“เป็แบบนี้ได้ยังไงกัน?”
แกรนด์ยังคงพึมพำกับตัวเองเหมือนคนที่สูญเสียจิติญญาไปแล้ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!! แกนี่มันตลกสุดๆ ไปเลยว่ะ มาแข่งกับพวกข้าทั้งที่พลังเหมือนคนพิการเนี่ยนะ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”
เอลรอนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ครึ่งหนึ่งสะใจเชิงสมน้ำหน้า ครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ในบ้านเอลรอนกับแกรนด์ไม่ถูกกันอยู่แต่เดิมแล้ว ซึ่งเอลรอนมักจะหาเื่แกล้งแกรนด์ ซึ่งแกรนด์เองก็นิสัยเป็คนที่ไม่ยอมใครทำให้เกิดการทะเลาะในบ้านอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งจะมีเอลซ่าที่คอยห้ามปรามทั้งสองคนเอาไว้ เอลซ่ามองมาที่แกรนด์ด้วยความรู้สึกสงสาร เหล่าผู้ชมเมื่อต่างวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ คุยกันเป็เื่ขบขัน ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“หลังจากการปรากฏตัวของอัจฉริยะผู้มีพร์แล้วยังปรากฏตัวตลกผู้หนึ่งอีกงั้นเหรอ สนามทดสอบที่ 1 นี่ช่างครื้นเครงดีจริงๆ”
“เขาใช่คนตระกูลฟลูตันแน่หรอ? พี่น้องเขาทั้งสองคนล้วนเป็ผู้มีพร์นะ”
“หรือว่าเขาจะเป็เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงกัน?”
“ทั้งพ่อทั้งแม่เขาต่างเป็ผู้ใช้เวทย์ที่ทรงพลังของเมืองนี้นี่นา”
“ไม่ใช่ว่าท่านดูเอลจะถูกสวมเขาหรอกนะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงวิจารณ์ของเหล่าผู้ชมดังเซ็งแซ่ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่าขบขัน ดูเอลนั่งหน้าตามืดครึ้ม ดวงตาแสดงออกถึงความไม่พอใจ โกรธเกรี้ยวและอับอายเป็อย่างมาก เขาลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อคลุมและเดินจากไปจากที่นั่งรับรองในแทบจะทันที ผู้ที่นั่งข้างเขาไม่มีใครทันจะได้พูดคุยกับเขาสักคน แต่ทุกคนก็พอจะรับรู้อารมณ์ของเขาในตอนนี้
แกรนด์เดินก้มหน้าลงมาจากแท่นทดสอบ สองแก้มอาบด้วยน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้ เดินช้าเนิบเหมือนคนไร้ิญญา ยังไงเสียเขาในตอนนี้ก็ยังเป็แค่เด็กชายอายุเพียง 10 ขวบ วันที่ควรจะเป็วันที่ภาคภูมิใจต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกกลับเป็ตรงกันข้าม ทุกสายตาจดจ้องมาที่เขาด้วยสายตาดูถูก เหยียดหยาม ถ้าเป็ชาวบ้านทั่วไปนี่คงเป็เื่ปกติที่มีคนที่ไร้พลังและอ่อนแอแบบนี้ แต่นี่เป็ถึงทายาทตระกูลฟลูตัน ตระกูลผู้ใช้เวทย์ที่มีชื่อเสียง ถึงพลังกายจะได้แค่ 1 ก็น่าจะมีพลังเวทย์ที่สืบทอดกันทางสายเืของตระกูลอยู่บ้าง
“ฮึ เ้าคนไร้ความสามารถ เ้าทำให้ตระกูลฟลูตันขายหน้าครั้งใหญ่แล้ว ไม่ใช่สิ ข้าชักสงสัยแล้วว่าเ้าเป็ลูกของท่านพ่อจริงๆ หรือไม่” เอลรอนพูดขึ้นแล้วถ่มน้ำลายลงที่พื้น
“เดี๋ยวเถอะเอลรอน เ้าพูดแบบนี้กับแกรนด์ได้ไง” เอลซ่าดุขึ้นมา
“รึมันไม่จริงกันล่ะ” เอลรอนเบือนหน้าหนี
“ไปกันเถอะเอลซ่า ไปขึ้นทะเบียนนักเรียนที่ผ่านกันเถอะ ปล่อยเ้านี่มันไว้ตรงนี้แหละ” เอลรอนดึงมือของเอลซ่าไปทางมุมหนึ่งของสนามที่มีโต๊ะขึ้นทะเบียนและรับตราสัญลักษณ์นักเรียนใหม่ของสถาบัน
แกรนด์ก้มหน้าเดินออกจากสนามทดสอบด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด เดินไปเหมือนคนไร้จุดหมาย ข่าวเื่การทดสอบพลังครั้งนี้ได้แพร่กระจายไปในเมืองอย่างรวดเร็วราวไฟลามทุ่ง ข่าวลือต่างๆ ถูกบอกต่อกันปากต่อปากจนกลายเป็ข่าวหลายข่าวจากต้นเื่เดียวกัน บ้างก็ว่าแบบนั้น บ้างก็ว่าแบบนี้ แต่คนที่กดดันจากข่าวนี้ที่สุดคือตัวของดูเอล ฟลูตันเอง เขากลับมาที่บ้านด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว เลล่าที่กำลังทำซุปในครัวกับคนรับใช้อีกคน พอเห็นดูเอลกลับมาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็ปกติ
“ท่านพี่ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ การทดสอบพลังของพวกลูกๆ เป็ยังไงบ้าง?”
“เ้าอย่าได้พูดถึงเื่นี้อีก! ไปพาแกรนด์มาหาข้า เดี๋ยวนี้!!!”
ดูเอลตอบมาด้วยน้ำเสียงกระแทกฉุนเฉียวและไม่พอใจ เขาเดินตรงขึ้นไปที่ห้องทำงาน เลล่าใมาก แกรนด์ไปทำอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจขนาดนั้น หรือว่าจะเกี่ยวกับการทดสอบในวันนี้? เลล่าวางของในครัวและวิ่งออกไปข้างนอก เธอตรงไปทางสถาบันศาสตร์การต่อสู้ ในใจกังวลเป็อย่างมากกับคำพูดและอารมณ์ของดูเอลในตอนนี้ เกิดอะไรขึ้นกับแกรนด์กันแน่? เลล่าวิ่งตามถนนด้วยตามหาแกรนด์ด้วยความเป็ห่วง ไม่นานก็เห็นเด็กชายเดินมาด้วยใบหน้าที่น้ำตาไหลอาบแก้ม เลล่าวิ่งโผเข้ากอดแกรนด์อย่างโล่งใจ
“แกรนด์ เป็อะไร เกิดอะไรขึ้นกับลูก มันเกี่ยวกับการทดสอบวันนี้รึเปล่า?”
เลล่าถามด้วยความรู้สึกเป็ห่วง เด็กน้อยที่ร่าเริงอยู่เสมอกลับอยู่ในสภาพนี้ มันบีบรัดหัวใจของคนเป็แม่ยิ่งนัก
“ท่านแม่ ข้า...ข้าไร้ซึ่งพลังเวทย์ ไร้พลังิญญา แม้กระทั่งพลังกาย ท่านแม่ ข้าขอโทษ ข้อขอโทษ” แกรนด์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น เลล่ากอดลูกไว้ น้ำตาไหลอาบแก้ม สงสารลูกที่มีชะตากรรมแบบนี้ “ทำไมกัน ทำไมแกรนด์ถึงไร้พลังอย่างที่ควรจะเป็?”
เธอคิดในใจถึงสาเหตุของเื่นี้ ทันใดนั้นเลล่าก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อ10ปีก่อน หรือว่าจะเป็เหตุการณ์ในครั้งนั้น เลล่านึกถึงตอนที่ฟ้าผ่ามาที่เธอและลูก ซึ่งตอนนั้นแกรนด์เพิ่งอายุได้เดือนเศษเท่านั้น ผลจากฟ้าผ่าครั้งนั้นทำให้แกรนด์ช็อคจนหัวใจหยุดเต้น เลล่าได้สละแกนพลังเวทย์ของเธอเพื่อช่วยลูกน้อยเอาไว้ นี่อาจเป็สาเหตุที่ทำให้แกรนด์ไร้ซึ่งพลังก็เป็ได้ เธอปลอบลูกละพาแกรนด์เดินกลับบ้าน เลล่ากังวลเื่ดูเอลเป็อย่างมาก
เย็นวันนั้นเองข่าวลือเสียๆ หายๆ ต่างๆ ของตระกูลฟลูตันก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้กระทั่งสาวใช้ที่ออกไปจ่ายตลาดยังมีคนมาถามเกี่ยวกับเื่นี้ซึ่งพวกเธอได้แต่นิ่งเงียบ ในห้องทำงานของดูเอล ห้องที่จัดแต่งด้วยความหรูหรา ของสะสมในตู้โชว์เป็ของที่มีราคาสูง หนังสือบนชั้นวางส่วนใหญ่เป็หนังสือเวทย์และหนังสือหายากต่างๆ ที่เป็ของสะสมของดูเอล ทุกวันผู้ที่เข้ามาในห้องนี้จะรู้สึกถึงความโอ่โถง แต่วันนี้บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบงัน เงียบจนรู้สึดอึดอัด ดูเอลนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน สองมือของเขาผสานเท้าคางอยู่ เลล่าพาแกรนด์เข้าไปในห้องทำงานของดูเอล แกรนด์เดินมาที่หน้าโต๊ะทำงานที่ดูเอลนั่งอยู่ เด็กชายยืนก้มหน้าสองมือประสานกุมที่ต้นขาด้วยความกลัว บรรยากาศชวนอึดอัดอยู่พักหนึ่งก่อนที่ดูเอลจะเอ่ยขึ้น
“เ้าทำให้ข้าผิดหวังมากนะแกรนด์ ข้าไม่คิดว่าสายเืของตระกูลเราจะมีคนไร้พลังแบบเ้าเกิดขึ้นมา ช่างอัปยศสิ้นดี!”
เพล้งงงง!!!
ดูเอลขว้างแจกันที่ประดับบนโต๊ะทำงานลงบนพื้น แจกันนั้นแตกละเอียด เสียงดังไปทั่วห้องจนแสบแก้วหู เด็กน้อยยืนก้มหน้า ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ท่านพี่ ท่านอย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกนะ” เลล่าร้องห้าม
“เ้าไม่ต้องมายุ่ง! ถอยไปเดี๋ยวนี้!” ดูเอลตวาดในขณะที่เลล่าข้าไปกอดลูกชายไว้
“ท่า..ท่า..ท่านพ่อ ขะ..ข้าขอโทษ ข้าจะตั้งใจทำอย่างอื่นเพื่อตระกูลของเรา ชดเชยที่ข้า”
“หุบปาก!!! คนไร้ประโยชน์เช่นเ้าน่ะเหรอจะทำอะไรให้ตระกูลได้ อ่อนแอเช่นเ้าเป็คนตัดฟืนยังไม่ได้เลย แล้วยังจะเื่ข่าวลือบ้าบอกข้างนอกนั่นอีก เ้ายังคิดว่าตัวเองทำอะไรได้”
“ท่านพี่ ท่านพูดกับลูกแรงเกินไปแล้วนะ”
“ลูก? ตอนนี้ข้าชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันใช่ลูกข้าจริงๆ รึเปล่า” ดูเอลพูดเชิงประชดประชัน
“ท่านพี่ ท่านพูดแบบนี้กับข้าได้ยังไง ท่านกำลังหาว่าข้าเป็ผู้หญิงอย่างว่างั้นเหรอ?”
“ข้าก็แค่สงสัยว่ามันใช่ลูกข้ารึเปล่าก็แค่นั้น จะทำอะไรต่อก็ตามใจเ้าเถอะ แต่ช่วยพามันไปให้พ้นหูพ้นตาข้าด้วย ข้าไม่้าคนไร้ประโยชน์เช่นมันอีกแล้ว” ดูเอลพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายแล้วกำลังจะเดินออกนอกห้อง
“ในเมื่อท่านไม่้าพวกเราแล้วเราจะขอไปจากที่นี่” เลล่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง หน้าของเธอห่อเหี่ยว แก้มสองข้างอาบไปด้วยน้ำตา
“จะไปไหนก็ไป!”
ปัง!!! ดูเอลปิดประตูอย่างแรงหลังจากเดินจากไป
“ท่านแม่ ท่านพ่อไป้าเราแล้วหรอ?” แกรนด์พูดด้วยเสียงเศร้าปนสะอื้น เลล่ากอดลูกไว้แน่น เธอไม่คิดว่าผู้เป็สามีจะถึงขั้นทำแบบนี้กับเธอและลูก
“ไปกันเถอะลูก แม่จะพาเ้าไปอยู่กับท่านตาที่นอกเมือง”
เลล่าจูงมือแกรนด์เดินออกมาจากห้อง ในขณะที่เดินลงบันไดเพื่อไปเก็บของที่ห้องของตัวเอง ก็เหลือบไปเห็นมาเรียน่านั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะห้องโถง เธอหันมามองเลล่าเล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยพอใจ ก่อนที่จะหันกลับไปจิบชาต่อเหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในบ้าน หลังจากเก็บของเสร็จสิ้นเลล่าพาแกรนด์ขึ้นรถม้า ระหว่างที่แกรนด์กำลังจะไปนั้นเอลซ่าได้มาส่งละโบกมือให้อยู่ที่หน้าบ้าน แกรนด์รู้สึกเศร้าใจเป็อย่างมากที่ต้องจากที่แห่งนี้ไป ั้แ่เกิดมาเขาอยู่บ้านหลังนี้ตลอด ไม่เคยออกไปอยู่ข้างนอกบ้านเลยสักครั้ง นอกจากไปเยี่ยมท่านตาเมื่อครั้งที่แกรนด์ยังอายุ3-4 ขวบ ซึ่งตอนนั้นแกรนด์ยังจำความไม่ค่อยจะได้ สองแม่ลูกนั่งในรถม้าออกจากบ้านฟลูตันใน่ใกล้หัวค่ำ บ้านของท่านตาอยู่ที่นอกเมืองซึ่งติดกับป่าแบล็กฟอเรสต์ รถม้ายังคงวิ่งไปเรื่อยๆ มากกว่า3ชั่วโมงแล้ว ข้างนอกมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในยามราตรี แกรนด์นอนหลับอยู่บนตักของเลล่า คงเพราะเพลียและเจอกับเหตุการณ์ที่ะเืใจเป็อย่างมาก ยังไงซะเขาก็ยังเป็แค่เด็กอายุ 10 ขวบคนหนึ่ง และไม่เคยพบเจอกับความยากลำบากอะไรเพราะอยู่ในบ้านซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งและถูกเลี้ยงดูในฐานะทายาทของผู้นำตระกูล เวลา่ประมาณ 4 ทุ่ม รถม้าก็มาจอดที่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่ง บ้านหลังนี้ตั้งห่างจากตัวเองพอสมควร บ้านหลังขนาดกะทัดรัดหลังนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางป่าและสวนแอปเปิ้ล เลล่าพาแกรนด์ลงมาจากรถม้า คนขับรถม้าขนของทุกอย่างลงมาวางไว้ที่หน้าบ้าน
“นายหญิง โปรดรักษาสุขภาพด้วย” คนขับรถม้าเอ่ยคำลาก่อนที่จะบังคับรถม้าให้ออกจากเขตบ้านหลังนี้ เลล่ามองดูรถม้าจากไปในความมืดแล้วจึงเดินมาหน้าประตูเพื่อเคาะกลอนที่หน้าประตู
กร๊อง! กร๊อง! กร๊อง! เสียงกลอนประตูถูกสั่นกระทบกัน
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่านนอนรึยัง”
“นั่นใคร เลล่าใช่มั้ย?” เสียงชายคนหนึ่งดังออกมาจากในบ้าน
“ใช่แล้วท่านพ่อ ข้ามาพร้อมกับหลานชายของท่าน”
ชายชราเปิดประตูออกมาต้อนรับลูกสาวและหลานชายอย่างยินดี
“โอ้ว แกรนด์นี่นา หลานตาโตขึ้นมากจริงๆ แม่เ้าพาเ้ามาหาตาครั้งก่อนเ้ายัง 3-4 ขวบอยู่เลย ผ่านไปแปบเดียวโตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายชราหัวเราะอย่างยินดี
“สวัสดีครับท่านตา” แกรนด์ก้มหัวลงทักทายชายชราเล็กน้อย ข้างนอกอากาศเย็น เข้ามาข้างในบ้านก่อน มาๆ เข้ามา ชายชราเชื้อเชิญให้เข้าบ้านพร้อมเดินไปขนของเข้ามาในบ้านอย่างกระฉับกระเฉง
บารานด์พ่อของเลล่า ปีนี้อายุครบ 60 ปีพอดี ร่างกายกำยำ ท่าที่กระฉับกระเฉง ผิดคนแก่วัยเดียวกัน ผมสีดำแซมด้วยขาวเป็หย่อมๆ มีหนวดขึ้นไม่ยาวมาก ในอดีตเคยเป็ถึงอาจารย์สอนชั้นเรียนนักรบของสถาบันศาสตร์การต่อสู้แห่งกลอเซน อีกทั้งยังเป็หัวหน้ากองกำลังประจำป้อมทิศเหนือของเมืองอีกด้วย แต่เนื่องจากเบื่อหน่ายเลยลาออกและแยกตัวออกมาใช้ชีวิตที่นอกเมือง ทำสวนแอปเปิ้ลและล่าสัตว์ในป่าเลี้ยงชีพ อยู่อย่างสันโดษ นานๆ ทีจะเข้าเมืองเพื่อขายผลผลิตและซื้อของใช้ที่จำเป็
“พวกเ้ามากันสองคนงั้นหรอ ดูเอลล่ะ เขาไม่มาด้วย?”
ชายชราถามด้วยความสงสัย
“ข้าของพาแกรนด์ไปพักผ่อนก่อน เขาคงเพลียจากการเดินทางไกล เดี๋ยวข้าจะเล่าทุกอย่างให้ท่านพ่อฟังเอง”
บ้านของบารานด์ตั้งอยู่ชายป่านอกเมื่องกลอเซน ป่าแห่งนี้คือป่าแบล็กฟอเรสต์ซึ่งใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิแห่งนี้ มีพื้นที่ติดกับเมือง7ใน9เมืองของจักรวรรดิ หนึ่งนี้เมืองที่มีเขตแดนติดกับป่านี้คือเมืองคาร์เธจ เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิเอลโดร่าแห่งนี้
ปึง!!! ภายใต้ความเงียบสงบของป่ายามราตรีกลับมีเสียงทุบโต๊ะที่ดังขึ้นจนพื้นบ้านะเื
“ดูเอลมันทำแบบนี้ได้ยังไง มันไล่พวกเ้าออกมาแบบนี้ได้ไง บ้าบอสิ้นดี ไอ้ลูกเขยเฮงซวยเอ้ย!” ชายชราสบถอย่างมีน้ำโห
“ช่างเถอะ มาอยู่กับพ่อนี่แหละ อย่าไปอยู่กับไอ้คนเฮงซวยนี่เลย สงสารแต่แกรนด์นี่แหละ เฮ้อ!”
ชายชราถอนใจอย่างช่วยไม่ได้ ที่ประตูห้องด้านในสุด สายตาสีฟ้าคู่หนึ่งกำลังแอบฟังบทสนทนาของทั้งสอง จากนั้นก็เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังหมู่ดาวที่อยู่บนฟ้า เสียงของดูเอลยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท
“คนไร้ประโยชน์อย่าเ้าจะไปทำอะไรได้” เสียงนั้นดังวนเวียนในหัวของเด็กน้อยเป็ร้อยรอบแล้ว
“ข้าต้องเข้มแข็ง สักวันข้าต้องทำให้ท่านพ่อเห็นความสามารถของข้าให้ได้”
แกรนด์พูดกับตัวเอง หลังจากดูดาวอยู่หน้าต่างครู่หนึ่งเด็กน้อยก็เดินมาฟุบลงนอน วันนี้ช่างเป็วันที่แสนยาวนาน เป็วันที่มีความหวังและสิ้นหวังที่สุด โชคชะตาช่างเล่นกับความรู้สึกของคนนัก แกรนด์ปล่อยจิตไปตามห้วงอารมณ์และผล็อยหลับไปในที่สุด...