หลังจากจบการประลอง ในคืนนั้นเสี่ยวชวนกลับมานั่งกินอาหารตามที่หลินเยว่ทำ
ในคืนนั้น ในห้องของเสี่ยวชวน เขานอนไม่หลับแทบจะทั้งคืน ในหัวมีแต่เสียงกระซิบให้ “ฆ่า ฆ่า ฆ่า….” เื่นี้แทบจะทำให้เสี่ยวชวนเป็ประสาท สายตาของเขาแดงก่ำเหมือนคนอดหลับอดนอนมานานหลายวัน
เช้าวันถัดมา เสี่ยวชวนเข้าฝึกปกติที่สำนักกระบี่ฟ้าคราม หลังจากตอนเย็นเขาก็ออกไปเดินเล่นที่นอกสำนัก
ในตรอกซอยแห่งหนึ่ง เขาได้พบกับมู่ชิงจากสำนักจิติญญา
“เสี่ยวชวนสินะ พลังของเ้าควบคุมได้ใช่หรือไม่?” มู่ชิงถาม
“เ้ารู้งั้นหรือว่าพลังที่ข้ามีมันคืออะไร?”
“ข้ารู้ สำนักจิติญญารู้ และ สำนักผู้พิพากษา์ก็รู้ หากเ้าไม่สามารถควบคุมมันได้ เ้าจะโดนลงทันฑ์อย่างสาหัสจำไว้” มู่ชิงกล่าวจบนางก็จากไป
เสี่ยวชวนตกอยู่ในความคิดตัวเอง
“เ้ากลัวคำพูดมันงั้นรึ?”
“เหอะ! เ้าหุบปากซะ ข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็ใคร แต่การที่เ้าคอยสั่งการให้ข้าสังหารคนแบบนี้มันน่ารำคาญ หุบปากของเ้าไปซะ”
“เ้าไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นหรือ? ไม่อยากปกป้องน้องสาวหรือ? ด้วยระดับพลังลมปราณก่อกำเนิดขั้นกลางเช่นเ้านั้นเหนือกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จำจางหลงไม่ได้หรือ มันพูดกับเ้าไว้อย่างไร?”
“เหอะ! หากข้าสังหารแล้วดูดกลืนพลัง ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นตามที่เ้าว่าจริงงั้นรึ?”
“ถูกต้อง เื่นี้เ้าเองก็เห็นแล้วนี่…”
“แต่ในเมืองมีกฏห้ามสังหารคน ห้ามใช้พลังปราณมั่วซั่ว หากข้าทำผิดกฏ ผู้ตรวจการย่อมจับข้าขังคุกกันพอดี”
“พูดเช่นนี้ใช่ว่าเ้าอยากลองสังหารดูแล้วใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่เคยรังแกผู้ใด ไม่เคยหาเื่ใคร แต่หากใครมาหาเื่ข้ากับหลินเยว่ ข้าไม่มีทางปล่อยพวกมันให้อยู่อย่างสุขสบายแน่นอน จางหลงมันควรระวังตัวเองไว้ให้ดี หากมันล้ำเส้นข้า รับรองว่าข้าได้ฆ่ามันแน่”
“ฮ่าๆๆ เช่นนั้นก็ดี จำคำพูดของเ้าไว้ให้มั่น”
“เ้าเป็ใครกันแน่? อยู่ๆก็มาพูดในหัวข้าได้อย่างไร?”
“เ้าก็คือข้า ข้าก็คือเ้า หึๆๆ เ้ายังไม่ต้องรีบรู้เื่อะไรมากมายนักหรอกในตอนนี้”
“เหอะๆ คุยกับเ้าไปก็เสียเวลา ข้าไปหาอะไรกินดีกว่า”
เสี่ยวชวนเดินไปตามทางถนนตรอกซอกซอย
ในซอยนั้นพบเจอชายสามคนกำลังรังแกหญิงสาวหนึ่งคน
“ปล่อยข้าไปนะ-!”
“ฮ่าๆๆ คนสวย เ้าจะรีบไปไหน ไปเที่ยวเล่นกับพวกพี่ชายก่อนไม่ดีกว่าหรือ?”
“ข้าไม่ไป ข้ามีน้องชายต้องกลับไปหา น้องชายข้ารอข้าเอาข้าวไปให้กินอยู่ ปล่อยข้า!”
“ไม่ปล่อย! ฮ่าๆๆ มานี่!” ชายหนึ่งในสามดึงแขนของหญิงสาวผู้งดงามอย่างแรงจนตัวนางเอนไปทางมัน มันทำท่าจะลากตัวนางไปแล้ว
เสี่ยวชวนมองไปยังตรอกซอยนั้นด้วยสายตา คม นิ่ง สงบ
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปหาชายคนแรกด้วยวิชาท่าร่างขั้นพื้นฐานซึ่งรวดเร็วพอประมาณ จากนั้นจึงชกเข้าไปที่ปลายคางของอีกฝ่าย ชายคนนั้นไม่ทันตั้งตัวกระเด็นกระแทกกำแพงจนสลบเหมือด
“เ้าเป็ใครกันวะ!?” ชายคนที่ลากแขนหญิงสาวปล่อยหญิงสาวทันทีแล้วพุ่งเข้าหาเสี่ยวชวน
มันยิงหมัดซ้ายตรงเข้าหาเสี่ยวชวนอย่างว่องไว เสี่ยวชวนโยกคอหลบจากนั้นจึงชกหมัดเสยคางมันไปเต็มๆจนตัวมันลอยขึ้นฟ้าสลบไปอีกคน
ชายคนสุดท้ายชักดาบออกมาแล้วพุ่งเข้าหาเสี่ยวชวน
“เอาเลย ฆ่ามัน มันจะฆ่าเ้า”
“หุบปาก!” เสี่ยวชวนตอบ
ชายคนนั้นฟาดดาบมา เสี่ยวชวนในมือไร้อาวุธจึงต้องโยกตัวหลบกระบวนท่าดาบไปตามจังหวะ เสี่ยวชวนปล่อยให้มันฟันเข้ามาอย่างถี่ยิบ ชายผู้นี้มีระดับพลังก่อกำเกิดลมปราณขั้นปลาย ซึ่งมากกว่าเสี่ยวชวนที่อยู่ขั้นกลาง
พลัง ความเร็ว ความอึดของชายผู้นี้ย่อมมากมายกว่าเสี่ยวชวนนัก แต่เสี่ยวชวนก็ไม่ใช่คนธรรมดา เขาติดอันดับการประลองประจำเมือง 1 ใน 10 มาแล้ว เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธชั้นรองแบบนี้เขารับมือได้อยู่แล้ว
หลังจากที่ชายคนนั้นเริ่มฟาดฟันไปหลายกระบวนท่ามันก็เริ่มเหนื่อย นี่เป็จังหวะดี ที่เสี่ยวชวนจะได้สวนกลับ เสี่ยวชวนพุ่งเข้าไปเตะดาบในมือมันทิ้งจากนั้นจึงบีบคอมันและยกขึ้นสูง
“เอาเลย ฆ่ามัน ดูดพลังมันมา”
“จะฆ่าหรือไม่ฆ่า?”
อากาศปั่นป่วน ลมปราณดำแดงแผ่ออกมาจากร่างของเสี่ยวชวนแล้วเริ่มดูดกลืนพลังของชายคนนั้น
ชายคนนั้นร้องลั่น มันรู้สึกได้เลยว่าพลังลมปราณของมันไหลออกไปอย่างรวดเร็ว มันรู้สึกตัวเองเริ่มสิ้นเรี่ยวแรง พลังเริ่มหดหาย สติเริ่มเลือนราง ลมหายใจรวยระริน
ส่วนเสี่ยวชวนกลับรู้สึกสดชื่นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่เอ่อล้น รอยยิ้มแปลกๆปรากฏขึ้นที่มุมปาก หัวใจเต้นแรง มือสั่น อยากดูดกลืนพลังต่อ
…..พี่ชวน….
ทันใดนั้นภาพของหลินเยว่ลอยเข้ามา เสี่ยวชวนปล่อยมือที่บีบคออีกฝ่ายอยู่ออกทันที
จากนั้นจึงถึงกลับอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณน้องชายท่านนี้ที่ชวยเหลือ” แม่นางผู้นั้นกล่าวขอบคุณ
“ไม่เป็ไร ทีหลังท่านก็อย่ามาเดินในตรอกโดดเดี่ยวน้อยคนเช่นนี้อีก กลับบ้านเถอะน้องชายรอกินข้าวแล้ว” เสี่ยวชวนกล่าว
หลังจากนั้นเสี่ยวชวนก็กลับมาบ้านทานอาหารที่หลินเยว่ทำ ในวันนี้หลินเยว่ทำอาหารมากมายหลายชนิด มีกับข้าว 3-4 อย่าง
ในขณะที่เสี่ยวชวนกำลังกินข้าวอย่างอร่อยกับหลินเยว่อยู่นั้น เสียงในหัวก็ดังขึ้นมา
“ฆ่าสิ ถ้าฆ่า… จะได้พลังเท่าไร?”
“ฆ่านาง….”
เสี่ยวชวนลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมวางตะเกียบ
“พี่ชวน พี่เป็อะไร?”
“ข้าอิ่มแล้ว”
“พี่แปลกๆนะมาให้ข้าดูหน่อย” หลินเยว่เดินเข้ามาพร้อมจับมือเสี่ยวชวน
ทันใดนั้นบรรยากาศกลายเป็หนักอึ้ง ลมปราณดำแดงแผ่ออกมาจากร่างเสี่ยวชวนและดูดกลืนพลังของหลินเยว่ทันที
หลินเยว่เป็เพียงคนธรรมดาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธซึ่งนางอ่อนแอมาก นางกรีดร้องอย่างเ็ปทันที
เสี่ยวชวนใรีบสะบัดมือหลินเยว่ออกทันที
“พี่ชวน…ทำไมสายตาพี่…น่ากลัวแบบนี้…” ก่อนหลินเยว่นอนสลบไม่ได้สตินี่คือคำทิ้งท้ายของนาง
เสี่ยวชวนในใจหนักอึ้ง เขารีบยกร่างน้องสาวไปนอนที่เตียง จากนั้นจึงต้มยาบำรุงให้นางได้ดื่มแล้วนอนพัก
กลางดึกคืนนั้น ที่สำนักจิติญญา
“เขาเป็อย่างไรบ้าง?” เย่หานถาม
“วันนี้เขาเกือบจะกลืนอันธพาลผู้หนึ่ง และเกือบจะกลืนน้องสาวตนเอง” มู่ชิงรายงาน
“อืม สถานการณ์ในตอนนี้อันตรายมาก ในตอนนี้เขายังพอควบคุมตัวเองอยู่ แต่ถ้าเขาหลุดการควบคุมเมื่อไร ถึงตอนนั้นเราต้องลงทันฑ์เขา” เย่หานกล่าว
“ผู้าุโเย่ พลังดูดกลืนของเขามันคืออะไรกันแน่เ้าคะ?” มู่ชิงถาม
“มันเป็พลังลึกลับโบราณ พลังนี้มีมาช้านานแล้ว บนโลกยุทธภพนี้ มีผู้คนแบบเขามากมายนัก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็ฆาตกร นักลอบสังหาร ผู้เสพติดการฆ่า หากเสี่ยวชวนควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาก็จะกลายเป็หนึ่งในคนพวกนั้น”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าจะคอยจับตาเขาไว้ให้ดี เมื่อใดที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ข้าจะรายงานท่านทันที สำนักกระบี่ฟ้าครามเองก็คงจะไม่เอาเขาไว้แน่นอน” มู่ชิงกล่าว
“อืมตอนนี้เพิ่มการเฝ้าระวังเขาไว้ให้ดี เอาให้เข้มงวดกว่าเดิม ไม่ว่าเขาจะทำอะไร จงรายงานข้าทุกรายละเอียด ทุกการกระทำ เข้าใจหรือไม่?”
“ขอรับ ศิษย์เข้าใจแล้ว”
“อืมไปได้”
……………………………………………….
กลับมาที่เสี่ยวชวนในคืนนั้น
“ครั้งหน้า…เ้าจะหยุดทันอีกหรือไม่?”
“หุบปาก!”
เสี่ยวชวนกำหมัดแน่น…
และเป็ครั้งแรกที่เขา “กลัวตัวเอง”