5. หาเื่เจอเธอ
ตีห้าของวันใหม่ ต้นพรแต่งตัวในชุดออกกำลังกายและทำการอบอุ่นร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ หญิงสาวก้าวออกจากห้องโดยไม่ลืมล็อคประตูให้เรียบร้อยแล้ววิ่งเยาะ ๆ ตรงไปยังสวนสาธารณะ วิ่งและเดินสลับกันไปตามทางเดินในสวนสาธารณะวันละสิบรอบซึ่งเป็กิจวัตรที่เธอทำทุกวัน ถ้าเธอไม่มีงานเร่งด่วนที่ทำจนถึงเช้าบางวันจะไปร่วมเต้นแอร์โรบิค บางวันก็ไปร่วมรำไทเก๊กกับคุณป้าคุณตาคุณยายบ้างซึ่งทุกกิจกรรมได้เหงื่อไม่ต่างกัน หลังจากที่ครบรอบแล้วจึงผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ขณะที่ต้นพรกำลังก้มลงเอามือแตะปลายเท้าทั้งสองข้างสลับกันนั้นหญิงสาวมีความรู้สึกว่าเหมือนมีคนมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ และมันก็เป็ความจริง เพราะเธอเริ่มมองเห็นปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อดังระดับโลกที่คนชอบเล่นกีฬานิยมใส่กัน เธอจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าเป็ใครพลันสายตาของเธอก็ไปสบตากับซื่อเทียนพอดี ผู้ชายที่แม่เพื่อนรักของเธอกำลังปิ๊งอยู่เธอยิ้มให้แล้วเป็การทักทาย แล้วก้มลงยืดกล้ามเนื้อต่อโดยไม่สนใจเขาอีกเธอคิดว่ายิ้มให้เพื่อเป็การทักทายก็น่าจะพอแล้ว แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกที ปรากฎว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม(เอ๊ะ! อีตาบ้านี่ยังอยู่อีกหรือเนี่ย อุตส่าห์ยิ้มให้แล้ว ยังจะเอาอะไรอีกล่ะไม่อยากสนทนาด้วยสักหน่อย แหน่ะ...ยังปั้นหน้ายิ้มอยู่อีก ตั้งใจหว่านเสน่ห์ล่ะสิ! เสียใจ! ไอ้ต้นไม่หลงกลหรอกย่ะ! ขอบอก!) เธอจึงจำเป็ต้องกล่าวทักทายเขาด้วยภาษาสากลตามมารยาท
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณซื่อเทียน”
เขายิ้มให้แล้วก้มหัวเล็กน้อยแล้วกล่าวตอบหญิงสาว
“เช่นกันครับคุณต้นพร คุณมาออกกำลังกายที่นี่ประจำหรือครับ”
เขาชวนสนทนา ทั้ง ๆ ที่เขารู้ข้อมูลเกี่ยวกับเธอหมดแล้วแต่ต้องถามเพื่อความสมจริง และไม่อยากให้เธอเกิดความสงสัยลายรองเท้าผ้าใบสีขาวแล้ว พอทำได่ของพวกคนมังชายมาโดยตลอด
“ค่ะ ถ้าว่างและงานไม่ยุ่งนะคะ คุณพักอยู่แถวนี้หรือคะ?”
เธอถามเขาด้วยความสงสัย
“ครับ ผมซื้อบ้านอยู่แถวนี้ครับเลยถือโอกาสลาพักผ่อนไปในตัวครับ”
เธอยิ้มรับและเอ่ยขอตัวกับเขาทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลา เพราะมีงานต้องทำให้เสร็จตามที่เ้านายกำหนด และที่สำคัญไม่อยากสานความสัมพันธ์กับเขาอีกต่อไป
“ดิฉันต้องไปแล้วล่ะค่ะ ขอตัวนะคะ”
เธอถือโอกาสตีตัวออกห่าง เพราะเธอไม่อยากจะมีปัญหากับตีตี้เพื่อนรักของเธอ
“เอ่อ...คุณจะกลับเลยหรือครับ”
เขาแกล้งถามเขาทั้งๆ รู้อยู่แล้วว่า หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้ว เธอจะไปซื้อของที่ตลาดต่อ
“ยังหรอกค่ะจะไปซื้อของที่ตลาดน่ะค่ะ”
เธอบอกออกไปตามความจริงเมื่อมารู้ผลของการตอบทีหลัง เธอแทบอยากจะกัดปากตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไป
“ถ้าไม่รังเกียจผมขอไปด้วยคนได้ไหมครับ“
เขารุกเธอขอตามไปตลาดด้วย
“จะดีหรือคะที่ตลาดสดมีแต่กลิ่นเหม็นคาวของอาหารมากมาย คุณจะเดินได้หรือคะ” สาวเ้าพยายามหาเหตุผลเพื่อให้เขาเปลี่ยนใจ หรืออีกนัยหนึ่งคือไม่อยากให้เขาไปด้วยนั่นเอง
“ไม่เป็ไรครับผมอยากจะเดินเที่ยวตลาดในเมืองไทยบ้างครับ ช่วยเป็ไกด์ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”
เขายังคงตื้อต่อ ขอร้องให้เธอนำเขาเที่ยวตลาด
“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณอยากไปจริง ๆงั้นเชิญค่ะ”
เธอจำเป็ต้องรับปากถ้าปฏิเสธอีกก็จะเป็การเสียมารยาทกับแขกของเพื่อนรัก ถ้าตีตี้มารู้ทีหลังจะมาว่าเธอไม่มีน้ำใจอีก
เขายิ้มอย่างดีใจและนึกกระหยิ่มอยู่ในใจที่แผนขั้นที่ 1 ของเขาสำเร็จแล้ว เยสส์!!!
ต้นพรพาซื่อเทียนเดินซื้อของ พร้อมทั้งอธิบายถึงสินค้าที่เขาซักถามด้วยความสนใจหญิงสาวเลือกซื้อผัก เนื้อหมู ปลา เพื่อเอาไปทำอาหารวันนี้ เขารู้สึกประทับใจในตัวหญิงสาวเพิ่มขึ้นเฝ้าสังเกตพฤติกรรมในการเลือกซื้ออาหาร และการสนทนากับพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็กันเองได้ของที่สะอาดและสดอย่างคนที่เลือกเป็ เหตุที่เขารู้ เพราะเขามักถูกให้แม่บังคับแกมขอร้องให้ไปส่งซื้อของที่ตลาดอยู่เป็ประจำเขาจึงซึมซับหลักการเลือกซื้อทั้งของสดของแห้งโดยอัตโนมัติ เขานึกชื่นชมเธออยู่ในใจทั้ง ๆ ที่เป็สาวออฟฟิศ แต่... ยังชื่นชอบที่จะทำอาหารรับประทานด้วยตนเอง ซึ่งมีน้อยคนนักส่วนใหญ่เลือกที่จะไปนั่งทานตามห้างร้านเสียมากกว่า
หลังจากที่ต้นพรจ่ายตลาดเสร็จแล้วจึงหันไปหาชายหนุ่มที่มีน้ำใจช่วยถือของให้เธอ
“คุณซื่อเทียนจะซื้ออะไรหรือเปล่าคะ”
“โอ...ไม่ครับ ผมทำอาหารไม่เป็โดยมากลูกน้องจะไปซื้ออาหารสำเร็จมาทานหรือไม่ก็ไปนั่งทานในร้านครับ”
“งั้นเรากลับกันเลยนะคะ”
เธอเอ่ยชวนเขากลับเพราะมีงานที่ต้องเร่งทำก่อนที่เธอจะลาพักร้อน
“ครับวันนี้คุณจะทำอาหารทานเองหรอครับ”
เขาถามเธอเพื่อจะเปิดทางให้เธอชวนเขา
“ค่ะ ส่วนใหญ่จะซื้อไปทำเองค่ะ“
เธอตอบยิ้ม ๆ
“ขอผมไปชิมฝีมือคุณด้วยจะได้ไหมครับ”
เขาเริ่มปฏิบัติการแผนที่2 ทันที ต้นพรเบิกตากว้าง ใกับคำขอของเขา ให้รู้กระอักกระอ่วนใจยังไรพิกล แต่...ถ้าปฏิเสธเธอคงกลายเป็คนที่แล้งน้ำใจสินะ ถึงแม้ภายในใจจะรู้สึกตรงกันข้ามก็ตามทีเฮ้อ... (ถ้าวันนั้นเธอไม่เห็นแก่เที่ยวมากเกินไป คงไม่พบกับเหตุการณ์เช่นนี้)
“ดิฉันทำอาหารง่าย ๆ นะคะ ไม่รู้ว่าคุณจะทานได้หรือเปล่า”
เธอพยายามคิดหาเหตุผลเพื่อที่จะทำให้เขาเปลี่ยนใจ
“ผมเป็คนทานง่ายครับถ้าคุณไม่รังเกียจ”
เขาใช้วิธีรุกเร้าเพื่อให้เธอตอบตกลงและเพื่อที่จะได้มีโอกาสไปที่ห้องพักของเธออีกด้วย
“เออะ!...เอ่อ... ไม่... ไม่รังเกียจเลยค่ะงั้นเชิญค่ะ”
ฮึ! อีตาบ้านี่ ตื้อจริงนะ ถ้ายัยตีตี้มาเจอเข้าจะมาแหกอกเรารึเปล่าละเนี่ยตอนนี้เธอชักสังหรณ์ใจว่าจะมีสิ่งที่มาทำให้เธอได้พบกับความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวง
สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันเข้ามาในคอนโดและมีบอร์ดี้การ์ดของซื่อเทียนตามมาด้วยหญิงสาวให้รับของจากเขานำไปวางไว้บนโต๊ะในห้องครัว เดินกลับออกมาพร้อมกับน้ำเย็น ๆสำหรับแขกใหม่และบอร์ดี้การ์ดทั้งสองของเขา เธอขอตัวไปอาบน้ำ และเชิญเขาไปนั่งที่โต๊ะริมระเบียงรอหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ต้นพรแต่งตัวสบาย ๆ อยู่กับบ้าน แล้วเดินไปบอกซื่อเทียน
“คุณซื่อเทียนคะ นั่งรอก่อนนะคะขอตัวไปทำอาหารก่อนค่ะ”
เขาหันมายิ้มรับ
“ครับเชิญตามสบาย“
ต้นพรหันหลังกลับเดินเข้าไปในส่วนที่เป็ห้องครัวแล้วเริ่มทำอาหาร ซื่อเทียนมองไปมอง
รอบ ๆ ห้องพักของหญิงสาว เขาอดชื่นชมไม่ได้ เธอตกแต่งแบบเรียบ ๆแต่ดูมีสไตล์แบบประยุกต์ระหว่างตะวันออกกับตะวันตกผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ในรูปแบบที่ดูแลรักษาได้ง่ายโทนสีเขียวไล่สีกันดูแล้วเย็นสบายตา เดาได้เลยว่าเธอเป็คนที่ชอบธรรมชาติจริง ๆ เขามองห้องและคิดเพลินนานจนไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมาชวนให้น้ำลายสอ ทำให้เขาเกิดอาหารหิวข้าวขึ้นมาทันทีทันใด ทั้ง ๆ ปกติแล้วในตอนเช้าเขาจะรับแต่กาแฟ และขนมปังกับไข่ดาวเท่านั้น มีบางมื้อที่แม่ลุกขึ้นมาทำอาหารด้วยตัวเองเขาถึงจะได้ทานซึ่งก็ไม่มีบ่อยนัก เขาละสายตาจากการสำรวจห้อง หันไปหาหญิงสาวที่กำลังสาละวนทำอาหารอยู่ในห้องครัวท่วงท่าในการทำดูเป็ธรรมชาติ คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉงอย่างคนที่ทำอาหารเป็นี่เป็อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาทึ่งในตัวเธอ และมองได้นาน ๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ และยากที่จะถอนสายตาไปดูสิ่งอื่นทำให้เขานึกถึงแม่มักชอบทำอาหารให้คนในบ้านทานแถมยังเผื่อแผ่ให้กับคนรับใช้ในบ้านทุกๆ คน เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปหาหญิงสาวที่กำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัวแล้วเอ่ยปากถาม
“ คุณทำอะไรครับ หอมฉุยเลย” เขาทำท่ายื่นหน้าเข้าไปดูอาหารที่กำลังเดือดอยู่ในหม้อ
“ ทำข้าวต้มปลาค่ะ ไม่ทราบว่าคุณชอบทานปลาได้หรือเปล่าคะ”เธอถามเขาพร้อมเอื้อมมือไปปิดแก๊ส เนื่องจากทำเสร็จพอดี ลำดับสุดท้ายเธอหั่นผักขึ้นฉ่ายและขิงสดแบ่งใส่ถ้วยเล็กๆ
“เป็อาหารที่ผมชอบทานมากเลยล่ะครับคุณแม่ชอบทำให้ผมทานเป็ประจำ ั้แ่ผมยังเด็ก ๆ แหน่ะครับ “ เขาตอบแต่ตาก็ยังคงมองกิริยาที่เป็ธรรมชาติของเธออย่างเผลอไผลและชื่นชม
“ จริงหรือคะ... ไม่รู้ว่ารสชาติจะอร่อยเหมือนที่คุณเคยทานหรือเปล่านะคะ“เธอพูดพลางตักข้าวต้มใส่ถ้วยเอาจานรองเพื่อกันความร้อนที่อาจจะทำให้มือพุพองได้ และสามารถยกไปได้ง่าย
“ มาครับ ให้ผมช่วยนะครับ “เขาอาสาพลางแย่งมาถือเองทั้งสองถ้วยแล้วเดินออกไป หญิงสาวจึงหันไปเตรียมเครื่องปรุงในถาดซึ่งประกอบไปด้วยขึ้นฉ่ายหั่น ขิงสดหั่น ขวดพริกไทยป่น น้ำปลา ซอสปรุงรส ตบท้ายด้วยไข่ลวกจำนวนสองฟองและน้ำเปล่าตามเขาออกไป เธอเดินกลับไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอีกชุดหนึ่งให้กับบอร์ดี้การ์ดของซื่อเทียน
“ เริ่มทานได้เลยค่ะไม่อร่อยอย่าว่ากันนะคะ” เธอพูดออกตัวแล้วยิ้มให้เขาอย่างเป็กันเอง แล้วทั้งสองก็เริ่มลงมือทานข้าวต้มของตัวเองและต่างเลือกใส่เครื่องปรุงตามที่ตนเองชอบ มันช่างบังเอิญเหลือเกินที่ทั้งเขาและเธอใส่เครื่องปรุงเหมือนกันทุกอย่างบอกได้ว่าเขาและเธอมีนิสัยการกินที่คล้ายคลึงกัน
“ อื้ม... อร่อยมากเลยครับ ผมว่าอร่อยพอ ๆ กับที่แม่ของผมทำเลยนะครับ”เขาพูดพลางยกนิ้วโป้งเป็การยืนยันอีกครั้งหนึ่ง เขาคิดในใจ ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริงๆ นอกจากมีความสวยแล้วยังมีฝีมือในการปรุงอาหารอีกด้วยแสดงว่าเธอคงทำอยู่เป็ประจำ ทั้ง กิริยาก็น่าชม ยิ่งมานั่งใกล้แบบนี้ชนิดที่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของเธอชัดเจน เธอจัดได้ว่าเป็คนสวยคนหนึ่งเลยทีเดียวแม้จะปราศจากการแต่งแต้มสีสันก็ตาม ยิ่งพิศยิ่งงาม ดูแล้วสบายตา ไม่รู้สึกเบื่อยิ่งทำให้เขามีความปรารถนาและอยากอยู่ใกล้เธออยู่ร่ำไป
สรุปแล้ววันนี้ซื่อเทียนทานข้าวต้มไปสองถ้วยอย่างเอร็ดอร่อย มีความสุข สมใจเขาตามแผน และผลสรุปจากการปฏิบัติการเป็ที่น่าพอใจอย่างที่สุดไม่เสียแรงที่ลงทุนลงแรงไป
“คุณซื่อเทียนจะรับกาแฟ ไหมคะ?“
ต้นพรเอ่ยถามเขาเพราะนักธุรกิจส่วนใหญ่เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว ก็มักจะตามด้วยกาแฟเสมอ
“ครับ... เอาแบบเพียว ๆไม่ใส่ครีมและน้ำตาลนะครับ”
“คุณล่ะคะ”
หญิงสาวยังมีน้ำใจถามบอร์ดี้การ์ดของเขาอีกด้วยบ่งบอกว่าเธอเป็คนที่มีน้ำใจทีเดียว
“เหมือนนายครับ ขอบคุณครับ”
นี่เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาเห็นด้วยกับเ้านายเกี่ยวกับหญิงสาวตรงหน้า ซึ่งพวกเขาไม่เคยเจอแบบนี้ที่ผ่านมาผู้หญิงของเ้านายไม่เคยให้ความสนใจพวกเขา และทำเหมือนกันเป็อากาศธาตุแถมยังมองเขาอย่างเหยียด ๆ ราวกับพวกเขาเป็อากาศธาตุ ทำให้เพิ่มความประทับใจในตัวเธอมากยิ่งขึ้น
“รอสักครู่นะคะ”
เธอบอกเขา พลางยกถ้วยข้าวต้มเข้าไปวางไว้ที่อ่างล้างจานแล้วหันไปชงกาแฟมาให้ซื่อเทียนและบอร์ดี้การ์ดทั้งสอง ชงโอวัลตินใสนมสดสำหรับตัวเอง
“ได้แล้วค่ะ โนครีมแอนด์โนชูการ์”
ต้นพรวางลงตรงหน้าเขาและยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ เขารับถ้วยกาแฟมาจากเธอ พลางกล่าวขอบคุณวางถ้วยโอวัลตินสำหรับตัวเองลงบนโต๊ะ และยกถาดไปเสริ์ฟให้กับบอร์ดี้การ์ดทั้งสอง
“คุณไม่ทานกาแฟหรือครับ”
เขาถามด้วยความสงสัยเพราะเห็นสิ่งที่เธอทานนั้นเป็โอวัลติน
“ปกติดิฉันเป็คนไม่ทานกาแฟค่ะแต่ก็มีกาแฟเอาไว้เพื่อรับแขก ถ้าไปทำงานหรือประชุมที่เลี่ยงไม่ได้ก็จะทานบ้างค่ะ“
เขาฟังหญิงสาวอธิบายนี่คงเป็อีกสิ่งหนึ่งที่ได้สร้างความแปลกใจให้กับเขา ซึ่งน้อยคนนักที่ไม่ชอบทานกาแฟโดยเฉพาะงานที่เธอทำนั้นจะต้องทำในเวลากลางคืนอยู่เป็ประจำ เธอทำให้เขามีความสนใจใคร่รู้ว่าเธอจะมีอะไรมาทำให้เขาเกิดความแปลกใจได้อีก
เธอแสดงกิริยากับเขาอย่างเป็ธรรมชาติไม่เสแสร้ง เป็ตัวของตัวเอง ปฏิบัติต่อเขาแบบเพื่อนใหม่ทั่วไปและไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเขาเกินกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกัน ทั้ง ๆเธอก็รู้ว่าเขานั้นมีรูปร่างหน้าตาดี และฐานะที่อยู่ในขั้นมหาเศรษฐี เพราะที่ผ่านมาคุณสมบัติที่เป็ตัวเขานั้นเป็ที่้าของผู้หญิงโดยทั่วไป บางครั้งถึงกับตบตี แก่งแย่งกัน เพื่อที่อยากจะได้เขามาผู้หญิงสาวเ่าั้ หมายรวมถึงเพื่อนของเธอที่ชื่อตีตี้ด้วยอีกคนหนึ่งกระมัง
‘เอ’ หรือว่าเธอจะมีคนรักอยู่แล้ว
‘อีตานี่ ข้าวก็ให้ทานแล้วตบท้ายด้วยกาแฟอีกตังหาก แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับเลย เดี๋ยวยัยตีตี้มารู้เข้าเป็ได้โกรธเราเป็แน่เฮ้อ... หาทางไล่ทางอ้อมที่นุ่มนวลดีกว่า’
“ได้เวลาทำงานของดิฉันแล้วค่ะ”
“งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ ขอบคุณมากสำหรับอาหารและกาแฟครับหวังว่าคราวหน้าผมจะมีโอกาสได้เลี้ยงตอบแทนคุณบ้าง“
เขาพูดพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ส่งยิ้มให้เธออย่างขอบคุณ เธอเดินตามหลังเขาไปเพื่อส่งแขกและปิดประตูเธอแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกกิริยาของเธอหาได้หลุดพ้นจากสายตาของบอร์ดี้การ์ดทั้งสอง
ต้นพรปิดประตูทันทีหลังจากที่ทุกคนพ้นปากประตูและปิดตามอย่างแ่า หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างแรง ด้วยความโล่งอกเธอเอามือจับตำแหน่ง ที่เป็ที่อยู่ของหัวใจ นับจากที่ได้เจอเขากระทั่งเขาจากไปแล้ว แต่... หัวใจของเธอยังเต้นระรัวอยู่ไม่คลาย บ้าชะมัด!
นับจากวันพรุ่งนี้เป็ต้นไปเธอจะไม่ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ เพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอกับเขาไม่อยากให้เพื่อนรักของเธอเข้าใจผิด
ต้นพรเดินไปนั่งบนโซฟารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่เขาไปเสียได้ เพราะเวลาที่เธออยู่ใกล้เขาทีไร ก่อให้เกิดอาการประหม่าและใจเต้นผิดจังหวะทุกที ซึ่งอาการเช่นนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนเลย เธอเอาฝ่ามือทั้งสองข้างมาตบหน้าผากตัวเองเบาๆ แล้วล้มตัวลงนอนที่โซฟา ตามองเพดานแล้วถอนหายใจ เริ่มมีลางสังหรณ์ว่า ต่อไปจะต้องมีเื่ยุ่งยากเกิดขึ้นกับตัวเธอเป็แน่แท้ถ้ายังพบเจอเขาอยู่
ซื่อเทียนเรียกเลขาเข้าพบหลังจากที่เขามาจากคอนโดของหญิงสาว พร้อมกับบอร์ดี้การ์ดได้ไม่นาน
“ต่อไปไม่ต้องติดตามดูพฤติกรรมของคุณต้นพรอีกแล้วที่ผ่านมาขอบใจมาก“
ทั้งสองน้อมรับคำสั่งแล้วขอตัวออกไปสะสางงานที่คั่งค้างของพวกเขา และคิดว่าเ้านายเขาคงเลิกสนใจหญิงสาวแล้วจึงไม่สนใจไต่ถามอีก แต่...หารู้ไม่ว่า พวกเขาคิดผิด! มันตรงกันข้ามกับที่พวกเขาเข้าใจเลยทีเดียว
ซื่อเทียนตัดสินใจยกเลิกให้เลขาติดตามหญิงสาวเพราะต่อไปนี้เขาจะเฝ้าคอยติดตามและศึกษาต้นพรด้วยตัวเขาเอง ยอมรับว่า...เขาได้สนใจหญิงสาวอย่างจริงจัง ทั้ง ๆที่เธอไม่มีทีท่ากับเขาเลยก็ตาม เขาเจอคนที่ใช่สำหรับเขาแล้ว เธอจะต้องเป็ของฉันต้นพ!ร อย่าได้หวั!ง ที่จะหลุดมือเข้าไปได้! คนอย่างเขาอยากได้อะไรแล้วต้องได้!