"วันนี้วางไหม?”
ข้อความจากพีทเด้งขึ้นบนหน้าจอเมย์ ขณะที่เธอกำลังจะปิดโน้ตบุ๊ก
ปลายฝน:
"ว่างค่ะ แต่ฝนตกอยู่นะคะ"
พีท:
"ยิ่งดีเลย"
ปลายฝน:
"ดีตรงไหนคะ?”
พีท:
"จะได้อ้างว่าฝนพาออกมาเจอกัน :)"
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่ยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านราเมงเล็ก ๆ
เสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีดังกริ๊ก ๆ กลายเป็เพลงประกอบฉากที่ เงียบแต่ละมุน
ร้านราเมงควันลอยหอมอ่อน ๆ เหมือนรู้ว่าทั้งสองคนไม่อยากนั่งร้านหรู แค่โต๊ะไม้ กับเก้าอี้สองตัวก็พอ
“พี่พีทชอบราเมงน้ำขันเหรอคะ?”
“เปล่า...แต่วันนี้รู้สึกอยากกินอะไรร้อน ๆ กับใครบางคน”
เขาพูดขณะวางตะเกียบลงพอดี
ปลายฝนหลบตา หัวใจเต้นผิดจังหวะ
เธอกำลังจะยกซุปขึ้นจิบ แต่เขาก็ยื่นกระดาษทิชชูมาให้ก่อน
“เปื้อนข้างปากนิดนึงครับ คุณแว่น”
คำว่า "คุณแว่น" ยังคงน่ารักเหมือนเดิม
แต่วันนี้มันพิเศษกว่าทุกวัน...
เพราะมันถูกพูดด้วยน้ำเสียงที่เธอไม่อยากให้ใครพูดกับเธออีกเลย
นอกจากเขา
หลังมื้อราเมง พีทเดินออกมาใต้ร่มกับปลายฝนอีกครั้ง
ฝนยังตกพรำ ๆ แต่ไม่มีใครรีบกลับ
เขาแวะซื้อน้ำเต้าหู้ถุงเล็ก ๆ ข้างทาง แล้วส่งให้เธอ
“เชื่อไหมว่าพี่ชอบเวลากินอะไรที่มันง่าย ๆ กับปลายฝนที่สุด”
“มันไม่ต้องมีแสงไฟแพง ๆ หรือเพลงแจ๊สประกอบ” “แต่ยืนกินน้ำเต้าหูกับคุณแว่นข้างถังขยะ พี่ก็รู้สึกดีแล้ว”
ปลายฝนหัวเราะจนสำลัก
“พูดแบบนี้โรแมนติกยังไงเนี่ย!”
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะโรแมนติกหรอก...” เขายิ้ม ก่อนจะพูดต่อเบา ๆ
“แค่อยากให้ปลายฝนรู้ว่า...แค่ได้อยู่ด้วยกันในวันธรรมดา มันก็พิเศษ พอแล้วสำหรับพี่”
•
ในความเรียบง่ายของฝนวันนั้น
ไม่มีใครพูดคำว่า "เดต" ออกมา
แต่ทุกการกระทำ มันอ่อนโยนเกินกว่าจะเรียกว่าแค่ “เพื่อนร่วมงาน”
เพราะหัวใจบางครั้ง...ก็ไม่้าพิธีรีตอง
แค่เดินข้าง ๆ กัน
ในวันที่ฝนตก
กับคนที่ไม่อยากให้หายไปไหนอีกแล้ว