล้วต่อให้จะหลีกหนีสักเท่าใดก็มิอาจหลุดพ้นจากความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ได้เลย